ภายใต้เงาอำนาจของตระกูลอัครวรรธน์ ทิวากรแฝงตัวเพื่อสืบเรื่องยา 'ฟีโรโมน' และแก๊งควันปืน แต่หัวใจกลับถูกพันธนาการไว้ด้วยเสน่ห์ของ ชรัณ เป้าหมายที่เขาไม่อาจเล็งปืนใส่ได้ลง
ดราม่า,ชาย-ชาย,รัก,โอเมกาเวิร์ส,พันธนาการรักใต้ปืน,อินิกม่าxอัลฟ่า,ตำรวจ,ประธานบริษัท,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พันธนาการรักใต้ปืนภายใต้เงาอำนาจของตระกูลอัครวรรธน์ ทิวากรแฝงตัวเพื่อสืบเรื่องยา 'ฟีโรโมน' และแก๊งควันปืน แต่หัวใจกลับถูกพันธนาการไว้ด้วยเสน่ห์ของ ชรัณ เป้าหมายที่เขาไม่อาจเล็งปืนใส่ได้ลง
#พันธนาการรักใต้ปืน
“ภารกิจของเขาคือ ‘จับพิรุธ’ ไม่ใช่ ‘ตกหลุมรัก’
แต่หัวใจก็ทรยศก่อนกระสุนจะลั่น”
ภายใต้เงาอำนาจของตระกูลอัครวรรธน์
ทิวากร แฝงตัวเข้ามาในฐานะบอดี้การ์ด
เพื่อสืบว่าตระกูลนี้มีเอี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่
ตั้งแต่การค้ายาฟีโรโมน ไปจนถึงความเกี่ยวข้องกับแก๊งควันปืน
แต่เมื่อได้เข้าใกล้ ชรัณ
ประธานหนุ่มผู้เป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล
เขากลับพบว่า...
เป้าหมายที่ควรจับตา
กลับกลายเป็นคนเดียวที่เขาไม่อาจเล็งปืนใส่ได้ลง
(ทิวา) ทิวากร หรัณพิรมณ์ อายุ 30(26)
188/82/60
13.12
ตำรวจ-บอดี้การ์ด
"เพราะงั้น...ขย่มให้หน่อยได้ไหมครับชรัณ..นะครับ"
(ชิน) ชรัณ อัครวรรธน์ อายุ 28
184/78/58
19.07
ประธานบริษัท-หัวหน้าแก๊งควันปืน
"ได้มายังไงก็ไม่สำคัญหรอกหน่า สุดท้ายเขาก็เป็นบอดี้การ์ดของฉันอยู่ดีนั้นแหละ"
ติดต่อนักเขียนได้ที่
https://www.tiktok.com/@khunwara36?is_from_webapp=1&sender_device=pc
คาเฟ่เล็ก ๆ ขนาดไม่ใหญ่นักซ่อนตัวอยู่ในซอยเงียบสงบ ตัวร้านตกแต่งด้วยสไตล์มินิมอลที่เรียบง่าย สีหลักคือขาวนวล ตัดกับไม้สีอ่อนและเฟอร์นิเจอร์โทนอบอุ่น ทุกอย่างในร้านดูโปร่ง โล่ง และเป็นระเบียบ
โต๊ะไม้เรียบ ๆ กับเก้าอี้ดีไซน์เรียบง่ายถูกจัดวางห่างกันพอดี ไม่มีของตกแต่งฟุ่มเฟือย มีเพียงแจกันดอกไม้แห้งเล็ก ๆ บนโต๊ะ และกรอบรูปเส้นลายมินิมอลที่แขวนอยู่บนผนังขาวสะอาด
หน้าต่างกระจกใสสูงจากพื้นถึงเพดานเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้ร้านสว่างอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งแสงไฟมากนัก ในบางมุมมีเบาะนั่งเตี้ย ๆ ริมหน้าต่างให้ลูกค้านั่งเหยียดขา จิบกาแฟช้า ๆ พลางมองคนเดินผ่านไปมา
