เรื่องราวของผู้กองคามินที่โดนตราหน้าว่ากระทืบสามีที่เป็นทั้งหมอและยากูซ่าในห้องสอบสวนจนตาย เธอกลับรู้สึกว่าเขายังเฝ้ามองดูเธออยู่ตลอดเวลา
สืบสวนสอบสวน,ระทึกขวัญ,ชาย-หญิง,ดาร์ค,ไทย,พล็อตสร้างกระแส,สืบสวนสอบสวน,ตำรวจ,นางเอกแมน,นางเอกเก่ง,ฝาแฝด,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สามีเก่าของฉันคือปีศาจเรื่องราวของผู้กองคามินที่โดนตราหน้าว่ากระทืบสามีที่เป็นทั้งหมอและยากูซ่าในห้องสอบสวนจนตาย เธอกลับรู้สึกว่าเขายังเฝ้ามองดูเธออยู่ตลอดเวลา
เนื้อเรื่อง บุคคล ชื่อ สถานที่ ไม่มีอยู่จริง ทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการของไรท์เตอร์แต่เพียงผู้เดียว โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ขอบคุณค่ะ
--มนุษย์คือปีศาจที่น่ากลัวที่สุด--
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2558
เผยแพร่ครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2566
เธอละสายตาจากเอกสารของสำนักงานตำรวจอันแสนน่าเบื่อลงที่โต๊ะญี่ปุ่นหน้าทีวี ก่อนจะเอนหลังกับโซฟาเงยหน้ามองเพดานบ้านตัวเอง ตอนนี้เวลาสามทุ่มเศษ อย่างที่เธอคิดเลย งานเอกสารมันน่าเบื่อจริงๆ
อยากออกลุยทำงานข้างนอกจัง คิดถึงช่วงเวลาที่ได้อัดไอ้พวกคนร้ายและกลับไปโดนหัวหน้าเอ็ดประจำว่าเธอทำเกินกว่าเหตุ นึกถึงก็ทำให้ยิ้มออกขึ้นมา
ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่ามันสนุกทุกครั้งที่ได้ลงไม้ลงมือ
ถึงจะโดนดุ
แต่ก็ไม่เคยโดนไปมากกว่านั้น เธอคิดว่าอันที่จริง....มันผิดด้วยเหรอ ไอ้พวกนั้นมันเป็นพวกเดนนรกอยู่แล้ว
เธอตัดสินใจลุกเดินไปทำอาหารเมื่อรู้สึกว่าท้องเริ่มจะร้องออกมา เพราะตอนเย็นมัวแต่ขมักเขม้นกับงานเอกสารที่โจวมันมอบหมายมาให้ จนไม่ได้สนอกสนใจอาหารการกินเลยแม้แต่น้อย ถึงเธอจะไม่ค่อยถนัดเรื่องการทำอาหาร แต่อยู่คนเดียวแล้วนี่ ทำยังไงได้ล่ะ
ถ้าเป็นตอนที่มีเขาอยู่ เธอแทบจะไม่ต้องกังวลเรื่องของกินในตู้เย็นหรือกับข้าวในแต่ละวัน ดวงตาเรียวมองไปที่รูปคู่ของเธอกับเขา มือขาววางผักเอาไว้บนเขียงเตรียมหั่น เธอมองรอยยิ้มของเขาอยู่เช่นนั้นก่อนที่จะคลี่ยิ้มออกมาเบาๆและก้มลงทำกับข้าวต่อ
พรุ่งนี้เข้าสำนักงานแล้วไปหาหมอตรัยต่อเลยแล้วกัน เธอคิด
.
.
.
