หลังจากที่ภารกิจเสร็จสิ้น ทุกคนจึงกลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ เสี่ยวมู่จื่อได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากแต่ว่า…เพื่อนรักของหลี่อี้กลับหายไป

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์) - ตอนที่ 4 กลับคืนร่าง โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,จีน,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์) โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

หลังจากที่ภารกิจเสร็จสิ้น ทุกคนจึงกลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ เสี่ยวมู่จื่อได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากแต่ว่า…เพื่อนรักของหลี่อี้กลับหายไป

ผู้แต่ง

Kevinth M. PoTae

เรื่องย่อ

เรื่องย่อ เล่ม 4

นามปากกา : Kevinth M. PoTae

วาดปก : WALAN

.

เมื่อตกลงกันได้ เยว่หมิงชาง หลิงเซียง และเสี่ยวมู่จื่อ…ก็กลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ วิญญาณของเสี่ยวมู่จื่อได้กลับเข้าร่างของตัวเองอีกครั้งแล้วกลับมามีชีวิตได้สำเร็จ

เพียงแต่การกลับมาของทุกคนในคราวนี้ ไม่มีหวังซูกลับมาด้วย หลี่อี้จึงรู้สึกเสียใจ ที่จะไม่ได้เจอเพื่อนของตัวเองอีก

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

 

 

 

สารบัญ

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 1 ข้าจะอยู่ที่นี่,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 2 ความจริงในใจของเสี่ยวมู่,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 3 เราทั้งสองจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 4 กลับคืนร่าง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 5 เพื่อนของนายยังไม่ตายหรอกน่า,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 6 การกลับมาของเฮยเสอ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 7 ดวงตาที่สามของหลี่อี้

เนื้อหา

ตอนที่ 4 กลับคืนร่าง

ตอนที่ 4

กลับคืนร่าง

 

โรงน้ำชาเมิ่งฉา

“ในที่สุดเจ้าก็กลับมา ข้าดีใจเหลือเกินนะเสี่ยวมู่ ข้าคิดว่าข้าจะไม่มีโอกาสได้เจอเจ้าอีกแล้ว”

เป่าเหลียนคือคนแรกที่โผเข้าไปกอดเสี่ยวมู่แมวน้อยที่เพิ่งจะมาถึงยังโรงน้ำชาด้วยความคิดถึง หลี่อี้เพื่อได้ข่าวถึงการมาของเสี่ยวมู่ก็ไม่รีรอที่จะรีบกลับจากมหาลัยเพื่อหวังว่าจะมาหาเสี่ยวมู่และหวังซูเพื่อนรักของตนในทันที

ฝ่ายของเสี่ยวมู่เมื่อมาถึงก็หันไปมองร่างของแมวตัวสีดำสนิทที่นอนคุดคู้อยู่ในฟองอากาศภายใต้กำแพงอาคมนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย เพราะหลังจากที่เสี่ยวมู่กลับไปอยู่ที่ร่างนั้นตนก็จะรู้สึกเหมือนกับถูกพันธนาการอีกครั้ง ต่างจากตอนที่มีเพียงแค่ดวงจิตที่สามารถล่องลอยไปที่ไหนก็ได้โดยอิสระ

“เจ้ากังวลเรื่องอะไรอยู่หรือเสี่ยวมู่ เหตุใดจึงยังไม่รีบไปอยู่ข้างร่างของตัวเองอีกล่ะ?”

“ข้าแค่รู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อยเท่านั้น ภายในระยะเวลาแค่ไม่กี่วัน ที่ข้าอยู่ในปรโลกนั้น ข้าก็สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องมีกายเนื้อ แต่ถ้าข้ากลับไปที่ร่างนั้น ข้าคงต้องได้รับความเจ็บปวดจากการถูกทำร้ายในอีกสักวัน”

“ที่แท้เจ้าก็กลัวเรื่องนี้ เจ้าอย่ากังวลไปเลยเจ้ามีพวกเราอยู่ตรงนี้ เราจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเจ้าได้อีก ถึงแม้ว่าคนนั้นจะเป็นทู่เอ๋อเสินก็ตาม”

หวังปว๋อพูดปลอบเสี่ยวมู่พลางยกแขนขึ้นมาโอบกอด แล้วเขย่าตัวของเสี่ยวมู่เป็นการหยอกล้อ เพื่อหวังให้อีกฝ่ายหนึ่งสบายใจ แต่ก็ยังไม่วายที่จะหันไปค่อนแคะทู่เอ๋อเสินจอมเฮี้ยบ ที่ถึงแม้ว่าจะใจดี แต่ก็ขึ้นชื่อเรื่องของความเจ้าอารมณ์และเผด็จการอยู่เช่นกัน หากโรงน้ำชานี้ไม่มีคุณนายเมิ่งเป็นเจ้าของอยู่แล้วล่ะก็ คนทั่วไปก็คงคิดว่าเจ้าของที่แท้จริงก็คือทู่เอ๋อเสินนี่เอง

.

