“ทั้งทำลายชีวิตผม ทำร้ายคนสำคัญของผม คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าสักวันผมจะกลับมาเอาคืน คิดว่าผมเป็นเด็กดีขนาดนั้นเลย?”
ดราม่า,แฟนตาซี,เลือดสาด,แอคชั่น,ปลูกผัก,พันธสัญญา,ปีศาจ,มิตรภาพ,มังกร,friendzone,ดาร์กแฟนตาซี,แก้แค้น,ต่างโลก,รักแฟนตาซี,ดราม่า,ต่อสู้,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์“ทั้งทำลายชีวิตผม ทำร้ายคนสำคัญของผม คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าสักวันผมจะกลับมาเอาคืน คิดว่าผมเป็นเด็กดีขนาดนั้นเลย?”
แนะนำเรื่อง
“ทั้งทำลายชีวิตผม ทำร้ายคนสำคัญของผม คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าสักวันผมจะกลับมาเอาคืน คิดว่าผมเป็นเด็กดีขนาดนั้นเลย?”
_____
“คุณตา… คุณยาย… อยู่ที่ไหน ทำไมไม่มาช่วยผม”
ร่างเล็กนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่ในความมืด เขาทำได้เพียงส่งเสียงสะอื้นไห้
และในวันหนึ่ง…
“เดี๋ยวก็ป่วยหรอก”
เด็กน้อยเงยหน้าขึ้น เขาได้พบกับแสงสว่างที่เข้ามาแต่งแต้มสีสันในชีวิตอีกครั้ง
ทว่าความสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน…
.
“ลองพูดแบบนั้นอีกทีสิ ฉันจะสะบั้นคอนายให้ขาดตรงนี้นี่แหละ”
เป็นครั้งแรกที่เขาไม่รู้สึกกลัว และเลือกที่จะกลับไปสู่ความมืดที่เขาจากมา
_____
สวัสดีค้าบบ ยินดีที่ได้รู้จักรีดเดอร์ทุกคนนะคะ ขออนุญาตแนะนำตัวฮะ
ชื่อซาจิโยะ หรือใครอยากเรียกซาจิก็ได้น้า ชอบเขียนแนวแฟนตาซีเป็นหลักคับ!
สำหรับเรื่องนี้ก็จะมีทั้งหมด 5 องก์ด้วยกัน แต่ละองก์ก็จะมีความเข้มข้นกันคนละแบบ ยังไงก็ฝากติดตามและขอฝากเนื้อฝากตัวไว้ด้วยนะคะ
องก์ที่ 1 เสียงสะท้อนในความเงียบ – Updating
องก์ที่ 2 เปลวไฟที่เผาผลาญในคืนวัน – Finished (unposted)
องก์ที่ 3 รอยยิ้มสุดท้ายใต้สายฝน – Writing
องก์ที่ 4 คืนวันที่ไม่อาจหวนกลับ – Coming soon…
องก์ที่ 5 แสงสว่างที่ปลายทาง – Coming soon…
_____
⚠Trigger Warning⚠
Abuse (การทำร้ายร่างกาย ใช้ความรุนแรง),
Physical abuse (การทำร้ายร่างกาย),
Mental abuse (การทำร้ายจิตใจ),
Blood (มีเลือด),
Blackmail (มีการข่มขู่ให้ทำตาม),
Coercion (การใช้ความสัมพันธ์ หรืออำนาจที่เหนือกว่าเพื่อบังคับ หรือโน้มน้าวให้อีกฝ่ายต้องยอมทำตามในสิ่งที่ไม่อยากทำ),
Major character death (มีตัวละครหลักตาย),
Minor character death (มีตัวละครรองตาย),
Murder (การฆาตกรรม),
Psychopath (โรคจิต ไม่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจหรือผิดชอบชั่วดี),
Starvation (ความหิวโหย การอดอาหาร),
Kidnapping (การลักพาตัว),
Assault (การบุกทำร้าย โจมตี)
_____
Contact Writer
Twitter(X) : @sachiyogingray
แฮชแท็กประจำนิยาย #ไม่ร้องนะเคียร์
III
พลัง?
