หลังจากที่ภารกิจเสร็จสิ้น ทุกคนจึงกลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ เสี่ยวมู่จื่อได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากแต่ว่า…เพื่อนรักของหลี่อี้กลับหายไป

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์) - ตอนที่ 6 การกลับมาของเฮยเสอ โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,จีน,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์) โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

หลังจากที่ภารกิจเสร็จสิ้น ทุกคนจึงกลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ เสี่ยวมู่จื่อได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากแต่ว่า…เพื่อนรักของหลี่อี้กลับหายไป

ผู้แต่ง

Kevinth M. PoTae

เรื่องย่อ

เรื่องย่อ เล่ม 4

นามปากกา : Kevinth M. PoTae

วาดปก : WALAN

.

เมื่อตกลงกันได้ เยว่หมิงชาง หลิงเซียง และเสี่ยวมู่จื่อ…ก็กลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ วิญญาณของเสี่ยวมู่จื่อได้กลับเข้าร่างของตัวเองอีกครั้งแล้วกลับมามีชีวิตได้สำเร็จ

เพียงแต่การกลับมาของทุกคนในคราวนี้ ไม่มีหวังซูกลับมาด้วย หลี่อี้จึงรู้สึกเสียใจ ที่จะไม่ได้เจอเพื่อนของตัวเองอีก

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

 

 

 

สารบัญ

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 1 ข้าจะอยู่ที่นี่,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 2 ความจริงในใจของเสี่ยวมู่,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 3 เราทั้งสองจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 4 กลับคืนร่าง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 5 เพื่อนของนายยังไม่ตายหรอกน่า,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 6 การกลับมาของเฮยเสอ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 7 ดวงตาที่สามของหลี่อี้

เนื้อหา

ตอนที่ 6 การกลับมาของเฮยเสอ

ตอนที่ 6

การกลับมาของเฮยเสอ

 

“อ้าววว ผมก็ตกใจแทบแย่ พี่หลิงเซียงนี่นะ ทำไมไม่พูดให้หมด เว้นวรรคได้แย่มาก”

“ฉันไปบอกนายตอนไหนกันว่าหลี่อี้ของนายตายแล้ว?”

“งั้นถ้าหลี่อี้ยังไม่ตาย แล้วทำไมพี่หลิงเซียงกับทู่เกอถึงได้บอกว่าเขาจะไม่กลับมาอีกแล้วล่ะครับ?”

“ที่ฉันบอกว่าจะไม่กลับมาแล้ว นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะตายสักหน่อยนี่นา การที่เขาไม่กลับมา มันก็มีเหตุผลตั้งหลายอย่างอยู่นี่นา”

หลิงเซียงพยายามพูดอ้อมไปมา เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเล่าให้หลี่อี้ฟังอย่างไร เพื่อนที่สนิทที่สุดของตนทิ้งกันไปแบบนี้ เพียงเพราะว่ามีคนรัก บางที…นั้นอาจจะช้ำให้หลี่อี้รู้สึกน้อยใจขึ้นมาก็ได้

“ก็ถ้าเป็นแบบนั้น มันหมายความว่ายังไงกันล่ะครับ พี่หลิงเซียงบอกผมมาเถอะนะครับ ผมพร้อมจะฟังทุกอย่าง แค่ผมรู้ว่าเพื่อนของผมยังอยู่ เท่านี้ผมก็สบายใจแล้วล่ะครับ”

“งั้นก็ได้ เฮ้อ…ต้องเป็นฉันทุกทีสิน่า คืออย่างนี้ เพื่อนของนายน่ะดันไปพบรักเข้ากับเจ้าปีศาจล่อลวงตนนั้น จนลุ่มหลงมัวเมา และไม่อยากกลับมายังโลกมนุษย์นี้อีกยังไงล่ะ”

“ปีศาจล่อลวงอย่างนั้นเหรอครับ แล้วแบบนี้ก็เท่ากับว่าหวังซูกำลังตกอยู่ในอันตรายงั้นเหรอครับ?”

หลี่อี้ทำสีหน้าสงสัยและเป็นกังวลขึ้นมา พลางหันไปทางทู่เอ๋อเสิน หลิงเซียงที่ก็ทำท่ากระอักกระอ่วนอยู่อย่างนั้น ด้วยเพราะไม่อยากจะบอกความจริงให้กับหลี่อี้ได้รู้

“พี่หลิงเซียงครับ ปีศาจล่อลวงนี่ใครกันเหรอครับ?”

“ก็เป็นแค่ปีศาจตัวหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในปรโลกเท่านั้นเองล่ะจ้ะ”

“แล้วแบบนี้หวังซูจะอันตรายหรือเปล่าครับ?”

“เธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ถึงฉันจะไม่ได้ไว้ใจเจ้าปีศาจตนนั้นมากนัก แต่เท่าที่ฉันเห็น ฉันก็ว่าเขาก็รักหวังซูของเธอดีอยู่หรอกนะ ถ้าไม่ติดกับว่าเจ้ากู๋อันหนิงนั่นเป็นปีศาจที่เต็มไปด้วยความสับปลับแล้วล่ะก็ ฉันก็คงไม่ห่วงถึงขนาดนี้”

“ถ้าอย่างนั้น ผมจะมีโอกาสได้เจอเพื่อนของผมอีกครั้งหรือเปล่าครับ?”