.

“พวกเจ้าจะพูดก็พูดกันไปสิ เหตุใดจึงต้องหันกลับมาค่อนแคะข้าด้วยละหวังปว๋อ?”

“ฮ่า ๆ ๆ ข้าค่อนแคะเจ้าเสียที่ไหนกัน ข้าก็เพียงแค่ยกตัวอย่างและพูดให้เสี่ยวมู่สบายใจเท่านั้นเอง เจ้าก็ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณผู้หนึ่งของเสี่ยวมู่ไม่ใช่หรือ ตอนนี้เสี่ยวมู่กลับมาแล้ว ทำไมเจ้าจึงดูไม่ยินดี เอาแต่หลบอยู่ด้านหลังนั่นเล่า?”

“ข้าไม่ได้หลบเสียหน่อย ข้าก็แค่ไม่ชอบคนเยอะ เห็นพวกเจ้าทักทายกันอย่างมีความสุข ข้าก็เพียงแค่อยากจะเป็นคนสุดท้ายที่ได้พูดกับเสี่ยวมู่ก่อนที่เสี่ยวมู่จะกลับเข้าร่างไปก็เท่านั้น”

หวังปว๋อได้แต่อมยิ้มในความที่ไม่ยอมรับความจริงของทู่เอ๋อเสิน แต่ก็ถอยตัวออกไปเพื่อให้สองพี่น้องร่วมสาบานได้มาคุยกัน และขอโทษกันอย่างจริงจังเสียที

“ข้าขอโทษเจ้าด้วยนะเสี่ยวมู่ เป็นเพราะความไม่ระวังของข้าเองในคราวนั้น ที่ทำให้เจ้าต้องไปตกระกำลำบากอยู่เช่นนั้น เจ้าเจ็บมากหรือไม่ตอนที่ถูกทำร้าย”

“เจ็บสิ แต่ข้าไม่โทษท่านหรอกนะ ทุกอย่างล้วนเป็นอุบัติเหตุมิใช่หรือ โดนกรงเล็บเทพที่แสนน่ากลัวของท่านทูเยเสียขนาดนั้น หากข้าจะบอกว่าข้าไม่เจ็บเลยก็คงจะเป็นการโกหกคำโต แต่ถึงจะอย่างนั้น ข้าก็ต้องขอบคุณท่าน ที่ทำให้ข้าได้สมหวังในสิ่งที่ข้ารอคอยมาเกือบสามร้อยปีเสียที”

“สมหวังอย่างนั้นหรือ เรื่องอะไรกัน?”

เสี่ยวมู่ไม่ได้ตอบอะไรหาก แต่หันไปทางเยว่หมิงชาง ที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ ทั้งสองส่งยิ้มให้แล้วเดินเข้ามาประสานมือกันและอิงซบกันราวกับคู่รักที่เพิ่งจะเข้าพิธีแต่งงานมาได้ไม่นานนัก

“นี่เจ้าอย่าบอกนะว่า…”

“ถูกแล้ว ข้ากับเสี่ยวมู่เราทั้งสองตกลงที่จะเป็นคนรักกัน ตั้งแต่อยู่ที่ปรโลกนั่นแล้ว”

.

.

“จริงหรือนี่ ข้าดีใจที่สุดเลย เจ้าปิดเรื่องนี้มาได้ยังไงกัน ในเมื่อข้าเดินทางมาพร้อมกับเจ้าด้วยแท้ ๆ ช่างแนบเนียนนักนะพวกเจ้าเนี่ย”

หลิงเซียงรู้สึกประหลาดใจพร้อมกับสีหน้าที่ยิ้มแย้มระคนกัน เพราะตลอดระยะทางที่ทั้งสามเดินทางกลับมายังโลกมนุษย์ ทั้งหมิงชางและเสี่ยวมู่ ก็ต่างไม่ได้แสดงอาการอะไรให้หลิงเซียงรู้สึกระแคะระคายเลยสักนิด

“พวกเจ้านี่นะ ต่อไปข้าจะเชื่อใครได้อีก อยู่ใกล้กันแท้ ๆ แต่กลับปกปิดกันถึงขนาดนี้ เยว่หมิงชางก็ช่างเถอะ แต่เจ้าเล่าเสี่ยวมู่ ข้าไม่ใช่พี่สาวของเจ้าหรอกหรือ?”

