“ทั้งทำลายชีวิตผม ทำร้ายคนสำคัญของผม คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าสักวันผมจะกลับมาเอาคืน คิดว่าผมเป็นเด็กดีขนาดนั้นเลย?”

The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์ - องก์ 1 I เพื่อนใหม่ (2/2) โดย XiXuan @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,แฟนตาซี,เลือดสาด,แอคชั่น,ปลูกผัก,พันธสัญญา,ปีศาจ,มิตรภาพ,มังกร,friendzone,ดาร์กแฟนตาซี,แก้แค้น,ต่างโลก,รักแฟนตาซี,ดราม่า,ต่อสู้,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,แฟนตาซี,เลือดสาด,แอคชั่น,ปลูกผัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

พันธสัญญา,ปีศาจ,มิตรภาพ,มังกร,friendzone,ดาร์กแฟนตาซี,แก้แค้น,ต่างโลก,รักแฟนตาซี,ดราม่า,ต่อสู้,แฟนตาซี

รายละเอียด

The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์ โดย XiXuan @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“ทั้งทำลายชีวิตผม ทำร้ายคนสำคัญของผม คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าสักวันผมจะกลับมาเอาคืน คิดว่าผมเป็นเด็กดีขนาดนั้นเลย?”

ผู้แต่ง

XiXuan

เรื่องย่อ

แนะนำเรื่อง


“ทั้งทำลายชีวิตผม ทำร้ายคนสำคัญของผม คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าสักวันผมจะกลับมาเอาคืน คิดว่าผมเป็นเด็กดีขนาดนั้นเลย?”


_____


“คุณตา… คุณยาย… อยู่ที่ไหน ทำไมไม่มาช่วยผม”

ร่างเล็กนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่ในความมืด เขาทำได้เพียงส่งเสียงสะอื้นไห้

และในวันหนึ่ง…

“เดี๋ยวก็ป่วยหรอก”

เด็กน้อยเงยหน้าขึ้น เขาได้พบกับแสงสว่างที่เข้ามาแต่งแต้มสีสันในชีวิตอีกครั้ง

ทว่าความสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน…

.

“ลองพูดแบบนั้นอีกทีสิ ฉันจะสะบั้นคอนายให้ขาดตรงนี้นี่แหละ”

เป็นครั้งแรกที่เขาไม่รู้สึกกลัว และเลือกที่จะกลับไปสู่ความมืดที่เขาจากมา


_____


 สวัสดีค้าบบ ยินดีที่ได้รู้จักรีดเดอร์ทุกคนนะคะ ขออนุญาตแนะนำตัวฮะ

ชื่อซาจิโยะ หรือใครอยากเรียกซาจิก็ได้น้า ชอบเขียนแนวแฟนตาซีเป็นหลักคับ!

สำหรับเรื่องนี้ก็จะมีทั้งหมด 5 องก์ด้วยกัน แต่ละองก์ก็จะมีความเข้มข้นกันคนละแบบ ยังไงก็ฝากติดตามและขอฝากเนื้อฝากตัวไว้ด้วยนะคะ



องก์ที่ 1 เสียงสะท้อนในความเงียบ – Updating

องก์ที่ 2 เปลวไฟที่เผาผลาญในคืนวัน – Finished (unposted)

องก์ที่ 3 รอยยิ้มสุดท้ายใต้สายฝน – Writing

องก์ที่ 4 คืนวันที่ไม่อาจหวนกลับ – Coming soon…

องก์ที่ 5 แสงสว่างที่ปลายทาง – Coming soon…


_____


⚠Trigger Warning⚠


Abuse (การทำร้ายร่างกาย ใช้ความรุนแรง),

Physical abuse (การทำร้ายร่างกาย),

Mental abuse (การทำร้ายจิตใจ),

Blood (มีเลือด),

Blackmail (มีการข่มขู่ให้ทำตาม),

Coercion (การใช้ความสัมพันธ์ หรืออำนาจที่เหนือกว่าเพื่อบังคับ หรือโน้มน้าวให้อีกฝ่ายต้องยอมทำตามในสิ่งที่ไม่อยากทำ),

Major character death (มีตัวละครหลักตาย),

Minor character death (มีตัวละครรองตาย),

Murder (การฆาตกรรม),

Psychopath (โรคจิต ไม่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจหรือผิดชอบชั่วดี),

