ภายใต้เงาอำนาจของตระกูลอัครวรรธน์ ทิวากรแฝงตัวเพื่อสืบเรื่องยา 'ฟีโรโมน' และแก๊งควันปืน แต่หัวใจกลับถูกพันธนาการไว้ด้วยเสน่ห์ของ ชรัณ เป้าหมายที่เขาไม่อาจเล็งปืนใส่ได้ลง

พันธนาการรักใต้ปืน - บทที่ 18 เกมอำนาจและพันธะผูกพันน โดย ขุนวรา_0712 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-ชาย,รัก,โอเมกาเวิร์ส,พันธนาการรักใต้ปืน,อินิกม่าxอัลฟ่า,ตำรวจ,ประธานบริษัท,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

พันธนาการรักใต้ปืน

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-ชาย,รัก,โอเมกาเวิร์ส

แท็คที่เกี่ยวข้อง

พันธนาการรักใต้ปืน,อินิกม่าxอัลฟ่า,ตำรวจ,ประธานบริษัท

รายละเอียด

พันธนาการรักใต้ปืน โดย ขุนวรา_0712 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ภายใต้เงาอำนาจของตระกูลอัครวรรธน์ ทิวากรแฝงตัวเพื่อสืบเรื่องยา 'ฟีโรโมน' และแก๊งควันปืน แต่หัวใจกลับถูกพันธนาการไว้ด้วยเสน่ห์ของ ชรัณ เป้าหมายที่เขาไม่อาจเล็งปืนใส่ได้ลง

ผู้แต่ง

ขุนวรา_0712

เรื่องย่อ

#พันธนาการรักใต้ปืน

 

“ภารกิจของเขาคือ ‘จับพิรุธ’ ไม่ใช่ ‘ตกหลุมรัก’
แต่หัวใจก็ทรยศก่อนกระสุนจะลั่น”

ภายใต้เงาอำนาจของตระกูลอัครวรรธน์
ทิวากร แฝงตัวเข้ามาในฐานะบอดี้การ์ด
เพื่อสืบว่าตระกูลนี้มีเอี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่
ตั้งแต่การค้ายาฟีโรโมน ไปจนถึงความเกี่ยวข้องกับแก๊งควันปืน

แต่เมื่อได้เข้าใกล้ ชรัณ
ประธานหนุ่มผู้เป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล
เขากลับพบว่า...
เป้าหมายที่ควรจับตา
กลับกลายเป็นคนเดียวที่เขาไม่อาจเล็งปืนใส่ได้ลง

 

(ทิวา) ทิวากร หรัณพิรมณ์ อายุ 30(26)

188/82/60

13.12

ตำรวจ-บอดี้การ์ด

"เพราะงั้น...ขย่มให้หน่อยได้ไหมครับชรัณ..นะครับ"

 

(ชิน) ชรัณ อัครวรรธน์ อายุ 28

184/78/58

19.07

ประธานบริษัท-หัวหน้าแก๊งควันปืน

"ได้มายังไงก็ไม่สำคัญหรอกหน่า สุดท้ายเขาก็เป็นบอดี้การ์ดของฉันอยู่ดีนั้นแหละ"


