เมื่อการมาทำงานที่ร้านน้ำชา มันทำให้หลี่อี้ได้รู้จักกับอีกโลกหนึ่ง ที่หลี่อี้ไม่คิดว่าจะได้เจอ การผจญภัย การช่วยเหลือ มิตรภาพ และความรักจึงเกิดขึ้น

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1 - ตอนที่ 15 กรุณาช่วยผมด้วยนะครับ โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,แฟนตาซี,ชาย-ชาย,จีน,ยุคปัจจุบัน,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,แฟนตาซี,ชาย-ชาย,จีน,ยุคปัจจุบัน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1 โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อการมาทำงานที่ร้านน้ำชา มันทำให้หลี่อี้ได้รู้จักกับอีกโลกหนึ่ง ที่หลี่อี้ไม่คิดว่าจะได้เจอ การผจญภัย การช่วยเหลือ มิตรภาพ และความรักจึงเกิดขึ้น

ผู้แต่ง

Kevinth M. PoTae

เรื่องย่อ

 

.

เรื่องย่อ เล่ม 1

นามปากกา : Kevinth M. PoTae

วาดปก : strawberriblood

.

หลี่อี้ เข้าเรียนปีหนึ่งในมหาวิทยาลัยเล็ก ๆ ในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง แล้วได้เจอกับร้านชาลึกลับติดกับป่าช้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหอพักและมหาลัยที่เรียนอยู่

ร้านแห่งนี้จะเปิดหลังเที่ยงคืน แต่กลับขายดีมาก เพราะมีนักเที่ยวกลางคืนมานั่งกินกันมากมายจนดูครึกครื้น

แต่หลังจากนั้น หลี่อี้ก็ได้เจอกับเรื่องแปลก ๆ อยู่บ่อยครั้ง แต่แทนที่หลี่อี้จะลาออก เขากลับพาตัวเองไปทำงานพิเศษที่นั่นเพื่อตามหาความจริง แล้วหลี่อี้ก็ได้รู้ว่า สถานที่แห่งนั้นไม่ใช่ที่ธรรมดา ๆ อย่างที่เขาเข้าใจ

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^

Threads : mungkorn_kevinth

Twitter : Kevinth_M

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

สารบัญ

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 1 งานพิเศษ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 3 ร้านธรรมดาที่มีความไม่ธรรมดา,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 4 หวังซู,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 6 ดาราที่ทู่เอ๋อชื่นชอบ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 7 หญิงสาวชุดแดง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 9 เรื่องน่ากลัวที่ไม่คิดว่าจะเจอ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 10 ทู่เอ๋อเสิน…เทพแห่ง LGBTQ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 12 เสี่ยวมู่จื่อและการปิดบังตัวตนของหวังซู,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 13 วิญญาณลักพาตัว,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 14 หวังปว๋อและเป่าเหลียน,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 15 กรุณาช่วยผมด้วยนะครับ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 16 ดวงตาพิเศษ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 2 พี่สาวคนสวย,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 5 นายนี่มันสอดรู้จริง ๆ เลยนะ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 8 สลายวิญญาณ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 11 ข้อต่อรอง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 1-ตอนที่ 17 เพื่อนรักแต่วัยเยาว์ (จบเล่ม 1)

เนื้อหา

ตอนที่ 15 กรุณาช่วยผมด้วยนะครับ

ตอนที่ 15

กรุณาช่วยผมด้วยนะครับ

 

“ทู่เอ๋อ!!! ช่วยพวกเราด้วย หลี่อี้แย่แล้ว…”

ในขณะที่ทั้งสี่คนกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ในห้องพักของเป่าเหลียน อยู่ ๆ หวังซูก็ปรากฏตัวขึ้นมาตรงกลางห้องจนทำให้ทั้งสี่คนต้องหันไปมองพร้อมกัน

หวังปว๋อที่ไม่รู้อะไร ก็รีบกระโดดขึ้นเตียงแล้วตั้งท่ารับเตรียมจะต่อสู้ หากแต่โดนทู่เอ๋อกระชากตัวลงมาให้นั่งอยู่ที่เดิม เมื่อนั้นหวังปว๋อจึงสงบลงเพราะรู้ว่าไม่มีอะไร

“นี่เจ้าเป็นอะไร ทำไมถึงได้ดูหน้าตาตกใจขนาดนั้น แล้วหลี่อี้เป็นอะไรตอนนี้ควรจะอยู่ที่บ้านไม่ใช่เหรอ?”

