เมื่อการมาทำงานที่ร้านน้ำชา มันทำให้หลี่อี้ได้รู้จักกับอีกโลกหนึ่ง ที่หลี่อี้ไม่คิดว่าจะได้เจอ การผจญภัย การช่วยเหลือ มิตรภาพ และความรักจึงเกิดขึ้น
รัก,แฟนตาซี,ชาย-ชาย,จีน,ยุคปัจจุบัน,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1เมื่อการมาทำงานที่ร้านน้ำชา มันทำให้หลี่อี้ได้รู้จักกับอีกโลกหนึ่ง ที่หลี่อี้ไม่คิดว่าจะได้เจอ การผจญภัย การช่วยเหลือ มิตรภาพ และความรักจึงเกิดขึ้น
.
เรื่องย่อ เล่ม 1
นามปากกา : Kevinth M. PoTae
วาดปก : strawberriblood
.
หลี่อี้ เข้าเรียนปีหนึ่งในมหาวิทยาลัยเล็ก ๆ ในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง แล้วได้เจอกับร้านชาลึกลับติดกับป่าช้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหอพักและมหาลัยที่เรียนอยู่
ร้านแห่งนี้จะเปิดหลังเที่ยงคืน แต่กลับขายดีมาก เพราะมีนักเที่ยวกลางคืนมานั่งกินกันมากมายจนดูครึกครื้น
แต่หลังจากนั้น หลี่อี้ก็ได้เจอกับเรื่องแปลก ๆ อยู่บ่อยครั้ง แต่แทนที่หลี่อี้จะลาออก เขากลับพาตัวเองไปทำงานพิเศษที่นั่นเพื่อตามหาความจริง แล้วหลี่อี้ก็ได้รู้ว่า สถานที่แห่งนั้นไม่ใช่ที่ธรรมดา ๆ อย่างที่เขาเข้าใจ
นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…
ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ
ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^
Threads : mungkorn_kevinth
Twitter : Kevinth_M
Tiktok : kevinth_m.author
Facebook : kevinthm.author
ตอนที่ 3
ร้านธรรมดาที่มีความไม่ธรรมดา
“นี่เธอคิดจะทำให้พนักงานใหม่ของฉันกลัวจนลาออกไปตั้งแต่วันแรกเลยหรือไง?”
ทู่เอ๋อเสินเดินออกมาจากห้องด้านหลัง พร้อมกับของที่หอบออกมาเติมพะรุงพะรัง แล้วหันไปมองพนักงานคนใหม่ ที่ยังคงยืนทื่ออยู่อย่างนั้น ด้วยสายตาตำหนิจนทำให้หลี่อี้เริ่มรู้ตัว แล้วรีบวิ่งไปรับของ เพื่อช่วยแบ่งเบา
“ทู่เอ๋อ…ฉันคิดถึงเธอมากเลยนะจ๊ะ”
พี่สาวคนสวยเดินโผอ้าแขนกว้างเข้าไปหาทู่เอ๋อเสินทำท่าเหมือนกับจะโอบกอด แต่ทู่เอ๋อเสินก็หลบหลีกไปอีกทางด้วยความฉับไวอย่างรู้ทันกัน ราวกับว่านี่ ไม่ใช่ครั้งแรกของพี่สาวคนนี้ทำ ‘ดูท่าว่าพี่สาวคนสวยคงจะเป็นลูกค้าประจำของที่นี่จริง ๆ สินะ’
.
.
“เลิกทำแบบนี้เสียที มันน่าขยะแขยงจะตาย อีกอย่างฉันไม่ได้ชอบเธอขนาดนั้น”
“แหม ใครจะสู้พี่เอ้อหลางของเธอได้กันล่ะจ๊ะ…จริงมั้ย?”
“เทียนหลาง…”
“อุ๊ย ขอโทษที อยู่ที่นี่เขาชื่อเทียนหลางสินะ”
“ระวังปากของเธอหน่อยหลิงเซียง เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคน ถ้าคุณนายเมิ่งได้ยินว่าเธอปากพล่อย ฉันรับรองได้เลย ว่าเธอจะไม่มีวันได้ลิ้มรสน้ำหวานยามราตรีอย่างที่เธอชอบได้อีก”
.
.
