เรื่องราวของผู้กองคามินที่โดนตราหน้าว่ากระทืบสามีที่เป็นทั้งหมอและยากูซ่าในห้องสอบสวนจนตาย เธอกลับรู้สึกว่าเขายังเฝ้ามองดูเธออยู่ตลอดเวลา
สืบสวนสอบสวน,ระทึกขวัญ,ชาย-หญิง,ดาร์ค,ไทย,พล็อตสร้างกระแส,สืบสวนสอบสวน,ตำรวจ,นางเอกแมน,นางเอกเก่ง,ฝาแฝด,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สามีเก่าของฉันคือปีศาจเรื่องราวของผู้กองคามินที่โดนตราหน้าว่ากระทืบสามีที่เป็นทั้งหมอและยากูซ่าในห้องสอบสวนจนตาย เธอกลับรู้สึกว่าเขายังเฝ้ามองดูเธออยู่ตลอดเวลา
เนื้อเรื่อง บุคคล ชื่อ สถานที่ ไม่มีอยู่จริง ทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการของไรท์เตอร์แต่เพียงผู้เดียว โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ขอบคุณค่ะ
--มนุษย์คือปีศาจที่น่ากลัวที่สุด--
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2558
เผยแพร่ครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2566
"จงมีศรัทธา และเชื่อในพระเจ้า ไม่ว่าลูกจะมีความรู้สึกเช่นไรต่อพระเจ้า จงศรัทธาเพราะพระองค์ดูเราอยู่ ขอให้พลังสถิตย์แก่ท่านทั้งหลาย"
"หากลูกเกลียดสิ่งใดมากๆ นั้นหมายถึงลูกนั้นรักสิ่งนั้นมากเช่นกัน หากไม่รักจะไม่มีความรู้สึกเกลียด"
ผู้กองคามินทำเสียงในลำคอเมื่อได้ยินประโยคนั้นจนจบ เธอมองรูปปั้นขนาดใหญ่ที่ตระหง่านอยู่ตรงหน้า วันนี้เธอตัดสินใจเข้าโบสถ์เป็นครั้งที่สองหลังจากที่สามเดือนก่อนหน้านี้อยู่ในเรือนจำของตำรวจ ในข้อหาทำร้ายร่างกายและทำเกินกว่าเหตุ
เรื่องบางเรื่องในชีวิตมักจะตลกร้ายกับเราเสมอ อันที่จริงคามินรู้จักกับคุณหมอคนหนึ่ง ตอนที่เธอตัดสินใจเข้าไปใช้บริการทันตกรรมที่คลินิกหลังจากที่ผ่อนผันมานานจนมันเริ่มจะปวด นั้นทำให้เธอได้เจอกับคุณหมอภาคินและกลายเป็นคนไข้ของเขา ระหว่างนั้นคามินทำคดีที่กำลังดังคดีหนึ่ง เป็นคดีเกี่ยวกับเด็กมัธยมที่กลายเป็นคนหายไปหลายสิบคนและนับวันก็จะเริ่มทวีคูณจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
ความสัมพันธ์ของเธอกับคุณหมอคินเริ่มพัฒนาไปจนถึงขั้นที่แต่งงานกันโดยที่ภาคินเป็นคนเริ่มขอคบ และขอแต่งงานกับเธอหลังจากที่คบกันได้หนึ่งปีเต็ม ช่วงเวลาหวานชื่นแบบนั้นคามินจำได้ดี เธอจำความรู้สึกรักที่เธอไม่เคยรู้สึกกับใครเท่ากับครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งหลักฐานบางอย่างที่เชื่อมโยงคดีที่เธอทำอยู่กับตัวของสามีตัวเอง
คามินมารู้ที่หลังว่าสามีแสนน่ารักของเธอเป็นลูกชายยากูซ่าและยังเป็นคนที่ฆ่าพวกคนที่หายไปทั้งหมดในบ้านที่ถูกเช่าเพื่อทำการฆาตกรรมโรคจิตนี้โดยเฉพาะ
แน่นอนว่าก่อนจะสืบสวน คามินอยากให้มันเป็นแค่ฝันไป แต่สุดท้ายฝันร้ายก็กลายเป็นจริงเพราะภาคินสารภาพทั้งหมด แล้วยังบอกอีกว่า ตั้งใจจะฆ่าเธอเป็นคนสุดท้าย
