เมื่อการมาทำงานที่ร้านน้ำชา มันทำให้หลี่อี้ได้รู้จักกับอีกโลกหนึ่ง ที่หลี่อี้ไม่คิดว่าจะได้เจอ การผจญภัย การช่วยเหลือ มิตรภาพ และความรักจึงเกิดขึ้น

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1 - ตอนที่ 16 ดวงตาพิเศษ โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,แฟนตาซี,ชาย-ชาย,จีน,ยุคปัจจุบัน,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,แฟนตาซี,ชาย-ชาย,จีน,ยุคปัจจุบัน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1 โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อการมาทำงานที่ร้านน้ำชา มันทำให้หลี่อี้ได้รู้จักกับอีกโลกหนึ่ง ที่หลี่อี้ไม่คิดว่าจะได้เจอ การผจญภัย การช่วยเหลือ มิตรภาพ และความรักจึงเกิดขึ้น

ผู้แต่ง

Kevinth M. PoTae

เรื่องย่อ

 

.

เรื่องย่อ เล่ม 1

นามปากกา : Kevinth M. PoTae

วาดปก : strawberriblood

.

หลี่อี้ เข้าเรียนปีหนึ่งในมหาวิทยาลัยเล็ก ๆ ในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง แล้วได้เจอกับร้านชาลึกลับติดกับป่าช้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหอพักและมหาลัยที่เรียนอยู่

ร้านแห่งนี้จะเปิดหลังเที่ยงคืน แต่กลับขายดีมาก เพราะมีนักเที่ยวกลางคืนมานั่งกินกันมากมายจนดูครึกครื้น

แต่หลังจากนั้น หลี่อี้ก็ได้เจอกับเรื่องแปลก ๆ อยู่บ่อยครั้ง แต่แทนที่หลี่อี้จะลาออก เขากลับพาตัวเองไปทำงานพิเศษที่นั่นเพื่อตามหาความจริง แล้วหลี่อี้ก็ได้รู้ว่า สถานที่แห่งนั้นไม่ใช่ที่ธรรมดา ๆ อย่างที่เขาเข้าใจ

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^

Threads : mungkorn_kevinth

Twitter : Kevinth_M

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

สารบัญ

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 1 งานพิเศษ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 3 ร้านธรรมดาที่มีความไม่ธรรมดา,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 4 หวังซู,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 6 ดาราที่ทู่เอ๋อชื่นชอบ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 7 หญิงสาวชุดแดง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 9 เรื่องน่ากลัวที่ไม่คิดว่าจะเจอ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 10 ทู่เอ๋อเสิน…เทพแห่ง LGBTQ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 12 เสี่ยวมู่จื่อและการปิดบังตัวตนของหวังซู,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 13 วิญญาณลักพาตัว,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 14 หวังปว๋อและเป่าเหลียน,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 15 กรุณาช่วยผมด้วยนะครับ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 16 ดวงตาพิเศษ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 2 พี่สาวคนสวย,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 5 นายนี่มันสอดรู้จริง ๆ เลยนะ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 8 สลายวิญญาณ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 11 ข้อต่อรอง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 17 เพื่อนรักแต่วัยเยาว์ (จบเล่ม 1)

เนื้อหา

ตอนที่ 16 ดวงตาพิเศษ

ตอนที่ 16

ดวงตาพิเศษ

 

ฟึ้มมมมม

ทันทีที่วิญญาณดวงนั้นกำลังเคลื่อนตัวไปทางประตูทางออก เพื่อเป็นการนำทางให้กับหลี่อี้ ทันใดนั้น ก็เกิดแสงวูบวาบขึ้นมาจนสว่างจ้าไปทั่วทั้งบริเวณ

วิญญาณผู้ขอความช่วยเหลือสูญสลายหายไปในพริบตา ราวกับว่าไม่เคยมีอยู่บนโลกใบนี้ หลี่อี้ด้วยความตกใจจึงรีบย่อตัวลงไปกับพื้น พร้อมกับเอามือมาบังหน้าเอาไว้ด้วยกลัวว่าอาจเกิดอันตรายขึ้นกับตัวเองเช่นกัน

จนเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างสงบลง หลี่อี้จึงหันไปมองที่ประตู ก็ได้เห็นกับร่างของผู้ชายคุ้นตาหากแต่ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าได้เช่นคราวก่อน จึงไม่อาจรู้ได้ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร

แต่หากพยายามคิดดูดี ๆ ดูเหมือนว่าชายที่ยืนอยู่ตรงกลางประตูนั้น จะเป็นคนเดียวกับที่ช่วยตนจากปีศาจจิ้งจอกคราวก่อนคนนั้น

“นี่คุณอีกแล้วเหรอครับ คุณทำอะไรวิญญาณดวงนั้นลงไป เขามาขอความช่วยเหลือกับผมนะครับ…”

ไม่มีคำตอบจากชายที่ยืนอยู่ตรงประตูนั้น หากแต่เพียงไม่กี่อึดใจผ่านไป ทู่เอ๋อเสินและคนแปลกหน้าสองคนที่หลี่อี้ไม่เคยได้พบหน้า ก็เดินเข้ามาในห้องนั้นอย่างเร่งร้อน ทู่เอ๋อเสินวิ่งเข้ามาประคองร่างหลี่อี้ให้ยืนขึ้น และตรวจสอบว่าเกิดอันตรายขึ้นหรือไม่

“นี่เธอเป็นอะไรบ้างหรือเปล่า เจ็บตรงไหนบ้างมั้ย?”

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้เจ็บตรงไหนเลย พอดีว่าผู้ชายคนนั้น…”

หลี่อี้ที่กำลังพูด พลางหันมองไปที่ประตู หากแต่ชายแปลกหน้าคนนั้นกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียอย่างนั้น คงเหลือไว้แค่ชายหญิงคู่หนึ่งที่ตนเพิ่งได้พบหน้าเป็นครั้งแรกเท่านั้น

“หายไปไหนซะแล้วล่ะ?”

สีหน้าของหลี่อี้ยิ่งเต็มไปด้วยความสงสัย เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมคนคนนั้นถึงคอยช่วยตัวเองอยู่สองครั้งสองคราว หากแต่กลับไม่ยอมเปิดเผยใบหน้าอย่างแท้จริง

“ช่างเถอะ แล้วเจ้าวิญญาณดวงนั้นได้ทำร้ายเธอหรือเปล่า?”

“ไม่เลยครับ จริง ๆ แล้วเขามาขอความช่วยเหลือผมด้วยซ้ำ แต่ผู้ชายคนนั้น ตอนนี้ผมเองก็ไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว วิญญาณดวงนั้นที่หายไป เขาจะปลอดภัยหรือเปล่าครับ?”

“หากเธอหมายถึงวิญญาณดวงนั้น ฉันว่าคงไม่เป็นอะไรมากหรอก แต่เธอบอกฉันว่าเขามาขอความช่วยเหลือจากเธองั้นเหรอ?”

“ใช่ครับ จริง ๆ แล้วเขาตายที่นี่ เขาเป็นนักดับเพลิง เขาเลยมาขอความช่วยเหลือ เพราะเขาเป็นห่วงลูกเมียของเขาที่ยังใช้ชีวิตลำบากอยู่บนโลกมนุษย์ใบนี้ครับ”

“ดูเหมือนว่าเรื่องของเธอมันจะไม่ใช่เรื่องที่จะจบลงง่าย ๆ เสียแล้วสิ”

“ทู่เกอหมายความว่ายังไงครับ?”

“เพราะเธอเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา แต่เธอกลับสามารถมองเห็นวิญญาณพวกนั้นได้ นั่นหมายความว่า เธอมีดวงตาที่พิเศษมากกว่ามนุษย์ทั่วไปน่ะสิ”

.

.