‘หลิงเซียง พี่สาวคนสวยคนนี้ชื่อหลิงเซียงสินะ เราจะต้องจำชื่อของคนในร้านให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะคนที่เป็นลูกค้าประจำของที่นี่ เราจะได้ทำงานออกมาดี ๆ ยังไงล่ะ’ หลี่อี้คิดในใจขณะเงี่ยหูฟังทั้งสองพูดคุยกันมาโดยตลอด หลี่อี้คิดพลางกวาดสายตามองไปรอบร้านเพื่อฆ่าเวลา
‘ดูเหมือนว่าร้านนี้จะไม่ได้รับความนิยมสักเท่าไหร่จริง ๆ สินะ เพราะตั้งแต่ที่เราเริ่มงานมาจนถึงตอนนี้ ก็ใกล้เวลาที่เราจะกลับบ้านเต็มที แต่กลับมีลูกค้าเดินเข้ามาซื้อชามะลิไปแค่สองแก้วเท่านั้น ตกแต่งร้านหรูหราขนาดนี้ ค่าใช้จ่ายคงไม่น้อยเลยทีเดียว แต่จริงสิ ยังมีลูกค้าที่มาดื่มหลังเที่ยงคืนด้วยนี่นา รายได้คงจะอยู่ตรงนั้นแหละมั้ง เสียดายที่เราต้องกลับไปพักผ่อนเพราะมีเรียนพรุ่งนี้ ไม่อย่างนั้นคงจะได้เห็นความครึกครื้นของร้านนี้ด้วยตาของตัวเอง’
.
.
“ถ้างั้นเธอก็ช่วยชงชามาให้ฉันสักแก้วเถอะ วันนี้ฉันเองก็ไม่มีเวลาที่จะเล่นกับเธอมากนักหรอก พอดีว่าฉันมีนัดถ่ายแบบที่สตูดิโอ แถวนี้นะ”
“อะไรนะครับ นี่พี่หลิงเซียงเป็นนางแบบด้วยงั้นเหรอครับ?”
“ใช่แล้วล่ะจ้า ฉันน่ะสวยซะขนาดนี้ ถ้าไม่ให้ฉันเป็นนางแบบ แล้วจะให้ฉันเป็นอะไรกันล่ะจริงมั้ย ว่าแต่เธอเถอะ มาสมัครงานที่นี่ เธอรู้จักร้านนี้ได้ยังไง ฉันว่า…ร้านนี้มันก็ออกจะลับสายตาคนไปสักหน่อยนะ ถ้าไม่ใช่ลูกค้าขาประจำ คงไม่มีใครเข้ามาที่ร้านนี้หรอกนะ”
“คือ…พอดีว่าตอนนี้ผมเรียนอยู่ในมหาลัยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของสุสานนี่เองแหละครับ แต่เพราะผมจำเป็นต้องใช้เงิน เอ่อ…อันที่จริง คือผมต้องหาเงินใช้เองนะครับ เพราะงั้น ผมก็เลยต้องหางานทำ แล้วพอดีว่าเถ้าแก่ที่อยู่ร้านบะหมี่คนนั้น เขาเป็นคนแนะนำผมให้มาสมัครงานที่นี่ ผมจึงได้รู้จักที่นี่น่ะครับ”
“งั้นเหรอ เถ้าแก่เจียงคนสินะ”
“ทำไม ผมถึงรู้สึกว่า พี่หลิงเซียงถึงได้พูดคล้าย ๆ กับทู่เกอเลยล่ะครับ หรือว่าคนที่ร้านนี้ไม่ชอบเถ้าแก่เจียงงั้นเหรอครับ?”
“อันที่จริงก็ไม่ถึงกับไม่ชอบหรอกนะจ๊ะ หากเป็นทู่เอ๋อแล้ว ก็ คงจะไม่มีปัญหาสักเท่าไหร่ แต่กับฉัน ถ้าจะว่าไม่ค่อยถูกชะตาก็ไม่ผิดซะทีเดียว แต่อันที่จริงแล้ว ก็ยังมีคนอื่น ที่เขาไม่ค่อยชอบเถ้าแก่เจียงคนนี้สักเท่าไหร่นะ”
“ใครเหรอครับ?” หลี่อี้ยื่นหน้าพร้อมสายตาเปล่งประกายด้วยความอยากรู้
“นางชื่อต๋าจีน่ะ นางไม่ค่อยชอบตาเฒ่านั่นสักเท่าไหร่นัก แต่เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วอะนะ ตอนนี้ก็คงจะปรับความเข้าใจกันแล้วล่ะมั้ง…”
“ต๋าจีงั้นเหรอครับ ทำไมผมถึงรู้สึกคุ้น ๆ ชื่อนี้จังเลยล่ะครับ…”
“แต่ฉันว่า…เธอไม่ต้องพยายามไปคุ้นชื่อคนพวกนี้หรอก เพราะเอาเข้าจริง ก็ไม่เคยดีกับเธอสักเท่าไหร่ เพราะคนพวกนี้ เป็นพวกประเภท เทพก็ไม่ใช่ มารก็ไม่เชิงน่ะ”
“ยังไงนะครับ ผมไม่เข้าใจ”
