เมื่อการมาทำงานที่ร้านน้ำชา มันทำให้หลี่อี้ได้รู้จักกับอีกโลกหนึ่ง ที่หลี่อี้ไม่คิดว่าจะได้เจอ การผจญภัย การช่วยเหลือ มิตรภาพ และความรักจึงเกิดขึ้น

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1 - ตอนที่ 12 เสี่ยวมู่จื่อและการปิดบังตัวตนของหวังซู โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,แฟนตาซี,ชาย-ชาย,จีน,ยุคปัจจุบัน,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,แฟนตาซี,ชาย-ชาย,จีน,ยุคปัจจุบัน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1 โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อการมาทำงานที่ร้านน้ำชา มันทำให้หลี่อี้ได้รู้จักกับอีกโลกหนึ่ง ที่หลี่อี้ไม่คิดว่าจะได้เจอ การผจญภัย การช่วยเหลือ มิตรภาพ และความรักจึงเกิดขึ้น

ผู้แต่ง

Kevinth M. PoTae

เรื่องย่อ

 

.

เรื่องย่อ เล่ม 1

นามปากกา : Kevinth M. PoTae

วาดปก : strawberriblood

.

หลี่อี้ เข้าเรียนปีหนึ่งในมหาวิทยาลัยเล็ก ๆ ในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง แล้วได้เจอกับร้านชาลึกลับติดกับป่าช้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหอพักและมหาลัยที่เรียนอยู่

ร้านแห่งนี้จะเปิดหลังเที่ยงคืน แต่กลับขายดีมาก เพราะมีนักเที่ยวกลางคืนมานั่งกินกันมากมายจนดูครึกครื้น

แต่หลังจากนั้น หลี่อี้ก็ได้เจอกับเรื่องแปลก ๆ อยู่บ่อยครั้ง แต่แทนที่หลี่อี้จะลาออก เขากลับพาตัวเองไปทำงานพิเศษที่นั่นเพื่อตามหาความจริง แล้วหลี่อี้ก็ได้รู้ว่า สถานที่แห่งนั้นไม่ใช่ที่ธรรมดา ๆ อย่างที่เขาเข้าใจ

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^

Threads : mungkorn_kevinth

Twitter : Kevinth_M

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

สารบัญ

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 1 งานพิเศษ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 3 ร้านธรรมดาที่มีความไม่ธรรมดา,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 4 หวังซู,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 6 ดาราที่ทู่เอ๋อชื่นชอบ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 7 หญิงสาวชุดแดง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 9 เรื่องน่ากลัวที่ไม่คิดว่าจะเจอ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 10 ทู่เอ๋อเสิน…เทพแห่ง LGBTQ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 12 เสี่ยวมู่จื่อและการปิดบังตัวตนของหวังซู,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 13 วิญญาณลักพาตัว,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 14 หวังปว๋อและเป่าเหลียน,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 15 กรุณาช่วยผมด้วยนะครับ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 16 ดวงตาพิเศษ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 2 พี่สาวคนสวย,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 5 นายนี่มันสอดรู้จริง ๆ เลยนะ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 8 สลายวิญญาณ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 11 ข้อต่อรอง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 17 เพื่อนรักแต่วัยเยาว์ (จบเล่ม 1)

เนื้อหา

ตอนที่ 12 เสี่ยวมู่จื่อและการปิดบังตัวตนของหวังซู

ตอนที่ 12

เสี่ยวมู่จื่อและการปิดบังตัวตนของหวังซู

 

“เจ้าจะเต็มใจดูแลเจ้าหนุ่มคนนี้ให้ข้าหรือไม่ ทู่เอ๋อเสิน?”

“ข้าเต็มใจขอรับ เพียงแต่เหตุใด ท่านจึงดูใส่ใจชายหนุ่มผู้นี้มากนัก เขามีอะไรพิเศษหรือขอรับ?”

