โอกาสครั้งที่สองเพื่อทวงคืนทุกสิ่ง! เหยียนอวี่ย้อนเวลากลับมาเพื่อแก้แค้นคนชั่วและปกป้องคนรัก ท่ามกลางเกมการเมืองและหัวใจที่เริ่มหวั่นไหวอีกครั้ง
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,เกิดใหม่,รัก,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,จีนโบราณ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
หวนคืนลิขิตรัก [Mpreg]โอกาสครั้งที่สองเพื่อทวงคืนทุกสิ่ง! เหยียนอวี่ย้อนเวลากลับมาเพื่อแก้แค้นคนชั่วและปกป้องคนรัก ท่ามกลางเกมการเมืองและหัวใจที่เริ่มหวั่นไหวอีกครั้ง
ขณะที่จวิ้นอี่และเหยียนอวี่กำลังไปสวีทหวานแหววกันที่ตลาดเช้า ทางด้านจวนคีรีรมย์ก็ไม่ได้เงียบเหงาแต่อย่างใด
ณ เรือนปีกซ้ายที่ถูกจัดสรรให้เป็นหอโอสถชั่วคราว
"ทางซ้าย! ไม่สิ... ทางขวาอีกหน่อย! โอ๊ย จื้อเฉิน! เจ้าจะวางชั้นยาบังทิศทางลมทำไม!?"
เสียงบ่นของไป๋เหวินเจี๋ยดังลั่นห้อง หมอหนุ่มในชุดลำลองสีกรมท่ากำลังยืนเท้าเอว ชี้นิ้วสั่งการอดีตนายกององครักษ์ผู้เกรียงไกรให้ขยับตู้เก็บสมุนไพรใบมหึมาไปมา
หลิวจื้อเฉินเหงื่อแตกพลั่ก ทั้งที่อากาศเย็นสบาย เขาแบกตู้ไม้สักหนักอึ้งไว้บนบ่าราวกับแบกนุ่น แต่สีหน้าเริ่มจะบอกบุญไม่รับ
"ท่านหมอ... ตู้นี้ข้าย้ายไปย้ายมาสามรอบแล้วนะ" จื้อเฉินบ่นอุบ "ตกลงฮวงจุ้ยท่านจะเอาทิศไหนกันแน่? ข้าว่าวางตรงไหนมันก็เก็บยาได้เหมือนกันนั่นแหละ"
"เจ้ามันคนหยาบกระด้าง จะไปรู้อะไร!" ไป๋เหวินเจี๋ยเชิดหน้า "สมุนไพรบางชนิดต้องการลมโกรก บางชนิดต้องหลบแดด การจัดวางตำแหน่งคือหัวใจสำคัญของการรักษาคุณภาพยา... เอ้า! วางลงตรงมุมนั้นแหละ เบาๆ นะ!"
ตึง!
จื้อเฉินวางตู้ลงค่อนข้างแรงจนฝุ่นฟุ้ง เขาปาดเหงื่อแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หวาย
"เฮ้อ... สู้รบกับกองทัพกบฏยังไม่เหนื่อยเท่าจัดห้องยาให้เจ้าเลย"
ไป๋เหวินเจี๋ยเดินเข้ามาพร้อมผ้าชุบน้ำเย็น ยื่นส่งให้คนตัวโต "บ่นเก่งนักนะ เอานี่... เช็ดหน้าซะ เดี๋ยวเหงื่อเจ้าหยดใส่สมุนไพรข้าจะขึ้นราหมด"
แม้ปากจะบ่น แต่สายตาของหมอหนุ่มกลับทอดมองคนรักด้วยความอ่อนโยน จื้อเฉินรับผ้ามาเช็ดหน้า พลางส่งสายตากรุ้มกริ่ม
"ข้าเหนื่อยขนาดนี้... มีรางวัลไหม?"
"รางวัล?" ไป๋เหวินเจี๋ยเลิกคิ้ว "ข้าต้มยาบำรุงกำลังสูตรพิเศษไว้ให้ หม้อเบ้อเริ่มหลังครัว ไปตักกินสิ"
"ยาขมๆ น่ะไม่เอา" จื้อเฉินยื่นหน้าเข้าไปใกล้ "ข้าอยากกินอะไรที่มันหวานๆ ชื่นใจมากกว่า..."