เช้าของอีกวัน
หน้าสวยชะโงกใส่กระจกในห้องน้ำ เธอเผยอปากพลางใช้มือจับริมฝีปากดูไหมเย็บแผลที่เมื่อวานเธอไปรักษามาที่คลินิก โล่งใจไปหน่อยที่มันยังอยู่ดี ร่างเพรียวผละออกจากห้องน้ำและเดินไปที่ห้องแต่งตัว เมื่อคืนเธอหลับสนิทไปได้อีกวันเพราะยาของหมอตรัย รู้สึกโหวงแปลกๆอยู่เหมือนกันที่หลับสนิทแบบไม่ฝันถึงอะไรเลยเช่นนี้ ทั้งๆที่เมื่อก่อนหน้านั้น ฝันทุกคืน
ฝันถึงเขา
ไม่เคยมีคืนไหนที่ไม่สะดุ้งตื่นขึ้นมา
คามินสวมเข็มขัดรัดกางเกงให้ดูทะมัดทะแมงตามสไตล์ของเธอมากขึ้น ก่อนที่จะหันไปมองทางเครื่องเสียง คงจะติดเป็นนิสัยนิดหน่อยที่ชอบฟังเพลงระหว่างทำกิจวัตร เธอเอื้อมมือไปคว้ารีโมทที่อยู่ใกล้ๆและเปิดเล่นเพลง
แล้วก็ไม่คิดว่าเจ้าเครื่องเสียงมันจะ...เล่นเพลงนี้เป็นเพลงแรก
เพลงที่คุณหมอภาคินชอบเปิดฟังตอนเช้า คามินหยุดยืนนิ่งงันอยู่เช่นนั้น เธอมองเครื่องเล่นเพลงพลางถอนหายใจเบาๆ มือขาววางรีโมทลง ตัดสินใจเอื้อมมือไปเลือกเสื้อแจ็กเก็ตที่จะใส่เข้าสำนักงาน
ทว่า....
มือใหญ่อันอบอุ่นค่อยๆเข้ามากอบกุมมือขาวที่กำลังจะหยิบแจ็กเก็ตหนังสีน้ำตาลตัวเก่งของเธอออกมาใส่
ใบหน้าสวยหันขวับไปมองด้วยสติอันแทบจะหลุดลอยเมื่อเธอสอดประสานสายตากับคุณสามีแสนน่ารักของเธอเอง
ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มน่ารักให้เธอเช่นทุกครั้ง "จะเลือกชุดนี้ตอนหน้าร้อนจริงๆเหรอครับ ที่รัก"
"....." ภาพลวงตาแบบนี้มันชัดเจนเกินไปไหม
ร่างสูงชุดเนี๊ยบเรียบร้อยพร้อมไปทำงาน เอียงคอเบาๆ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นน้อยๆมองเธออย่างกับเอ็นดู "อ่า...คุณนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ ชอบเลือกอะไรตามใจจริงๆ ถ้าใส่เสื้อหนังในหน้าร้อนเดี๋ยวมันจะไม่สบายเอาได้นะครับ คุณภรรยา ผมว่า..." เขาบังคับมือเธอให้ไปเลือกเสื้ออีกตัวหนึ่งซึ่งใส่สบายในหน้าร้อน "...เอาตัวนี้ดีกว่านะครับ"
"....." คามินมองเขาไม่วางตา เธอน้ำตาเริ่มเอ่อขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
ร่างสูงสบตากับเธอ ผละมือมาเกลี่ยหยดน้ำใสที่ทะลักล้นลงมาอาบแก้มข้างหนึ่งของเธอ เขากะพริบตาอย่างเชื่องช้าพลางคลี่ยิ้ม "ผมยังอยู่ข้างคุณเสมอนะครับ ที่รัก"
"....."
"ไม่ร้องนะ คนดีของผม"
คามินหลับตาลงก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ น้ำตาไหลอาบแก้มของเธอทั้งสองข้างอย่างช่วยไม่ได้ หลับตาค้างอยู่เช่นนั้นสักพักก่อนที่จะค่อยๆลืมตาขึ้น
และทุกอย่างก็ว่างเปล่า มีเพียงเสียงเพลงที่เขาชอบกำลังขับเคลื่อนทำนองไปเรื่อยๆ อย่างที่มันควรจะเป็น
เธอมองมือที่จับเสื้อคลุมผ้าบางสีน้ำตาลอ่อนของตัวเองซึ่งหยิบมันออกมาจากราวแล้วเรียบร้อย ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง
"ผมยังอยู่ข้างคุณเสมอ..." งั้นเหรอ...
