หลังจากที่ภารกิจเสร็จสิ้น ทุกคนจึงกลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ เสี่ยวมู่จื่อได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากแต่ว่า…เพื่อนรักของหลี่อี้กลับหายไป

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์) - ตอนที่ 3 เราทั้งสองจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,จีน,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์) โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

หลังจากที่ภารกิจเสร็จสิ้น ทุกคนจึงกลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ เสี่ยวมู่จื่อได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากแต่ว่า…เพื่อนรักของหลี่อี้กลับหายไป

ผู้แต่ง

Kevinth M. PoTae

เรื่องย่อ

เรื่องย่อ เล่ม 4

นามปากกา : Kevinth M. PoTae

วาดปก : WALAN

.

เมื่อตกลงกันได้ เยว่หมิงชาง หลิงเซียง และเสี่ยวมู่จื่อ…ก็กลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ วิญญาณของเสี่ยวมู่จื่อได้กลับเข้าร่างของตัวเองอีกครั้งแล้วกลับมามีชีวิตได้สำเร็จ

เพียงแต่การกลับมาของทุกคนในคราวนี้ ไม่มีหวังซูกลับมาด้วย หลี่อี้จึงรู้สึกเสียใจ ที่จะไม่ได้เจอเพื่อนของตัวเองอีก

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

 

 

 

สารบัญ

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 1 ข้าจะอยู่ที่นี่,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 2 ความจริงในใจของเสี่ยวมู่,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 3 เราทั้งสองจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 4 กลับคืนร่าง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 5 เพื่อนของนายยังไม่ตายหรอกน่า,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 6 การกลับมาของเฮยเสอ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 7 ดวงตาที่สามของหลี่อี้

เนื้อหา

ตอนที่ 3 เราทั้งสองจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป

ตอนที่ 3

เราทั้งสองจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป

 

แมวน้อยเสี่ยวมู่พาตัวเองเข้ามาในห้องนอน โดยไม่รู้เลยว่าเจ้ากระต่ายจากดวงจันทร์ตนนั้น จะหายตัวจากด้านนอกนั้นแล้วเข้ามา นั่งอยู่ในห้องนอนของตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ เสี่ยวมู่พยายามไล่คนผู้นั้นออกไป แต่ก็ดูเหมือนว่าเยว่หมิงชางจะไม่ได้ยอมทำตามอย่างที่ขอเลยสักนิด

“นี่ท่านเข้ามาในห้องของข้าทำไม ไม่กลับไปนอนที่ห้องของท่านละ?”

“ก็นี้อย่างไรล่ะห้องของข้า เจ้าลืมไปแล้วหรือ ว่าสาวใช้ในเรือนไผ่แห่งนี้ จัดแจงให้เจ้ากับข้านอนอยู่ด้วยกันในคืนนี้”

“ข้าไม่เห็นจะรู้เรื่อง ไม่เห็นมีใครบอกข้าเรื่องนี้ ท่านควรจะไปนอนอยู่ที่ห้องอื่นไม่ใช่หรือ?”

“ดูท่าว่าเจ้าคงจะจำผิด เชื่อข้าเถอะ ว่าคืนนี้ข้าคงต้องนอนในห้องนี้นั่นแหละ”

เยว่หมิงชางลุกขึ้นจากที่นอนแล้วเดินไปโอบไหล่ของแมวน้อยที่เพิ่งจะเดินเข้ามา กึ่งบังคับให้มานั่งลงบนที่นอน ก่อนจะขยับตัวเข้าไปหาเสี่ยวมู่แล้วใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวจากด้านหลัง แล้วช้อนตัวของแมวน้อยขึ้นมานั่งบนตัก โดยใช้แขนทั้งสองกอดร่างเล็ก ๆ นั้นเอาไว้อย่างแนบชิด

“นี่เจ้าเป็นอะไรเจ้ากำลังหน้าแดงอยู่อย่างนั้นหรือ?”

“ข้าต่างหาก ที่ต้องถามว่าท่านกำลังคิดจะทำอะไร…”

“ข้าก็แค่อยากจะพิสูจน์ว่าสิ่งที่ข้าคิดนั้นมันผิดหรือไม่ แต่จากที่ข้าเห็น ข้าก็รู้แล้วว่ามันไม่ผิดเลยสักนิด”

“ท่านปล่อยข้าเถิด ตอนนี้ท่านคงดื่มไปมากแล้วจึงควบคุมสติของตัวเองไม่ได้ ข้าจะไม่ถือสาท่านที่ทำเรื่องเช่นนี้ แล้วอีกอย่าง…ข้าเองก็อยากจะพักผ่อนเต็มที เดี๋ยววันพรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางกันอีกท่านลืมไปแล้วหรือ?”

