“ทั้งทำลายชีวิตผม ทำร้ายคนสำคัญของผม คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าสักวันผมจะกลับมาเอาคืน คิดว่าผมเป็นเด็กดีขนาดนั้นเลย?”

The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์ - องก์ 1 II ที่อยู่ใหม่ (1/2) โดย XiXuan @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,แฟนตาซี,เลือดสาด,แอคชั่น,ปลูกผัก,พันธสัญญา,ปีศาจ,มิตรภาพ,มังกร,friendzone,ดาร์กแฟนตาซี,แก้แค้น,ต่างโลก,รักแฟนตาซี,ดราม่า,ต่อสู้,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,แฟนตาซี,เลือดสาด,แอคชั่น,ปลูกผัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

พันธสัญญา,ปีศาจ,มิตรภาพ,มังกร,friendzone,ดาร์กแฟนตาซี,แก้แค้น,ต่างโลก,รักแฟนตาซี,ดราม่า,ต่อสู้,แฟนตาซี

รายละเอียด

The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์ โดย XiXuan @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“ทั้งทำลายชีวิตผม ทำร้ายคนสำคัญของผม คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าสักวันผมจะกลับมาเอาคืน คิดว่าผมเป็นเด็กดีขนาดนั้นเลย?”

ผู้แต่ง

XiXuan

เรื่องย่อ

แนะนำเรื่อง


“ทั้งทำลายชีวิตผม ทำร้ายคนสำคัญของผม คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าสักวันผมจะกลับมาเอาคืน คิดว่าผมเป็นเด็กดีขนาดนั้นเลย?”


_____


“คุณตา… คุณยาย… อยู่ที่ไหน ทำไมไม่มาช่วยผม”

ร่างเล็กนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่ในความมืด เขาทำได้เพียงส่งเสียงสะอื้นไห้

และในวันหนึ่ง…

“เดี๋ยวก็ป่วยหรอก”

เด็กน้อยเงยหน้าขึ้น เขาได้พบกับแสงสว่างที่เข้ามาแต่งแต้มสีสันในชีวิตอีกครั้ง

ทว่าความสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน…

.

“ลองพูดแบบนั้นอีกทีสิ ฉันจะสะบั้นคอนายให้ขาดตรงนี้นี่แหละ”

เป็นครั้งแรกที่เขาไม่รู้สึกกลัว และเลือกที่จะกลับไปสู่ความมืดที่เขาจากมา


_____


 สวัสดีค้าบบ ยินดีที่ได้รู้จักรีดเดอร์ทุกคนนะคะ ขออนุญาตแนะนำตัวฮะ

ชื่อซาจิโยะ หรือใครอยากเรียกซาจิก็ได้น้า ชอบเขียนแนวแฟนตาซีเป็นหลักคับ!

สำหรับเรื่องนี้ก็จะมีทั้งหมด 5 องก์ด้วยกัน แต่ละองก์ก็จะมีความเข้มข้นกันคนละแบบ ยังไงก็ฝากติดตามและขอฝากเนื้อฝากตัวไว้ด้วยนะคะ



องก์ที่ 1 เสียงสะท้อนในความเงียบ – Updating

องก์ที่ 2 เปลวไฟที่เผาผลาญในคืนวัน – Finished (unposted)

องก์ที่ 3 รอยยิ้มสุดท้ายใต้สายฝน – Writing

องก์ที่ 4 คืนวันที่ไม่อาจหวนกลับ – Coming soon…

องก์ที่ 5 แสงสว่างที่ปลายทาง – Coming soon…


_____


⚠Trigger Warning⚠


Abuse (การทำร้ายร่างกาย ใช้ความรุนแรง),

Physical abuse (การทำร้ายร่างกาย),

Mental abuse (การทำร้ายจิตใจ),

Blood (มีเลือด),

Blackmail (มีการข่มขู่ให้ทำตาม),

Coercion (การใช้ความสัมพันธ์ หรืออำนาจที่เหนือกว่าเพื่อบังคับ หรือโน้มน้าวให้อีกฝ่ายต้องยอมทำตามในสิ่งที่ไม่อยากทำ),

Major character death (มีตัวละครหลักตาย),

Minor character death (มีตัวละครรองตาย),

Murder (การฆาตกรรม),

Psychopath (โรคจิต ไม่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจหรือผิดชอบชั่วดี),

Starvation (ความหิวโหย การอดอาหาร),

Kidnapping (การลักพาตัว),

Assault (การบุกทำร้าย โจมตี)


