โอกาสครั้งที่สองเพื่อทวงคืนทุกสิ่ง! เหยียนอวี่ย้อนเวลากลับมาเพื่อแก้แค้นคนชั่วและปกป้องคนรัก ท่ามกลางเกมการเมืองและหัวใจที่เริ่มหวั่นไหวอีกครั้ง
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,เกิดใหม่,รัก,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,จีนโบราณ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
หวนคืนลิขิตรัก [Mpreg]โอกาสครั้งที่สองเพื่อทวงคืนทุกสิ่ง! เหยียนอวี่ย้อนเวลากลับมาเพื่อแก้แค้นคนชั่วและปกป้องคนรัก ท่ามกลางเกมการเมืองและหัวใจที่เริ่มหวั่นไหวอีกครั้ง
ดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง จูบยอดเขาทางทิศตะวันตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมทอง ณ จวนคีรีรมย์ ความเงียบสงบยามเย็นกำลังถูกทำลายลงด้วยเสียง... ประหลาด
ปัง! โครม! ฉึก!
เสียงเหมือนมีการทำสงครามขนาดย่อมดังเล็ดลอดออกมาจากห้องครัวที่ตั้งอยู่ปีกขวาของเรือน
เซี่ยเหยียนอวี่ที่กำลังจัดของอยู่ในห้องนอนถึงกับชะงักมือ เขาวางพับผ้าลงแล้วรีบเดินออกมาดูสถานการณ์ที่ระเบียงทางเดิน
ภาพที่เห็นคือกลุ่มควันสีเทาจางๆ ลอยเอื่อยออกมาจากหน้าต่างห้องครัว พร้อมกับกลิ่นไหม้ที่คุ้นจมูก
"แค่กๆ! เติมฟืนเข้าไปอีก! ไฟมันจะดับแล้ว!" เสียงทุ้มของจวิ้นอี่ตะโกนสั่งการอย่างขึงขัง ราวกับกำลังสั่งทหารให้ยิงธนูไฟใส่ข้าศึก
"ใส่แล้วขอรับนายท่าน! แต่ดูเหมือนท่านจะใส่ฟืนเยอะไปจนมันไม่มีอากาศหายใจนะขอรับ!" เสียงหลิวจื้อเฉินตอบกลับมาอย่างสำลักควัน
"ถอยไป! ข้าจัดการเอง!"
พรึ่บ!
เปลวไฟสีส้มวูบวาบสะท้อนเงาออกมาทางหน้าต่าง เหยียนอวี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่ายหน้าเบาๆ ด้วยรอยยิ้มขบขัน ก่อนจะก้าวเท้าเดินตรงไปยังสมรภูมิรบแห่งใหม่
…
…
...
เมื่อเดินไปถึงหน้าประตูห้องครัว เหยียนอวี่ก็พบกับไป๋เหวินเจี๋ยที่ยืนกอดอกพิงเสาอยู่ด้านนอก ในมือถือพัดใบใหญ่คอยพัดควันให้ออกไป หมอหนุ่มหันมามองนายน้อยแล้วทำหน้าเอือมระอา
"ข้าเตรียมยารักษาแผลไฟไหม้กับยาแก้ท้องเสียไว้แล้ว" หมอไป๋รายงานสถานการณ์ "ดูท่าทางคืนนี้เราคงได้ใช้ทั้งสองอย่าง"
เหยียนอวี่หัวเราะเบาๆ แล้วก้าวเข้าไปในครัว
สภาพภายในห้องครัวนั้น... ดูไม่จืด
ผักกาดขาวถูกสับเป็นชิ้นเละเทะกระจัดกระจายอยู่บนเขียงและบนพื้น หม้อดินเผาใบใหญ่ตั้งอยู่บนเตาที่ไฟลุกโชนจนน่ากลัว และหน้าเตานั้น คืออดีตองค์ชายผู้สูงศักดิ์ที่บัดนี้แก้มเปื้อนเขม่าดำไปแถบหนึ่ง แขนเสื้อถูกถลกขึ้นสูง กำลังถือทัพพีไม้ด้วยท่าทางเหมือนถือดาบอาญาสิทธิ์ จ้องมองลงไปในหม้อราวกับจะสะกดจิตไก่ให้สุก
"จวิ้นอี่..." เหยียนอวี่เรียก
จวิ้นอี่สะดุ้งโหยง เกือบทำทัพพีร่วงลงหม้อ "เหยียนอวี่! อย่าเพิ่งเข้ามา! ในนี้อันตราย... เอ้ย มันยังไม่เสร็จ!"