อันที่จริงหลิงเซียงก็รู้สึกยินดีให้กับความรักของทั้งสองคน เพียงแต่แสดงท่าทางน้อยอกน้อยใจไปอย่างนั้น เหมือนจะหยอกล้อเสี่ยวมู่ ที่ก็รู้ว่าเป็นคนใจอ่อนและใจดีอยู่เป็นทุนเดิม ท่าทางของหลิงเซียงทำให้เสี่ยวมู่รู้สึกไม่สบายใจและรู้สึกผิดขึ้นมาจนต้องรีบแก้ตัว

“ข้าต้องขอโทษท่านด้วยพี่หลิงเซียง แต่เรื่องนี้เราได้คุยกันตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ว่าจะมาเปิดเผยให้กับทุกคนได้รู้พร้อมกันที่โรงน้ำชาแห่งนี้”

“คุยกันตั้งแต่ตอนนั้นหรือตอนไหนกัน ในเมื่อเมื่อคืนพวกเราต่างก็แยกย้ายกันเข้าที่พักของตัวเองไม่ใช่หรือ ฮะ!!! หรือว่า…”

.

.

“เอาล่ะพวกเจ้ากลับมาก็ดีแล้ว ไปอยู่ประจำที่ของตัวเองแล้วช่วยข้าส่งพลังวิญญาณไปที่ร่างของเสี่ยวมู่เถอะ ส่วนเจ้าเสี่ยวมู่ รีบไปยืนข้าง ๆ ร่างของเจ้าเถิด…ได้เวลาเต็มทีแล้ว”

ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดกันระงมในห้องนั้น คุณนายเมิ่งก็เดินเปิดประตูเข้ามาในชุดกี่เพ้าสีดำและถือพัดประจำตัวอย่างที่เคยถืออยู่ทุกครั้ง ก่อนที่จะสั่งให้ทุกคนไปอยู่ในจุดที่ทุกคนต้องทำหน้าที่เพื่อช่วยให้เสี่ยวมู่กลับเข้าร่างภายในวันนี้

เมื่อทุกอย่างพร้อม คุณนายเมิ่งก็ยกฝ่ามือขึ้นแล้วปล่อยพลังวิญญาณออกมาเป็นลำแสงสีขาวล่องลอยราวกับเมฆหมอกสีใสมุ่งตรงไปยังร่างของแมวน้อยที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวจริงอยู่ตรงนั้น

ทู่เอ๋อและหลิงเซียง…เป่าเหลียนและหวังปว๋อทั้งเยว่หมิงชาง ต่างก็ยืนประจำที่ของตัวเองและยกฝ่ามือขึ้นมาปล่อยพลังวิญญาณออกไปสู่ร่างของเสี่ยวมู่ที่ยืนอยู่ตรงนั้น ในช่วงท่าเดียวกันกับคุณนายเมิ่ง

แล้วเพียงไม่นาน เสี่ยวมู่ก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นอยู่ในอากาศพร้อมกับร่างของแมวสีดำ ที่ลอยขึ้นไปพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งสองจะประสานร่างเข้าหากันโดยสมบูรณ์ ในเวลานี้ เสี่ยวมู่ที่เป็นร่างของเด็กหนุ่มได้หายไปแล้ว คงเหลือไว้แต่เพียงร่างของแมวน้อย ที่ค่อย ๆ ยันร่างของตัวเองขึ้นมาอย่างยากลำบากเท่านั้น

เมื่อม่านอาคมหายไป เยว่หมิงชางก็รีบวิ่งเข้าไปอุ้มแมวน้อยนั้นเอาไว้ในอก และพยายามลูบหัวเพื่อปลุกให้แมวน้อยนั้นตื่นขึ้นด้วยความเป็นห่วง

เสี่ยวมู่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาสีเหลืองทองประกายแวววับนั้นจ้องมองบริเวณโดยรอบ เพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด ในระหว่างที่ร่างและจิตดั้งเดิมได้ประสานกลับคืนเข้าสู่กันและกัน

“เสี่ยวมู่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เจ้ารู้สึกดีขึ้นหรือไม่?” เยว่หมิงชางเอ่ยถามทันทีด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าเสี่ยวมู่เหมือนจะยังตั้งรับกับเรื่องราวอะไรไม่ได้

“เสี่ยวมู่เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง หากเจ้าไม่เป็นอะไร ช่วยพูดออกมาสักคำเถอะ”

“ข้าสบายดีหวังปว๋อ เพียงแต่ข้ายังรู้สึกมึนงงอยู่เล็กน้อย หลังจากที่ร่างทั้งสองประสานเข้าสู่กันเท่านั้น”

.

.