กับตรรกะป่วยๆที่ว่า รักมากก็จะต้องฆ่าให้ทรมานจริงๆ
และดูเหมือนว่าคุณหมอภาคินจะฆ่าเธอสำเร็จเสียด้วย
คามินเป็นผู้กองมากฝีมือที่ข้อเสียของเธอคือความอดทนต่ำในเรื่องอะไรแบบนี้ ทำให้บันดาลโทสะตัดสินใจทำการอุกอาจ ยิ่งสามีของเธอยิ้มพอใจไม่ยอมตอบโต้กลับ เธอก็ยิ่งอุกอาจมากขึ้น จำได้ว่าใครก็ห้ามเอาไว้ไม่อยู่ (?) จนกระทั่งคามินบีบคอสามีตัวเองตายอยู่ตรงนั้น
บอกเลยว่าเธอไม่ได้อยากทำให้เขาตายแบบนี้ แต่ก็ทำไปแล้ว
โทษหลังจากนั้นคือเธอก็ต้องเข้าเรือนจำตำรวจไปตามระเบียบ น่าแปลกที่ได้ออกมาก่อนกำหนด ติดอยู่กับความสมเพชเวทนาตัวเองในเรือนจำอยู่สามเดือน ก่อนจะโดนปล่อยออกมากระทันหัน โดยที่ไม่มีใครให้เหตุผลใดๆกับเธอสักคน ผู้การจัดการให้คามินต้องเข้ารับการรักษาทางจิตใจไปเรื่อยๆ และลาพักร้อนหลังออกจากเรือนจำห้าเดือน ให้รักษาตัว ยกเว้นหากไม่มีเจ้าหน้าที่ก็จะเรียกกลับมาในบางงาน
นี่เข้าเดือนที่สองแล้วที่คามินออกมาจากเรือนจำ ครั้งที่เธอออกมาแรกๆแล้วเข้ารายงานที่สำนักงาน ก็แทบจะโดนตราหน้าทันทีว่าเป็นตำรวจหญิงที่ชอบใช้ความรุนแรง กับสามีของตัวเองก็ไม่เว้น เอาเถอะ จะพูดยังไงก็พูดไป ตอนนี้เธอแค่สงสัยในหลายๆเรื่องที่กำลังเจออยู่
ทั้งเรื่องที่ปล่อยตัวกระทันหัน
ใจดีลาพักร้อนห้าเดือนเพื่อรักษาตัว ทั้งๆที่
ไม่เคยใจดีแบบนี้มาก่อน
ใจดีอีกเรื่องที่สองคือให้เข้ารับบำบัดจิตใจ
มันดูไม่ชอบมาพากล
ยังไงก็ต้องสืบ
ส่วนเรื่องของคุณหมอภาคิน
"...."
ให้เธอปฏิเสธว่าไม่รักเขา เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันเพราะ คามินรักคุณหมอภาคินจริงๆ
ไม่เคยรักใครได้เท่านั้น
เลยทำให้เกิดบันดาลโทสะได้ขนาดนี้
แต่ตอนนั้นก็มีอะไรน่าแปลกอยู่และไม่มีใครให้คำตอบได้สักคนเลยว่า ตอนที่เธอซ้อมสามีตัวเองในห้องสอบสวน บีบคอก็แล้ว ทำอุกอาจมากมาย แต่ทำไม พวกเพื่อนเจ้าหน้าที่ด้วยกันไม่รีบเข้ามาในห้องเพื่อห้ามเธอ แต่กลับมา...
ตอนที่ทุกอย่างมันสายไปแล้ว
แปลก
ถึงขั้นแปลกมาก เพราะปกติแล้วถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้จะต้องเข้าป้องกันสถานการณ์ให้ทันท่วงที
แต่นี่มันไม่ใช่เลย
มันไม่ชอบมาพากลตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เธอคิดมาตลอด
แต่ก็ไม่คิดจะถามใคร คิดเอาไว้ตั้งแต่แรกมันคลุมเครืออยู่หลายอย่าง คามินคิดเอาไว้แล้วว่าจะค่อยๆหาคำตอบเอาเอง
เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสแลคสวยของเธอดังขึ้น หยุดทุกความคิดในสมองที่กำลังประดังประเดเข้ามาทั้งๆที่ดวงตากำลังจดจ้องแต่รูปปั้นไม่วางตา มือเรียวหยิบมันมามองหน้าจอ
โจว
เพื่อน (เคย) ซี้ตำแหน่งร้อยตำรวจเอกระดับเดียวกันกับเธอโทรมา คามินกดรับสาย
"ว่าไง"
โจวเงียบชั่วครู่ [มึงไปโบสถ์อีกแล้วเหรอวะ ได้ไปหาหมอตามที่นัดบ้างหรือเปล่าเนี่ย ไอ้มิน]
