ความรักที่สวยงามที่สุด บางครั้งก็สั้นที่สุด และคนที่อยากเก็บไว้นานที่สุด…คือคนที่ธรรมชาติไม่ได้อนุญาตให้เราเก็บ
รัก,ดราม่า,ชาย-ชาย,ไทย,แฟนตาซี,แฟนตาซี,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ชั่วคราวที่อยากให้ยาวนานความรักที่สวยงามที่สุด บางครั้งก็สั้นที่สุด และคนที่อยากเก็บไว้นานที่สุด…คือคนที่ธรรมชาติไม่ได้อนุญาตให้เราเก็บ
เมื่อ ชัยยะ มักกะลีผลเพศชายผู้ถูกกดขี่ทุกวันในหุบเขาลับแล ตัดสินใจหนีออกจากชีวิตที่ถูกทารุณเพียงเพื่อสัมผัสอิสระที่ไม่เคยมี เขาถลำเข้าโลกมนุษย์อย่างเปราะบาง—พร้อมชะตาที่กำลังนับถอยหลังสู่ความตาย
เสียงรองเท้าผ้าใบหยุดลงห่างจากร่างของชัยยะเพียงไม่กี่ก้าว
ชลชะงัก…เงยหน้ามองไปรอบ ๆ ก่อนจะก้มลงมองร่างหนุ่มที่แทบจะเปลือยทั้งตัวนอนคดงอบนพื้นดินเย็น
แสงไฟงานวัดที่สะท้อนมาตามลมทำให้ผิวของชัยยะดูสว่างกว่าปกติ
แผ่นหลังมีรอยกึ่งแดงกึ่งเลือด
ผมยาวเปียกเหงื่อคลอเคลียหน้าคมอ่อนนั้นเหมือนภาพฝันที่หล่นมาจากอีกโลกหนึ่ง
ชลกลืนน้ำลาย
หัวใจเต้นจนแทบหลุดจากอก
“เฮ้… นาย ได้ยินผมไหม”
เขาเอื้อมมือไปแตะแขนของชัยยะเบา ๆ
สัมผัสแรก…อุ่น
นิ่ม
และสั่นระริกเหมือนผลไม้สุกที่อยู่ในมือคนแปลกหน้า
ชัยยะสะดุ้งทั้งตัว
ดวงตาเบิกกว้าง แล้วรีบพยายามคลานหนีด้วยความกลัว
ผ้าบาง ๆ ที่พันอยู่หลุดออกจากไหล่จนเผยให้เห็นช่วงอกสวยคมแบบไม่มีทางซ่อน
“อย่า…!”
เสียงของเขาเบาและแหบ ราวกับทั้งชีวิตไม่ค่อยได้พูด
ชลยกมือขึ้นเป็นเชิงปลอบ
“โอเค ๆ ไม่ทำอะไร นายใจเย็นนะ ผมแค่จะช่วย”
แม้คำพูดจะอ่อนโยน
แต่สายตาของชลยังไม่คลายความตกใจและหลงใหลในความงามตรงหน้า
ไม่ใช่ความใคร่
แต่เป็นความงามที่ ไม่เหมือนมนุษย์คนไหน
ชัยยะหอบหนัก
หน้าแดงก่ำเพราะทั้งเหนื่อย ทั้งอับอาย ทั้งหวาดกลัว
ท่าที่เขากอดตัวเองแน่นเพื่อปกปิดร่างกลับทำให้รูปร่างงดงามนั้นยิ่งดูเปียกปอน น่าเอ็นดู และน่าปกป้อง
ชลคุกเข่าลง
ระดับสายตาทั้งคู่ใกล้กันจนลมหายใจสัมผัสกันได้
“นายเจ็บตรงไหนบ้าง?”