“ก็คงมีอะนะ ถ้าเจ้ากู๋อันหญิงนั่นยอมปล่อยให้กลับมา”

ในขณะที่ทุกคนอยู่ในความรู้สึกที่ไม่ค่อยจะดีนักเพราะถ้าขึ้นชื่อว่าปีศาจล่อลวงแล้วก็ไม่มีใครมองว่าเป็นสิ่งที่ดีเลยทั้งนั้น เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ปีศาจล่อลวงคือสิ่งที่ทำให้มนุษย์ต้องตกลงไปในกลุ่มนรกมากที่สุด

แต่ในความขุ่นมัวนั้น กลับมีอยู่ผู้หนึ่งที่แสดงสีหน้าร่าเริงออกมาอย่างชัดเจน จนเป่าเหลียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ต้องเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจ

“ทู่เอ๋อ นี่เจ้าเป็นอะไรไป เจ้าไม่เห็นหรือว่าหลี่อี้เสียใจมากขนาดไหนที่เพื่อนของเขาหายไป เจ้ากลับยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่อย่างนั้น อย่างกับว่าสมหวังที่เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอย่างนั้นแหละ”

“ก็แล้วทำไมเล่า กู๋อันหนิงจริง ๆ ก็ไม่ใช่ปิศาจชั่วร้ายอะไรนี่นา เขาก็เพียงแค่ทำตามหน้าที่ของตนตามชะตาฟ้าก็เท่านั้น อย่างน้อย…เขาก็ทำให้ปีศาจค้างคาวอย่างหวังซูได้สมหวังในความรักได้ เจ้าไม่คิดจะดีใจกับเขาอย่างนั้นหรือ?”

ทู่เอ๋อเสินแสร้งพูดเปลี่ยนดำเป็นขาว ความคิดของทู่เอ๋อเสินจริง ๆ แล้ว เพียงแค่รู้สึกว่าการที่หวังซูไปตกหลุมรักเจ้าปีศาจตนนั้น นั่นก็เท่ากับว่าตนจะมีโอกาสได้ทำคะแนนกับหลี่อี้อีกครั้ง

ถึงแม้ว่าตอนนี้ ความรู้สึกของทั้งหลี่อี้จะไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น แต่อย่างน้อยก็มีโอกาส และวันหนึ่ง ตนก็คงจะสามารถทำให้หลี่อี้ได้จำความเมื่อหลายร้อยกว่าปีที่ผ่านมาได้ ว่าทั้งสองนั้นได้เคยเป็นคู่รักกันอย่างไร

“เรื่องนั้นข้าย่อมดีใจอยู่แล้ว และข้าเชื่อว่า แม้แต่หลี่อี้ก็ดีใจ แต่การที่ท่านเองก็ดีใจเช่นนั้น มันไม่แปลกไปหน่อยหรอกหรือ?”

“เจ้าอย่ามาถามข้าให้มากความเลย ตอนนี้ข้าต้องรีบไปดูแลลูกค้าที่กำลังเดินเข้ามาในร้านนั่นน่ะ พวกเจ้าก็คุยต่อกันไปดี ๆ เถอะ อย่ามารบกวนลูกค้าของข้าก็แล้วกัน”

ทู่เอ๋อเสินแยกตัวออกไปจากทุกคนตรงนั้น ด้วยความร่าเริงจนออกนอกหน้า จนหลี่อี้เองก็ไม่เข้าใจ หากแต่มีเพียงหลิงเซียงเพื่อนรักของทู่เอ๋อ ที่รู้ถึงความในใจของเทพกระต่ายผู้นี้อย่างทะลุปรุโปร่ง ว่าสถานการณ์แบบนี้ สำหรับทู่เอ๋อแล้ว มันคือการเปิดโอกาสในการกำจัดเสี้ยนหนามหัวใจไปอีกหนึ่งคน

.

.

โครม!!!

แต่แล้วหลังจากนั้นแค่เพียงไม่นานอยู่ ๆ ก็เกิดเสียงดังสะเทือนเลือนลั่นมาจากเคาน์เตอร์ชงน้ำชาของทู่เอ๋อเสินอีกด้านหนึ่ง จนทำให้ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นต้องรีบหันมองไป

แล้วอยู่ ๆ ลูกค้าหญิงสาวที่เพิ่งจะเดินเข้ามาเพื่อซื้อน้ำชาอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์นั้น ก็กลายร่างเป็นชายหนุ่มในชุดจีนโบราณสีดำขลิบแดง ในมือถือแส้ที่ด้ามจับเป็นรูปหัวงูสีดำสนิท หากแต่สายที่ยนาวออกมากลับเป็นสีแดงเพลิงของไฟที่กำลังลุกโชติช่วง เส้นผมยาวถึงกลางหลังและมีสีแสงสีม่วงแดงเรืองรองออกมาจากร่างกายจนเจิดจ้าไปทั่วทำรางน้ำชานั้น

“นั่นมันเฮยเสอนี่นา เหตุใดจึงยังกล้ากลับมาที่นี่อีก?”