“ในเมื่อปลอดภัยแล้ว ถ้างั้นเราก็พาเจ้าหนุ่มคนนี้กลับไปที่ร้านของคุณนายเมิ่งก่อนเถอะ ที่นี่บรรยากาศไม่ค่อยน่าอยู่เท่าไหร่”

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูซึ่งมาพร้อมกับทู่เอ๋อเสินได้พูดเตือนขึ้น เพื่อให้พาหลี่อี้กลับออกไปจากที่ตรงนี้

“อืม…ก็ดีเหมือนกัน มีอะไรเดี๋ยวเราค่อยไปคุยกันที่ร้านก็ได้…”

.

.

“ฉันคิดว่าเธอจะไม่ทำตามสัญญาซะแล้วสิ ในที่สุดเธอก็กลับมาสินะ…”

คุณนายเมิ่งนั่งอยู่ที่โซฟาหรูซึ่งวางเอาไว้ในห้องทำงานส่วนตัว ที่เมื่อมีเรื่องให้ปรึกษาหรือสั่งงานอะไร ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็มักจะมารวมตัวกันที่นี่เป็นเรื่องที่รับรู้และคุ้นชินกันอยู่แล้วโดยปกติ

“นี่แปลว่า ที่ผ่านมาเถ้าแก่เนี้ยรู้เรื่องนี้มาตลอดสินะครับ”

“นั่นใช่อยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ฉันที่รู้ ทู่เอ๋อก็รู้…”

หลี่อี้เหลือบมองไปยังคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างกันด้วยสายตาตั้งคำถาม เพราะหลี่อี้ไม่เข้าใจ ว่าในเมื่อรู้อยู่แล้ว ว่าหลี่อี้จะต้องพบเจอกับอะไร แล้วทำไมจึงยังปล่อยให้ตนไปอยู่ในที่แบบนั้นคนเดียวด้วย

“อย่ามามองฉันแบบนั้นนะ ก็เธอเป็นคนเลือกที่จะกลับไปอยู่ที่นั่นเองไม่ใช่เหรอ นายหญิงก็เลยตามใจเธอนั่นไง จะโทษใครได้ล่ะ ฉันพยายามเตือนเธอแล้ว ในเมื่อไม่ฟังกันก็เป็นอย่างที่เธอเจอวันนี้นั่นแหละ”

“แล้วแบบนี้ผมจะทำยังไงดีล่ะครับ ผมต้องมาโดนวิญญาณพวกนั้นตามแบบนี้ทั้งวันทั้งคืนไม่ได้หรอกนะครับ”

“ถึงจะอย่างนั้น แต่เธอก็ต้องช่วยให้วิญญาณตนนั้นสมหวัง เพราะเธอได้รับปากกับเขาไปแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอแน่นอน” หลี่อี้ได้ฟังคำนั้นก็ได้แต่ถอนใจในความปากไวของตน แต่ในสถานการณ์แบบนั้น หากไม่รับปาก คงได้โดนหลอกจนเสียสติไปแน่ ๆ

“เธอไม่ต้องกลัวไปหรอก ตอนนี้หวังปว๋อกับเป่าเหลียนก็อยู่ด้วย พวกเขาจะอยู่ที่นี่สักระยะ จนกว่าจะถึงวันเกิดของเจ้าแม่หวังหมู่ครั้งถัดไป เดี๋ยวช่วงนี้ฉันจะให้เขาช่วยดูแลเธอ แต่เธอคงปฏิเสธฉันไม่ได้อีกแล้วนะ เรื่องที่เธอจะต้องมาอยู่ที่นี่น่ะ”

“ครับเถ้าแก่เนี้ย แต่ผมยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับหวังซูเลยครับ ตอนนี้เขาคงจะเป็นห่วงผมแย่แล้ว”

“เธอไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก ก็เจ้าหนุ่มคนนั้นนั่นแหละ ที่เป็นคนมาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือ ตอนนี้ฉันให้เป่าเหลียนไปตามตัวแล้ว อีกเดี๋ยวก็คงจะมา”

.

.

“หลี่อี้!!! นายเป็นยังไงบ้าง?”