_____


Contact Writer


Twitter(X) : @sachiyogingray

แฮชแท็กประจำนิยาย #ไม่ร้องนะเคียร์

สารบัญ

The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์-Chapter 0 Introduction,The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์-องก์ 1 I เพื่อนใหม่ (1/2),The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์-องก์ 1 I เพื่อนใหม่ (2/2),The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์-องก์ 1 II ที่อยู่ใหม่ (1/2),The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์-องก์ 1 II ที่อยู่ใหม่ (2/2),The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์-องก์ 1 III พลัง? (1/2),The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์-องก์ 1 III พลัง? (2/2)

เนื้อหา

องก์ 1 II ที่อยู่ใหม่ (1/2)

II

ที่อยู่ใหม่


หิว…

คุณตา คุณยาย ผมหนาว…


เคียร์นอนขดตัวอยู่ในตรอกแคบ ร่างเล็กสั่นระริกเมื่ออากาศเย็นลง อยากให้ตากับยายอยู่ด้วยจังเลย นั่นคือสิ่งที่เขาคิด

แพขนตาขยับไหวเล็กน้อยก่อนเปลือกตาจะเปิดขึ้น ในดวงตาสีฟ้าทะเลนั้นว่างเปล่าทอดยาวไปไกล เด็กหนุ่มปิดเปลือกตาลงอีกครั้งแล้วยันตัวขึ้นนั่ง มองท้องฟ้าเบื้องบนที่บ่งบอกเวลาเช้าตรู่

ประมาณ… ตีห้าหรือหกโมงใช่ไหมนะ?

เขาคาดคะเนกับตัวเองในใจ พลางก้มมองท้องตัวเองที่ส่งเสียงประท้วงมาสักพักแล้ว ถึงจะขี้เกียจและไม่อยากไปไหนนักแต่ก็ต้องหาอะไรรองท้องสักหน่อย หากออกไปช้ากว่านี้จะแย่เอา

คิดได้แล้วเขาก็ยืนขึ้น เดินออกจากตรอกแคบนี้ไปเงียบ ๆ ร้านค้าบางร้านเริ่มจัดวางของกันแล้ว เคียร์หันซ้ายแลขวาหาร้านที่ขายพวกอาหารหรือขนมแล้วตรงเข้าไปแอบอยู่ด้านข้าง คอยมองคุณลุงเจ้าของร้านทีเผลอแล้วฉกอาหารเท่าที่มือน้อย ๆ ของเขาจะหยิบมาได้

รู้ทั้งรู้ว่าไม่ใช่เรื่องดีแต่ก็ไม่มีทางเลือก เคียร์หอบขนมปังวิ่งเข้าไปกองในตรอกแคบแล้วยืนมองนิ่ง

ทีนี้ก็เหลือน้ำ…

“เฮ้ยเจ้าหนู”

เคียร์สะดุ้งเฮือกก่อนตัวจะเริ่มสั่น เขาไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองเจ้าของเสียงเข้มข้างหลัง

แย่ละสิ…

“เล่นขโมยของโต้ง ๆ แบบนี้เลยเหรอ ของซื้อของขายถ้าจะเอาก็จ่ายเงินมา”

เสียงนั้นเข้าใกล้มาเรื่อย ๆ แล้ว เคียร์หันไปมองอย่างหวาดกลัวแล้วก้าวถอยหลังโดยที่สองขานั้นยังคงสั่นเทา

คุณลุงเจ้าของร้านเมื่อครู่ทำหน้ายักษ์ใส่ด้วยความหงุดหงิด “ไอ้เด็กปีศาจอย่างแกไม่ต้องกินอาหารก็อยู่ได้ไม่ใช่เรอะ หรือถ้าอยู่ไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน มันเดือดร้อนคนอื่นเขา”

“ผ…ผม…”

เคียร์หลบตา ใจสั่นอย่างไม่เป็นสุข

ทำยังไงดี เราจะต้องโดนแบบนั้นอีกเหรอ ไม่เอานะ…

เขาคร่ำครวญอยู่ในใจ รู้ทั้งรู้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ภาพที่ตัวเองโดนรุมทำร้ายมาเป็นเวลาหลายปียังคงหลอกหลอนเขาอยู่เรื่อยมา เขาลองสู้แล้ว พยายามอธิบายแล้วแต่ก็ไม่มีใครฟัง สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้มีเพียงวิ่งหนีเท่านั้น แต่…จะไหวใช่ไหมนะ…

เด็กหนุ่มพยายามทำใจให้แข็งไว้แล้วตัดสินใจก้าวขาวิ่งหนีลุงคนนั้นอย่างสุดแรงเกิด ตอนนี้ฟ้ายังไม่สว่างมากนัก ออกจากตรอกนี้ไปหวังว่าคงไม่มีใครสังเกตเห็น

