ความรักที่สวยงามที่สุด บางครั้งก็สั้นที่สุด และคนที่อยากเก็บไว้นานที่สุด…คือคนที่ธรรมชาติไม่ได้อนุญาตให้เราเก็บ
รัก,ดราม่า,ชาย-ชาย,ไทย,แฟนตาซี,แฟนตาซี,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ชั่วคราวที่อยากให้ยาวนานความรักที่สวยงามที่สุด บางครั้งก็สั้นที่สุด และคนที่อยากเก็บไว้นานที่สุด…คือคนที่ธรรมชาติไม่ได้อนุญาตให้เราเก็บ
เมื่อ ชัยยะ มักกะลีผลเพศชายผู้ถูกกดขี่ทุกวันในหุบเขาลับแล ตัดสินใจหนีออกจากชีวิตที่ถูกทารุณเพียงเพื่อสัมผัสอิสระที่ไม่เคยมี เขาถลำเข้าโลกมนุษย์อย่างเปราะบาง—พร้อมชะตาที่กำลังนับถอยหลังสู่ความตาย
สถานที่แห่งหนึ่งในส่วนลึกของป่าหิมพานต์
ลึกเข้าไปในหุบเขาที่หมอกปกคลุมตลอดปี มีต้นมักกะลีผลยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางป่าเงียบงัน ลำต้นสูงใหญ่ รากโอบรัดไหล่ผาเหมือนงูยักษ์ และที่กลางกิ่งก้านนั้น มี “ผลหนึ่งเดียว” ห้อยอยู่—ผลที่ผิดเพศ ผิดกฎ ผิดลาง… และผิดทุกสิ่งที่สถานที่นี้เคยเชื่อ
ผลนั้นคือ ชัยยะ
เด็กหนุ่มรูปงามราวผลไม้สุก ผมดำเงายาว หน้าเรียวสวยได้รูปทรงดุจหญิงสาว หุ่นบอบบาง ผิวเนียนดั่งเปลือกทองนวล ดวงตาโตใสจนเห็นความหวาดกลัวลึกซึ้งอยู่ภายใน
เขาถูก “เก็บเกี่ยว” ตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งตัว ตื่นขึ้นมาก็ถูกลากตัวออกมาจากต้น ถูกจับแต่งผ้าบาง ๆ ที่แทบปิดไม่มิด และถูกตั้งไว้ตรงลานหินที่ใช้ประกวดความงามผลไม้มายา
เขาไม่ได้ถูกมองว่าเป็นคน
แต่เป็น “ผล”
สิ่งประดับ
ของหายาก
ต้องยืน ต้องนั่ง ต้องโชว์ตัวไปตามคำสั่งของผู้คุมหุบผา
คืนนี้ก็เช่นกัน—คืนที่หมู่ผู้คุมจัดงานเลี้ยงรับรองแขกจากอีกหมู่บ้าน ชายร่างใหญ่สองคนกำลังลากชัยยะมาที่ศาลากลางหุบผา
“ตั้งตรง ๆ อย่าก้มหน้า”
เสียงผู้คุมตะคอกพลางดันหลังเขาจนเกือบล้ม
ชัยยะกัดริมฝีปากแน่น ไม่กล้าพูดอะไร ร่างกายที่ถูกบังคับให้ทำงานทั้งวันเริ่มสั่นไหว เขาถูกสั่งให้ยืนบนแท่นหินกลางศาลา มีเพียงผ้าพันกายบาง ๆ คล้องไหล่ ทำให้ทุกสายตาเห็นซอกผิวของเขาอย่างจงใจ
ผู้คุมเดินวนรอบตัวเขา ช้า ๆ เหมือนกำลังตรวจดูผลไม้ก่อนขาย
เขาใช้นิ้วไล้จากบ่าลงมาที่ไหล่ แล้วบีบเบา ๆ
แรงกดนั้นไม่ถึงกับเจ็บ แต่ทำให้ชัยยะสะดุ้งจนหัวใจเต้นแรง