เสียงออดดังก้อง บ่งบอกเวลาเลิกเรียน
เด็กสี่คนเดินออกมาจากห้องอย่างไม่เร่งรีบ เรย์ในชุดเครื่องแบบนักเรียน ซึ่งเป็นเสื้อคอปกสีขาวแขนยาว ทับด้วยเสื้อกั๊กสีเทาและกางเกงขายาวลายสก็อตสีน้ำตาลเทา ประสานมือของตนไว้ที่ท้ายทอยแล้วเอ่ยเสียงค่อย “วันนี้ฉันคงต้องไปฟันดาบอีกแน่เลย ขี้เกียจชะมัด”
ลูเซียนตบบ่าเพื่อนเบา ๆ “เอาน่า จะได้เก่ง ๆ ไง”
คุณหนูตระกูลโพล่อนเบ้ปากเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังขี้เกียจอยู่ดี ไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นหรือสนุกกว่านี้หรือไงนะ
“แล้วเราซื้ออะไรไปฝากเคียร์ดีไหม” โซฮาร์ซึ่งอยู่ในชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนแบบผู้หญิง เป็นเสื้อแขนยาวสีขาวกับกระโปรงลายสก็อตถามเสียงร่าเริง
เคเรนกลอกตาไปมาก่อนตอบ “ขนมสักหน่อยกับข้าวสำหรับมื้อเย็นก็น่าจะดีนะ”
เมื่อเช้าเธอฝากแม่ทำอาหารใส่กล่อง แล้วเอาไปวางไว้บนโต๊ะข้าง ๆ โซฟาที่อีกฝ่ายหลับอยู่ ใบหน้าเคียร์ตอนหลับถือว่าน่ารักในระดับหนึ่งเลยทีเดียว แต่พอตื่นขึ้นมาก็จะระแวงไปหมดชวนให้รู้สึกหมั่นไส้ระคนเหนื่อยใจแทน
โชคดีที่แม่เธอไม่ได้ถามรายละเอียดว่าเอาไปทำไมตั้งสองกล่อง ซ้ำปกติเธอก็ไม่ได้ให้แม่ทำข้าวกล่องให้อยู่แล้วด้วย แต่ถึงยังไงหากถามเธอก็โกหกได้ว่าอยากเอามากินและอีกกล่องก็เอามาเผื่อโซฮาร์ ไม่มีจุดไหนให้น่าสงสัยนัก
คิดว่านะ
พวกเธอเดินผ่านตลาด ซื้อข้าวใส่กล่องพลาสติกและขนมขบเคี้ยวไว้ให้เคียร์ เกือบจะลืมซื้อน้ำแล้วหากเรย์ไม่ท้วงว่า
‘น้ำล่ะ? เดี๋ยวข้าวก็ติดคอเจ้านั่นตายหรอก’
แต่แค่ข้าวติดคอมันก็ไม่น่าถึงตายไหม ปากเสียจริง
และเพราะโรงงานนั้นอยู่ในป่าลึกเด็กแปดขวบทั้งสี่คนเลยต้องเดินอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่แค่กลัวเจ็บแต่หากเป็นรอยขีดข่วนสักหน่อยพ่อแม่พวกเธอคงเค้นถามเอาแน่ ๆ ว่าไปทำอะไรมา ลำพังเรย์กับเคเรนคงโกหกได้สบาย ๆ เพราะเป็นพวกไม่ชอบอยู่เฉย ๆ มักจะซนจนได้แผลอยู่เรื่อย ในขณะที่โซฮาร์อาจจะไม่เนียนบ้างแต่ก็น่าจะพอกลบเกลื่อนได้อย่างเฉียดฉิว ส่วนลูเซียนนั้นโกหกใครไม่เป็น…
ไม่นานนักก็พวกเขามาหยุดอยู่หน้าโรงงานร้าง
โครม!