นั่นแหละที่เป็นปัญหา
เมื่อถึงที่สำนักงานตำรวจ เธอยื่นเอกสารที่ช่วยเพื่อนเคลียร์วางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะไปนั่งที่โต๊ะประจำของตัวเอง ระหว่างทางที่เดินเข้าห้องมาก็แอบเห็นสภาพสะบักสะบอมของไอ้สารวัตรไม่เอาไหนอย่างกองทัพ มองที่แขนเข้าเฝือกของมันยิ่งทำให้เธอต้องแอบยักยิ้มสะใจ
"ยิ้มซะสะใจเลยนะมึง ไอ้มิน"
คามินหุบยิ้มหันไปมองทางโจวที่มองเธออยู่ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ และคลี่ยิ้มให้เห็นๆอีกที
"อ่าาา คามิน กูขอร้องเลย"
"อะไร วันนี้กูก็ยังไม่ได้สร้างปัญหาอะไรเลยนี่หว่า อืม อันที่จริงเมื่อวานมันก็ไม่ใช่ปัญหานะ มันคือสิ่งที่ต้องดัดสันดาน"
โจวย่นคิ้วมองคามินน้อยๆ เขาคว้าเอกสารที่คามินเคลียร์มาให้มาพิจารณาดู
"ถ้ามีงานที่ต้องสอบสวนก็จองให้กูหน่อยก็ได้นะ อยากลงห้องสอบสวนหรือไม่ถ้ามีงานภาคสนามก็จองให้กูหน่อย อยากลงภาคสนาม"
"เหมือนมึงยังไม่รู้สถานะตัวเองตอนนี้นะ มีงานเอกสารให้ทำก็ดีเท่าไหร่แล้ว"
คามินเอียงคอมองเพื่อน "จะบอกเหรอว่ามีคนจัดการไอ้พวกจัญไรได้เก่งเท่ากู ผู้การยังหาคนแบบนั้นไม่ได้เลยนะ"
"ไอ้มิน..."
เธอเลิกคิ้วมองเพื่อน
โจวเขย่าเอกสารในมือ "ทำได้ดี เอาเอกสารไปทำอีก"
ร่างบางคลี่ยิ้มเย็น ก่อนจะคว้าปากกาเขวี้ยงไปอย่างรวดเร็ว
โจวเอนตัวหลบได้ทัน ปากกาไปโดนหน้าจอคอมพอดี "โว๊ยยย ไอ้มิน เดี๋ยวคอมกูพัง ผู้หญิงอะไรวะ เฮ้ยๆ ขอโทษครับ อย่าปาเลยขอโทษๆ"
คามินที่เตรียมง้างจะปากล่องปากกาทั้งกล่องค่อยๆลดมือลง
"ไม่เคยเห็นคนแบบมึงจริงๆ ไปได้ไกลถึงผู้กำกับแท้ๆ แต่อยากเป็นสารวัตรต่อไปเพราะอะไรนะ ที่มึงเคยให้สัมภาษณ์ตอนที่เขาจะพิจารณาเลื่อนขั้นให้" โจวชี้นิ้วมาทางคามิน
ใช่ เธอเคยจะได้เลื่อนขั้นตำแหน่งเพราะผลงานที่ทำได้ดีมาอย่างต่อเนื่อง แต่เธอก็ยังยืนยันว่าจะขอเป็นสารวัตรต่อไป "เพราะอยากอัดไอ้พวกเดนนรก อยากทำหน้าที่ของตำรวจให้มันเต็มที่ เพราะนั่นคืดจุดประสงค์ของการมาเป็นตำรวจ"
โจวสบตากับเพื่อนตำรวจหญิงของเขา "น่านับถือสัสๆ"
"ประชดเดี๋ยวมึงจะได้โดนอีก"
"กูพูดจริงๆ"
"หึ"
"แต่มึงไม่คิดว่ามึงตัดสินใจพลาดบ้างเหรอ เพราะถ้ามึงขึ้นไปในตำแหน่งที่สูงกว่านี้ก็จะจัดการผู้ร้ายได้ง่ายกว่าเดิม"
"แต่กูต้องสั่งคนอื่นไปทำ มึงก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่ากูชอบลงมือทำเองมากกว่าหืม"
"อ่า...จริงๆเลยว่ะ"
"ถ้ามีงานสอบสวนอะไรก็เรียกใช้ได้ กูไปล่ะ"
"ไป?"
"หาจิตแพทย์ตามนัด"
โจวกระตุกยิ้ม ก่อนที่เขาจะพูดอะไร คามินก็ลุกจากเก้าอี้และเดินออกจากห้องของแผนกไปเสียแล้ว
.