ติดต่อนักเขียนได้ที่

 Facebook 

https://x.com/K_hunwara

https://www.tiktok.com/@khunwara36?is_from_webapp=1&sender_device=pc

สารบัญ

พันธนาการรักใต้ปืน-บทนำ ภารกิจที่สำคัญ,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 1 เบื้องหลังนามบัตรคือเป้าหมาย,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 2 ผู้ชายคนนั้นชื่อทิวากร,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 3 ดอกไม้จะไม่เติบโตถ้าไม่มีดินที่ดี,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 4 คำโกหกที่อยากฟัง,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 5 ก้าวแรกสู่เงาของอัครวัฒน์,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 6 รางวัลของคนพิเศษ,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 7 ความลับภายใต้หน้ากาที่สวมไว้,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 8 🔥🔥🔞,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 9 🔥🔥🔞,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 10 🔥🔥🔞,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 11 รอยประทัับที่ถูกซ่อน,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 12 อ้อมกอดที่ไม่มีวันหวนคืน,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 13 คำสัญญาที่ไม่มีวันเป็นจริง,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 14 ความลับทีี่ต้องแรกมาด้วยชีวิต,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 15 การเผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจ,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 16 ความลับภายใต้ภาพถ่าย,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 17 ความรักที่ไม่พูดแต่พิสูจน์ด้วยเลือด,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 18 เกมอำนาจและพันธะผูกพันน,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 19 ความจริงที่ไม่อาจเอ่ย,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 20 อย่าสัญญาถ้าทำไม่ได้,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 21 ความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลือน,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 22 วันที่รอคอย,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 23 ความลับที่ถูกเปิดเผย,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 24 ความรักที่ไม่สมหวัง,พันธนาการรักใต้ปืน-บทที่ 25 พันธนาการรัก,พันธนาการรักใต้ปืน-บทพิเศษ 🙊🔥🔥🔞

เนื้อหา

บทที่ 18 เกมอำนาจและพันธะผูกพันน

 

เวลาในห้องประชุมเคลื่อนไปอย่างเชื่องช้า บรรยากาศหนาหนักด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น แม้แสงไฟจะสว่างจ้า แต่ความเงียบแฝงด้วยคำถามและความหวาดระแรง ชรัณนั่งหัวโต๊ะ ในฐานะประธาน ทว่าตำแหน่งที่นั่งกลับไม่อาจหยุดเสียงซุบซิบและสายตาไม่ไว้วางใจได้

"เราต้องมีคำอธิบายเรื่องฟีโรโมนล็อตนี้...สินค้าที่เสียหายทำให้บริษัทเราเสียพันธมิตรไปหลายราย”

เสียงหนึ่งจากฝั่งซ้ายของโต๊ะประชุมเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ แต่ชัดเจนในน้ำเสียงตำหนิ เขาเป็นผู้บริหารฝ่ายการค้าไม่แปลกที่จะเดือดดานขนาดนั้น อีกเสียงจากมุมขวากระแทกตามมา "หรือคุณจะรอให้ราคาหุ้นตกไปถึงพื้นก่อน ถึงจะยอมรับความผิดพลาดคุณชรัณ?"

ชรัณขยับปลายนิ้วเล็กน้อย แต่แววตายังคงมั่นคง ไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกจากริมฝีปากเขา นอกจากเพียงคำตอบเรียบเย็น

“ผมรับทราบ และกำลังตรวจสอบต้นเหตุ ไม่ใช่แค่ในตัวสินค้า แต่รวมถึงตัวบุคคลด้วย..เพราะฉะนั้นหวังว่าทุกท่านจะรอได้”

คำพูดนั้นทำให้บางคนในห้องเริ่มขยับตัวอย่างระแวง ใบหน้าหลายคนแข็งค้าง และจู่ๆ ความเงียบก็ถูกทำลาย เสียงประตูไม้เปิดขึ้นอย่างไม่เกรงใจ ตามด้วยเสียงส้นรองเท้าหนังที่ย่ำลงพื้นอย่างจงใจให้ได้ยินชัดทุกก้าว

ชายวัยกลางคนในสูทสีกรมเดินเข้ามา รอยยิ้มเยียบเย็นฉาบอยู่บนใบหน้า เขามองหน้าผู้บริหารในห้องทีละคน ราวกับกำลังนับจำนวนหมากบนกระดาน

“อ้าว ประชุมยังไม่จบเหรอ?” น้ำเสียงคล้ายทักทายทั่วไป แต่เต็มไปด้วยเจตนาแฝงเร้น

ชินเรศผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และเป็นบิดาของกันต์หรือก็คืออาของชรัณ ก้าวเข้ามาอย่างผู้ที่มั่นใจในอำนาจที่ถืออยู่ สายตาของเขาหยุดที่ชรัณ