แต่ทว่าพอออกมาแล้วข้างนอกกลับมีผู้ใหญ่คนอื่นดักรออยู่เต็มไปหมด ราวกับคนพวกนี้ได้พูดคุยนัดหมายกันมาก่อนแล้ว

“คราวก่อนก็ขโมยของร้านฉันนะไอ้เด็กเวร” ชายตัวผอมแห้งคนหนึ่งพูดขึ้น ก่อนที่ขวดน้ำเปล่าหนึ่งขวดจะถูกปาใส่หัวของเคียร์เข้าอย่างจัง ตามด้วยอย่างอื่นอีกมากมายที่ถูกโยนมากระทบตัวเขาอย่างแรง

อีกแล้ว… ไม่เอา… ไม่อยากเป็นแบบนี้…

“รกหูรกตาซะจริง ไปตายซะไป”

ทุกสายตาที่จับจ้อง รวมถึงคำพูดต่าง ๆ ที่ได้ยินมันทำให้เขากลัว ความรู้สึกไม่ปลอดภัยถาโถมจนขาไม่มีแรง สุดท้ายก็เป็นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ร่างเล็กทรุดตัวนั่งลงกับพื้น สองมือยกขึ้นมากุมศีรษะป้องกันการกระแทกจากสิ่งของต่าง ๆ น้ำตาเริ่มไหลออกมา พร้อมกันนั้นลำตัวก็สั่นสะท้านไปหมด แม้กระทั่งหัวใจของเขาก็ยังเต้นเร็วจนผิดจังหวะ

“เป็นแบบนี้ทุกทีเลย โดนขนาดนี้แล้วยังจะอยู่อีก ทำไมไม่ตาย ๆ ไปซะ”

“ตัวหายนะอย่างแกไม่น่ามีชีวิตอยู่เลย ถ้าไม่มีแกสักคนเมืองเราคงจะดีกว่านี้”

“เกิดมาทำซากอะไร ประโยชน์ก็ไม่มี นอกจากจะฉุดให้เมืองตกต่ำแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรดี ไอ้เด็กเลว บัดซบ”

คำต่อว่าด่าทอต่าง ๆ วนเวียนอยู่ในหัวเด็กน้อย มือเล็กทั้งสองนั้นกำเส้นผมของตัวเองแน่นเพื่อระบายความเจ็บปวดที่อัดอั้นอยู่ในใจ

ไม่เอาแล้ว ไม่อยากฟังแล้ว…

ถ้าเลือกได้เขาก็ไม่อยากเป็นแบบนี้… แล้วเขาไปทำอะไรให้คนพวกนี้กัน ก็แค่ใช้ชีวิตอยู่กับคุณตาคุณยายในป่า พอทั้งสองท่านหายตัวไปเขาก็เข้ามาในเมืองเพื่อขอความเมตตาจากคนเหล่านี้ก็เท่านั้นเอง

แล้วทำไม…

ของแข็ง เศษอาหาร ผักต่าง ๆ กระทบเข้ากับตัวเขาจนปวดระบมไปหมด อยากให้ใครก็ได้มาช่วยเขา ปกป้องเขาที

คุณตา…คุณยาย… อยู่ที่ไหนทำไมไม่มาช่วยผม…

เสียงสะอื้นไห้ดังออกมาจากร่างเล็ก คร่ำครวญหาผู้ที่ชุบเลี้ยงตน ดูแลเอาใจใส่อย่างดี ทว่าตอนนี้สองคนนั้นกลับหายไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เขาคิดถึงมาก อยากใช้ชีวิตเหมือนเมื่อก่อน อยากให้คุณตาและคุณยายมาช่วยเขาจากสถานการณ์นี้

ได้โปรด… มาช่วยผมที…

.

.

ขณะนั้นเอง เสียงเอะอะโวยวายของเหล่าชาวบ้านก็ดังสนั่นเรียกให้คนที่อยู่บริเวณนั้นเข้าไปมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น บ้างก็เข้าผสมโรง บ้างก็นิ่งยืนดูเฉย ๆ ราวกับไม่รู้สึกอะไร ไม่คิดแม้แต่จะยื่นมือเข้ามาช่วย ไม่สนใจว่าความรู้สึกของเด็กตัวเล็ก ๆ ที่อายุไม่ถึงสิบขวบนี้จะย่ำแย่สักแค่ไหน ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองก็ไม่คิดจะไม่เข้าไปยุ่ง