เสียงเหมือนอะไรบางอย่างตกกระแทกพื้น จากที่เดินมาเรื่อย ๆ อย่างใจเย็นทั้งสี่ก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกทันที
ภายในโรงงานร้างที่เต็มไปด้วยฝุ่นเขรอะ เคียร์นั่งอยู่กับพื้น ลักษณะเหมือนยืนอยู่แล้วหงายหลังล้มไปชนกับเก้าอี้จนกระแทกพื้นเกิดเป็นเสียงเมื่อครู่ นัยน์ตาของเขาสั่นไหวไม่ต่างจากตอนโดนทำร้าย ทว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเคียร์นั้นไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวโตเช่นเมื่อวาน แต่เป็นงูตัวหนึ่งที่กำลังชูคอแผ่แม่เบี้ยอยู่
“นั่น…งูอะไรน่ะ?” เคเรนตาโต มองมันด้วยความกลัว เคียร์กลืนน้ำลายดังเอื้อกตอบเสียงเบา
“งูแบล็คแมมบา… เป็นงูที่มีพิษร้ายแรง ถ้าโดนฉกละก็…จะตายในยี่สิบนาที ระวังตัวกันด้วย”
ลูเซียนขมวดคิ้วมองแม้ในใจจะเริ่มสั่นเบา ๆ “ทำไมมันถึงไม่หนีล่ะ ปกติพวกงูถ้าเห็นคนมาเยอะ ๆ ก็ต้องตกใจหนีบ้างสิ”
ทว่าเคียร์กลับส่ายหน้า “ไม่ งูแบล็คแมมบาไม่กลัวคน”
“งั้นทำให้มันตกใจแล้วหนีไปก็พอใช่ไหมล่ะ” เรย์พูดแล้วเดินมาข้างหน้าเคียร์ เขากระทืบเท้าเสียงดัง “ไป!”
แต่ผลกลับตรงข้าม มันไม่ได้หนีไปไหน ซ้ำยังเลื้อยเข้ามาหาเรย์อย่างคล่องแคล่ว
“ระวัง!”
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าเพื่อน ๆ เคียร์คว้ามือคนข้างหน้าแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว เรย์ที่เสียหลักเอนตัวมาล้มตามแรงดึงอยู่ข้างเคียร์
“ฮู่ว…เกือบไปแล้ว” เสียงโซฮาร์พ่นลมหายใจโล่งอก พร้อมกับสร้างบาเรียใสห่อหุ้มตัวพวกเขาห้าคนไว้
“ขะ…ขอบใจ” เรย์กล่าวขอบคุณเคียร์ที่เป็นคนดึงเขาออกมา ถ้าไม่ได้เคียร์ช่วยไว้ป่านนี้เขาอาจจะโดนเจ้างูนั่นกัดไปแล้วก็ได้..