ก่อนที่จะยิ้มเป็นกันเองเหมือนทุกทีให้กับชรัณ ราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาวว่าลูกชายของตนได้ทำอะไรไว้ ชรัณไม่ลุกขึ้นต้อนรับ ไม่กล่าวคำใด ใบหน้าของเขานิ่งเฉียบอย่างไม่ยี่หระแต่เขาก็ยังมีมารยาทมากพอที่จะก้มหน้าทักทายอีกฝ่ายกลับ

“ท่านสส วันนี้้ทำไมถึงเข้ามาบอหล่ะครับ” ชายชราคนหนึ่งที่ถือตำแหน่งประธานฝ่ายบุคคลเอ่ยขึ้น

“สสอะไรหล่ะท่านวิสุธ..ผมยังไม่ถูกรับเลือกเลยนะครับ”

"ผมแวะมาฟังหน่อย เห็นว่าสถานการณ์ไม่นิ่ง ก็เลยอยากช่วยเสนอทางออก"

ชินเรศยิ้มมุมปาก สอดมือไพล่หลังราวกับไม่ใช่คนที่เพิ่งฉีกกฎมารยาทการประชุม บรรยากาศในห้องตึงขึ้นทันที และแม้ไม่มีคำพูดตรงๆ หลุดออกจากปากใคร แต่ทุกคนในห้องล้วนรับรู้ ว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของสินค้าเสียหายอีกต่อไป แต่คือเกมของอำนาจ...

 

แดดบ่ายยังร้อนจัด แม้เงาของชายคาหน้าบ้านจะช่วยตัดแสงไว้ได้บ้าง แต่เหงื่อที่ซึมข้างขมับของชรัณก็บอกชัดว่าเขายืนนิ่งอยู่นานแล้ว เสียงเครื่องยนต์ของรถคันหนึ่งค่อย ๆ แล่นเข้ามาจอดช้า ๆ ด้านหน้า

ชรัณยกสายตามอง ราวกับรอเพียงเสียงนี้มานาน ประตูรถเปิดออกอย่างระมัดระวัง ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับขึ้นถึงข้อศอกก้าวลงจากเบาะ ผ้าพันแผลสีขาวสะดุดตาที่แขนขวา

ทำให้หัวใจของคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านกระตุกวูบ ไม่ใช่แผลใหญ่ ไม่ใช่ครั้งแรกที่อีกฝ่ายบาดเจ็บ แต่สำหรับชรัณแค่รอยขีดข่วนจากเรื่องที่เขาเป็นต้นเหตุ มันก็มากเกินพอ

“นาย...” เสียงของเขาเบากว่าที่ตั้งใจ ทิวาหันมามอง สีหน้าเรียบขรึม แต่แววตานิ่งลงเล็กน้อยเมื่อเห็นคนตรงหน้ายืนรออยู่โดยไม่ขยับไปไหน

“คุณชรัณไม่ต้องออกมารับผมก็ได้นะครับ”

“แล้วจะให้ฉันนั่งเฉย ๆ อยู่ในบ้าน?” ชรัณย้อนแต่เสียงไม่ได้แข็ง มันแฝงด้วยความโล่งใจที่อีกฝ่ายกลับมาโดยปลอดภัย

ทิวาหยุดยืนตรงหน้าเขา ไม่มีคำทักทาย ไม่มีรอยยิ้ม มีเพียงการสบตากันนิ่ง ๆ เหมือนจะบอกอะไรหลายอย่างที่ไม่ต้องพูด “หมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมากครับ”

ชรัณพยักหน้าเบา ๆ “ฉันรู้ แต่แผลก็ยังเจ็บใช่ไหม” ทิวาไม่ตอบ เขาเพียงยกมุมปากขึ้นนิดเดียว เป็นรอยยิ้มที่ไม่บ่อยนักจะปรากฏ

