เรื่องราวของผู้กองคามินที่โดนตราหน้าว่ากระทืบสามีที่เป็นทั้งหมอและยากูซ่าในห้องสอบสวนจนตาย เธอกลับรู้สึกว่าเขายังเฝ้ามองดูเธออยู่ตลอดเวลา
สืบสวนสอบสวน,ระทึกขวัญ,ชาย-หญิง,ดาร์ค,ไทย,พล็อตสร้างกระแส,สืบสวนสอบสวน,ตำรวจ,นางเอกแมน,นางเอกเก่ง,ฝาแฝด,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สามีเก่าของฉันคือปีศาจเรื่องราวของผู้กองคามินที่โดนตราหน้าว่ากระทืบสามีที่เป็นทั้งหมอและยากูซ่าในห้องสอบสวนจนตาย เธอกลับรู้สึกว่าเขายังเฝ้ามองดูเธออยู่ตลอดเวลา
เนื้อเรื่อง บุคคล ชื่อ สถานที่ ไม่มีอยู่จริง ทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการของไรท์เตอร์แต่เพียงผู้เดียว โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ขอบคุณค่ะ
--มนุษย์คือปีศาจที่น่ากลัวที่สุด--
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2558
เผยแพร่ครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2566
แน่แท้แล้วเธอไม่ได้จะตรงมาเพื่อเข้ารับการบำบัดกับจิตแพทย์ที่สำนักงานตำรวจหามาให้แต่อย่างใด ที่บอกว่าเดี๋ยวค่อยไปก็คือเดี๋ยวค่อยไปจริงๆ
คามินขับรถมาจนถึงหน่วยชันสูตรของสำนักงานตำรวจตามที่เพื่อนที่เคยซี้ของเธอบอก
อันที่จริงก็ไม่อยากจะเรียกแบบนี้ แต่เพราะเหตุการณ์นี้ทำให้คามินรู้ว่าอย่าหาความไว้เนื้อเชื่อใจกันในที่ทำงาน
เพราะยังไงมันก็ไม่มีอยู่จริง
ประตูอัตโนมัติเลื่อนเปิดเมื่อเธอเดินไปจ่อที่ประตูกระจกใส ครั้นเท้าก้าวเข้าเหยียบพื้นอาคาร สายตาของเจ้าหน้าที่แต่ละคนก็แทบจะจับจ้องมาที่เธอกันเป็นตาเดียว
ข่าวของเธอแพร่สะพัดไม่รู้จะแพร่ยังไงแล้วกระมัง แน่สิ ติดคุกด้วยยิ่งไม่น่าพลาดฝีปากพวกที่ทำงานในวงการเดียวกันแบบนี้
ซึ่งส่วนใหญ่ก็รักตัวกลัวตายกันค่อนข้างเยอะ ร่างสวยไม่ได้สนใจสายตาทุกคู่ที่มองมา เธอก้าวขาไปที่ลิฟต์และตรงไปที่ชั้นของหน่วยชันสูตรในเวลาบ่ายโมงเศษ คามินเดินไปถึงหน้าห้องชั้นสูตร เธอดันประตูเข้าไปก็พบว่าคุณหมอจูน หมอชันสูตรประจำหน่วยกำลังก้มๆเงยๆตรวจร่างของชายนิรนามคนหนึ่งอยู่ เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด หล่อนหันหน้ามามองที่คามิน "ผู้กอง"
เธอยิ้มให้บางๆ "ยุ่งอยู่เหรอ หมอจูน"
คุณหมอจูนก็รู้เรื่องของเธอดี แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีอะไร ยังทำตัวเป็นมิตรเช่นเดิมอย่างที่เคยทำ "ไม่เจอกันนานเลยนะคะ โอเคขึ้นหรือยัง"
เธอไม่โอเคแต่ก็ต้องพยักหน้าตอบกลับไป
"มาดูเขาเหรอ"
ก็ไม่เห็นต้องเดาว่าเธอมาที่นี้เพื่ออะไร "อืม เขาไปหรือยัง"
หมอจูนส่ายหน้าเบาๆพลางก้มๆเงยๆกับร่างไร้วิญญาณของชายบนเตียงเหล็ก "เคลื่อนย้ายครั้งสุดท้ายคือในตู้นั้น" เพยิดหน้าไปทางตู้เก็บร่าง
คามินกวาดสายตาจนไปหยุดที่ชื่อ ภาคิน (ฮัน) เดชดากร มองอยู่เช่นนั้นแทบไม่รู้ตัวเลยว่าหมอจูนมายืนอยู่ข้างๆกายตอนไหน เธอมองไปที่หล่อนเมื่อมือหมอจูนมาจับที่ไหล่ของตัวเอง
"ทำใจได้แล้วเหรอ นี่เพิ่งเข้าเดือนที่สองที่ผู้กองออกมาเองไม่ใช่หรือไง"
"แล้วมันมีวันทำใจได้ด้วยเหรอ หมอ"
หล่อนเงียบไปก่อนที่จะ "ก็จริงอยู่ ถ้ารักจริง"
"....."