แมวน้อยพยายามผลักร่างเจ้ากระต่ายบนดวงจันทร์นั้นให้ออกห่างไปจากตน กลิ่นเหล้าที่เยว่หมิงชางดื่มมาจากงานเลี้ยงช่วงหัวค่ำนั้น มันกรุ่นออกมาจากปากจนรู้ได้ว่าเยว่หมิงชางนั้นกำลังมึนเมามากแค่ไหน

บางทีเยว่หมิงชางอาจจะเริ่มเมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็ได้ เพียงแต่เมื่อได้รู้ความในใจของตน สิ่งที่อยู่ในร่างกายนั้นจึงเริ่มทำงาน ด้วยการเพิ่มความกล้าที่จะทำในสิ่งที่น่าอาย และหากไม่เมาก็คงไม่กล้าทำอะไรแบบนี้เป็นแน่

“เช่นนั้นข้าก็จะจัดให้เจ้าตามคำขอ”

สิ้นคำพูดนั้นเยว่หมิงช้างก็หายวับไป เสี่ยวมู่โล่งใจได้เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ อยู่ ๆ เยว่หมิงชางก็ปรากฏกายบนเตียงนอนสีขาวนุ่มที่ถูกจัดเอาไว้เป็นห้องนอนของเสี่ยวมู่ตั้งแต่แรก ทั้งเสื้อผ้าก็ยังน้อยชิ้นลงไปอีกด้วย

“นี่ท่านกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่?”

“ถึงตอนนี้เจ้ายังจะปฏิเสธความต้องการของตัวเองอีกอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะไม่ขืนใจเจ้า เพราะถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นศิษย์รักของทู่เอ๋อ หากข้ากระทำการอันไม่สมควรโดยเจ้าไม่ยินยอม ทู่เอ๋อเสินอาจจะใช้กรงเล็บมาผ่าออกแล้วควักเอาหัวใจของข้าอีกครั้งหนึ่งก็ได้ ถึงตอนนั้น ข้าก็ไม่แน่ใจนะว่าเจ้าจะยินดีช่วยข้าอย่างคราวก่อนอีกหรือไม่”

เยว่หมิงชางรู้ดีว่าเสี่ยวมู่คิดอะไรอยู่ในใจ หากแต่ทำทีเป็นพูดไปอย่างนั้นเพื่อหวังให้อีกฝ่ายยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองออกมาอย่างเต็มใจ

แต่เมื่อไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบจากแมวน้อย เยว่หมิงชางจึงยันตัวเองขึ้นมาแล้วยืนอยู่ตรงข้างที่นอนนั้น ส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับแมวน้อยที่พยายามจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนที่จะก้าวขาเดินออกไปจากห้องนั้น

เยว่หมิงชางยังไม่ทันที่จะเดินออกไปเลยแม้สักก้าว นิ้วมือเรียวสวยก็คว้าเข้าที่ท่อนแขนอันแข็งแกร่งของกระต่ายผู้พิทักษ์ดวงจันทร์นั้นเอาไว้ และพยายามเหนี่ยวรั้งเอาไว้ด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด

“หากท่านยินดี คืนนี้ช่วยอยู่กับข้าได้หรือไม่?”

เสียงหวานอ่อนโยนจากแมวน้อยที่ยันกายขึ้นมาคุกเข่าเพื่อคว้าแขนของเยว่หมิงชางเอาไว้ มันดึงดูดใจให้หมิงชางหันกลับไปมองอย่างช่วยไม่ได้

แล้วสิ่งที่เห็นก็คือเสี่ยวมู่กำลังส่งสายตาอ้อนวอนอยู่ตรงหน้า มันเย้ายวนจนชนิดที่ว่าต่อให้เป็นปีศาจร้ายก็ไม่อาจที่จะต่อต้านสายตาอันหวานเยิ้มและเปล่งประกายตรงหน้าได้อย่างแน่นอน

.

.

ใบหน้าของทั้งสองในเวลานี้ห่างกันเพียงแค่ชั่วระยะลมหายใจ ดวงตาสวยสะกดหัวใจชายหนุ่มที่เพิ่งจะคิดพาตัวเองออกไปจากห้อง เยว่หมิงชางรั้งร่างบางนั้นเข้ามาประชิดอกหนาอย่างแนบแน่น

“เช่นนั้น หากเจ้าไม่ว่าอะไร ข้าขอให้เจ้าเป็นคนของข้าได้หรือไม่?”