“เข้าไปเถอะ แดดมันแรง” ชรัณว่าพลางพยุงอีกฝ่ายเข้าไปในตัวบ้าน ท่าทางที่คล้ายจะเฉยชา แต่จริง ๆ แล้วคือความห่วงใยที่แสดงออกอย่างนุ่มนวลที่สุด ทิวาเดินเข้าไปโดยไม่ปฏิเสธและเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน ที่บรรยากาศรอบตัวเขา...ไม่ตึงเครียดอีกต่อไป

 

ในระหว่างที่ทิวาพักรักษาตัว ร่างหนาก็มีชรัณคอยดูแลไม่ห่าง หลังจากชรัณทำงานเสร็จเขาก็จะมาเช็คอาการของทิวาทุกครั้งในเวลาที่ตนนั้นว่าง คอยช่วยเหลือทิวาจนอีกฝ่ายเริ่มจะเกรงใจ ทิวานั้นเข้าใจว่าชรัณรู้สึกผิด แต่ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ความผิดของเขาเลย

แต่ถ้าพูดออกไปแล้วอีกฝ่ายให้คนอื่นมาดูแลเขาจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นเขาจะไม่พูดก็แล้วกัน แผนนี้เพื่อใกล้ชิดและสืบเกี่ยวกับตัวชรัณได้มากขึ้น ไม่มีพิเศษใส่ไข่อะไรทั้งนั้น

 

วันนี้ชรัณกลับมาจากการประชุมที่แสนเบื่อหน่ายในเวลาเกือบสี่ทุ่ม ร่างสูงเดินขึ้นบันไดเพื่อมุ่งตรงไปที่ห้องของตัวเองทันที เมื่อประตูเปิดออกก็เผยให้เห็นร่างหนาผิวขาวนั่งอ่านหนังสือรอเจ้าของห้องอยู่บนเตียงหลังใหญ่

ชรัณถอนหายใจเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทิวาเข้ามาในห้องของเขาโดยพลการ แต่ในห้องของเขาไม่มีอะไรสำคัญ ถึงพูดไปทิวาก็คงยังทำต่อไปเพราะปกติเขาก็เข้าห้องอีกฝ่ายโดยไม่ขออนุญาตเช่นกัน

“วันนี้กลับดึกนะครับ”

ทิวาละสายตาจากหนังสือที่ตนอ่าน แขนข้างขวาของเขาถูกพันด้วยผ้าพันแผล หมอบอกว่าแผลของเขาใกล้จะหายแล้วสามารถถอดผ้าพันแผลออกได้เลย

แต่ชรัณนั้นไม่ยอมเพราะกลัวแผลเขาจะติดเชื้อ ถึงแม้จะเคืองนิดหน่อยแต่ถ้ามีชรัณอยู่ดูแลตลอดเขาก็ไม่คิดขัดอีกฝ่าย

“ประชุมกับผู้บริหาร...ไม่จบไม่สิ้นสักที”

ชรัณเอ่ยออกมา น้ำเสียงยังมีความหงุดหงิดจากเหตุการ์ณที่อยู่ในห้องประชุม พวกตาแก่นั้นอยากจะให้เขาออกจากตำแหน่งประธาน เขาจะออกให้โง่เหรอ ในเมื่อบริษัทนี้ปู่กับพ่อเขาก็เป็นคนสร้างขึ้นมาเอง

ร่างสูงถอดสูทออกจากตัววางพาดไว้ที่เก้าอี้ ทิวาลอบมองใบหน้าของชรัณที่ดูอิดโรย หลายวันมานี้อีกฝ่ายดูแลเขาตลอดแถมยังต้องเข้าไปฟังเรื่องไร้สาระในบริษัททุกวัน

ถึงแม้เขาจะไม่ได้ไปด้วยแต่ก็รู้ว่าเรื่องที่พวกเขาประชุมนั้นเกี่ยวกับชรัณทั้งหมด พวกมันอยากบีบบังคับให้ชรัณลาออก

“วันนี้ผมจะกลับไปนอนที่ห้องนะครับ”

“??”