"ข้าได้กลิ่นไหม้ตั้งแต่หน้าเรือน" เหยียนอวี่เดินเข้าไปใกล้ แย่งทัพพีมาจากมือสามี แล้วชะโงกหน้าดูในหม้อ "ท่านกำลังตุ๋นไก่ หรือกำลังย่างสดมันกันแน่?"
ในหม้อนั้น น้ำซุปเดือดพล่านจนล้นออกมา ส่วนไก่... ดูเหมือนจะสุกจนเปื่อยยุ่ยไปบางส่วนแล้ว
"ข้า... ข้ากะความแรงไฟไม่ถูก" จวิ้นอี่สารภาพเสียงอ่อย ยกมือขึ้นปาดเหงื่อ ทำให้หน้าเลอะคราบดำเพิ่มขึ้นไปอีก "ตอนอยู่ในกองทัพ ข้าเคยแต่ย่างเนื้อกินกลางป่า ไม่นึกว่าการทำอาหารในครัวจะซับซ้อนขนาดนี้"
"ท่านใช้ไฟแรงเกินไป" เหยียนอวี่สอน พลางตักถ่านฟืนออกบางส่วนเพื่อลดความร้อน "การตุ๋นต้องใช้ไฟอ่อนๆ เคี่ยวไปเรื่อยๆ ให้น้ำซุปซึมเข้าเนื้อ... เหมือนความรักนั่นแหละ ต้องใจเย็นๆ"
จวิ้นอี่มองด้านข้างของภรรยาที่กำลังสาละวนอยู่หน้าเตา แสงไฟสีส้มส่องกระทบใบหน้างดงามที่ดูจดจ่อและอ่อนโยน หัวใจของอดีตแม่ทัพพองโตขึ้นมา
"เจ้าเก่งจัง..." จวิ้นอี่เผลอพูดออกมา
เหยียนอวี่หันมาค้อนควับ "นี่เป็นเรื่องพื้นฐาน! ท่านนั่นแหละ ไปล้างหน้าล้างตาได้แล้ว หน้าดำเป็นถ่านแล้วเนี่ย"
เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เช็ดคราบเขม่าบนแก้มของจวิ้นอี่อย่างเบามือ
สัมผัสที่แผ่วเบานั้นทำให้จวิ้นอี่อดใจไม่ไหว เขาฉวยโอกาสรวบเอวบางของคนรักเข้ามาใกล้
"อ๊ะ! จวิ้นอี่! จื้อเฉินก็อยู่!" เหยียนอวี่ร้องประท้วง พยายามดันอกแกร่งออก
จวิ้นอี่หันขวับไปทางลูกน้องคนสนิทที่กำลังยืนหั่นผัก แบบเก้ๆ กังๆ อยู่มุมห้อง
"จื้อเฉิน หันหลังไป"
"รับทราบขอรับ!" จื้อเฉินรีบหันหลังกลับทันที แถมยังเอามือปิดตาแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น "ข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น! ข้ากำลังตั้งใจคุยกับหัวไชเท้าอยู่!"
จวิ้นอี่หัวเราะในลำคอ หันกลับมามองเหยียนอวี่ด้วยสายตาพราวระยับ "เห็นไหม? ไม่มีใครเห็นแล้ว"
ก่อนที่เหยียนอวี่จะได้เถียง ริมฝีปากอุ่นร้อนก็ประทับลงมาบนริมฝีปากของเขา เป็นจูบที่ไม่ได้รุกล้ำหวือหวา แต่เต็มไปด้วยความรักและความขอบคุณ... ขอบคุณที่อยู่ตรงนี้ ขอบคุณที่ทำให้ห้องครัวธรรมดาๆ กลายเป็นสถานที่ที่วิเศษที่สุด
…
…
...
