หลังจากที่ภารกิจเสร็จสิ้น ทุกคนจึงกลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ เสี่ยวมู่จื่อได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากแต่ว่า…เพื่อนรักของหลี่อี้กลับหายไป
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,จีน,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)หลังจากที่ภารกิจเสร็จสิ้น ทุกคนจึงกลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ เสี่ยวมู่จื่อได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากแต่ว่า…เพื่อนรักของหลี่อี้กลับหายไป
เรื่องย่อ เล่ม 4
นามปากกา : Kevinth M. PoTae
วาดปก : WALAN
.
เมื่อตกลงกันได้ เยว่หมิงชาง หลิงเซียง และเสี่ยวมู่จื่อ…ก็กลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ วิญญาณของเสี่ยวมู่จื่อได้กลับเข้าร่างของตัวเองอีกครั้งแล้วกลับมามีชีวิตได้สำเร็จ
เพียงแต่การกลับมาของทุกคนในคราวนี้ ไม่มีหวังซูกลับมาด้วย หลี่อี้จึงรู้สึกเสียใจ ที่จะไม่ได้เจอเพื่อนของตัวเองอีก
.
.
นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…
ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ
ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ
Tiktok : kevinth_m.author
Facebook : kevinthm.author
ตอนที่ 5
เพื่อนของนายยังไม่ตายหรอกน่า
“ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว พวกเจ้าก็จงพาเสี่ยวมู่ไปพักที่ห้องนอนของเขาเถอะ คงต้องใช้เวลาในการเยียวยาอยู่สักระยะหนึ่ง กว่าจะกลับมาดีได้ดังเดิม ตอนนี้จิตดั้งเดิมของเสี่ยวมู่ยังเปรอะเปื้อนไปด้วยพลังอาฆาต ที่อยู่ในปรโลกนั่นอยู่พอสมควร”
“ครับคุณนายเมิ่ง…”
เป่าเหลียนรับคำสั่งของคุณนายเมิ่งพร้อมกับบอกให้เยว่หมิงชางรีบอุ้มเสี่ยวมู่ไปไว้ที่ห้องนอนของเสี่ยวมู่เอง เพื่อพักผ่อนในทันที
ในขณะที่ทู่เอ๋อเสินก็ยังคงยืนจ้องมองอยู่ตรงนั้น ไม่ได้พูดหรือออกความเห็นใด ๆ อย่างที่ควรจะเป็น จนทำให้หลิงเซียงที่ยืนอยู่ใกล้กันรู้สึกสงสัย
“นี่เจ้าเป็นอะไรไป เสี่ยวมู่กลับมาแล้ว เจ้าไม่ดีใจหรอกหรือ เหตุใดเจ้าจึงมีสีหน้าที่เป็นกังวลเช่นนั้นกัน?”
“ข้าก็เพียงแค่เป็นห่วง เจ้าไม่ได้ยินหรือ ที่เสี่ยวมู่บอกว่าเขาตกลงปลงใจที่จะเป็นคู่รักกับเยว่หมิงชางแล้ว”
ทู่เอ๋อเสิน…แม้จะดูเป็นเหมือนเทพที่ไม่ได้สนใจกับอะไรมากนัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลับใส่ใจทุกคน ราวกับเป็นสายเลือดเดียวกัน ยิ่งกับเสี่ยวมู่แล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับน้องชายคนหนึ่ง ทู่เอ๋อพอจะเดาสถานการณ์ภายหน้าออกได้ ว่าหากเสี่ยวมู่และเยว่หมิงชางสมรักกัน แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น นั่นจึงทำให้ทู่เอ๋อรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน
“ได้ยินสิ…แล้วอย่างไร?”