“คุณดูเหนื่อย พักผ่อนให้เต็มที่เถอะครับ” เอ่ยจบ ทิวาก็ลุกขึ้นเตรียมพร้อมที่จะออกจากห้องของชรัณ ชรัณเดินมาขวางทางไม่ให้ร่างหนาได้เดินต่อ ทิวาเลิกคิ้วมองก่อนที่จะยิ้มออกมาเมื่ออีกฝ่ายดึงเขาเข้าไปจูบ

ชรัณเป็นฝ่ายผละออกจากสัมผัสวาบหวาม ใบหน้าคมมีริ้วสีแดงขึ้นจางๆ มือหนาของทิวายกขึ้นลูบที่แก้มของชรัณเบาๆ ทั้งคู่ต่างสบตากัน ไม่มีคำพูดใดเอื้อนเอ่ยมีเพียงสายตาที่สื่อถึงกัน

ชรัณจูงมือทิวามาที่เตียง ก่อนที่จะผลักร่างหนานอนลงบนเตียงด้วยความอ่อนโยน ชรัณถอดเสื้อเชิ้ตแขนยาวของเขาออก ตามด้วยปลดเข็มขลัดและถอดกางเกงสแล็คสีดำออก ภาพทั้งหมดถูกฉายชัดในดวงตาคมของทิวา ซึ่งตัวเขาก็ไม่รอช้าที่จะถอดกางเกงวอร์มของตนตามเช่นกัน

แกนกายลำเขื่องปรากฏสู่สายตาของชรัณ แม้จะเห็นมาแล้วหนึ่งครั้งแต่ตัวเขาก็ไม่ชินเสียที ร่างสูงนั่งลงบนเตียงสายตาไล่มองทิวาตั้งแต่หัวจรดเท้า

“อมให้ผมได้ไหมครับชรัณ”

“...”

 

สะโพกสอบขยับส่ายร่อนเป็นจังหวะ มือหนาของทิวาประคองเอวสอบของคนด้านบนไว้ ใบหน้าคมขมวดคิ้วมุ่นเพราะแกนกายด้านในตัวเขาดูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นอีกแล้ว

“ใจเย็นๆ ครับ..ผมไม่หนีคุณไปไหนหรอก” ทิวาเอ่ยออกมาอย่างขบขัน เพราะคนด้านบนดูจะอยากขย่มสวนเขาลงมาให้ได้ ถ้าไม่ติดว่าตนนั้นยังเจ็บแผลอยู่ เขาจะจับผลิกอีกฝ่ายแล้วปราบพยศทั้งคืน

“อ๊ะ..อืม..พูดมาก”

เสียงกระซิบต่ำพร้อมจิกตาคมสบประสานกับสายตาแน่วแน่ของทิวา ก่อนที่สะโพกสอบจะขยับร่อนลงมาอีกครั้งช้าๆ จังหวะที่ค่อยเป็นค่อยไป ราวกับต้องการกลืนกินความอดทนของเขาทีละน้อย

มือหนาเลื่อนจากเอวมายึดบั้นท้ายแน่น ทิวาเม้มปากแน่นพยายามไม่ปล่อยเสียงครางลอดออกมา แต่ยิ่งอีกฝ่ายขยับลงมาอย่างจงใจ ท่อนแขนแกร่งก็เริ่มสั่น

“ถ้าไม่ติดว่าเจ็บ...” เขาพึมพำเสียงพร่า แววตาฉายความกรุ่นร้อน

“ก็คงจับฉันพลิกลงไปแล้วใช่ไหมหล่ะ..อ่า” คนด้านบนถามเสียงหอบเบา ปลายนิ้ววางอยู่บนแผ่นอกของเขา ราวกับเตรียมยันไว้หากต้องหลบแรงรุกกลับ

ทิวายิ้มมุมปาก นิ้วมือไล้ขึ้นไปจนถึงแผ่นหลังลูบไล้ช้าๆ ก่อนจะกระซิบอย่างเย้ายวน “อย่ายั่วสิครับ...ไม่งั้นผมจะอดใจไม่ไหวจริงๆ” เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากอีกฝ่าย แต่จังหวะการร่อนกลับไม่ยอมช้าลงเลยแม้แต่น้อย