เสียงภายในร้านเบาและนุ่ม เพลงที่เปิดคลอเป็นแนว lo-fi หรือ acoustic ญี่ปุ่น ฟังสบายไม่ขัดบทสนทนา กลิ่นกาแฟหอมอ่อน ๆ ลอยปนกับกลิ่นไม้และกลิ่นขนมที่ทางร้านพึ่งอบเสร็จ
ชรัณนั่งรอผู้จัดการสาขาที่นัดชรัณมาคุย อีกฝ่ายบอกเขาว่ามีเรื่องด่วน ทิวาเดินมาหาชรัณพร้อมถือแก้วกาแฟด้วยมือทั้งสองข้าง ร่างหนานั่งลงข้างๆ ชรัณ ร่างกายของทิวานั้นค่อนข้างใหญ่โตทำให้มีเบียดชรัณบ้างบางครั้ง ชรัณก็ไม่เข้าใจอีกฝ่ายเหมือนกันว่าทำไมต้องมานั่งโซฟาเดียวกัน ที่ก็เหลือตั้งมากมาย “ฉันบอกว่าอยากดื่มน้ำหวาน”
“ยังเช้าอยู่ครับ”
“นี่ตอนเที่ยง” เอ่ยจบคนผิวขาวก็เผยริยยิ้มออกมาอย่างน่าหมั่นไส้ พวกเขานั่งรอคนที่นัดชรัณไว้เกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดอัลฟ่าหัวหน้าแผนกตรวจสอบก็ปรากฏตัวขึ้น เขานั่งลงตรงข้ามชรัณและขยับแว่นตาหนาเตอะของตัวเองเบาๆ
“สวัสดีครับคุณชรัณ”
“ผมควรหักเงินเดือนไหมถ้าจะมาสายขนาดนี้ คุณนัดผมมาเองนะ” ชรัณเอ่ยเตือนทำเอาคนฟังขนลุกซู่ อัลฟ่าร่างสูงกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“ขอโทษด้วยครับ พอดีที่คลังเก็บสินค้ามีปัญหานิดหน่อยครับ”
“มีปัญหาถูกเวลาดีนะ” ชรัณนั่งไขว่ห้าง ฟีโรโมนเข้มข้นเริ่มถูกปล่อยออกมาบางเบาเพื่อกดดันคนตรงหน้า ทิวาวางมือลงบนขาของชรัณลูบเบาๆ เพื่อให้อีกฝ่ายใจเย็น
“เริ่มเถอะ สรุปแล้วหาเจอหรือยังใครเป็นคนขโมยยาไป”
“ค..คุณชรัณรู้ได้ยังไงครับ” เขาก้มหน้าลงเพราะรู้สึกถูกกดดันจากสายตาของชรัณที่มองมาที่ตน อีกฝ่ายพร้อมที่จะจัดการเขาแน่ถ้ายังไม่รู้ว่าใครเป็นต้นเหตุ ไหนจะบอดี้การ์ดร่างหนาที่นั่งอยู่ข้างๆ ชรัณอีก เขาไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
“ตอนนี้ยังไม่เจอคนที่เอาไปครับ”
“....” บรรยากาศบริเวณนั้นเริ่มอึดอัดมากขึ้น ชรัณมองหน้าของอัลฟ่าที่นั่งตรงข้ามด้วยสายตาเรียบนิ่ง ทางด้านทิวามองออกไปนอกร้าน เขาพบใครคนหนึ่งที่คุ้นตานักก่อนที่จะหันไปกระซิบกับคนผิวแทน “ผมขอออกไปข้างนอกสักครู่นะครับ”
“อืม”
เมื่อได้รับอนุญาตร่างหนาก็รีบเดินออกไปจากคาเฟ่ทันที และเดินตามชายคนนั้นที่เขาคิดว่าเป็นคนรู้จัก ร่างหนาเดินตามอีกฝ่ายไปติดๆ ทิวาเดินตามชายคนนั้นจนถึงตรอกซอยเล็กๆ ตรอกหนึ่ง
เขาตัดสินใจเดินตามอีกฝ่ายเข้าไป ชายคนนั้นหันมามองเขาทันทีพร้อมกับชักปืนออกมาจ่อที่หน้าของทิวา