“เรื่องนั้นเจ้ายังไม่ต้องรู้หรอก หน้าที่ของเจ้าตอนนี้ก็คือดูแลและรักษาชีวิตของหลี่เอาไว้ให้ดี ๆ อย่าให้เกิดอันตรายกับเขาได้”

“ขอรับ…”

แม้ว่าทู่เอ๋อเสินจะไม่ค่อยเข้าใจในคำสั่งของคุณนายเมิ่งมากนัก แต่ก็น้อมรับ และทำตามคำสั่งแต่โดยดี

ชายหนุ่มที่ดูไม่ได้มีอะไร แต่กลับมีความสามารถในการเห็นภูตผีปีศาจ แม้มันจะไม่ใช่ความสามารถที่ดาษดื่น แต่สำหรับเหล่าเทพเซียนแล้ว มันก็ไม่ได้พิเศษอะไรขนาดนั้น

‘แต่เหตุใด คุณนายมิ่งจึงได้ดูใส่ใจและเป็นห่วงหลี่อี้มากถึงขนาดนั้น’ นี่คือคำถามที่วนอยู่ในความคิดของทู่เอ๋อเสินในทุกย่างก้าว ที่เดินออกมาจากห้องนั้น

.

.

และเมื่อหลี่อี้เดินออกมาถึงที่หน้าร้าน ก็ได้เจอเข้ากับแมวตัวเดิมที่ตนเหยียบหางไปเมื่อครั้งที่มาสมัครงานในวันแรก แต่เพราะใจที่ยังคงไม่สงบนิ่งดี จึงไม่มีอารมณ์ที่จะเข้าไปหยอกเย้าตามนิสัยที่ปกติก็คือทาสแมวคนหนึ่งเหมือนกัน

“ไร้มารยาท…”

คำพูดนั้นตามหลังของหลี่อี้มาติด ๆ หลี่อี้หยุดกึกแล้วหันมองไปโดยรอบเพื่อหาต้นเสียงของคนที่เพิ่งจะตำหนิตนไปเมื่อครู่

“เมื่อกี้นายพูดเหรอหวังซู แต่…นายจะด่าฉันว่าไร้มารยาทไปทำไมกัน?”

หวังซูยืนยิ้มเจื่อนไม่ตอบอะไร หากแต่ใช้หัวแม่มือชี้โบ้ยไปทางเคาน์เตอร์ที่อยู่ใกล้กับจุดชงชาที่ซึ่งเป็นที่ประจำของทู่เอ๋อในเวลาทำงาน

“อย่าบอกนะว่า…”

“มองอะไรไม่ทราบ ไม่มีใครสอนหรือไง ว่าการจ้องหน้าของคนอื่นแบบนั้นมันเสียมารยาทน่ะ?”

“ ฮะ!!! นี่มัน…”

หลี่อี้ขนลุกเกรียวเสียยิ่งกว่าตอนที่เจอทู่เกอปรากฏตัวท่ามกลางหมอกควันนั่นเสียอีก เมื่อเห็นแมวตัวสีดำสนิทกำลังด่าตนอยู่ฉอด ๆ ทั้งยังมองด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับระอาเต็มทน

“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ฉันต้องเป็นคนแบบไหนกัน ถึงได้โดนแมวด่าไฟแลบขนาดนี้น่ะ”

“ฮ่า ๆ ๆ นายต้องดีใจนะ ปกติแล้วเจ้านี่ไม่เคยพูดกับใครเลยนะ ท่าทางว่ามันจะถูกชะตากับนายแล้วล่ะ”

“นี่ฉันต้องภูมิใจสินะ…”

.

.

“นายต้องภูมิใจอยู่แล้ว ในรอบหลายร้อยปีที่ผ่านมา ฉัน…เสี่ยวมู่จื่อ…ไม่เคยเสวนากับมนุษย์คนไหนเลยนะ นายนี่แหละคนแรก…”

“นี่คุณกำลังจะบอกว่าผมคือคนพิเศษที่สุดในรอบหลายร้อยปีที่ผ่านมาสินะครับเนี่ย?”