จนกระทั่งผ่านไปราวสิบนาทีได้ผู้คนก็เริ่มเบื่อหน่ายทยอยเดินออกไป แต่ก็ยังมีบางคนที่ประทุษร้ายเขาไม่เลิก บัดนี้ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้ามาแล้ว พวกลูเซียนออกมาเดินเที่ยวเล่นกันตามปกติ เมื่อเห็นคนยืนมุงกันอยู่ในจุดหนึ่งก็แปลกใจ

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”

สามคนที่เหลือหันไปมองตามที่ลูเซียนชี้

“เด็กทะเลาะกันมั้ง” เคเรนสันนิษฐาน เธอไม่ได้สนใจเท่าไหร่

“แต่ฉันว่ามันแปลก ๆ นะ” โซฮาร์แย้งขณะเพ่งมอง “เด็กทะเลาะกันผู้ใหญ่ไม่น่าเข้าไปดูเฉย ๆ น่าจะห้ามมากกว่า”

เรย์พยักหน้าเห็นด้วย “นั่นสิ ดูเหมือนพวกผู้ใหญ่จะเป็นคนโหวกเหวกโวยวายซะด้วย”

ทั้งสี่คนมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าและตรงเข้าไปดู

“เอ่อ ขอผ่านหน่อยนะครับ” แม้คนจะเบาบางลงบ้างแล้วแต่ก็ยังเยอะอยู่ดี โชคดีที่พวกเขาเป็นเพียงเด็กตัวเล็ก ๆ เลยแทรกตัวมายังด้านหน้าสุดได้ง่ายหน่อย ครั้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้าพวกเขาก็พลันชะงักนิ่ง

เคียร์…เด็กที่พวกเขาเจอเมื่อวานกำลังนั่งอยู่กลางวง สองมือกุมศีรษะไว้ในขณะที่น้ำตาก็ไหลออกมาไม่ขาดสาย ผู้ใหญ่รอบด้านปาข้าวของใส่พร้อมกับคำพูดที่ทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง เป็นการกระทำที่ไม่ต่างจากการขับไล่ปีศาจ

พวกเขาตะลึง หัวใจหล่นวูบชั่วขณะ

เรย์คือคนที่ได้สติก่อนใคร เขารีบวิ่งเข้าไปกลางวงแล้วหันหน้าเข้าหาผู้ใหญ่ตัวโต “นี่ทำอะไรกันน่ะ! รังแกเด็กตัวแค่นี้ทำไม…โอ๊ย! ใครโยนมาฟะ!!”

เขาหันไปมองทางที่กระป๋องเบียร์ถูกโยนใส่หัว ดวงตาฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด

“ไอ้หนูหลบไปถ้าไม่อยากเจ็บตัว!” เสียงหนึ่งตะโกนมา

“แล้วนี่มันเรื่องอะไรกันเล่า!?”

สามคนที่เหลือได้สติเพราะเสียงของเรย์ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปกลางวง ลูเซียนและเคเรนเข้าไปปลอบเคียร์ให้จิตใจสงบ ทว่าเพียงแตะตัวนิดเดียวอีกฝ่ายก็สะดุ้งตวาดลั่นแบบเมื่อวาน ทำเอาพวกเขาไม่กล้าทำอะไรต่อ

โซฮาร์รู้หน้าที่ของตน เธอใช้เวทมนตร์สร้างบาเรียใสออกมากันข้าวของเหล่านั้นแล้วพ่นลมหายใจโล่งอก

“นี่มีสติกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย เจ้านี่มันเป็นเด็กนะ ตัวก็เล็กยิ่งกว่าผู้หญิงอีกยังจะมาทำร้าย บ้ากันไปแล้วเหรอ!”

“เรย์ใจเย็น ๆ” ลูเซียนจับบ่าเพื่อนแล้วตบเบา ๆ

“ก็ดูคนพวกนี้สิลูซ ปัญญาอ่อนหรือไงรังแกเด็ก” เรย์หันไปกล่าวเสียงหงุดหงิด หัวคิ้วขมวดเป็นปม ทันใดนั้นเสียงผู้หญิงคนหนึ่งก็ตะโกนมา

“พวกเธอสิบ้า เจ้านี่มันเป็นปีศาจไม่รู้หรือไง เมื่อก่อนเมืองเรายังดี ๆ อยู่เลยพอมีมันเมืองเราก็ตกต่ำย่ำแย่ ตัวอัปมงคลชัด ๆ”

พอได้ยินแบบนั้นแล้วเรย์ก็เลือดขึ้นหน้าอีกครั้ง “โหป้า ปีศาจบ้าอะไรอ่อนแอปวกเปียกแบบนี้ ถามจริง?” เรย์แค่นเสียงหัวเราะดังเหอะ “เดี๋ยวก็เผาทั้งเป็นซะเลย” เขาแบมือ บนฝ่ามือนั้นปรากฏเปลวไฟลุกโชนขึ้นมาในพริบตา

“เรียกใครป้าฮะเจ้าเด็กเปรตนี่!”