“หลี่อี้ตอนนี้ถูกไอ้ผีร้ายตัวนั้นลักพาตัวไปแล้ว…”

“นี่เจ้าว่าอะไรนะ?”

“หลี่อี้โดนเจ้าผีร้ายตัวนั้น ที่มันเคยมาครั้งก่อน มันย้อนกลับมาช่วงที่ฉันกลับไปเก็บของที่ห้อง แล้วมันก็พาตัวของหลี่อี้ไป…”

“แล้วเจ้าแน่ใจได้ยังไงว่าเป็นมัน ในเมื่อตอนนี้มีวิญญาณตั้งมากมายที่กำลังตามติดหลี่อี้อยู่?”

“วิญญาณตนนั้นมันมีรอยเผาไหม้ ฉันเห็นที่ตรงบันไดเป็นรอยไหม้ไฟอยู่ ฉันถึงได้แน่ใจว่ามันมาปรากฏตัวที่บ้านของหลี่อี้ในช่วงเวลาที่ฉันไม่อยู่แน่นอน”

“ถ้าอย่างนั้นเรารีบไปกันเถอะ…แต่เดี๋ยวหวังซูเจ้าไม่ต้องไป”

ในขณะที่หวังซูเตรียมตัวจะออกเดินทางไปพร้อมกับทู่เอ๋อและคนอื่น ๆ เพื่อตามไปช่วยหลี่อี้นั้น อยู่ ๆ ทู่เอ๋อก็กระชากแขนของหวังซูเอาไว้

“ทำไมล่ะ…”

“เจ้าอย่าลืมสิ ว่าเจ้ายังมีความลับที่ปกปิดหลี่อี้เอาไว้อยู่ หากเจ้าโผล่หน้าไปช่วยหลี่อี้ในเวลานี้ หลี่อี้ก็จะรู้ ว่าเจ้าไม่ใช่มนุษย์”

“แล้วเรื่องนั้นมันสำคัญตรงไหน ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าหลี่อี้จะคิดกับฉันยังไง ขอแค่หลี่อี้ปลอดภัยเท่านั้นก็พอ”

“ถ้าหากว่าเจ้าห่วงหลี่อี้จริง เจ้าจะต้องอยู่ที่นี่เชื่อข้า…”

พูดจบ…ทั้งหมดก็หายวับไปกับตา ปล่อยให้หวังซูยืนอยู่ในห้องนั้นด้วยท่าทางเป็นกังวลอย่างถึงที่สุด แต่ถึงตอนนี้ ก็คงต้องเชื่อคำพูดของทู่เอ๋อโดยไม่อาจปฏิเสธได้ หวังซูจึงหายตัวไปแล้วกลับไปที่บ้านหลี่อี้เพื่อรอฟังข่าวอย่างร้อนใจ

.

.

“ที่นี่ที่ไหนกันเนี่ย ทำไมมันถึงได้มืดนักล่ะ?”

หลี่อี้ลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดมีเพียงแสงรำไรที่ไม่อาจแน่ใจได้ว่าแสงนั้นมันถูกสาดส่องมาจากที่ไหน ความรู้สึกชื้นแฉะเสียงน้ำจากท่อไหลลงมากระทบพื้นโสโครกที่เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำเมือกลื่นจนน่าขนลุกที่ฝ่ามือเผลอไปสัมผัส

สายตาพร่ามัวกวาดมองไปท่ามกลางความมืดอย่างยากลำบากเพื่อมองหาทางออกไปจากห้องที่คับแคบและน่าอึดอัดนี้ให้เร็วที่สุดเพียงแต่ว่าแสงสลัวที่สาดส่องเข้ามาทางช่องหลืบเล็กน้อยจากทุกทิศทุกทางนั้น มันไม่มากพอให้หลี่อี้ได้มั่นใจว่าตรงไหนคือทางออกกันแน่

แต่มันก็มากพอที่จะทำให้หลี่อี้ได้มองเห็นสิ่งใดๆก็ตามที่อยู่ในห้องนั้นอย่างเลือนรางได้

.