“ผิวดี… แต่ผอมไปนิด” ผู้คุมบ่น “ผลผู้ชายมันก็แบบนี้แหละ ไม่อวบเหมือนตัวเมีย”
เสียงหัวเราะดังขึ้นจากฝูงชนเหมือนกำลังชมสัตว์แปลกประหลาด
ชัยยะได้แต่ยืนนิ่ง พยายามไม่ให้ความอับอายไหลขึ้นมาท่วมหน้า
อีกคนจับคางเขาให้เชิดขึ้น
นิ้วแข็งแรงไล่ไปตามสันคอ ไล่ลงถึงกระดูกไหปลาร้า
“เงยหน้าไว้ ให้แขกดู… นั่นแหละ”
น้ำเสียงนั้นเหมือนสั่งให้เขาเป็นของโชว์
ชัยยะรู้สึกเหมือนถูกปลอกเปลือกต่อหน้าทุกคน
แม้ไม่ถูกทำร้ายทางเพศ แต่ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยการ เป็นเจ้าของ
ร่างกายเขาถูกกำหนดทุกท่วงท่า
สายตาทุกคู่จ้องมองเขาเหมือนสินค้า
ผู้คุมอีกคนตบไหล่เขาแรง ๆ
“คืนนี้ต้องอยู่ให้ถึงตีสาม ห้ามงอแงเหมือนเมื่อคืน”
ชัยยะไม่พูด
พูดไม่ได้
เพราะถ้าพูดก็จะถูกตี
เขายืนนิ่งท่ามกลางลานศาลาที่เต็มไปด้วยไฟส่องเฉพาะจุด
แสงนั้นทำให้ผิวของเขาเรืองเหมือนผลไม้สุกสว่าง
ดึงดูดสายตาแบบที่เขาเกลียดที่สุด
บางครั้ง ผู้คุมให้เขา
— นั่งพับเพียบให้เห็นช่วงขา
— ยกมือขึ้นเพื่อให้ผ้าเลื่อนลงเล็กน้อย
— ก้มตัวให้เห็นแผ่นหลังลึกถึงเอว
— เอนตัวบนหมอนเหมือนผลไม้ในตะกร้าโชว์
ไม่ใช่การล่วงละเมิดด้วยความใคร่
แต่เป็น การข่มเหงทางศักดิ์ศรี
ถูกบังคับให้ “งดงามตามที่เขาต้องการ”
เหมือนของเล่น
เหมือนเครื่องประดับราคาแพง
เหมือนสิ่งที่มีไว้ให้ดู ไม่ใช่ให้รัก
ชัยยะหอบหายใจเบา ๆ รู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบล้ม
แต่ต้องยืน
เพราะนั่นคือหน้าที่ของ “ผลไม้ต้องห้าม”
เขาอยากหนี…
แต่ไม่รู้ว่าโลกภายนอกจะมีที่ให้เขาอยู่หรือไม่
เขาไม่เคยเห็นโลกมนุษย์
แต่ได้ยินมาตลอดว่า “ที่นั่นอิสระ”
ความคิดนั้นทำให้หัวใจเขาเต้นแรงกว่าความกลัว
ระหว่างที่ผู้คุมกำลังเพลิดเพลินกับงานเลี้ยง
ชัยยะเห็นประตูไม้ท้ายศาลาเปิดออกเพียงเล็กน้อย
มีหมอกพัดลอดเข้ามา
ทางเดินที่ไม่เคยเปิดให้ผู้ใด
แต่คืนนี้…เปิดเองราวกับเรียกเขา
หัวใจเต้นรัว
ขาเริ่มขยับโดยไม่รู้ตัว
นี่คือโอกาสเดียว
ถ้าเขาไม่หนีคืนนี้… เขาอาจไม่มีวันได้เป็น “คน” เลยตลอดชีวิต
ชัยยะสูดลมหายใจ
ก้าวลงจากแท่น
และหายไปในเงาไม้—
โดยไม่รู้เลยว่าการหนีครั้งนี้ จะพาเขาไปหาคนคนหนึ่ง…
คนที่มองเขาเป็น “คน” ครั้งแรกในชีวิต