เมื่อเริ่มสนิท หรือบางทีอาจแค่สนิทกันเพียงฝ่ายเดียว หลี่อี้ก็เริ่มพูดจาหยอกเย้าแมวขนดำฟูฟ่องนั้นราวกับว่าสนิทสนมกันมานานแสนนานด้วยสีหน้าร่าเริง

“เปล่าหรอก ในรอบหลายร้อยปีที่ผ่านมา ฉันแค่ไม่เคยเห็นใครซื่อบื้อได้เท่านายอีกแล้วน่ะ ฉันก็เลยอดจะเวทนาไม่ได้น่ะ เลยอยากจะปลอบใจนายสักหน่อยน่ะ”

.

.

“ฉันไม่เคยคิดเลยนะ ว่าชีวิตนี้เกิดมาชาตินึงแล้วจะมาโดนแมวด่าได้อย่างเจ็บแสบขนาดนี้”

เมื่อกลับมาถึงบ้าน หลี่อี้ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นถึงเรื่องราวที่ตัวเองเพิ่งจะพบเจอมา

เพราะตั้งแต่เกิดมาทั้งชีวิตจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีวันไหนที่รู้สึกเสียศักดิ์ศรีเท่ากับการโดนแมวตัวหนึ่งด่าและดูแคลนอย่างเช่นวันนี้มาก่อนเลย

“ฮ่า ๆ ๆ เอาน่า อย่างน้อยฉันก็รู้สึกว่าเจ้าแมวตัวนั้นมันชอบนายนะ”

“ชอบฉันอย่างนั้นเหรอ ชอบตรงไหนกัน ด่าฉันว่าซื่อบื้อ โง่เง่าแล้วก็น่าสมเพชขนาดนั้น ฉันต้องดีใจหรือไง…”

“ก็อย่างที่ฉันบอกนั่นแหละ ว่าเจ้าแมวตัวนั้นน่ะ ในรอบสามร้อยกว่าปีที่ผ่านมา มันไม่เคยเสวนากับใครเลยแม้แต่คนในร้าน มีแค่นายคนเดียวที่มันยอมเปิดปากพูดด้วย ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีนะ”

“ยินดีก็แย่ละ แต่เดี๋ยวนะ ทำไมสองสามวันที่ผ่านมา ฉันถึงรู้สึกว่านายรู้เรื่องในร้านนั้นดีจังเลยล่ะ นายไม่เคยเหยียบเข้าไปที่ร้านนั้นเลยไม่ใช่หรือไง?”

เมื่อถึงตอนนี้ หวังซูก็เริ่มจะรู้ตัวแล้วว่า ตัวเองนั้นพูดมากเกินไปเสียแล้ว ด้วยความลืมตัวและความสนิทที่มีให้กับหลี่อี้ ทำให้หวังซูลืมระวังตัวไปชั่วขณะ จนหลุดพูดในสิ่งที่ตัวเองไม่ควรพูดออกมา

“อีกอย่างนะ ฉันสังเกตตอนที่พวกเราถูกทู่เกอพาไปที่ร้านนั่น ดูเหมือนว่านายจะไม่ค่อยแปลกใจกับสถานที่แห่งนั้นเลย อย่างกับว่าเป็นสถานที่ที่นายรู้จักดีอยู่แล้วอย่างนั้นแหละ นี่อย่าบอกนะ ว่านายก็เป็นพวกเทพเซียนหรือปีศาจอย่างพวกคนที่นั่นอีกคนน่ะ”

“บ้าน่า นายน่ะคิดมากเกินไปแล้วนะ นายอย่าลืมสิว่าเราสองคนเรียนอยู่ระดับมหาวิทยาลัยแล้วนะ เรื่องแบบนี้หาอ่านที่ไหนก็เจอหรือเปล่า และยิ่งได้มาเจอกับของจริงตัวเป็น ๆ แบบนี้ มันก็ยิ่งทำให้เข้าใจได้ไม่ยากไม่ใช่หรือไง?”