Starvation (ความหิวโหย การอดอาหาร),

Kidnapping (การลักพาตัว),

Assault (การบุกทำร้าย โจมตี)


_____


Contact Writer


Twitter(X) : @sachiyogingray

แฮชแท็กประจำนิยาย #ไม่ร้องนะเคียร์

สารบัญ

The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์-Chapter 0 Introduction,The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์-องก์ 1 I เพื่อนใหม่ (1/2),The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์-องก์ 1 I เพื่อนใหม่ (2/2),The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์-องก์ 1 II ที่อยู่ใหม่ (1/2),The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์-องก์ 1 II ที่อยู่ใหม่ (2/2),The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์-องก์ 1 III พลัง? (1/2),The Forsaken Warden #ไม่ร้องนะเคียร์-องก์ 1 III พลัง? (2/2)

เนื้อหา

องก์ 1 I เพื่อนใหม่ (2/2)


“ฉันว่านะ เจ้าเด็กนั่น…อึก มันต้องเป็นโรคอะไรสักอย่างแน่ ๆ”

“นายก็กินไอติมให้หมดปากก่อนแล้วค่อยพูดเถอะ” เคเรนส่ายหน้าใส่เรย์ที่พูดทั้ง ๆ ที่ยังมีไอศกรีมอยู่ในปาก พร้อมกับตักไอศกรีมในแก้วของตัวเอง

“เป็นไปได้นะ อาการนี้คล้าย ๆ พวกหวาดกลัวผู้คนเลย ใครเข้าหาก็ไม่ได้ระแวงไปหมด” โซฮาร์ผู้อยู่ในตระกูลแพทย์สันนิษฐาน

“แล้วมีวิธีรักษาไหม” ลูเซียนถามบ้าง

“เอ มันก็มีนะ” เธอพูดพลางทำท่านึก “แต่อาการแบบนี้มันเกิดจากเหตุการณ์เลวร้ายในอดีตน่ะสิ ไม่มีใครเป็นมาตั้งแต่เกิดหรอก คงจะมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นกับเด็กคนนั้น ถ้าอยากให้เขาหายก็ต้องค่อย ๆ ปรับตัว พูดคุยกับเขาให้มากขึ้นแล้วย่นระยะห่างจนกว่าเขาจะไว้ใจเรา”

“แล้วใครขชอยากให้เจ้านั่นหายกันล่ะ ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าขนาดนั้นทั้งที่แค่จับเนื้อต้องตัวนี่มันขัดลูกหูลูกตาชะมัด” เรย์กล่าวอย่างอารมณ์เสีย เขาแสดงสีหน้ามู่ทู่ออกมายามนึกถึงเรื่องเมื่อเช้า

“แต่ฉันอยากนะ” ลูเซียนหันไปมองเรย์ที่จู่ ๆ ก็ชะงักมือซึ่งกำลังตักไอศกรีมอยู่

“ฉันด้วย ๆ ดูน่าสงสารออก” โซฮาร์เสริม “แล้วเคเรนล่ะ?”

เจ้าของชื่อกลืนไอศกรีมลงคอก่อนตอบ “ก็อยากนะ แต่ก็เหมือนเจ้าเรย์ การกระทำบางอย่างมันขัดตาเกินไปหน่อย”

ทว่าเรย์กลับเปลี่ยนใจ “อ่า ไม่ละ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว อยากก็ได้”

เคเรนหันไปถลึงตาใส่คู่กัดตัวเองทันที ถ้าอย่างนั้นก็มีแค่เธอที่ไม่เห็นด้วยน่ะสิ!?

โซฮาร์ยิ้ม “อยากช่วยเด็กคนนั้นสามคน ไม่อยากช่วยอีกหนึ่ง ต้องยอมฟังเสียงส่วนมากแล้วนะเคเรน”

เด็กสาวรีบแแย้ง “ก็เจ้าเรย์มันเป็นกิ่งก่าเปลี่ยนสีนี่! เปลี่ยนใจตามลูเซียนชัด ๆ”

“เธอว่าใครเป็นกิ่งก่าฮะยายแก่ขี้บ่น?”

“ฉันให้พูดอีกที นายว่าใครเป็นยายแก่นะไอ้กิ้งก่า!”