ชลเอื้อมแตะไหล่ที่มีรอยแดงเพียงปลายนิ้ว
ชัยยะสะดุ้งอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้…เขาไม่หนี
เพราะสัมผัสของคนตรงหน้าไม่เหมือนผู้คุม ไม่เหมือนคนลับแล ไม่เหมือนใครเลย
มันอุ่น
นุ่ม
ช้า
และไม่บังคับเขาแม้แต่นิดเดียว
น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว
“ผม…ไม่รู้ที่นี่คือที่ไหน”
เสียงสั่นเหมือนคนเดินทางไกลหลงโลก
ชลค่อย ๆ ถอดเสื้อยืดตัวเองออก
แล้วใส่ให้ชัยยะโดยไม่แตะร่างเขาแม้แต่นิด
เป็นครั้งแรกที่มีใครปิดร่างเขาด้วยความหวังดี
ไม่ใช่เพื่อโชว์
ไม่ใช่เพื่อบังคับ
แต่เพื่อให้เขาอุ่น
ชัยยะนิ่ง…
ก้มมองเสื้อใหญ่ที่คลุมตัวเขาจนปิดทุกอย่างมิดชิด
ความรู้สึกคล้ายถูกกอดทั้งตัวโดยไม่ต้องแตะผิว
หัวใจเขาเต้นแรง
ร่างสั่นจากความหนาว
ชลเงยหน้ามองดวงตาใส ๆ ที่สะท้อนแสงไฟงานวัด
ดวงตานั้นแดงก่ำ น้ำตายังค้างอยู่ที่ขอบขนตา
“นายชื่ออะไร?” ชลถามเสียงเบา
ชัยยะลังเล
ก่อนตอบด้วยเสียงที่เหมือนผลไม้สุกกำลังแตกช้า ๆ
“…ชัยยะ”
เสียงนั้นทั้งอ่อน
ทั้งสั่น
ทั้งเปลือยทางอารมณ์มากกว่าทางกาย
ชลไม่อาจละสายตา
เขาเอื้อมมือขึ้น…เช็ดน้ำตาที่ข้างแก้มให้
นิ้วไล้เบา ๆ ไปตามผิวอุ่นละเอียดจนชัยยะเผลอหายใจขาดช่วง
เป็นการสัมผัสแบบ
ไร้การครอบครอง แต่เต็มไปด้วยความโหยหา
ชัยยะหลับตาเพียงเสี้ยววินาที
และเมื่อเปิดออก
เขาพูดประโยคที่ทำให้ชลถึงกับหยุดหายใจ
“อย่า… อย่าทำแบบนี้กับผม”
เขากระซิบเบา
สายตาเหมือนกำลังร้องไห้แต่ก็หวั่นไหวอย่างประหลาด
“ผม…จะไม่ไหว”
หัวใจชลเต้นรัว
เขาโน้มหน้าเข้าไปใกล้อีกนิดโดยไม่รู้ตัว
ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันในอากาศเย็นของคืนงานวัด ริมฝีปากที่นิ่มหวานดุจน้ำผึ้งของชัยยะทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในตัวชล
นี่ไม่ใช่จูบ
แต่เป็นการเข้าใกล้ที่เร้าอารมณ์ยิ่งกว่า
เพราะชัยยะไม่เคยถูกสัมผัสด้วยความอ่อนโยนมาก่อนเลยทั้งชีวิต
ชลยื่นมือให้
“ไปที่บ้านผมก่อนนะ จะได้เช็ดแผล อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า”
ชัยยะมองมือที่ยื่นมา
มันต่างจากมือของผู้คุม
ต่างจากทุกคนในลับแล
มือของชล…
คือมือของคนที่เห็นเขาเป็น “คน”
ชัยยะวางมือของตัวเองลงบนมือชลอย่างช้า ๆ
และปล่อยให้ชลพยุงเขาลุกขึ้น
เป็นครั้งแรกที่เขายืนด้วยแรงใครสักคนที่ไม่ใช่เจ้านาย
แต่เป็นคนที่อาจ…
จะกลายเป็นมากกว่านั้น