“เจ้าลืมไปแล้วหรือ ว่าเยว่หมิงชางหนีลงมาที่นี่อย่างไม่ถูกต้อง หากเทพธิดาฉางเอ๋อรู้เรื่องเข้า เจ้าคิดว่าเยว่หมิงชางจะเป็นอย่างไร แล้วยิ่งมันเป็นเรื่องความรักกับเสี่ยวมู่อีก ข้าเกรงว่าความรักของทั้งสองมันจะทำให้เสี่ยวมู่มีภัย”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เจ้าอย่าเป็นห่วงไปเลย เรื่องนั้นข้าเชื่อว่าคุณนายเมิ่งไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้นหรอก หากเทพธิดาฉางเอ๋อคิดจะมาคร่าความรักของทั้งสองจริง ๆ ข้าว่า…คุณนายเมิ่งคงช่วยเสี่ยวมู่อย่างเต็มที่อย่างแน่นอน”
“แต่ข้ากลับไม่คิดเช่นนั้น คุณนายเมิ่งสามารถช่วยเหลือเสี่ยวมู่ให้รอดพ้นจากอันตรายได้ แต่ด้วยหมิงชางเล่า เจ้าอย่าลืมสิ ว่าการเป็นสัตว์เทพนั้นหมายถึงอะไร มันย่อมหมายถึงว่าสัตว์เทพผู้นั้นยินดีที่จะตายแทน หรือตายตามนายของตนไปได้ เช่นนั้นหากเทพธิดาฉางเอ๋อบอกให้เยว่หมิงชางต้องตาย ใครไหนเลยจะช่วยได้”
หลิงเซียงรู้สึกกังวลขึ้นมาเมื่อได้ฟังในสิ่งที่ทู่เอ๋อพยายามที่จะชี้แจงให้ฟัง
เพราะทุกคนรู้ดีว่า เทพธิดาฉางเอ๋อที่แท้จริงแล้วหาใช่หญิงสาวที่สวยงามและใจดีอย่างที่ทุกคนเห็นในละครทีวีแบบนั้น หากแต่เทพธิดาฉางเอ๋อที่แท้จริงนั้น ถึงแม้จะดูสวยงาม แต่ก็เด็ดขาดโหดเหี้ยมเสียยิ่งกว่าอะไร
.
.
หลี่อี้วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาที่โรงน้ำชาเพื่อหวังว่าจะได้เจอเสี่ยวมู่และหวังซูเพื่อนรักที่หายไปหลายวัน แต่เมื่อมาถึง หลี่อี้กลับเห็นเพียงแค่เสียวมู่ที่กำลังพักผ่อน และเยว่หมิงชางที่นั่งดูอีกคนอยู่ไม่ห่าง หากแต่กลับไร้เงาคนที่ตัวเองกำลังรอคอยอีกคนอย่างหวังซู
ทู่เอ๋อเสินที่กำลังเช็ดแก้วชาพร้อมกับเครื่องชงนั้นอย่างขะมักเขม้น เหลือบมองมาที่หลี่อี้ ซึ่งเพิ่งจะวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข แต่ในยามนี้ก็คงรู้คำตอบ ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
ทู่เอ๋อเสินเข้าใจได้อย่างง่ายดาย ว่าหลี่อี้ต้องการจะเจอใครมากที่สุดในเวลานี้ และแน่นอนว่าคนคนนั้นย่อมไม่ใช่เสี่ยวมู่อย่างแน่นอน
“เจ้ากลับมาแล้วหรือหลี่อี้ ทำไมเจ้าถึงได้กลับมาเร็วนักล่ะ ปกติแล้วตอนนี้เธอควรจะเดินเล่นอยู่ที่ตลาดริมแม่น้ำไม่ใช่หรือ?”
หลิงเซียงเดินเข้าไปหาหลี่อี้ แล้วลากคนที่กำลังยืนงงอยู่นั่นให้มา นั่งลงที่โต๊ะ ตรงที่ทู่เอ๋อเสินและหลิงเซียงนั่งคุยกันอยู่เมื่อครู่
ในเวลานี้ ทั้งร้านไม่เหลือใครอีกแล้ว แม้แต่คุณนายเมิ่งเองก็ต้องกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ส่วนเยว่หมิงชางและเป่าเหลียนก็คอยเฝ้า และดูแลเสี่ยวมู่อยู่ไม่ห่าง บริเวณหน้าร้านด้านล่าง จึงเป็นเหมือนที่สนทนาอย่างส่วนตัวของทั้งสามคนไปโดยปริยาย
“ก็ผมดีใจนี่ครับพี่หลิงเซียง วันนี้ทุกคนจะกลับกันไม่ใช่หรือไงครับ ว่าแต่พี่หลิงเซียงกับหมิงชางโอเคใช่มั้ย?”