“บอกแล้วไงว่าให้ระวังด้วย แบล็คแมมบาเลื้อยได้ไวถึงยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยนะ” เคียร์หันมาดุเล็กน้อย ในดวงตาสีฟ้าใสฉายแววเป็นห่วงอยู่ลึก ๆ
“โทษที…” เขากล่าวเสียงเบาก่อนเลื่อนสายตามายังมือของตัวเองที่ถูกอีกฝ่ายจับไม่ปล่อยพลางกะพริบตาปริบ
คล้ายเคียร์เองก็เพิ่งรู้สึกตัวจึงสะดุ้งรีบปล่อยมืออย่างรวดเร็ว
“แล้ว…เอายังไงกับงูนี่ดี?” เคียร์เปลี่ยนเรื่อง
ลูเซียนหลุดยิ้มเล็กน้อยให้กับการกระทำนั้นแล้วหันไปมองงูที่ส่งเสียงขู่ฟ่อ “คงต้องรอให้มันไปเองละมั้ง หรือไม่ก็ใช้เวทลมเคลื่อนย้ายมันไปที่อื่น” เขาหันไปมองเพื่อนอีกสามคน “แต่พวกฉันไม่มีใครอยู่ธาตุลมนี่สิ”
ความเงียบเข้าครอบคลุม หากจะรอให้มันเลื้อยออกไปเองแล้วมันจะไปตอนไหน บาเรียของโซฮาร์ก็อยู่ได้ไม่นานนัก มากสุดก็แค่ห้านาที ถึงตอนนั้นทุกคนก็จะไม่ปลอดภัย
“เคียร์ พลังนายธาตุอะไร?” เคเรนหันมาถาม หากอยู่ธาตุลมก็คงดี ทว่าคำตอบนั้นกลับ…
“ไม่รู้”
เด็กสาวแทบจะล้มทั้งยืน เธอพ่นลมหายใจออกมาแล้วคิดบางอย่างได้จึงทุบฝ่ามือตัวเอง “จริงสิ”
คนอื่น ๆ หันมามอง ทว่าเคเรนไม่ได้สนใจนัก เธอใช้เวทของตัวเองทำให้งูตัวนั้นหลับเหมือนชาวเมืองที่รังแกเคียร์เมื่อวาน
แบล็คแมมบาที่ชูคอขู่ฟ่อเมื่อครู่ค่อย ๆ เอนตัวลงไปนอนกับพื้น โซฮาร์ปลดบาเรียออกทันทีแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ยกมือเล็ก ๆ ขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่ไหลซึมตามใบหน้า
เรื่องวุ่น ๆ ผ่านไปได้ด้วยดี เรย์ที่เห็นมันกำลังหลับแบบไม่ระวังตัวนั้นก็ตั้งท่าจะเผาทั้งเป็นจะได้ไม่หวนกลับมาที่นี่อีกแต่ลูเซียนก็ปรามไว้ สิ่งที่ทำได้จึงเป็นการจับมันไปปล่อยในป่าแถวนี้ และภาวนาว่าอย่าให้มันเข้ามาที่นี่อีกเลย ไม่อย่างนั้นคนซวยก็ไม่ใช่ใคร เป็นเคียร์ที่อยู่ในโรงงานนี้แทบทั้งวันนั่นเอง
“ว่าแต่ พวกนายธาตุอะไรกันเหรอ”
หลังจัดการเรื่องราวเสร็จเคียร์ก็ถามขึ้นมา
“ฉันธาตุไฟล่ะ!” เรย์โพล่งตอบคนแรก ไม่ว่าเปล่ายังดีดนิ้วให้เปลวไฟปรากฏบนมือตัวเองคล้ายกำลังโชว์อีกต่างหาก
“ฉันธาตุพฤกษา” เคเรนต่อ พฤกษาที่ว่านอกจากเกี่ยวกับต้นไม้แล้ว เวทมนตร์ของเคเรนคงรวมไปถึงเกสรดอกไม้ที่มีฤทธิ์ทำให้สลบได้อยู่ด้วยแน่ ๆ เคียร์นึกถึงเหตุการ์เมื่อครู่ที่เด็กสาวทำให้งูสลบไปพลางพยักหน้า
“ฉันภาพลวงตา” โซฮาร์เอ่ย และตบท้ายด้วยลูเซียน
“ส่วนฉันน้ำแข็ง”
“น่าแปลกนะที่นายยังไม่รู้ธาตุของตัวเอง ปกติแค่ห้าขวบพลังในตัวก็มักจะตื่นแล้ว” เรย์กอดอดครุ่นคิด
เคียร์คิดในใจ หรือเขาไม่ปกติกันเนี่ย?