“เดี๋ยว ๆ หยุดก่อนพวกนาย ใจเย็น ๆ” ลูเซียนรีบห้ามทัพเพื่อนสองคนที่เริ่มส่งเสียงดัง ขณะเดียวกันโซฮาร์ก็หันไปขอโทษคนอื่น ๆ ที่อยู่ในร้าน

เมื่อปะทะฝีปากกันไม่ได้อย่างทุกทีเรย์และเคเรนก็จ้องตากันเขม็งจนแทบจะมีกระแสไฟฟ้าโผล่ออกมาแบบในการ์ตูน

ลูเซียนถอนหายใจ “งั้นก็สรุปว่าพวกเรามาพยายามช่วยเด็กคนนั้นด้วยกันนะ” เขาพูดขึ้น “เย็นนี้ลองไปหาอีกทีดีไหม”

“ก็ดีนะ” โซฮาร์ตอบ

“…”

ทว่าอีกสองคนยังคงไม่ละสายตาจากกัน ลูเซียนกับโซฮาร์จึงจับตัวเพื่อนข้าง ๆ ให้หันมาหาตัวเอง

“พอได้แล้วน่าเรย์”

“พวกเธอนี่ไม่มีวันไหนที่ไม่ทะเลาะกันจริง ๆ เลยนะ”

.

.

.

หลังจากนั้นพวกเขาสี่คนและสุนัขอีกหนึ่งตัวก็เดินเล่นกันตามประสา ไปสนามเด็กเล่นบ้างพอหิวก็กลับบ้านมาขอเงินพ่อกับแม่ไปซื้อขนมกินเหมือนวันอื่น ๆ

สำหรับตอนนี้เป็นช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ในระหว่างนี้พวกเขาไม่ต้องไปเรียนซ้ำยังได้พักผ่อนหย่อนใจอยู่กับเพื่อน ๆ อีกด้วย นับว่าเป็นวันหยุดที่เด็กหลายคนต้องการให้มาถึงเร็ว ๆ

พวกเขาพากันไปนู่นไปนี่ เดินเรื่อย ๆ จนรู้ตัวอีกทีตะวันก็เริ่มคล้อยลงต่ำ ท้องนภาถูกย้อมเป็นส้มแดงไปแล้ว

โครก…

เคียร์นั่งกอดเข่าอยู่ในตรอกเดิม เขาแหงนใบหน้าขึ้นมองผืนฟ้าเฝ้ารอให้มันมืดสนิทแล้วจะออกไปหาอาหารกินประทังชีวิต

จะตามถังขยะ ของบูดหรือเสียก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่พอให้เขาอิ่มท้องอยู่รอดก็พอแล้ว ในแต่ละวันเคียร์ก็คิดเพียงแค่นั้น ชีวิตสำหรับเขาดูไม่ค่อยจะมีค่าเท่าไหร่แต่ตัวเองก็ยังไม่อยากตาย ยังไงก็ขอให้เจอคุณตาคุณยาย ได้กอดกัน อยู่ด้วยกันอีกครั้งเหมือนเมื่อก่อนเขาก็พอใจแล้ว แต่จนตอนนี้… ผ่านมาสามปีกว่าแล้วยังไม่เห็นวี่แววเลย

ทั้งสองคนหายไปไหนกันนะ…

เคียร์ก้มหน้าลง ซุกใบหน้ากับแขนตัวเอง ถ้าหลับไปสักงีบหนึ่งตื่นมาก็คงมืดแล้ว ไว้ตอนนั้นค่อยออกไปหาอะไรกินก็แล้วกัน

ทว่ายังไม่ทันถึงสามนาทีก็มีเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในตรอกนี้ เด็กหนุ่มสะดุ้งโหยงแล้วขยับตัวหลบข้างหลังถังขยะ หวังให้คนที่เข้ามาไม่เห็นเขา

ตึก

เสียงเดินหยุดอยู่ใกล้ ๆ นี้เอง

เคียร์หลับตาปี๋ ภาวนาให้ใครคนนั้นรีบ ๆ ออกไปเสียที

“ไม่อยู่แฮะ”

เสียงคุ้น ๆ คล้ายกับหนึ่งในสี่คนเมื่อเช้าดังขึ้น เคียร์ค่อย ๆ เปิดเปลือกตา ถ้าจำไม่ผิดเจ้าของเสียงนี้คงจะเป็นลูเซียน โกเบียส คนผมดำตาสีน้ำเงินที่ดูใจดีคนนั้น