“…น่ารำคาญชิบเป๋ง”

ท่ามกลางเสียงถกเถียงของเรย์และพวกชาวบ้าน เคเรนพ่นลมหายใจออกมาช้า ๆ นัยน์ตาสีม่วงเรียบนิ่งฉับพลันแบบที่ยากจะเห็น เธอเหลือบมองโซฮาร์ที่เริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าเพราะเสียพลังไปเยอะกับการสร้างบาเรีย ลูเซียนที่กำลังปรามเรย์แต่อีกฝ่ายไม่สนใจ

เด็กสาวยกแขนขึ้นมาข้างหน้าวาดมือเป็นวงกว้าง พึมพำเสียงเบาแทบไม่ได้ยิน “หลับไปซะ”

ผู้คนในรัศมีห้าร้อยเมตรเกิดอาการง่วงงุนกะทันหัน เปลือกตาปรือลงราวกับอ่อนล้าจากการทำงานหนัก ก่อนจะทรงตัวไม่ไหวแล้วล้มลงไปนอนเกลื่อนบนพื้น เห็นอย่างนั้นเคเรนก็ระบายรอยยิ้มพึงพอใจ “ค่อยโล่งหูหน่อย”

โซฮาร์ปลดบาเรียลงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึก หงายหลังลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง

เรย์ส่งเสียงชิขัดใจราวกับเมื่อครู่กำลังเมามันส์กับการปะทะฝีปากกับหญิงสาวคนเมื่อกี้

“เอาน่าเรย์ ถ้าใจเย็นแล้วเดี๋ยวเลี้ยงไอติมนะ” เพียงแค่นี้สีหน้าเด็กหนุ่มก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที เขาหันมาจ้องลูเซียนตาแป๋ว

เคเรนที่เห็นท่าทางนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะ “แล้วจะเอายังไงกับเจ้านี่ดี?” เธอใช้นิ้วโป้งชี้ไปทางเคียร์

ทั้งสามทำสีหน้าครุ่นคิด ตอนนี้เคียร์เริ่มอารมณ์เย็นลงไม่ได้ร้องไห้หนักเท่าก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็ยังมีเสียงสะอื้นดังออกมาเป็นระยะ

“เดินไหวไหม” ลูเซียนถามอย่างเป็นห่วง ทว่าเคียร์กลับเงยหน้ามามองด้วยดวงตาแข็งกร้าว

“อย่ามายุ่ง”

เขาไม่ได้ขอให้คนพวกนี้มาช่วยสักหน่อย

สองคู่กัดแทบยกมือกุมขมับ คนอะไรมาช่วยแล้วยังไม่มีแม้แต่คำขอบคุณ ซ้ำยังมาพูดเสียงแข็งใส่อีกมันน่านัก

และเพราะไม่อยากเสวนาพูดคุยด้วยเรย์จึงถามความเห็นกับเพื่อน ๆ “พาเจ้ากุ้งแห้งนี่ไปพักที่โรงงานร้างนั่นดีไหม ที่มันถูกยุบไปตั้งแต่สองปีก่อนน่ะ”

เพื่อนคนอื่น ๆ เห็นด้วยจึงเป็นอันว่าตกลง จากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันพาเคียร์ออกมาจากบริเวณนั้น แม้เจ้าตัวจะขัดขืนแต่เพราะเรี่ยวแรงที่มีน้อยกว่าทำให้เคียร์ต้องยอมจำนน ต่อให้ภายในใจจะรู้สึกกลัวมากก็ตาม

พอมาถึงพวกเขาก็ปล่อยมือจากเคียร์ เด็กหนุ่มรีบถอยห่างออกมาทันที

“ฉันละปวดหัว” เรย์พึมพำพลางยกมือขึ้นกุมขมับ จากนั้นไม่นานเขาก็จามเสียงดังเนื่องจากตัวเองเป็นภูมิแพ้ฝุ่น

“ฉันว่า…ฉันไปอยู่ข้างนอกก่อนดีกว— ฮัดเช้ย!”

ไม่ทันขาดคำก็จามอีกครั้งเสียแล้ว…


___________________________________


Talk : จัดอันดับตัวละครที่ปากแจ๋วไม่สนอายุที่สุด

อันดับหนึ่ง เรย์