.
.
คามินไม่ได้คาดหวังคำปรึกษาดีๆจากการมาหาจิตแพทย์อยู่แล้ว เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ เธอก็ไม่ได้คำปรึกษาอะไรที่ดีมากนัก อย่างที่บอก แม้กระทั่งหมอที่ถูกมอบหมายมาให้บำบัดเธอก็ยังดูไม่น่าไว้ใจ
ส่วนเรื่องยา
เธอไม่มีทางเลือกจริงๆ
อย่างน้อยยาที่หมอตรัยให้มาทั้งหมด คามินก็เสิร์ชดูรายละเอียดแต่ละตัวในอินเทอร์เน็ตแล้วเรียบร้อย
ยังไงก็ต้องกิน เพราะถ้าเธอยังฝันร้ายและสะดุ้งตื่นทุกคืน ร่างกายต้องแย่แน่ๆ
จุดประสงค์ในการมาหาจิตแพทย์ของเธอคือ ยา และ...ต้องการจะรู้ว่าคุณหมอคนนี้จะถามคำถามอะไรในเรื่องของเธออีกไหม เพราะคำถามของเขา จะทำให้เธอเดาทางออกว่า ไอ้หมอจิตแพทย์คนนี้มันหวังจะรักษาเธอจริงหรือเปล่า
"ดูเหมือนคุณคามินจะมีสีหน้าที่ดูดีขึ้นนะครับ ทานยาที่ให้ไปมีอาการข้างเคียงไหม"
"ไม่ค่ะ หลับสบายกว่าก่อนหน้านี้"
หมอตรัยยิ้มเบาๆ "ดีครับ แล้วตอนนี้คุณยังเห็นเขาอยู่ไหม"
คามินจ้องหน้าหมอตรัยตรงๆ "ก็ต้องขอบคุณยาของหมอค่ะที่ทำให้ฉันไม่เห็นภาพเขาบ่อยเหมือนก่อนหน้านี้"
"ไม่เห็นบ่อย? แสดงว่าก็ยังเห็นอยู่ใช่ไหมครับ"
"ไม่รบกวนชีวิตประจำวันเท่าไหร่"
หมอตรัยเลิกคิ้วก่อนจะยักยิ้มน้อยๆ "ดูเหมือนคุณกำลังจะมองว่ามันเป็นเรื่องปกติสำหรับคุณแล้วนะครับ สารวัตร"
รอยยิ้มแปลกๆแบบนั้น "คงงั้นมั้งคะ" ทำให้ต้องโกหกหน้าตายไป
เรื่องปกติ จิตแพทย์ควรคิดแบบนี้เหรอวะ หรือเป็นแค่การแสดงความเห็นกัน?
"มีอารมณ์ขันดีนะครับ อืม...แล้ววันนี้อยากเล่าระบายอะไรให้ผมฟังไหม เรื่องอะไรที่รบกวนคุณคามินอยู่ ก็เล่ามาได้เลยนะครับ"
สายตามีเลศนัย ราวกับดูออกว่าเธอเจออะไรมาก่อนหน้านี้
อาจจะรู้จริงๆก็ได้ ใครจะไปรู้ "ไม่นานมานี้ฉันไปเย็บแผลที่ได้จากการทะเลาะวิวาทในสำนักงานตำรวจมาค่ะ" คามินจับริมฝีปากของเธอเผยอให้อีกฝ่ายเห็นรอยเย็บด้านใน
และดูเหมือนอีกฝ่ายจะมองด้วยความใจเย็น "...." และรอฟังต่อ
"เพื่อนร่วมงานของฉันพาไปที่คลินิกทันตกรรมที่เขาเคยทำงานอยู่ แปลกเนอะ เพื่อนที่บอกให้ฉันลองเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบตัวไปอยู่ในที่ใหม่ๆจะได้ลืมเขาได้ กลับพาฉันมาที่นี้เองด้วยเหตุผลที่ว่าที่นี้ใกล้สำนักงานที่สุด"
"เป็นเหตุผลที่เข้าใจได้นะครับ ถ้าเย็บมาแบบนั้น ผมเดาว่าเลือดคุณคงจะไหลเยอะน่าดู"