"เดี๋ยวค่อยไป"
[เอาอีกแล้ว เดี๋ยวค่อยไปมากี่รอบแล้วก็ไม่ไปไหม]
"แล้วนี่ที่สำนักงานยังไม่มีงานอะไรให้ทำเหรอ"
[...คามิน]
"ไร"
[มึงต้องไปบำบัดบ้างนะ ก่อนหน้านี้มันกระทบกระเทือนจิตใจมึง กูก็เข้าใจนะเว้ย งานตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรหรอกยังมีคนให้ใช้อยู่]
ขนาดความคลุมเครือที่เธอกำลังสงสัย เพื่อนคนนี้ก็ยังให้คำตอบไม่ได้เลย และเธอก็ไม่คิดจะถามด้วย เพราะถ้ามันจะเล่ามันต้องเล่าตั้งแต่ตอนที่เธอออกจากเรือนจำมาแล้ว
"อืม เดี๋ยวพรุ่งนี้กูไป โอเคไหม"
[เออ มันต้องแบบนี้ เพื่อนๆเป็นห่วงมึงกันทั้งนั้นนะ]
"เหรอวะ กูนึกว่ารอสมเพชกูอยู่" อารมณ์ร้อนแถมยังค่อนข้างจะตรงไปตรงมาเกินไป
[ไอ้มิน]
"ทำไมกูจะไม่รู้ ตอนกูไปรายงานตัวสายตาแต่ละคนก็บ่งบอกหมดแล้วว่าคิดยังไง"
[เออๆ ช่างมันเหอะ กลับมามึงก็เพลาๆลงหน่อย เรื่องใช้กำลังน่ะ เดี๋ยวเรื่องมันก็เงียบเอง ทำตัวให้มันเหมือนผู้หญิงหน่อยได้ไหมละครับคุณผู้กอง]
คามินกระตุกหัวเราะในลำคอ "แล้วทางฝั่งนั้นเขาเอาเรื่องอะไรบ้างไหม?" ฝั่งของครอบครัวสามีเธอ
[กูไม่รู้ ปล่อยให้พวกผู้ใหญ่เขาเคลียร์เถอะ ส่วนมึงเขาสั่งให้ทำอะไรก็ทำ]
เห็นไหม คำตอบที่เธอได้ก็ไม่ได้ช่วยให้รู้อะไรดีๆขึ้นมา
ไม่ต้องถามแต่หาคำตอบเอาเองน่ะดีที่สุดแล้ว "อืม แล้วชันสูตรไหมหรือเอาไปทำพิธีแล้ว" สามเดือนเธอไม่รู้ความเป็นไปของสามีเก่าเธอเลยหลังจากนั้น
[ยังอยู่ แต่อย่าไปดูเลยถ้าใจยังไม่พร้อม]
"กูไม่ได้อ่อนไหวขนาดนั้น"
เสียงถอนหายใจจากปลายสาย [อยากจะดูก็อยู่ที่สำนักงานหน่วยพิสูจน์ที่ตึกในโรงพยาบาลตำรวจนั่นแหละ มึงอยากไปดูก็เข้าไปแล้วกัน]
นี่ก็อีกหนึ่งความสงสัย
ครอบครัวยากูซ่าแต่ผ่านมาเข้าเดือนที่ห้าหลังจากเกิดเหตุแล้วทำไมถึงยังไม่สามีเก่าเธอไปไหนเลยสักที "ขอบใจมาก" ..ต้องหาคำตอบ
[ไอ้มิน]
"หืม"
[มึงยังรักคุณหมออยู่ใช่ไหม? ทำไมกูจะไม่รู้ที่มึงไปโบสถ์ตั้งสองครั้งเพราะมึงกับเขาก็ไปโบสถ์ออกบ่อย]
ร่างบางลุกขึ้นยืนก่อนที่จะตัดสินใจหันหลังเตรียมจะเดินออกจากโบสถ์ ทว่าพลันดวงตาเรียวก็สบตากับดวงตาสวยที่คุ้นเคยจนเธอต้องหยุดฝีเท้าและยืนนิ่งอยู่กับที่
ดวงตาเริ่มสั่นคลอนเมื่อเห็นอีกฝ่ายคลี่ยิ้มเบาๆส่งกลับมา ตาที่ค่อนข้างกลมและดุดัน ใบหน้าหล่อเหลาลูกครึ่งไทยเกาหลี แต่งตัวเนี๊ยบเรียบร้อย ผมสีดำตัดรองทรงต่ำค่อนข้างยาวรับกับใบหน้าเป็นอย่างดี เธอกำลังคิดว่าที่ตัวเองมายืนอยู่ตรงนี้ และได้มองหน้าคนๆนี้มันเป็นแค่ฝันไปหรือเปล่ากัน
เพราะมันคือสามีเก่าที่เธอฆ่าไปเองกับมือกำลังนั่งคลี่ยิ้มให้เธออยู่ตรงนั้นไม่ใช่ใครอื่นเลย
รอยยิ้มของเขาเป็นสิ่งที่ทำให้เธอยิ้มได้ทุกครั้ง
ยกเว้นครั้งนี้ที่มองยังไงก็สุดจะเจ็บปวด
อ่า..คงต้องรีบไปบำบัดจริงๆอย่างที่โจวบอกจริงๆแล้วกระมัง
....