“ออกไปจากที่นี่แล้วหรือเปล่า”

เสียงห้าวของเด็กผู้หญิงที่จับแขนเขาไว้เมื่อเช้าพูด

“ไม่น่าใช่นะ คนที่กลัวผู้คนแบบนั้นฉันคิดว่าเขาคงไม่ออกไปไหนท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านแบบนี้หรอก” โซฮาร์ทำสีหน้าครุ่นคิดไม่ต่างจากคนอื่น ๆ ทว่าเรย์กลับเลิกคิ้วขึ้น

“คิดอะไรมาก เรามีจมูกหมาอยู่ไม่ใช่หรือไง” ว่าแล้วก็กระตุกเชือกจูงในมือ แวร์วูฟที่เดินเล่นกับพวกเขาตลอดวันส่งเสียงเห่าอย่างร่าเริง เมื่อเรย์ปล่อยมือแวร์วูฟก็วิ่งมาข้างหลังถังขยะใบใหญ่ มันกระดิกหางรัวแล้วยื่นหน้าเข้าไปอ้อนเคียร์ที่อยู่ตรงนั้น

โถ่ เจ้าหมานี่

อดคาดโทษในใจไม่ได้แต่ก็แพ้ความน่ารักน่าเอ็นดูนั้น เคียร์จึงยื่นมือไปลูบหัวมันอย่างเบามือ

“อ๊ะ อยู่ตรงนี้เอง”

ทั้งสี่คนชะโงกหน้ามาดูทำเอาเคียร์สะดุ้งเฮือกขยับถอยห่างทันที

“แหม ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้พวกฉันไม่ใช่เชื้อโรค” เรย์แขวะเบา ๆ พร้อมกับกระตุกยิ้ม

“ยังไม่ได้คิดสักหน่อย” เคียร์พึมพำกับตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นมองสี่คนนั้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “แล้ว… พวกนายมาทำไมอีก”

“ก็อยากมา มาไม่ได้เหร— โอ๊ย!” เด็กจากตระกูลทหารโพล่อนกระโดดโหยงเหยงไปมาหลังถูกคู่กัดอย่างเคเรนกระทืบหลังเท้าเข้าอย่างแรง ไม่วายหันมามองตาขวางใส่อีกต่างหาก

มันเจ็บนะเฟ้ย!

แต่เคเรนไม่ได้สนใจ เธอกล่าวเสียงเรียบ “โซฮาร์คิดว่านายน่าจะอยู่ในภาวะกลัวผู้คนน่ะ”

เคียร์ทำหน้าฉงน “ภาวะ…อะไรนะ?”

“ก็แบบว่า เห็นนายดูกลัวพวกเราแล้วยังขี้ระแวงด้วย อาการมันคล้าย ๆ กันน่ะ” โซฮาร์อธิบายแต่เคียร์ก็ยังดูไม่ค่อยเข้าใจนัก กระทั่งลูเซียนถอนหายใจแล้วล้วงมือหยิบห่อขนมปังออกมาจากกระเป๋ากางเกง เคียร์ที่ระแวงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะเอาอะไรออกมานั้นขยับไปหลบหลังสุนัขช้า ๆ เมื่อเห็นว่าเป็นอาหารเขาก็เบาใจ

“กินไหม?”

เคียร์หรี่ตามอง ถึงแม้คนพวกนี้จะดูเป็นมิตรมากแค่ไหนแต่ยังไงก็เพิ่งเจอกันวันแรก ความไว้ใจที่มีให้จึงไม่ได้สูงขนาดนั้น ในใจของคนพวกนั้นจะดีอย่างที่แสดงออกหรือเปล่าเขาเองก็ไม่รู้

เคียร์ครุ่นคิด หากตอบว่า ‘กิน’ อีกฝ่ายจะทำยังไง? จะฉีกห่อแล้วปาขนมปังใส่เขาเต็มแรงจนตกลงพื้นพร้อมกับพูดว่า ‘งั้นก็เอาไปกิน!’ หรือหากตอบว่า ‘ไม่กิน’ ทางนั้นจะแสดงอาการหงุดหงิดแล้วปามันลงพื้น และพูดว่า ‘งั้นก็ไม่ต้องกิน!’ พร้อมกับเหยียบห่อขนมปังนั่นหรือไม่…