“งั้นเหรอ อืม…งั้นก็แล้วไป ฉันก็คิดว่าวันดีคืนดีเกิดนายจะลุกขึ้นมาเป็นปีศาจหรือเป็นเทพเซียนขึ้นมาฉันคงจะขนลุกแย่เลย ฮ่า ๆ ๆ”

“ทำไมเหรอนายกลัวฉันขนาดนั้นเลยหรือไง ถ้าหากว่าวันหนึ่งฉันจะเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริง ๆ น่ะ”

สีหน้าของหวังซูดูตัดพ้อไปเล็กน้อย แต่ก็พยายามเก็บอาการเอาไว้ไม่ให้เพื่อนจอมซื่อบื้อของตนได้สังเกตเห็น

“ไม่หรอกน่า นายอย่าคิดมากไปเลย ฉันไม่ได้กลัวนายขนาดนั้นหรอก อีกอย่าง…นายก็ดีกับฉันขนาดนี้ ทำไมฉันถึงจะต้องกลัวนายด้วยล่ะ แล้วถ้าสักวันหนึ่ง นายเป็นแบบคนพวกนั้นขึ้นมาจริง ๆ ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ ดีซะอีก นายจะได้มีเวทมนตร์คาถาพลังพิเศษมาช่วยฉันได้ยังไงล่ะ”

เมื่อพูดจบ หลี่อี้ก็จัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่อชำระล้างร่างกายหลังจากที่ผ่านเรื่องราวเลวร้ายมาทั้งวัน ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ หลี่อี้และหวังซูก็ยังไม่ได้อาบน้ำชำระล้างร่างกายหรือกินอะไรให้อิ่มท้องเลยสักนิดเดียว

.

.

ณ ร้านเมิ่งฉา

“ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคุณนายเมิ่งถึงได้ยอมให้หลี่อี้กลับไปนอนพักที่บ้านแบบนั้น คุณนายเมิ่งก็น่าจะรู้นี่นา ว่าการทำแบบนั้นมันเสี่ยงมากแค่ไหน”

“ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะเสี่ยงตรงไหน เธออย่าลืมสิว่า ที่บ้านหลังนั้นยังมีหวังซูอยู่เป็นเพื่อนหลี่อี้นะ ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ เขาก็คงช่วยได้ไม่ต้องให้เธอต้องเป็นห่วงหรอก”

“แต่เธออย่าลืมสิ ว่าหวังซูตอนนี้ก็ยังปิดบังตัวตนที่แท้จริงของตัวเองอยู่ หลี่อี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเพื่อนของตัวเองเป็นอะไร ถ้าเกิดอะไรขึ้น หวังซูจะกล้าเปิดเผยตัวตนเพื่อช่วยเหลือหลี่อี้หรือไง?”

“เธออย่าคิดมากไปเลยหลิงเซียง ในโลกใบนี้ยังมีเรื่องราวน่ากลัวกว่าที่เขาคิดอีกมากมาย การที่เขาจะดื้อดึงแล้วทำตามใจไปทุกอย่าง มันไม่ใช่เรื่องที่ปลอดภัยเลย อีกอย่างถ้าหากวิญญาณพวกนั้นตามล่าหลี่อี้เข้าจริง ๆ เขาก็จะได้รู้ด้วยว่าตัวเองกำลังจะต้องพบเจอกับอะไร”

“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่เธอก็แล้วกัน แต่หากเกิดอะไรขึ้น อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน”

แล้วหลิงเซียงก็หายวับไปแบบไม่บอกกล่าว ปล่อยให้ทู่เอ๋อครุ่นคิดในสิ่งที่เพิ่งพูดออกมาตามลำพัง

.

.