มื้อค่ำวันแรกในจวนคีรีรมย์จบลงด้วยเมนูไก่ตุ๋นโสมที่เกือบไหม้จากฝีมือท่านอ๋อง โดยมีการช่วยเหลือลับหลังของเหยียนอวี่ และผัดผักฝีมือหมอไป๋ที่ทนดูจื้อเฉินหั่นผักเละไม่ได้จนต้องมาทำเอง
สี่คนนั่งล้อมวงกินข้าวกันที่ระเบียงเรือน ท่ามกลางแสงจันทร์และเสียงจิ้งหรีด
"รสชาติ..." จื้อเฉินตักน้ำซุปเข้าปาก ทำหน้าครุ่นคิด "แปลกใหม่ดีขอรับ! มีกลิ่นควันไฟนิดๆ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังออกรบ!"
"กินๆ ไปเถอะน่า" หมอไป๋ดุ แต่ก็ตักไก่ใส่ชามให้จื้อเฉิน "ถือว่าเป็นยาบำรุง กินแล้วจะได้มีแรงขุดดินพรุ่งนี้"
จวิ้นอี่มองหน้าเหยียนอวี่อย่างลุ้นระทึก "เป็นอย่างไรบ้าง?"
เหยียนอวี่เคี้ยวเนื้อไก่นุ่มๆ รสชาติอาจจะไม่กลมกล่อมเหมือนพ่อครัวหลวงทำ แต่ความใส่ใจที่อยู่ในนั้นทำให้มันอร่อยกว่าอาหารเหลาที่ไหนๆ
"อร่อย..." เหยียนอวี่ยิ้มหวาน "อร่อยที่สุดเลย"
จวิ้นอี่ยิ้มกว้างจนตาปิด "งั้นพรุ่งนี้ข้าจะทำปลานึ่ง!"
"อย่าเพิ่งเลย!" อีกสามเสียงร้องห้ามพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
…
…
...
คืนนั้น
หลังจากแยกย้ายกันไปพักผ่อน จวิ้นอี่และเหยียนอวี่นอนเคียงข้างกันบนเตียงกว้าง หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับลมเย็นสบาย แสงจันทร์ส่องเข้ามาเป็นทางยาว
จวิ้นอี่ตะแคงตัวนอนมองหน้าคนรัก ใช้นิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าผากเหยียนอวี่เล่น
"มีความสุขไหม?" จวิ้นอี่ถามเสียงนุ่ม
"อืม..." เหยียนอวี่พยักหน้า ซุกตัวเข้าหาไออุ่น "ข้าไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตที่เรียบง่ายแบบนี้จะมีความสุขขนาดนี้... ไม่ต้องระแวงว่าใครจะวางยา ไม่ต้องปั้นหน้าใส่ใคร"
"ข้าสัญญาว่าจะรักษาความสงบสุขนี้ไว้ให้เจ้าตลอดไป" จวิ้นอี่จูบหน้าผากมน "พรุ่งนี้... เราจะเริ่มปลูกผักกัน ข้าอยากปลูกแปลงผักให้เจ้า"
"ท่านทำเป็นหรือ?"
"ไม่เป็น... แต่ข้าเรียนรู้ได้ เพื่อเจ้า ข้าทำได้ทุกอย่าง"
เหยียนอวี่หัวเราะเบาๆ "งั้นพรุ่งนี้ข้าจะคอยดูท่านอ๋องชาวสวนก็แล้วกัน"
บทสนทนาแผ่วเบาค่อยๆ เงียบลง แทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างสม่ำเสมอ
ในอ้อมกอดของกันและกัน ฝันร้ายในอดีตไม่อาจย่างกรายเข้ามาได้อีกต่อไป เหลือเพียงความฝันถึงวันพรุ่งนี้... วันที่จะได้ตื่นมาปลูกผัก ทำกับข้าว และใช้ชีวิตธรรมดาๆ ร่วมกัน ชีวิตที่พวกเขาเลือกเอง