ยังไม่ทันขาดคำของคุณนายเมิ่งดี หวังซูก็ผลักประตูเข้ามาแล้ววิ่งเข้ามาหาหลี่อี้ด้วยความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด

“ไอ้เจ้าผีร้ายตัวนั้น มันทำอะไรนายหรือเปล่า แล้วนายเจ็บตรงไหนบ้าง ไหนขอฉันดูหน่อย…”

“นายไม่ต้องเป็นห่วงหรอกน่า ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก พอดีว่ามีคนมาช่วยฉันเอาไว้ทันน่ะ”

“ใครกัน ทู่เอ๋อเสินอย่างนั้นเหรอ?”

.

.

“เสแสร้งสิ้นดี…”

ทันทีที่หวังซูพูดคำนั้นออกมา ทู่เอ๋อที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเสียดสีออกมา ด้วยสีหน้าเอือมระอาเต็มที

“ทู่เกอหมายถึงอะไรเหรอครับ ใครเสแสร้งกัน?”

“เปล่าหรอก ฉันหมายถึงคนแถวนี้น่ะ หวังปว๋อ…นายนี่มันช่างเสแสร้งจริง ๆ เลยนะ ออกไปกับฉันข้างนอกเดี๋ยวนี้เลย”

หวังปว๋อได้แต่ทำหน้างง ๆ พลางยกนิ้วชี้เข้าหาตัวเองสีหน้าเหลอหลา เพราะไม่เข้าใจในคำพูดของทู่เอ๋อเลยสักนิด แต่ก็เดินตามออกไปอย่างว่าง่าย

“ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก นายไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ถ้างั้นเรากลับกันเถอะนะ”

“เดี๋ยวก่อน…”

“ทำไมเหรอ?”

“คือ…ฉันรับปากเถ้าแก่เนี้ยแล้วว่าหลังจากนี้ ฉันจะพักอยู่ที่นี่สักระยะ จนกว่าจะจัดการกับเรื่องราววุ่นวายพวกนี้ได้น่ะ”

“นายว่าไงนะ แต่นายจะอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน อีกอย่าง ฉันก็ย้ายมาอยู่กับนายแล้วนี่นา นายจะกลัวอะไรอีก ถ้าหากเกิดเรื่องอะไรขึ้น เดี๋ยวฉันจะเป็นคนปกป้องนายเอง”

.

.

“ก็อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ เห็นได้ชัดว่าเธอไม่สามารถปกป้องเพื่อนของเธอได้เลย ภูตผีวิญญาณพวกนั้น มันจะเข้ามาหาหลี่อี้ช่วงเวลาไหนบ้างก็ไม่รู้ แล้วคนเลินเล่ออย่างเธอ จะดูแลเพื่อนเธอตลอดเวลาได้ยังไงกันมิทราบ?”

คุณนายเมิ่งที่นั่งฟังอยู่นาน ก็พูดขัดหวังซู ที่ดูจะมั่นอกมั่นใจเสียเหลือเกิน ว่าจะสามารถดูแลหลี่อี้ได้ แม้จะไม่ค่อยพอใจ แต่หวังซูก็ไม่อาจโต้เถียงความจริงข้อนี้ได้ คำพูดนั้นของคุณนายเมิ่งนั้นทำให้สีหน้าของหวังซูสลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่รู้ว่า จะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ยังไง

“เธอไม่ต้องกลัวหรอกนะ ฉันจะดูแลเพื่อนของเธอเป็นอย่างดี ที่นี่มีห้องพักอยู่มากมาย ถ้าหากเธอเป็นห่วง เธอจะมาอยู่ที่นี่ด้วยก็ได้ฉันอนุญาต…”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ที่นี่มีคนดูแลหลี่อี้อยู่มากพอแล้ว ถ้าผมยังอยู่ที่นี่อีกคน คงจะไม่ใช่เรื่องดี เพราะถึงยังไง ผมก็ต้องเจอกับหลี่อี้ที่มหาวิทยาลัยอยู่แล้ว เอาเป็นว่า ถ้าผมอยากจะเจอนอกเหนือจากเวลานั้น เดี๋ยวผมจะมาหาหลี่อี้ที่นี่เองก็ได้ครับ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจเธอก็แล้วกัน ออกไปจากห้องของฉันได้แล้ว ฉันล่ะปวดหัวกับพวกเธอเต็มที…”

.

.