โอกาสครั้งที่สองเพื่อทวงคืนทุกสิ่ง! เหยียนอวี่ย้อนเวลากลับมาเพื่อแก้แค้นคนชั่วและปกป้องคนรัก ท่ามกลางเกมการเมืองและหัวใจที่เริ่มหวั่นไหวอีกครั้ง
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,เกิดใหม่,รัก,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,จีนโบราณ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
หวนคืนลิขิตรัก [Mpreg]โอกาสครั้งที่สองเพื่อทวงคืนทุกสิ่ง! เหยียนอวี่ย้อนเวลากลับมาเพื่อแก้แค้นคนชั่วและปกป้องคนรัก ท่ามกลางเกมการเมืองและหัวใจที่เริ่มหวั่นไหวอีกครั้ง
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมายังจวนคีรีรมย์ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาอันเงียบสงบ เสียงนกร้องและเสียงธารน้ำไหลเป็นนาฬิกาปลุกธรรมชาติที่ปลุกให้เซี่ยเหยียนอวี่ลืมตาตื่นขึ้นมา
เขาขยับตัวเล็กน้อย รู้สึกถึงความว่างเปล่าข้างกาย เมื่อหันไปมองก็พบว่าฟูกนอนด้านข้างเย็นชืด แสดงว่าคนรักของเขาลุกออกไปนานแล้ว
"จวิ้นอี่?"
เหยียนอวี่พึมพำเรียกหา ปกติแล้วอดีตแม่ทัพผู้นี้มักจะนอนกอดเขาจนตะวันโด่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ย้ายมาใหม่ๆ และเขาเริ่มมีอาการแพ้ท้องอ่อนๆ เช่นนี้ จวิ้นอี่แทบจะไม่ยอมห่างกาย
ด้วยความสงสัย เหยียนอวี่จึงลุกขึ้นล้างหน้าล้างตา สวมเสื้อคลุมกันลม แล้วเดินออกมาที่ระเบียงหน้าเรือน
ภาพที่เห็นทำเอาเขาต้องยกมือทาบอกด้วยความตกใจระคนขบขัน
กลางสวนหย่อมหน้าเรือน ที่ซึ่งเมื่อวานยังเป็นสนามหญ้าเขียวขจี บัดนี้กลับกลายเป็นหลุมบ่อขรุขระราวกับเพิ่งผ่านศึกสงคราม ดินโคลนกระจัดกระจายไปทั่ว และตรงกลางความวินาศสันตะโรนั้นคือร่างสูงใหญ่ของอดีตองค์ชายจวิ้นอี่ที่กำลังยืนเท้าสะเอวถือจอบด้วยท่าทางมุ่งมั่น แต่ก็ยังดูเงอะงะไม่น้อย เหงื่อกาฬไหลอาบใบหน้าที่เปื้อนโคลนไปครึ่งแถบ
"ท่าน... ทำอะไรน่ะ?" เหยียนอวี่ร้องทัก
จวิ้นอี่สะดุ้งโหยง รีบหันกลับมาส่งยิ้มแห้งๆ ให้ภรรยา "ตื่นแล้วหรือเหยียนอวี่? ข้า... ข้ากำลังเตรียมแปลงผัก"
"แปลงผัก?" เหยียนอวี่เลิกคิ้ว มองดูหลุมบ่อที่ลึกจนเกือบจะฝังคนได้ "ข้าดูยังไงก็เหมือนท่านกำลังขุดสนามเพลาะเตรียมดักข้าศึกมากกว่านะ"
"โธ่... ก็ข้าไม่เคยทำนี่นา" จวิ้นอี่บ่นอุบอิบ วางจอบลงแล้วเดินเข้ามาหา แต่ก็หยุดชะงักเมื่อนึกได้ว่าตัวเองตัวสกปรก "ข้าถามหมอไป๋แล้ว เขาบอกว่าผักใบเขียวดีต่อคนท้อง ข้าเลยอยากปลูกคะน้ากับผักกาดขาวไว้ให้เจ้ากิน... แบบสดๆ จากมือข้า"
คำตอบที่ซื่อตรงและเต็มไปด้วยความรักทำเอาเหยียนอวี่โกรธไม่ลง เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เดินเข้าไปเช็ดคราบโคลนบนจมูกโด่งของสามีอย่างไม่รังเกียจ
"ท่านเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ มือเคยจับแต่ดาบจับแต่พู่กัน จะมาจับจอบจับเสียมได้อย่างไร"
"ตอนนี้ข้าเป็นแค่สามีเจ้า เป็นพ่อของลูกในท้องเจ้า" จวิ้นอี่กุมมือเหยียนอวี่ที่เช็ดหน้าให้เขามาจูบเบาๆ "และข้าอยากทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัว... ถึงแม้ว่ามันจะยากกว่าคุมทัพนับหมื่นก็เถอะ ดินที่นี่แข็งชะมัด!"