.

“ว้ากกกกก…ช่วยด้วย”

หลี่อี้ร้องออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ เมื่อหันไปเห็นร่างของชายคุ้นหน้าที่ตนเคยเห็นมาแล้วสองครั้ง ครั้งหนึ่งคือที่เหนือขอบประตูนั่น ส่วนครั้งที่สองก็เมื่อไม่นานมานี้ตรงเชิงบันไดของบ้านตัวเอง

“อย่ามาทำร้ายกันเลยนะครับ เราไม่เคยมีเรื่องอะไรผิดใจกัน อย่ามารบกวนผมแบบนี้เลยนะครับผมกลัว”

“คุณเห็นผมจริง ๆ ด้วย ตอนแรก…ผมคิดว่าคุณแค่ขวัญอ่อนเสียอีก”

“เห็นสิครับ ทำไมจะไม่เห็นล่ะ ยืนตัวเป็น ๆ ขนาดนี้ไม่เห็นก็บ้าแล้ว…”

คำพูดของหลี่อี้ยิ่งทำให้วิญญาณของชายหนุ่มที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเผาไหม้ เสื้อผ้าเก่าขาดคร่ำคร่า ยิ่งเดินเข้ามาใกล้หลี่อี้ที่พยายามยันตัวขึ้นมาและรีบเอาหลังไปพิงฝาเอาไว้เพื่อตั้งหลักให้มั่นคง

หน้าของชายที่เกรียมไหม้ มีควันลอยออกมาจากหน้าราวกับว่าสิ่งนี้มันเพิ่งเกิดเมื่อไม่นาน กำลังยื่นเข้ามาหาหลี่อี้ที่พยายามยกมือขึ้นมาปัดป้องและปิดตาของตัวเอง เพื่อไม่ให้มองเห็นสิ่งน่ากลัว ที่กำลังคืบคลานเข้ามาทุกที

“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกครับ ผมแค่มาขอความช่วยเหลือเท่านั้น”

“ช่วยเหลืออะไรกันครับ ผมช่วยใครไม่ได้หรอก ผมก็เป็นแค่คนธรรมดา อย่ามารบกวนผมเลยนะครับ”

หลี่อี้ยังคงปิดตาแน่นด้วยความหวาดกลัว ไม่ยอมเปิดตาขึ้นมามองผู้ชายคนนั้น ที่พยายามจะแสดงเจตจำนงของการนำตัวหลี่อี้มาที่นี่ในครั้งนี้

“ขอร้องเถอะนะครับ คุณอย่ากลัวผมเลย หากไม่ใช่คุณ เห็นทีว่าจะไม่มีคนอื่นที่จะช่วยผมได้อีกแล้ว”

น้ำเสียงรันทดอ้อนวอนด้วยความรู้สึกสั่นเครือ เต็มไปด้วยความทรมานนั้น ทำให้หลี่อี้พยายามคลายความหวาดกลัวลง แล้วลืมตาขึ้นมาทีละนิด ในขณะที่แขนทั้งสองยังคงปิดหน้าของตัวเองเอาไว้ครึ่งหนึ่ง

“ก่อนที่คุณจะให้ผมช่วย คุณช่วยถอยออกไปก่อนได้มั้ยครับ ไม่ใช่ว่าผมจะไม่ให้เกียรติคุณนะครับ แต่หน้าของคุณตอนนี้ มันน่ากลัวเกินกว่าที่ผมจะมองได้จริง ๆ”

“นั่นสิครับ ผมขอโทษครับที่ผมทำให้คุณต้องกลัว…”

เมื่อพูดจบ ผู้ชายคนนั้นก็ค่อย ๆ ถอยร่างของตัวเองออกไปยืนห่างจากหลี่อี้ราว ๆ สองเมตร…สามเมตรและสี่เมตรออกไปเรื่อย ๆ จนกว่าหลี่อี้จะหยุดผายมือจนพอใจ

“อยู่ประมาณนั้นนะครับ อย่าเข้ามาใกล้ผม ผมยังทำใจไม่ได้”