คามินกระตุกยิ้ม "เหมือนอยู่ในเหตุการณ์เลยนะคะ" อะไรไม่รู้แต่กลับรู้สึกท้าทายขึ้นมา
เขายิ้มอีกตามเคย "ผมเป็นหมอนะครับ สารวัตร"
หน้าสวยมองอย่างลองเชิง เธอหัวเราะในลำคอน้อยๆ "ค่ะ ก็เป็นเหตุผลที่เข้าใจได้อยู่เหมือนกัน"
"....." บอกเลยว่าเห็นมันยิ้มแล้วรู้สึกท้าทายหนักกว่าเดิม
"พอเข้าไปในคลินิกทันตกรรมลีออน ฉันกลับได้รับรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน ตอนนั้นมันอึ้งไปหมดเลยน่ะค่ะ อย่างกับภาพหลอนที่เห็นมาตลอดมันถูกทำให้เป็นความจริงขึ้นมา ความจริงเป็นตัวเป็นตนที่สามารถจับต้องได้"
"คุณโอเคนะครับ"
"ฉันไม่เป็นไรค่ะ แค่รู้สึกว่าฉันคงยังรู้จักเขาได้ไม่ดีพอ ถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย"
หมอตรัยคลี่ยิ้ม "ไม่หรอกครับ สารวัตรคามินอาจจะรู้จักเขาดีกว่าใครแต่ทุกคนมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง มีความลับที่ไม่ต้องการให้ใครรับรู้แม้กระทั่งกับคนในครอบครัว ทุกคนมีสิ่งเหล่านั้นในตัวอยู่แล้วครับ ยังไงผมก็ยังคิดว่าที่คุณเลือกตัดสินใจแต่งงานกับเขาคงไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นหมอฟันที่หล่อเหลาอย่างเดียวหรอกจริงไหม"
คามินยักยิ้มก่อนจะหัวเราะในลำคอออกมา
"แล้วคุณได้คุยอะไรกับคุณหมอฟันที่เป็นฝาแฝดของเขาไหมครับ"
อ่า... "เล็กน้อยค่ะ พอดีฉันยังอึ้งอยู่"
เขาพยักหน้า "ยังไงผมก็ไม่อยากให้คุณเหมารวมนะครับ เพราะยังไงสามีของคุณก็ไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว"
"เพราะยาของหมอด้วยละมั้งคะ ที่ทำให้ฉันแยกแยะได้"
หมอตรัยหัวเราะเบาๆ "ไม่หรอกครับ ยาแค่ทำให้คุณสบายขึ้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณทั้งนั้น สารวัตร"
เธอยิ้ม
"มีอะไรจะเล่าให้ผมอีกไหมครับวันนี้"
"ไม่ค่ะ ไม่มีแล้ว"
"งั้นเจอกันตามนัดอีกนะครับ"
"ว่าแต่คุณหมอคะ"
"ครับ?"
"คุณเคยบอกใช่ไหมคะว่าฉันจะกลับเข้าไปทำงานได้หลังจากที่คุณเซ็นต์อนุมัติว่าฉันสามารถทำงานต่อได้จริงๆ"
"ครับ ใช่"
"แล้วคุณไม่คิดจะตำหนิฉันบ้างเหรอคะ ที่ฉันเข้าไปที่สำนักงานจนเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกับเพื่อนร่วมงานเมื่อวานนี้"
"ผู้การบอกผมเองว่าคุณสามารถทำงานนั่งโต๊ะได้ เมื่อวานคุณก็ไม่ได้ลงภาคสนามไม่ใช่เหรอครับ จริงไหม"...อ๋า
"....."