“หมวดทิว...” อีกฝ่ายตกใจที่ทิวารู้จักตนก่อนที่จะลดปืนลง “คุณรู้จักผมได้ยังไง”
“จากแฟ้มเอกสาร คุณเป็นตำรวจที่หายไปหลังจากเข้าไปสืบเกี่ยวกับแก๊งควันปืน”
“ไม่คิดว่ากรมตำรวจจะเก็บเรื่องที่ผมเข้าไปสืบไว้ด้วย” อีกฝ่ายหัวเราะออกมา ทิวามองอัลฟ่าตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ เขาไม่เข้าใจว่า
หมวดทิวออกมาได้ ทำไมเขาถึงไม่กลับไปรายงานตัว ปล่อยให้คนอื่นตามหาโดยไม่มีล่องลอยอะไรเหลืออยู่ ทิวาไม่ปล่อยให้ความสงสัยของตนเป็นแค่ความคิด เขาอยากจะรู้เรื่องทั้งหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น “ทำไมคุณถึงไม่กลับไปรายงานตัว”
“ก็ได้งานใหม่แล้ว ผมเลยไม่กลับ” อีกฝ่ายเอ่ยอย่างสบายใจเขาพิงผนังพร้อมกับไขว้แขน
“งานใหม่ที่ว่าคืออะไรครับ”
“เป็นสายสืบให้คุณเสือ เงินดีนะ คุณสนใจไหม” ทิวาเลือดขึ้นหน้า อีกฝ่ายไม่สำนึกแถมยังชักชวนให้เขาเข้าร่วมอีกตั้งหาก
ทิวาสงบสติอารมณ์ก่อนที่จะเริ่มถามเรื่องทั้งหมดของคนที่เคยเป็นผู้หมวดให้ครบถ้วน เพื่อนำไปรายงานแก่กรมตำรวจ ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่คิดอะไรมากแถมยังภูมิใจกับสิ่งที่ตนทำ
ทิวาเดินออกจากซอยนั้นและมุ่งหน้ากับไปที่คาเฟ่ อัลฟ่าหัวหน้าแผนกกลับไปแล้วตอนนี้เหลือเพียงชรัณที่นั่งรอเขาอยู่ บนโต๊ะกลมสีขาวมีเค้กชอกโกแลตวางไว้อยู่สองชิ้น แต่เจ้าของมันกลับทำเพียงจ้องมองไม่ลงมือกิน “กลับมาแล้วครับ”
ชรัณปลายตามองอีกฝ่าย มือเรียวหยิบซ้อมจิ้มลงที่เค้กหนึ่งชิ้น ดวงตาคมมองนิ่งไปที่ทิวาโดยไม่เอ่ยคำใด ดูเหมือนว่าการคุยกันของหัวหน้าแผนกกับชรัณจะไม่ค่อยดีเสียเท่าไหร่
“นายไปไหนมา”
“เจอคนรูู้จักเลยคุยนานไปหน่อยครับ”
“อืม”
ภายในสองวันทิวาก็จับตัวคนร้ายที่ลอบนำฟีโรโมนซึ่งเป็นฟีโรโมนที่กำลังพัฒนาออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตสำเร็จ เขาสืบถึงเบื้องหลังว่าอีกฝ่ายทำงานให้ใคร และนำยาไปทำอะไร
เขาสืบจนรู้เรื่องทั้งหมดแต่ไม่สามารถบอกชรัณได้เพราะกลัวว่าจะไปกระทบกระเทือนกับจิตใจอีกฝ่าย และเรื่องที่เขาสืบจะนำไปคุยกับผู้การอีกที “จะเป็นคนของอาฉันได้ยังไง”
“แน่ใจนะว่าตรวจสอบดีแล้ว”
ชรัณมองทิวาพยักหน้าตอบตน มือเรียวยกขึ้นกุมขมับ พลางคิดว่าอาของตนจะเอายาที่ยังพัฒนาไม่เสร็จไปทำอะไร คิดมากไปก็รู้สึกปวดหัวจนอยากจะอาเจียน หลายวันมานี้ชรัณไม่ได้พักเพราะบริษัทมีเรื่องต้องทำเยอะมาก ไหนจะเรื่องที่ทิวาพึ่งบอกตนอีก