วิญญาณของชายหนุ่มที่ตอนนี้เหมือนจะพยายามอย่างเต็มที่ให้รูปลักษณ์ของตัวเองดูดีขึ้นมาบ้าง หากแต่ใบหน้านั้นก็ยังมีกลุ่มควันและรอยเกรียมไหม้อยู่ดี

“ช่วยผมด้วยนะครับ ผมถูกคนทำร้าย ผมต้องตายอย่างไม่เป็นธรรม…คุณช่วยผมด้วยนะครับ”

“คุณจะให้ผมช่วยคุณยังไงล่ะครับ ผมยังไม่รู้เลยว่าคุณเป็นใคร แล้วทำไมคนที่ช่วยคุณต้องเป็นผมด้วยล่ะครับ?”

“ก่อนที่ผมจะตาย ผมเป็นนักดับเพลิงที่อยู่ในสังกัดหัวอัน แต่เพราะเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อสามเดือนก่อน ทำให้ผมต้องตายอยู่ในกองเพลิงของตึกนี้ วิญญาณของผมถูกขังอยู่ในมิติของวิญญาณ ผมต้องรอวันขึ้น 4 ค่ำ เพื่อให้ประตูผีเปิด ผมจึงสามารถทะลุมิติกลับมายังโลกที่ผมเคยอยู่ได้”

“เป็นแบบที่คุณนายเมิ่งพูดเอาไว้เลยสินะ แล้วแบบนี้ คุณจะไม่ถูกจับกลับไปทำโทษหรือไง?”

“เพราะแบบนี้ยังไงล่ะครับ ผมถึงต้องมาขอร้องคุณ เพราะไม่บ่อยนัก ที่มนุษย์ธรรมดาจะสามารถมองเห็นดวงวิญญาณที่ชีวิตมอดดับไปแล้วได้แบบนี้”

“นี่ผมต้องดีใจหรือเปล่าครับเนี่ย กับสิ่งที่คุณชื่นชมว่ามันคือพรสวรรค์ของผมน่ะ แล้วคุณจะให้ผมทำยังไงกันล่ะครับ ในเมื่อตอนนี้ คุณก็ตายไปแล้ว มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ ผมไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่สายสืบ และไม่ใช่คนมีอิทธิพลอะไร ที่จะสามารถช่วยเรียกความยุติธรรมของคุณในโลกใบนี้กลับมาได้”

“เรื่องนั้นผมรู้ครับ ผมไม่คาดหวังให้คุณไปต่อสู้กับคนพวกนั้นหรอกนะครับ ผมไม่อยากให้คุณเดือดร้อนเหมือนกัน แต่ผมแค่อยากให้คุณกลับไปบอกลูกกับเมียของผมก็เท่านั้นเองครับ”

“แค่นั้นจริง ๆ ใช่มั้ยครับ ผมไม่ต้องไปต่อสู้กับใครใช่มั้ย?”

“อันที่จริง ผมถูกหัวหน้าของผมฮุบเงินประกันชีวิตของผมไป แต่ผมก็ไม่หวังว่าคุณจะทำเรื่องใหญ่ขนาดนั้นได้หรอกนะครับ ผมขอแค่ให้คุณกลับไปบอกภรรยาของผม ว่าผมคิดถึงเขามากแค่ไหน ผมอยากให้เขาได้รู้คำพูดสุดท้ายของผมก่อนที่ผมจะจากไปเท่านั้นเองครับ”

หลี่อี้พยายามใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อได้รับคำขอร้องจากวิญญาณที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้น ‘ฉันแค่นักศึกษาปีหนึ่งเองนะ ทำไมถึงต้องเป็นฉันด้วยล่ะ แต่ก็นะ…เรื่องนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรนี่นา แค่เดินไปบอกภรรยาของเขาเท่านั้นเองนี่’

.

.

“งั้นก็ได้ครับ แต่ก่อนอื่นคุณต้องพาผมออกไปจากที่นี่ก่อน ขืนอยู่ที่นี่อีกแค่วินาทีเดียวผมคงต้องตายแน่ ๆ เลยครับ”

“งั้นคุณตามผมออกมาครับ เดี๋ยวผมจะนำทางคุณออกไปเอง…”

.

.