"มีอะไรจะเล่าอีกไหมครับ"
"ไม่มีแล้วค่ะ"
"งั้นวันนี้จบแต่นี้เนอะ ทานยาให้ตรงเวลาด้วยนะครับ สารวัตรคามิน"
คามินยิ้มเป็นคำตอบ
ร่างบางลุกจากโซฟาก่อนจะโค้งให้คุณหมอเบาๆ เธอเดินตรงไปที่ประตูห้องของคุณหมอตรัยศักดิ์
ยังไม่ได้บอกเลยสักนิดว่าเจอฝาแฝดของภาคิน ไอ้หมอเวรนี่มันรู้ทุกอย่างจริงๆสินะ คามินกระตุกยิ้มพลางเอื้อมมือไปบิดลูกกลอนประตูและเปิดมันออกกว้าง ทว่ากลับมีร่างสูงโปร่งยืนกันทางอยู่ตรงหน้าประตูพอดี
กลิ่นหอมจากกายแกร่งของเขาพาให้เธอต้องใจสั่น คามินเงยหน้าสบตากับดวงตากลมโตดุดันที่กำลังมองเธออย่างพินิจสนใจ เธอเผยอปากหอบหายใจเล็กน้อย รู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมาราวกับมีใครมาบีบคอเอาไว้ และค่อยๆคลายออก
หน้าหล่อลูกครึ่งไทยเกาหลีที่ดูเหมือนอึ้งที่เจอหน้าเธออย่างกับแสแสร้งแกล้งทำ ก่อนที่เขาปรับสีหน้าเป็นคลี่ยิ้มให้บางๆ "ไม่คิดว่าจะเจอสารวัตรที่นี้นะครับ มาทำอะไรเหรอครับ"
คามินกะพริบตามองคุณหมออันวา
"อ่า หมออันวา ..เมื่อวานเจอคนไข้ของฉันแล้วใช่ไหมล่ะ นายเย็บแผลที่ปากให้เองใช่ไหม" หมอตรัยเดินเข้ามาผสมโรง
รู้จักกัน ดูจะสนิทกันดีจริงๆเสียด้วย คามินเลิกคิ้วน้อยๆก่อนจะยักยิ้มให้กับสัญชาตญาณของเธอไปหนึ่งที "ไม่คิดเหมือนกันค่ะว่าจะเจอคุณหมอที่นี้"
อันวายิ้มน่ารัก "จิตแพทย์ที่ได้รับมอบหมายให้บำบัดคุณก็คือเพื่อนผมเองสินะครับ"
"....."
ร่างสูงหันไปสบตากับเพื่อน "ดูเหมือนฉันจะอยู่คุยกับนายไม่ได้แล้วล่ะ ตรัยศักดิ์"
หมอตรัยเลิกคิ้วน้อยๆ
ดวงตากลมเลื่อนมาสบตากับเธอ "...สารวัตรยังไม่ลืมนัดของเราใช่ไหมครับ"
คามินรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร "มาทำอะไรที่นี้เหรอคะ"
"เริ่มถามสิ่งที่อยากรู้แล้วใช่ไหมครับ"
"ค่ะ"
อันวายิ้มรับ "ผมเป็นทันตแพทย์อาสาของที่นี้ครับ ผู้ป่วยจิตเวชที่นี้ยังไม่มีทันตแพทย์ที่เข้ามารับงานสุขภาพช่องปาก และพอดีว่ารู้จักกับหมอตรัยเพราะเคยเรียนอยู่วิทยาลัยเดียวกันเลยทำให้คุยกันง่ายน่ะครับ"
คามินพยักหน้ารับ "ฉันขอตัวนะคะ" เธอเดินแทรกกายสวนร่างสูงของเขา
"สารวัตรคามิน"
"....."
"ไม่อยากถามอะไรเพิ่มเหรอครับ"
"ดูเหมือนไม่ใช่เวลาที่มานั่งถามข้อสงสัยหรอกนะคะ"
"ผมว่างตั้งแต่ตอนนี้ถึงเวลาประมาณทุ่มหนึ่งครับ เราไปหาที่นั่งคุยกันดีไหม" สายตาของเขาแทบจะไม่ผละออกจากเธอเลยแม้แต่น้อย
คามินละไปมองหมอตรัย
จิตแพทย์มองมาที่เธอ
"ค่ะ งั้นก็รบกวนด้วยแล้วกัน" ถ้าจะมาไม้นี้ เธอก็จะยอมเดินตามเกมส์ไปก่อนแล้วกัน
คุณหมออันวาคลี่ยิ้มตอบกลับเธอ
รอยยิ้มที่ทำให้รู้สึกดีและกระอักกระอ่วนที่ได้มอง ก่อนหน้าที่เธอยังมีภาคินอยู่ข้างกายเธอเคยกระอักกระอ่วนกับรอยยิ้มของเขาบ้างไหมนะ นึกไม่ออกเลยจริงๆ
...