เสียงลมหายใจแผ่วร้อนคลอเคลียกันอยู่ในความเงียบงันของห้องนอน ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน ทิวาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สัมผัสจูบอ่อนโยนของชรัณที่โน้มตัวลงมาหา

“อย่าขยับแรงนัก...” เขากระซิบเตือน แต่ฝ่ามือก็กลับลูบไล้ไปตามแนวสันหลังของคนบนร่างอย่างลุ่มหลง

ร่างสูงแสยะยิ้มน้อยๆ ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ “อะไร แค่นี้ไม่ไหวแล้วเหรอ?”

“หึ อย่าท้า” ทิวากระชับมือบนสะโพกแน่นขึ้นนิด ก่อนจะปล่อยให้อีกฝ่ายขยับอีกครั้งอย่างช้าๆ ยั่วเย้าแต่เต็มไปด้วยความปราถนา

เสียงเนื้อกระทบเนื้อแผ่วเบาดังประสานกับเสียงหอบหายใจของทั้งสอง ราวกับจังหวะดนตรีที่เร่งเร้าขึ้นทีละน้อย ขณะที่สายตายังคงมองกันไม่กะพริบ

“...คุณไม่เคยฟังกันเลยใช่ไหม” ทิวาเอ่ยเสียงพร่า แต่อ่อนลงกว่าเดิม เพราะความอ่อนโยนของอีกฝ่ายทำให้เขาไม่อาจต้านทานได้จริงๆ

“มีปัญหาหรือไง?”

ใบหน้าคมซบลงบนลาดไหล่ของคนใต้ร่าง แผ่นอกเปลือยเปล่าแนบชิดกันราวกับไม่มีวันยอมปล่อยมือ ชรัณขยับตัวช้าๆ จังหวะเนิบนาบแต่เปี่ยมด้วยอารมณ์ นิ้วมือเรียวยันอกเขาไว้เบาๆ เหมือนจะบอกให้รั้งไว้แค่พอดี ไม่รีบร้อน ไม่เร่งเร้า

สะโพกสอบยังคงเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ละเมียดละไม ทิวาเอื้อมมือขึ้นโอบแผ่นหลังอีกฝ่าย ลูบไล้ปลอบโยนราวกับกลัวว่าคนตรงหน้าจะหลุดลอยหายไป

“มองหน้าผมสิ” เขากระซิบแผ่ว ริมฝีปากแตะแก้มเนียนเบาๆ “อย่าหลบตา”

ชรัณเงยหน้าขึ้น สบตากับแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนของเขา จังหวะการขยับของร่างกายยังคงต่อเนื่อง แต่ไม่มีความรีบเร่งหรือแรงปรารถนารุนแรง มีเพียงความโหยหาที่ค่อยๆ ปลดปล่อยผ่านการสัมผัสอ่อนละมุน

“ผมอยู่ตรงนี้นะครับ...อยู่ตรงนี้กับคุณ” ทิวาว่าพลางเลื่อนมือมาทาบเหนือหัวใจของอีกฝ่าย รับรู้ถึงการเต้นของชีพจรที่ตรงจังหวะกับของเขา

“อือ...” เสียงครางเบาๆ หลุดจากริมฝีปากของชรัณ ก่อนเขาจะโน้มหน้าลงมาซบไหล่อีกฝ่าย กลิ่นกายของทิวาอบอุ่น ปลอดภัย และชวนให้รู้สึกอยากละลายอยู่ในอ้อมแขนนี้ไปนานแสนนาน

ไม่มีคำพูดเพิ่มเติม...มีเพียงความรู้สึกที่ไหลเวียนผ่านผิวกาย ผ่านการสัมผัสที่ไม่ใช่แค่เพื่อปลดปล่อยแต่ช่วยปลอบประโลมคนทั้งคู่อย่างอ่อนโยน