จะทางไหนก็คล้าย ๆ กัน ยังไงก็คงไม่ได้กินดีนัก แต่ถึงยังไงเขาก็กินได้หมดเพราะฉะนั้น…

“…กิน” ต่อให้บอกว่าไม่กิน ยังไงท้องของเขาก็คงร้องประท้วงเป็นแน่

ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นกลับต่างจากสิ่งที่เคียร์คิดทุกประการ ลูเซียนเรียกแวร์วูฟให้ไปหาแล้วคาบห่อขนมปังกลับมาให้ เด็กหนุ่มยืนนิ่งอย่างไม่คาดคิด ช็อกอยู่นานราวสิบวินาทีแล้วจึงกล่าวขอบคุณ รับขนมปังมาจากสุนัขแสนเชื่อง

ลูเซียนนั่งลงกับพื้น คนอื่น ๆ รวมถึงเคียร์ก็นั่งตาม ฝั่งนั้นพยายามหาเรื่องชวนคุยกระชับมิตรทว่าเคียร์ก็ยังคงแสดงท่าทีระแวงและไม่ไว้ใจออกมา

เด็กน้อยแกะห่อขนมปังอย่างรวดเร็วแล้วกัดเคี้ยวแก้มตุ่ยด้วยความหิว

“ทำไมนายถึงกลัวคนอื่นนักเหรอ” ลูเซียนถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัยออกไปตรง ๆ

เคียร์ชะงักไปแวบหนึ่งก่อนกลืนอาหารลงคอ “ก็ไม่ทำไมหรอก”

ดูยังไงก็เลี่ยงไม่ตอบชัด ๆ

ในขณะที่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดีสายตาก็สะดุดเข้ากับเสื้อผ้าฉีกขาดมอมแมม ดูเหมือนตัวของเคียร์จะใหญ่กว่าอาภรณ์เหล่านั้นแล้วเสียด้วยซ้ำ

จริงสิ…

“นายมีบ้านไหม” คราวนี้เคเรนเป็นฝ่ายถามบ้าง เด็กสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะมองคนฝั่งนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ไม่” เขากัดขนมปังอีกคำ

ก็กะไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนั้น เคเรนคิด

จากนั้นไม่ว่าจะถามอะไรออกไปเคียร์ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยพูดอะไรไปมากกว่าการตอบคำถามที่พวกเขายิงมา ซ้ำยังตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนไม่อยากคุยอีก

โซฮาร์หรี่ตามองแผลฟกช้ำสีม่วงเขียวตามจุดต่าง ๆ บนร่างกายของร่างกายเด็กหนุ่มแล้วก็รู้สึกคันไม้คันมืออยากเข้าไปประคบไปรักษาให้ แต่อีกฝ่ายคงไม่ยอมอยู่เฉย ๆ ให้รักษาเป็นแน่จึงได้แต่นั่งนิ่งแล้วถามที่มาของแผลพวกนั้น

“แผลบนตัวนั่น นายไปทำอะไรมาเหรอ”

เคียร์ชะงักก่อนช้อนนัยน์ตาสีฟ้าขึ้นมองคนฝั่งนั้นแล้วกลืนน้ำลายลงคอ ภาพความทรงจำที่ไม่อยากเห็นไหลย้อนเข้ามาในหัวจนตัวเริ่มสั่น “มะ…ไม่มีอะไร” แล้วหลบสายตาของคนพวกนั้นที่จ้องมองมา

ถึงจะแปลกใจอยู่ลึก ๆ ที่มีคนไม่รู้เรื่องของเขา แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกโล่งใจอยู่หน่อย ๆ คิดว่าดีแล้วละที่ยังมีคนที่ไม่รู้อยู่บ้าง

คล้ายเรย์จะเริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีของเคียร์ เขาถึงได้ชักสีหน้า “ช่วยอย่าถามคำตอบคำจะได้ไหม นี่พวกฉันพยายามชวนคุยไม่ให้นายเหงาอยู่นะ!”