"ที่มาที่นี้เพราะอยากดูเขาใช่ไหมละคะ ผู้กอง"
"ได้ไหม"
"อันที่จริงก็ไม่ได้ แต่สำหรับผู้กองฉันเปิดให้ก็ได้ ถือว่าสงสาร"
คามินหัวเราะในลำคอ "สภาพตอนนี้ฉันน่าสมเพชมากเลยใช่ไหม"
หมอจูนเดินไปที่ตู้เก็บร่างสามีของเธอ เมื่อปลดล็อคกุญเจเสร็จเรียบร้อย หล่อนจึงหันมามองคามินตั้งแต่หัวจรดเท้า "มากเลยแหละ" จากนั้นจึงออกแรงเลื่อนร่างที่ถูกคุมด้วยพลาสติกทึบอย่างดี หมอจูนรูดซิปเคลื่อนเปิด เมื่อนั้นคามินจึงได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาอันซีดเซียวของสามีเธออีกครั้ง
นี่คือสามีของเธอที่ตายคามือทั้งสองข้างของเธอเอง แล้วที่โบสถ์นั้นมันคือใคร
ก่อนที่จะคิดอะไรมากไปกว่านี้ ต้องยอมรับเลยว่า ขนาดหมดลมหายใจไปแล้ว เธอก็ยังมองว่าร่างไร้วิญญาณของสามียังคงสมบูรณ์แบบและไร้ที่ติ คามินเงยหน้าสบตากับหมอจูนที่มองเธออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว "อะไร หมอ"
"โอเคขึ้นหรือแย่ลง"
"อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน"
"คุณยังรักเขาอยู่ ใครๆก็ดูออก"
ดูไม่ออกก็แย่แล้ว "....."
"แล้วฆ่าเขาทำไมล่ะ ผู้กอง"
"เป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ดีว่าฉันทำไปทำไม เพราะถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ กฏหมายก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้อยู่แล้ว"
"......"
"มันมีคนตายด้วยฝีมือของเขาเยอะเกินไป เกินให้อภัย"
หมอจูนพยักหน้าเบาๆ
"แล้วทางครอบครัวของเขาจะมารับเขาไปตอนไหน ได้แจ้งมาไหม"
หมอจูนเดินไปหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบดื่มพลางส่ายหน้า "ไม่เลย นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นคุณหมอและเป็นลูกยากูซ่า ฉันก็คงเหมารวมเป็นร่างที่ไม่มีญาติไปแล้ว"
น่าสงสัยเป็นที่สุด "อืม...แต่ยังไงก็ต้องเก็บร่างของเขาเอาไว้ก่อน"
หล่อนพยักหน้า "ผู้กองคามิน"
"หืม"
"ฉันพูดอะไรหน่อยได้ไหมคะ"
"นึกว่าจะไม่ยอมพูดซะแล้ว หมอจูน" ร่างของผู้กองมาดเท่เดินไปนั่งที่เก้าอี้ในห้องชันสูตร
"รู้เหรอคะว่าฉันจะพูดอะไร"
"สีหน้าของคุณมันออกว่าอยากจะพูดอะไรกับฉันน่ะ"
หมอจูนคลี่ยิ้มบางๆ "อยากจะชมสักหน่อยน่ะว่าคุณก็เก่งสมชื่อ เพราะเอาตรงๆใครจะไปรู้ว่าเขาเป็นลูกชายยากูซ่า แต่เป็นลูกครึ่งเกาหลี"
"ไม่หรอกค่ะ ยากูซ่าไม่ได้อยู่ที่ใดที่เดียวสักหน่อยจริงไหม ถ้าเป็นตระกูลก็เป็นตระกูลที่ใหญ่อยู่แล้วเพราะต้องมีการสืบทอดกันรุ่นสู่รุ่น"
"แต่ยังไงก็ยังอยากชมคุณนะ ผู้กอง"
คามินนั่งเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ "รู้ไหมคุณหมอ ฉันไม่ได้จับเขาเพราะเขาเป็นลูกชายของยากูซ่าหรอกนะ"
"...."