ไม่มีเสียงตอบจากแมวน้อยที่ตอนนี้กำลังนอนตัวสั่นระริกอ่อนระทวยจากรอยจูบนั้นที่เยว่หมิงชางเพิ่งจะมอบให้ไปเมื่อครู่ มีเพียงใบหน้าเรียวเล็กที่พยักหน้าให้อย่างเบา ๆ พร้อมกับแก้มแดงเรื่อนั้นที่แสดงให้เห็นถึงคำตอบที่อีกฝ่ายจะให้ได้

เยว่หมิงชางก้มลงไปหาร่างสวยที่คอยท่าอยู่บนผืนผ้าปูนั้นแล้วสอดประสานฝ่ามือทั้งสองข้างเพื่อให้กางออกจนสุดแขนแล้วพรมริมฝีปากระบายอยู่ไปทั่วทั้งเรือนร่างที่กำลังส่งเสียงของความปรารถนานั้นออกมาจากในลำคอและบิดเข้าด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน

ชายหนุ่มเลื่อนตัวขึ้นมาจนใบหน้าเสมอกันแล้วใช้เรียวลิ้นสอดลึกเข้าไปในริมฝีปากสวยนั้นก่อนที่จะตวัดเรียวลิ้นไปมามันสร้างความว่าหวานจนทำให้อีกฝ่ายหรือครวญครางออกมาอย่างลืมตัว

มือหนึ่งของเยว่หมิงชางสอดเข้าไปในใต้อาภรณ์นั้นเพื่อใช้ฝ่ามือสัมผัสกับเนื้อหนังที่อ่อนนุ่มเนียนละเอียดน่าทะนุถนอมของเสี่ยวมู่ให้สมใจ จมูกโด่งยังคงคลอเคลียอยู่ที่ต้นคอระหงอยู่และลากเลียไปจนทั่วใบหน้า ฝากฝังร่องรอยของความรักเป็นรอยเขียวช้ำเอาไว้ที่ยอดชมพูนั้น

มือทั้งสองของเยว่หมิงชางถกเสื้อของเสี่ยวมู่ด้วยการใช้มือทั้งสองรูดขึ้นไปจากเอวสวยไปจนถึงหน้าอกแล้วใช้ลิ้นสากเลื่อนลงมาไล่วนซุกซนอยู่ตรงแถวสะดือ และใช้เรียวลิ้นกวาดไปรอบ ๆ ราวกับจะกลั่นแกล้งให้เสี่ยวมู่ขาดใจตายเสียตรงนั้น

แมวน้อยรู้สึกเสียดไปทั่วทั้งท้องน้อย เลือดในกายพลุ่งพล่านจากการถูกมือหนาบีบขยำอย่างไร้ความปรานีราวกับว่าจะทำให้ร่างน้อย ๆ นั้นแหลกละเอียดไปคามือ

“ท่านเยว่หมิงชาง ได้โปรดเถิด ข้าทรมานเหลือเกิน”

“ทรมานอย่างนั้นหรือ ข้าคิดว่าเจ้าจะมีความสุขจากสิ่งที่ข้าทำให้เจ้าเสียอีก…”

“มันคือความทรมานที่ข้าไม่อยากให้ท่านหยุดเลยแม้สักวินาทีเดียว ข้าไม่รู้ว่าท่านจะทำอะไรกับข้าหลังจากนี้ แต่ได้โปรดช่วยอ่อนโยนกับข้าหน่อยเถอะ ตั้งแต่ข้ามีชีวิตมาจนถึงตอนนี้ ท่านคือคนแรกที่ได้ทำกับข้าแบบนี้”

เยว่หมิงชางรู้สึกดีใจจากคำพูดที่ดูเหมือนจะเป็นการชื่นชมนั้นจากแมวน้อยเสี่ยวมู่ และรู้สึกเป็นเกียรติที่ตนคือคนแรกที่ได้เป็นเจ้าของร่างกายและจิตใจอันสวยงามนี้

“เจ้าอย่ากลัวไป ข้าจะถนอมเจ้าให้ดีที่สุด ความรักที่เจ้ามีให้ข้า ข้าจะจดจำมันเอาไว้ แล้ววันหนึ่ง เราทั้งสองจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป”

.

.