หลิงเซียงยังคงจำชายผู้นั้นได้ดี ปีศาจงูที่ตนเคยต่อสู้เอาไว้เมื่อครั้งก่อน การบาดเจ็บของปีศาจงูในคราวนั้น หลิงเซียงไม่คิดว่ามันจะกล้ากลับมา เพื่อลองดีและท้าทายอำนาจของคนในโรงน้ำชาแห่งนี้อีก

“เจ้ายังกล้าที่จะกลับมาที่นี่อีกหรือ ครั้งก่อนยังไม่เข็ดหลาบหรือยังไง?”

“ข้าเคยบอกพวกเจ้าหรือ ว่าที่ข้ายอมหนีไปครั้งนั้นเพราะข้ายอมแพ้ คราวนั้น…เป็นเพราะข้าประมาทพวกเจ้ามากเกินไป ใครจะคิดว่าปีศาจสาวที่ดูบอบบางเช่นเจ้า จะกลับมีพลังวิญญาณมากมายถึงขนาดนี้ แต่ข้าแน่ใจ ว่าข้ากลับมาคราวนี้ ข้าจะไม่พลาดอย่างเดิมอีกแน่ ๆ”

“ฮ่า ๆ ๆ เจ้านี่ช่างมั่นใจเสียจริง ปีศาจงูที่อายุเพียงไม่กี่พันปี จะมาต่อสู้กับปีศาจอย่างข้าที่อยู่มาร่วมห้าพันปีได้อย่างไร”

“เจ้าจะอยู่มากี่พันปีก็ช่าง แต่เจ้ามันก็เป็นแค่เพียงปีศาจผีเสื้อที่แสนจะบอบบางตนหนึ่งเท่านั้น และคราวนี้ข้าเองก็รู้จุดอ่อนของเจ้าแล้ว ข้านี่แหละ ที่จะเป็นคนเด็ดปีกความมั่นใจของเจ้าเอง”

ปีศาจงูไม่รอช้าก่อนที่จะกลายร่างเป็นงูตัวสีดำสนิทลำตัวยาวขนาดใหญ่เท่ากับต้นเสาที่ค้ำอยู่ในโรงน้ำชานั้น แววตาสีม่วงดูน่ากลัวเพ่งมองไปยังทุกคนที่อยู่ตรงนั้น

ปีศาจงูพยายามควานหาเสี่ยวมู่แมวน้อยก็กลับไม่เห็น มีเพียงหลี่อี้…คนที่เคยมีปัญหากับตนเมื่อคราวก่อน รวมถึงคนอื่น ๆ ที่ดูเหมือนว่ากำลังจะตั้งรับกันอยู่ตรงนั้น

ประตูของโรงน้ำชาถูกปิดโดยอัตโนมัติ และทำให้บริเวณโดยรอบกลายเป็นแดนสนธยา เพื่อไม่ให้มนุษย์คนอื่นเดินเข้ามาใกล้ในเขตนี้ ลูกค้าที่ตั้งใจจะเดินมาซื้อน้ำชา ไม่ว่าจะเดินอย่างไรก็หาโรงน้ำชาแห่งนี้ไม่เจอ ราวกับเป็นภูเขาวังวนที่เดินไปก็ไม่รู้จักจบสิ้น มีเพียงทางกลับที่ออกไปตรงหน้าปากซอยเท่านั้น

“พวกเจ้าหลบไปข้างหลัง เดี๋ยวข้าจะขวางเอาไว้เอง”

เป่าเหลียนและหวังปว๋อรีบกระโจนมาขวางทุกคนเอาไว้ โดยมีทู่เอ๋อเสินคอยระวังหลังเอาไว้ให้

ทู่เอ๋อเสินที่ยังคงยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์น้ำชานั้น รีบกระโดดขึ้นไปยืนบนเคาน์เตอร์แล้วกลายร่างเป็นกระต่ายสีเทาหม่นขนรอบคอสีขาวตัวใหญ่เท่ากับร่างมนุษย์ แล้วกลางวงเล็บออกเพื่อเตรียมพร้อมจะต่อสู้

“นี่พวกเจ้าคิดจริง ๆ หรือ ว่าข้ากลับมาคราวนี้พวกเจ้าจะสู้ข้าได้?”

เฮยเสอพูดออกมาอย่างย่ามใจ แล้วยิ่งปล่อยพลังวิญญาณสีม่วงที่ล่องลอยราวกับเป็นม่านหมอกเพื่อคุ้มกันร่างของงูสีดำของตนเอาไว้ ก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าหาหลี่อี้ที่ยืนอยู่ด้านหลังซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่คิดเอาไว้อยู่แล้วตั้งแต่แรก

“หลี่อี้!!!”

“ว๊ากกกกกกกก”

.

.