ยิ่งหลิงเซียงพูดแบบนี้ ยิ่งทำให้หลี่อี้สงสัยมากขึ้นกว่าเดิม เพราะคำพูดของทู่เอ๋อเสินก่อนหน้านี้ ก็ถือว่าชวนให้ประหลาดใจอยู่ไม่น้อยแล้ว นี่ยิ่งมาเจอคำพูดของหลิงเซียงพี่สาวคนสวยคนนี้อีก หลี่อี้ก็ยิ่งให้รู้สึกสงสัย ว่าทำไมตัวละครแต่ละคนที่ทั้งสองพูดออกมา มันถึงได้รู้สึกคุ้นหู ราวกับว่าตัวเองเคยได้รู้และได้เห็น มาตั้งแต่เด็ก ๆ จากนิทานปรัมปราอย่างไรอย่างนั้น
“เอาเป็นว่า เดียวสักวันเธอก็จะเข้าใจเรื่องนี้เองนั่นแหละจ้ะ วันนี้ฉันรีบ ถ้าอย่างนั้น ฉันขอตัวก่อนนะจ๊ะ หวังว่าเธอคงจะไม่ถูกใครบางคนแถวนี้ใช้งานจนขาดใจตายไปเสียก่อนล่ะ”
หลิงเซียงไม่ปล่อยให้หลี่อี้โต้ตอบอะไรกลับไป ก็คว้าเอาแก้วชาที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์นั้นแล้วรีบเดินออกไปจากร้านในทันที ทิ้งให้หลี่อี้อยู่กับความสงสัย ไปอย่างนั้น
และเมื่อใกล้เวลาเลิกงาน หลี่อี้ปัดกวาดเช็ดถูร้าน โต๊ะและเก้าอี้ทุกตัวจนสะอาดเอี่ยม รวมถึงช่วยทำงานอื่นอีกเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเตรียมตัวกลับบ้านไปพักผ่อนเอาแรงสักสี่ห้าชั่วโมงก่อนที่จะไปเรียนช่วงแปดโมงเช้าและวนกลับมาทำงานที่นี่อีกครั้ง
ชีวิตของหลี่อี้คงจะวนเวียนอยู่แบบนี้อีกสักพัก จนกว่าจะถึงช่วงหน้าหนาวและร้อนปีหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยปิดประจำภาค ในช่วงหนึ่งเดือนหน้าร้อนกับอีกหนึ่งเดือนในช่วงหน้าหนาว หลังปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ถึงตอนนั้นหลี่อี้จึงจะมีเวลานอนพักผ่อนมากขึ้นมาสักหน่อย
“นี่เธอคือพนักงานใหม่คนนั้นที่ทู่เอ๋อรับเข้ามาวันนี้สินะ?”
“อ้อใช่ครับ ไม่ทราบว่าคุณคือ…”
“ฉันน่ะเหรอ ก็คือคนที่จะจ่ายค่าแรงให้กับเธอยังไงล่ะ…เมิ่งถานฮวา…”
หญิงสาวในชุดกี่เพ้ามีราคาพูดกับหลี่อี้ให้พอตื่นเต้นแล้วก็เดินจากไปอย่างไม่ยี่หระ แต่อันที่จริง เมิ่งถานฮวาก็ไม่ได้เป็นหญิงสาวขนาดนั้น ดูผ่าน ๆ น่าจะอายุใกล้เลขสี่เต็มที หากแต่หน้าตาผิวพรรณนั้นกลับยังงดงามราวกับสาวแรกรุ่นจนดูแปลกตา
น่าแปลกที่เมื่อเถ้าแก่เนี้ยเดินเข้ามาในร้าน แต่กลับไม่ใส่ใจที่จะพูดคุยอะไรกับหลี่อี้มากนักจนหลี่อี้นึกประหลาดใจ จนเมื่อกลับมาถึงบ้านหลี่อี้ก็อดไม่ได้ที่จะนอนคิดเรื่องนี้ตลอดเวลาที่อยู่บนที่นอนจนแทบไม่ได้หลับ
ส่วนหนึ่งคงเพราะว่าหลังจากนั้นแค่ไม่กี่ชั่วโมงหลี่อี้ก็ต้องตื่นไปเรียนแล้วจึงยังไม่ชินกับการปรับตัวในช่วงแรก ทั้งเรื่องที่หลี่อี้พยายามหาคำตอบให้กับตัวเองอยู่แบบนั้น ตลอดระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่ทำงานอยู่ในร้านชาแห่งนั้นด้วยความรู้สึกสับสนและเต็มไปด้วยคำถาม
แต่สุดท้าย ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มตั้งคำถามจากตรงไหนก่อนดี เหตุผลเพราะลึก ๆ แล้ว หลี่อี้รู้สึกว่าร้านนี้คือร้านธรรมดาที่มีความไม่ธรรมดาซ่อนอยู่มากมาย ‘พรุ่งนี้เราจะต้องรู้ให้ได้ ว่าจริง ๆ แล้วร้านนั้นมันมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่’
.
.