“ฉันว่าไม่นานก็อาจจะรู้แล้วก็ได้นะ” โซฮาร์หันไปมอง “ร่างกายอาจจะผิดปกติอะไรสักอย่างละมั้ง มันเลยทำให้พลังตื่นช้ากว่าคนอื่น ๆ”
ที่เหลือพยักหน้าเห็นด้วย เคียร์ก้มหน้าลงมองมือตัวเองพลางเลิกคิ้วขึ้น
ร่างกายผิดปกติ? หรือมันจะเกี่ยวกับที่พวกผู้ใหญ่เรียกเขาว่าเด็กปีศาจกันนะ…?
“ไม่ต้องคิดมากหรอก เดี๋ยวมันก็ตื่นขึ้นเอง” ลูเซียนทำท่าจะตบบ่าให้ผ่อนคลายอย่างที่ทำกับเรย์ประจำ แต่เขาก็ชะงักมือไว้เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเคียร์อาจจะยังกลัวพวกเขาอยู่
ขนาดตอนนี้ต้องอยู่ห่างกันสองสามเมตรเลย
เคียร์พยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “คือว่า จะเป็นการรบกวนไหมถ้าฉันอยากจะขอยืมหนังสือของพวกนายมาอ่านเล่นตอนกลางวันน่ะ”
พวกเขาต่างเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย แล้วโซฮาร์ก็พูดออกมาคนแรก “เห นายอ่านหนังสือออกจริง ๆ สินะเนี่ย?”
“หือ?”
เห็นเคียร์ทำหน้างงเคเรนก็อธิบาย “เมื่อเช้าพวกเราเถียงกันนิดหน่อยน่ะว่านายอ่านหนังสือออกหรือเปล่า ลูเซียนคิดว่านายน่าจะอ่านออกเลยเขียนข้อความทิ้งไว้ให้”
เคียร์พยักหน้าหงึกหงัก
“เห็นไหมล่ะ ฉันกับลูซเดาถูกด้วย” ไม่ว่าเปล่าเรย์ยังยกแขนขึ้นพาดไหล่ลูเซียนที่นั่งข้าง ๆ ตัว
คนโดนพาดนิ่วหน้าเล็กน้อย “เบา ๆ หน่อยเรย์ เจ็บนะ”
เรย์ขอโทษด้วยเสียงร่าเริง ดูไม่สำนึกผิดสักเท่าไร
“แล้วนายชอบอ่านหนังสือแนวไหนเหรอ” ลูเซียนหันมาถาม
เขาครุ่นคิด ตอนอยู่กับตายายก็อ่านแต่นิทาน มีครั้งหนึ่งที่คุณตาเอาหนังสือประวัติศาสตร์มาให้ลองอ่านแต่ก็มีศัพท์ยากที่เขาไม่เข้าใจอยู่ด้วย นอกจากนั้นก็เป็นพวกหนังสือสมุนไพร สัตว์โลกน่ารู้ เรียกได้ว่าอ่านแทบทุกอย่างที่สนใจ
“อืม… อะไรก็ได้นะ ฉันอ่านได้ทุกแนว แต่ถ้ามีศัพท์ยาก ๆ อย่างที่ใช้ในปราสาทอะไรพวกนั้นฉันไม่ค่อยเข้าใจน่ะ” เด็กชายบอกไปตามตรง
เด็กสี่คนหันมองหน้ากันเล็กน้อยแล้วเคเรนก็พูดขึ้นมา “ศัพท์แบบนั้นพวกเราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่หรอก ยกเว้นเจ้าเรย์น่ะนะ”
เคียร์ตาโต “เรย์เหรอ?” แล้วหันไปมองเจ้าของชื่ออย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
คนถูกกล่าวถึงหันมามองค้อนใส่ “ทำหน้าแบบนั้นมันอะไรกันฮะ คิดว่าฉันขี้เกียจเรียนขนาดนั้นเลยหรือไง”
“ไม่ใช่ว่านายโดนบังคับให้เรียนหรอกเหรอ” โซฮาร์ขัดเสียงใสทำเอาเรย์ถึงกับถลึงตาใส่
“ทำไมถึงโดนบังคับเหรอ” เคียร์ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ลูเซียนช่วยตอบให้ “ตระกูลของเรย์เป็นตระกูลทหารน่ะ พ่อเรย์ก็เป็นแม่ทัพเลยทำให้ต้องเข้าปราสาทบ่อย ๆ และจำเป็นต้องรู้ศัพท์พวกนี้ไว้ จะใช้ผิด ๆ ถูก ๆ ไม่ได้หรอก”
เด็กหนุ่มพยักหน้าขึ้นลง คล้ายนึกบางอย่างได้จึงหันไปทำตาเป็นประกายใส่ “ถ้างั้นว่าง ๆ ช่วยสอนฉันหน่อยนะเรย์”
ใจจริงก็อยากจะปฏิเสธแต่ก็ลังเลเพราะสายตาอ้อนวอนนั่น เรย์หลบตาเสมองไปทางอื่นแล้วตอบเสียงเบา “ ‘ถ้าว่าง’ ละก็นะ…”
“เย่! ขอบคุณนะ!”