“อาอาจจะเอาไปพัฒนาเพิ่ม”
“ถ้าเขาอยากจะพัฒนาเพิ่มเขามาคุยกับคุณชรัณก็ได้ครับ ไม่จำเป็นต้องขโมย”
ทิวาและตินภพพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่จริณเอ่ย เพียงแต่ชรัณก็ยังเชื่อไม่หมดว่าอาของตนจะให้คนมาขโมยยาไปจริงๆ
บ่ายวันนั้นรองประธานได้เข้ามาพบชรัณด้วยเหตุผลว่าคิดถึงหลาน ซึ่งเหมาะเจาะกับที่ชรัณอยากจะคุยกับอีกฝ่ายพอดี ในห้องของชรัณมีเพียงทิวา ชรัณ และอาของเขา ชินเรศมองที่ทิวาชั่วครู่ก่อนจะหันมายิ้มให้กับหลานชายของตน
“ไม่คิดว่าหลานชอบให้คนอื่นอยู่ในห้องด้วย” ชรัณมองไปที่ทิวาก่อนจะเอ่ย
“ก็สบายใจดีนะครับอา”
“อารู้เรื่องที่มีคนขโมยยาเรื่องไปถึงไหนแล้วหล่ะ หาตัวเจอหรือยัง” ชินเรศเอ่ยถามออกไปตามมารยาททั้งที่รู้อยู่แล้วว่าชรัณหาคนที่ตนจ้างเจอแล้ว
“เจอแล้วครับ อาครับ ทำไมอาถึงต้องให้คนมาขโมยยาไปด้วยครับ”
ชินเรศยิ้มบาง เขายกน้ำเปล่าที่ชรัณเตรียมไว้ให้ขึ้นดื่ม ท่าทางของอีกฝ่ายอ่านไม่ออก เขามองกลับมาที่ทิวาอีกครั้ง นี้เป็นครั้งที่สามที่พวกเขาเจอกัน
ปกติทิวาจะติดตามผู้การตลอด ไม่แปลกที่ชินเรศจะรู้จักเขา เพราะชินเรศเป็นว่าที่สมาชิกผู้แทนราษฎร โดยหลายคนบอกว่าเขานั้นเป็นคนดี แต่ดีแค่เปลือกนอกเพียงเท่านั้น
“อาแค่อยากรู้ว่าชินพัฒนายาไปถึงไหนแล้ว” ชรัณพยักหน้า ถึงจะไม่อยากเชื่อ แต่อีกฝ่ายมีศักดิ์เป็นถึงอาตัวเองเป็นน้องชายของพ่อ เขาเลยเลือกที่จะเชื่อชินเรศสักครั้ง
“ชินไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับอาหรอก”
“ชินต่างหากที่น่ากังวลที่สุด”
เมื่อเอ่ยจบเขาก็มองกลับไปที่ทิวาอีกครั้ง คนมีอายุเยอะที่สุดแสยะยิ้มออกมา ชินเรศลุกขึ้นยืนและเดินเข้ามาหาทิวา อีกฝ่ายมองที่ทิวาอย่างพิจารณา ก่อนจะกระซิบให้เพียงทิวาได้ยิน
“ไม่คิดว่าจะเจอกันอีกนะครับ..สารวัตร”
“มาทำคดีอะไรหล่ะ” ทิวาถอยห่างเพียงเล็กน้อย เป็นชรัณที่เดินเข้ามาแทรกทั้งคู่
“อากลับเลยไหมครับ” ชินเรศพยักหน้าและเดินออกจากห้องของชรัณไป ทิวาถอนหายใจบางเบา แต่ก็ยังไม่รู้สึกโล่งมากนัก ชินเรศต้องรู้แน่ว่าเขาเข้ามาสืบ ถ้าอีกฝ่ายบอกกับชรัณเขาจะทำอย่างไรต่อ
“กลัวอาฉันเหรอ หน้าซีดเชียว” ทิวายิ้มบาง แต่ในหัวกลับคิดไม่ตกว่าจะเอาอย่างไรต่อไปดี ถ้าเกิดอะไรขึ้นเขาต้องวางแผนไว้ล่วงหน้าเสียแล้ว เพื่อทำให้ภารกิจสำเร็จ