"ท่านขุดลึกเกินไป และดินก็ยังไม่ได้พรวน"
เสียงเนิบนาบดังมาจากทางด้านหลัง ไป๋เหวินเจี๋ยเดินเข้ามาพร้อมตะกร้าสมุนไพร โดยมีหลิวจื้อเฉินเดินตามต้อยๆ ด้วยสภาพงัวเงีย และดูเหมือนจะโดนปลุกมาแต่เช้า
"ท่านหมอไป๋" จวิ้นอี่ทำหน้าเหมือนเห็นสวรรค์มาโปรด "เจ้ามีความรู้เรื่องพืชพรรณ มาช่วยข้าหน่อยสิ"
"ข้ามีความรู้เรื่องสมุนไพร ไม่ใช่ผักสวนครัวพะย่ะค่ะ" หมอไป๋ตอบหน้าตาย พลางกวาดตามองหลุมบ่อ "แต่ดูจากสภาพแล้ว... หากท่านขุดต่อไปแบบนี้ เกรงว่าหน้าฝนนี้จวนคีรีรมย์จะกลายเป็นบ่อเลี้ยงปลาแทนแปลงผัก"
"จื้อเฉิน!" จวิ้นอี่หันไปหาความหวังสุดท้าย "เจ้าแรงเยอะ มาช่วยข้าขุดหน่อย!"
จื้อเฉินทำหน้าเลิ่กลั่ก "เอ่อ... นายท่าน ข้าถนัดแต่ขุดหลุมฝังศพศัตรูนะขอรับ เรื่องปลูกผักนี่... ข้าเกรงว่าจะทำพังกว่าเดิม"
"ถือเป็นคำสั่ง!"
"โธ่..." จื้อเฉินครางหงิง แต่ก็จำใจต้องรับจอบอีกด้ามที่จวิ้นอี่เตรียมไว้ให้
เช้าวันนั้นจึงกลายเป็นมหกรรมความวุ่นวายของสองหนุ่มผู้เคยยิ่งใหญ่ในยุทธภพ อดีตแม่ทัพและอดีตยอดองครักษ์ที่ต้องมาต่อสู้กับศัตรูตัวฉกาจที่ชื่อว่าดินแข็งและก้อนหิน โดยมีเหยียนอวี่และหมอไป๋นั่งจิบชาและวิจารณ์ผลงานอยู่ห่างๆ บนระเบียง
"ซ้ายอีกนิด! นั่นแหละ! อย่าขุดลึกสิเจ้าบ้า!" จวิ้นอี่ตะโกนสั่ง
"นายท่าน! ตรงนี้มีรากไม้ใหญ่ ขุดไม่เข้าขอรับ!" จื้อเฉินตะโกนตอบ เหงื่อท่วมตัว
เหยียนอวี่มองภาพนั้นแล้วหลุดขำออกมา "ดูท่าทาง... กว่าจะได้กินผัก คงอีกนานโข"
"ไม่เป็นไรหรอก" หมอไป๋เปรยขึ้น "ถือว่าเป็นการออกกำลังกาย... ดูสิ ทั้งสองคนดูมีความสุขดีนะ"
จริงอย่างที่หมอไป๋ว่า แม้จะบ่นกระปอดกระแปดและเลอะเทอะไปทั้งตัว แต่เสียงหัวเราะของจวิ้นอี่และจื้อเฉินที่หยอกล้อกันไปมา ก็ทำให้บรรยากาศในจวนดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวา
แต่ทว่า... ความสงบสุขมักมาพร้อมกับบททดสอบใหม่เสมอ
ขณะที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลิน เสียงฝีเท้าม้าจำนวนหนึ่งก็ดังแว่วมาตามสายลม เหยียนอวี่หุบยิ้มลงเล็กน้อย หันไปมองทางประตูจวนด้วยสัญชาตญาณระวังภัย
"มีคนมา..." จื้อเฉินหูไวที่สุด เขาทิ้งจอบลงทันที มือคว้าไปที่เอวที่พกมีดทำครัวไว้เตรียมพร้อม
รถม้าคันเก่าๆ สภาพซอมซ่อเคลื่อนเข้ามาจอดที่หน้าจวน ชายชราท่าทางใจดี หนวดเคราขาวโพลน ก้าวลงมาพร้อมกับตะกร้าสานใบเก่าที่มีเสียงกุ๊กๆ ดังออกมา
"ขออภัยที่รบกวน..." ชายชราเอ่ยด้วยรอยยิ้มซื่อๆ ที่ดูไม่มีพิษมีภัย "ข้าเป็นหัวหน้าหมู่บ้านตีนเขานี้ แซ่หวัง... ได้ยินว่ามีเศรษฐีจากเมืองหลวงย้ายมาอยู่ใหม่ เลยเอาแม่ไก่ไข่มาฝากเป็นการต้อนรับ"
จวิ้นอี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ปรับสีหน้าจากแม่ทัพให้กลายเป็นเจ้าบ้านที่เป็นมิตร
"ขอบคุณท่านผู้เฒ่าหวัง" จวิ้นอี่เดินออกไปต้อนรับ ทั้งที่ตัวยังเปื้อนโคลน "เชิญเข้ามาดื่มน้ำก่อน"
ชายชรามองสภาพของจวิ้นอี่แล้วหัวเราะ "โอ้... นายท่านลงมือทำสวนเองเลยรึ? ขยันขันแข็งจริงๆ แต่ดูท่าทาง... ท่านจะยังจับจอบผิดทางอยู่นะ"
คำทักทายซื่อๆ นั้นทำเอาอดีตองค์ชายหน้าแดงก่ำ
ดูเหมือนว่านอกจากจะต้องเรียนรู้วิธีปลูกผักแล้ว พวกเขาจะต้องเริ่มเรียนรู้วิธีการผูกมิตรกับเพื่อนบ้านและวิถีชีวิตแบบชาวบ้านจริงๆ เสียแล้ว... ซึ่งอาจจะเป็นศาสตร์ที่ยากยิ่งกว่าการวางแผนรบในราชสำนักเสียอีก