ทำตัวเป็นเด็กน้อยแน่ะ…
เรย์อดไม่ได้ที่จะคิดในใจพลางส่ายหน้าไปมา แล้วจากนั้นพวกเขาก็พูดคุยเรื่องสัพเพเหระกันไปเรื่อย ๆ
เคเรนเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ฟัง บอกว่าวันนี้ครูที่โรงเรียนสอนน่าเบื่อมาก ทำเอาเธอหาวไปตั้งหลายรอบ ระหว่างที่พยายามลืมตามองครูหน้าห้องหางตาก็หันไปเห็นว่าแม้แต่ลูเซียนยังฟุบหลับ โซฮาร์ก็วาดรูปเล่นใส่สมุด ส่วนเรย์ก็พับกระดาษเป็นจรวดแกล้งเพื่อนในห้อง
และมีครั้งหนึ่งที่จรวดพุ่งไปโดนหัวครู เคเรนพยายามกลั้นขำสุดชีวิต เจ้าตัวคนปาก็หน้าซีดเผือดรีบกางหนังสือแสร้งทำเป็นตั้งใจเรียนทันที
เหมือนจะเนียน แต่เพื่อนในห้องที่หันมามองเขาเป็นตาเดียวก็ทำให้ครูประจำวิชารู้ตัวคนทำผิดได้โดยไม่ต้องถาม จากนั้นเรย์ก็โดนทำโทษให้ยืนขาเดียวหน้าห้องแล้วคาบไม้บรรทัดไว้ในปาก
“นึกแล้วก็ขำ ฮ่า ๆ ๆ” เด็กสาวระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดัง เรย์พยายามเอามือปิดหน้าตัวเองที่เริ่มขึ้นสี ทว่าเพื่อน ๆ ก็ดูจะรุมเขากันหมด ลูเซียนและโซฮาร์ต่างก็พยายามแกะมือเรย์ออกมาพร้อมกับเอ่ยแซว
“ไม่เอาา” เด็กชายโอดครวญ หันไปซุกหน้ากับพนักพิงโซฟา นัยน์ตาสีแสดมองขวางไปยังคู่กัดตัวแสบด้วยความขุ่นเคือง
ให้ถึงทีฉันบ้างเถอะ จะทำให้อายจนต้องเอาปี๊บมาคลุมหัวเลยคอยดู!
เคียร์มองตามก็หัวเราะเสียงใส แววตาที่มองเพื่อนใหม่นั้นอ่อนลงจากเมื่อวาน ตอนนั้นยังทำตัวเหมือนไม่อยากให้มายุ่งอยู่เลยแต่วันนี้กลับยิ้มแย้มได้เพราะคนตรงหน้า
การมีเพื่อนนี่มันดีจริง ๆ แหละนะ
___________________________________
Talk : เจ้าพวกเด็กน้อยย