“โอเคอยู่แล้วสิจ๊ะ เรื่องแค่นี้เองก็แค่ไปปรโลกน่ะ”
หลิงเซียงที่รู้ดีอยู่ในใจก็ได้แต่ทำหน้าเจื่อนพูดไม่ออกไม่รู้ว่าจะต้องอธิบายเรื่องหลังจากนี้กับหลี่อี้ได้ยังไง เพราะการที่อยู่ ๆ หวังซูไปตอบรับกับปีศาจอย่างกู๋อันหนิง แล้วอยู่ในปรโลกไปตลอดกาลนั้น มันย่อมหมายความว่าเพื่อนรักทั้งสองจะต้องแยกจากกัน แม้ว่าทั้งคู่จะไม่ใช่คนรักกัน แต่ในเรื่องของความสัมพันธ์แล้วหลี่อี้กับหวังซูก็ถือว่าเหนียวแน่นเสียยิ่งกว่าคู่รักทั่วไปเสียอีก
“แล้ว…หวังซูล่ะครับ เขาอยู่ข้างบนใช่หรือเปล่า ถ้างั้นเดี๋ยวผมจะไปหาเขา…”
“เดี๋ยวก่อนหลี่อี้”
“มีอะไรเหรอครับ ผมจะขึ้นไปหาหวังซู ผมคิดถึงเพื่อนผมจะแย่”
“หวังซูเขาจะไม่กลับมาแล้วล่ะ”
คำตอบนั้นทำเอาทุกคนที่ยืนอยู่ในนั้นถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ หลี่อี้เองก็ตกใจจนหน้าซีดเผือดอยู่ไม่น้อย เพราะคำตอบนี้มันช่างฟังดูแล้วน่ากลัวเสียเหลือเกิน สำหรับคนที่เพิ่งจะไปที่ปรโลกมา บางทีสิ่งที่หลี่อี้ยิ่งคิด มันก็อาจจะเป็นจริงขึ้นมาได้
“นี่…พี่หลิงเซียงอย่าบอกนะครับว่า…หวังซูตายแล้วน่ะ”
เมื่อสิ้นคำพูดนั้นหลี่อี้ก็หลั่งน้ำตาออกมาราวกับเขื่อนแตก ร่างกายที่เคยเต็มเปี่ยมไปด้วยอะดรีนาลีนเมื่อครู่ตอนนี้มันกลับหายไปกลายเป็นคนไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น เสียงร้องไห้โฮดังลั่นไปทั่วทำร้านน้ำชาจนลูกค้าที่เพิ่งเข้ามาและยืนรอต่อคิวอยู่สามสี่คนตรงนั้นถึงกับหันมามองด้วยความตกใจ
หวังปว๋อเห็นท่าไม่ดีจึงรีบบริการลูกค้าสาวตรงหน้าเคาน์เตอร์นั้นอย่างรวดเร็ว แล้วรีบวิ่งมาประคองตัวของหลี่อี้เอาไว้พร้อมกับดึงตัวขึ้นเพื่อไม่ให้หลี่อี้ลงไปเกือบกลิ้งอยู่บนพื้นด้วยความเสียใจ
“หลี่อี้…นายตั้งสติก่อนเถอะ หวังซูไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นแหละ”
ทู่เอ๋อเสินรีบบอกความจริงเพื่อดึงสติหลี่อี้ให้กลับมาให้เร็วที่สุด ในขณะที่หลิงเซียงก็ตกใจกับท่าทางของหลี่อี้ จนไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อ ทู่เอ๋อเสินจึงต้องรีบเข้ามาควบคุมสถานการณ์ให้เร็วที่สุด ด้วยหลิงเซียงไม่คิดว่า หลี่อี้จะเสียใจมากขนาดนี้หากหวังสู้ตาย
“หวังซูจะไม่เป็นอะไรได้ยังไงกันล่ะครับ ก็เมื่อตะกี้พี่หลิงเซียงเป็นคนบอกผมเองไม่ใช่เหรอครับ ว่าหลี่อี้ตายแล้ว”
เอาน่า เพื่อนของนายยังไม่ตายหรอก แต่ฉันก็ไม่รู้รายละเอียดเท่าไหร่หรอกนะ ถามจากหลิงเซียงกับหมิงฉางเอาเองก็แล้วกันนะ ฉันคิดว่าสองคนนี้น่าจะอธิบายให้เธอฟังได้ดีกว่าน่ะ
เมื่อทุกอย่างเข้าสู่ความสงบ ทู่เอ๋อเสินก็เดินกลับเข้าเคาน์เตอร์ชงชา อันเป็นที่ประจำของตัวเองไป ปล่อยให้เรื่องราวทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของหลิงเซียงเพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะเยว่หมิงชางในเวลานี้ คงกำลังเฝ้าไข้เสี่ยวมู่จนไม่มีเวลามาพูดเรื่องอะไรให้ใครฟังอีกแล้ว อย่างน้อย…ก็จนกว่าเสี่ยวมู่จะฟื้น
.
.