ทันใดนั้นเรย์ก็ลุกขึ้น เคียร์สะดุ้งตั้งท่าจะขยับถอยหลังแต่ก็ดันติดกำแพงเสียก่อน ดวงหน้าขาวมอมแมมจึงซีดลงอย่างเห็นได้ชัด เรย์รู้สึกปวดหัวขึ้นมากะทันหัน เขายกมือขึ้นกุมขมับแล้วออกคำสั่งกับหมาน้อยที่นอนอยู่ข้างเด็กแปลกหน้าด้วยความเหนื่อยใจ “แวร์วูฟ คาบห่อขนมมานี่ซิ”

ถึงจะไม่ใช่เจ้าของแต่มันก็มองเขาเป็นเจ้านายอีกคนหนึ่ง เพราะเรย์ชอบไปเที่ยวบ้านลูเซียนและเล่นกับมันบ่อย ๆ ตั้งแต่ช่วงที่ยังเด็กกว่านี้มากมันถึงได้เชื่อฟังขนาดนี้

แวร์วูฟส่งเสียงเห่ารับคำสั่งก่อนจะคาบห่อขนมปังเปล่ามาให้เรย์พร้อมกับกระดิกหางคล้ายอยากได้คำชม

เขาลูบหัวมันทีหนึ่งแล้วหย่อนซองเปล่าลงในถังขยะ “เก่งมาก”

เพียงแค่นั้นก็ไซ้หน้าถูไถกับมือเขาใหญ่เลย

คล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้จึงหันไปหาเคียร์ “อ่าใช่ ก่อนอื่นฉันยังไม่รู้จักชื่อนายนี่นะ”

เคียร์พยักหน้าเล็กน้อยไม่ได้พูดอะไร เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบนานเส้นเลือดก็ขึ้นปูดขึ้นบริเวณขมับ

“พยักหน้าเฉย ๆ ได้ไงเล่า บอกชื่อมาได้แล้ว!”

เคียร์สะดุ้งเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวันก่อนจะตอบเสียงตะกุกตะกัก “เอ่อ คะ…เคียร์ ดาฟินัส”

“ก็แค่นี้” เด็กหนุ่มกระแทกตัวลงนั่งกับพื้นแรงจนรู้สึกเจ็บก้น แต่เขาก็พยายามทำหน้านิ่งรักษามาดไว้แม้จะเบ้ปากอยู่ก็ตาม “ฉันเรย์ โพล่อน จำไว้ให้ดีล่ะ”

ฝ่ายนั้นตอบรับในลำคอ แล้วเรย์ก็หันไปมองหน้าเพื่อน ๆ “ใบ้กินแล้วเหรอ”

อยากจะหาอะไรฟาดปากเจ้าหมาเรย์ชะมัด

เคเรนคิดในใจด้วยความหมั่นไส้แล้วหันไปหาเคียร์ “เคเรน คลาริเบลล์”

“ฉันโซฮาร์ ลูเซตต้า ยินดีที่ได้รู้จัก” เด็กสาวพูดต่อพร้อมส่งรอยยิ้มหวาน จากนั้นพวกเขาสามคนก็หันไปมองลูเซียนเป็นตาเดียว

คนถูกมองเลิกคิ้ว “หือ? อะไร ฉันแนะนำตัวไปตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ไม่เชื่อจะลองถามเคียร์ก็ได้นะ”

“…” พวกเขาสามคนที่ไม่รู้ว่าเจ้าคนนี้แอบมาแนะนำตัวตอนไหน

เคียร์หลุดยิ้มบางเบา มุมปากขยับขึ้นเล็กน้อยทว่าหากไม่สังเกตดี ๆ ก็จะไม่เห็น

“งั้นวันนี้พวกเรากลับก่อนนะเคียร์ ฟ้าเริ่มมืดแล้วเดี๋ยวพ่อแม่จะเป็นห่วง” ลูเซียนบอกเสียงใสพร้อมกับลุกขึ้นยืน ใช้มือปัดฝุ่นออกจากกางเกงด้านหลังแล้วโบกมือให้เพื่อนใหม่

เด็กหนุ่มพยักหน้าพลางมองส่งคนแปลกหน้าที่ดูจะไม่รู้เรื่องของเขาจนกระทั่งออกจากตรอกนี้ไป แวร์วูฟหมาของลูเซียนวิ่งตามเจ้าของออกไปโดยไม่ลืมที่จะหันมาเห่าใส่เคียร์อย่างร่าเริงพร้อมกระดิกหางคล้ายเป็นการบอกว่า แล้วเจอกันใหม่