"ที่ฉันจับเพราะเขาฆ่าคนเยอะมากเกินไป"
"แสดงว่าคุณรู้อยู่ก่อนที่จะแต่งงานกับเขาแล้วเหรอว่าเขาเป็นลูกของใคร"
"ไม่รู้หรอกค่ะ"
"แล้วถ้ารู้ยังจะแต่งไหม"
"ถ้าเขาไม่ได้ฆ่าใคร ฉันก็ยังยืนยันจะแต่งงานกับเขาอยู่ดี"
หมอจูนมองหน้าคามินสักพักก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วก็... "อ่า...ผู้กองนี่สุดทางจริงๆ ฉันนับถือคุณเลยนะคะ"
"ไม่ต้องนับถือหรอก หมอ ฉันก็ไม่ได้สุดอะไรขนาดนั้น"
หมอจูนหัวเราะ "ให้เวลาแค่สิบห้านาทีนะ ผู้กอง เพราะหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานของคุณจะเข้ามาดูร่างรายนี้ ไม่น่าจะดีแน่ถ้าพวกนั้นเจอคุณอยู่ที่นี้แทนที่จะไปหาจิตแพทย์ตามที่สั่งเอาไว้" หมอจูนรู้เยอะกว่าที่เธอคิด
เธอพยักหน้าเบาๆ คามินเดินไปก้มพินิจมองใบหน้าของสามีเธออีกครั้ง "หมอจูนคิดว่า..."
อีกฝ่ายเงยหน้ามามองเธอ
และก็สบตากันพอดี "...ฉันจะคิดถึงเขาจนเห็นภาพหลอนหรือวิญญาณของเขาได้ไหม"
"ผู้กองยังเห็นเขาเหรอ?"
"อืม"
"ฉันว่าคุณต้องเข้ารับการบำบัดได้แล้วนะ สารวัตรคามิน"
คามินเดินออกมาจากห้องสำนักงานหน่วยชันสูตรได้ เธอเดินตรงไปที่ลิฟต์ บอกตรงๆว่าตอนนี้ความรู้สึกของเธอมันช่างขุ่นมัว อาจเพราะโดยปกติเธอค่อนข้างจะเป็นคนใจร้อน แต่เรื่องที่เธอจะต้องสืบเรื่องนี้ เธอใจร้อนแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว
มันต้องค่อยเป็นค่อยไป
อ่า อีกอย่างที่ยอมรับเลยว่าพาให้อารมณ์ขึ้น คือทุกคนกำลังมองว่าเธอเป็นคนจิตไม่ปกติ ร่างบางพ่นลมหายใจพลางเสยผมขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในลิฟต์พร้อมกับคนแปลกหน้าคนอื่นๆที่ก็เข้ามาในลิฟต์พร้อมกัน
อันที่จริงมันก็ไม่แปลกหรอกถ้าพวกเขาจะคิดว่าเธอยังไม่โอเคเท่าไหร่ กับสถานการณ์ที่เจอมา ให้เข้าใจไปแบบนั้นก็ดี มันอาจจะทำให้เธอสืบเรื่องต่างๆได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
อ่า หงุดหงิดอีกอย่างนะ คือจากที่คามินมีคดีให้ทำจนไม่ว่างงาน แต่นี่มันชักจะว่างเกินไป "....." เมื่อเดินพ้นจากลิฟต์มาที่ชั้นหนึ่ง เธอล้วงกระเป๋ากางเกงทำงานและกำซองบุหรี่พร้อมไฟแช็คเอาไว้ ก้าวขาเรียวยาวมุ่งเดินออกจากสำนักงาน พอพ้นแล้วจึงหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบเอาไว้ที่ปากเตรียมจะจุดสูบทว่า...
ร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลาตามสไตล์ลูกครึ่ง เดินสวนผ่านหน้าของเธอไป กลิ่นกายหอมอ่อนๆแบบที่ไม่ใช้น้ำหอมใดๆ เธอยังจำได้ดี ใบหน้าสวยหันมองตามแผ่นหลังกว้างที่คุ้นเคย หยุดยืนปากคาบบุหรี่ค้างเต่ออยู่เช่นนั้น จนแผ่นหลังอบอุ่นออกห่างจากเธอไปเรื่อยๆ
อะไรดลบันดาลใจใดๆ คามินก้าวขาเรียวยาวทั้งสองข้างเดินเข้าใกล้แผ่นหลังกว้างดูอบอุ่นนั้นก่อนจะคว้าไหล่แกร่งให้หันมาสบตากับตน
ไม่ใช่
ไม่ใช่เขาเลย เป็นคนแปลกหน้า "ขอโทษค่ะ"
ใบหน้าของชายผู้นั้นขมวดมองก่อนจะหันหลังรีบเดินต่อ
คามินเสยผมขึ้นนิดๆ เธอถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนที่สัญชาตญาณบางอย่างจะสั่งให้เธอหันขวับไปมองทางสวนสาธารณะใกล้ๆกับสำนักงาน ทว่ากลับเจอเพียงเด็กๆที่กำลังเล่นเครื่องเล่นอยู่เพียงเท่านั้น
ที่ที่เธอต้องไปหลังจากนี้ คงต้องหาจิตแพทย์จริงๆแล้วล่ะ คามิน
....