ไป๋เหวินเจี๋ยหน้าแดงระเรื่อ เขากำลังจะอ้าปากด่าแก้เขิน แต่เสียงเคาะประตูหน้าเรือนก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
ก๊อกๆๆ
"มีใครอยู่ไหมขอรับ? ข้า... ข้าได้ยินว่าที่นี่มีหมอจากเมืองหลวงมาพักอยู่"
เสียงแหบแห้งของชายชราดังขึ้น ทั้งสองหันไปมองหน้ากัน จื้อเฉินดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณองครักษ์ทำงานฉับพลัน มือคว้าไปที่เอวที่ตอนนี้พกมีดทำครัวแทนดาบแล้วเดินนำไปเปิดประตู
ผู้มาเยือนคือชายชราหลังค่อมคนหนึ่ง ขาข้างขวามีผ้าพันแผลเก่าๆ พันไว้อย่างลวกๆ และมีเลือดซึมออกมา
"ท่านลุง... มีธุระอันใด?" จื้อเฉินถามเสียงเข้ม ทำหน้าดุจนชายชราสะดุ้งถอยหลัง
"จื้อเฉิน! อย่าทำคนไข้กลัว!" ไป๋เหวินเจี๋ยรีบเดินแทรกตัวออกมา ผลักอกแฟนหนุ่มเบาๆ แล้วหันไปยิ้มให้ชายชรา "เชิญเข้ามาข้างในก่อนท่านผู้เฒ่า ข้าคือหมอแซ่ไป๋... ขาของท่านดูท่าทางไม่ค่อยดี"
…
…
...
ภายในเวลาไม่ถึงเค่อ (15 นาที) ข่าวลือเรื่องหมอเทวดาหน้าหยกก็แพร่สะพัดไปในหมู่บ้านใกล้เคียงเร็วยิ่งกว่าข่าวลือเรื่องดวงกาลกิณีเสียอีก
จากเดิมที่ตั้งใจจะจัดห้องยา กลายเป็นว่าไป๋เหวินเจี๋ยต้องเปิดคลินิกจำเป็นรับรักษาชาวบ้านที่ทยอยกันมาด้อมๆ มองๆ หน้าเรือน
"คุณชายหมอ... ลูกข้าตัวร้อนจี๋เลย"
"ท่านหมอเจ้าขา... ข้าปวดหลังมาสามปีแล้ว"
ไป๋เหวินเจี๋ยไม่ได้มีท่าทีรังเกียจหรือรำคาญ เขานั่งตรวจชีพจร ซักถามอาการ และจ่ายยาให้อย่างใจเย็นและเชี่ยวชาญ ท่วงท่าสง่างามและความรู้ที่ลึกซึ้งสมเป็นอดีตหัวหน้าหมอหลวง ทำให้ชาวบ้านต่างพากันศรัทธา
ส่วนหลิวจื้อเฉิน...
"เข้าแถว! เข้าแถว!" จื้อเฉินตะโกนจัดระเบียบฝูงชน ที่มีจำนวนเพียง 5 คน "อย่าเบียดกัน! ใครแซงคิวข้าจะจับโยนออกไปนอกรั้ว!"
เขาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยและยามเฝ้าประตูที่ขยันขันแข็ง คอยยกน้ำ ต้มยา และคอยแยกเขี้ยวใส่หนุ่มๆ ในหมู่บ้านที่แกล้งป่วยมาเพื่อจะดูหน้าหมอคนงาม
"นี่เจ้า! ปวดหัวทำไมต้องจับมือหมอนานขนาดนั้น!?" จื้อเฉินตวาดใส่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่พยายามแต๊ะอั๋งเหวินเจี๋ย "เอามือออก! ไม่งั้นข้าจะตัดทิ้ง!"
"จื้อเฉิน..." ไป๋เหวินเจี๋ยปรามเสียงต่ำ แต่แอบอมยิ้ม "ไปบดยาห่อนี้ให้ข้าหน่อย"
…
…
...
ตกเย็น เมื่อคนไข้รายสุดท้ายกลับไป
ไป๋เหวินเจี๋ยทิ้งตัวลงนั่งบนตั่งอย่างหมดสภาพ วันแรกของการย้ายบ้านกลับกลายเป็นวันที่วุ่นวายที่สุด แต่เขากลับรู้สึก... อิ่มเอม
"เหนื่อยไหม?" จื้อเฉินเดินเข้ามานวดไหล่ให้ "ข้าบอกแล้วว่าอย่าใจดีนัก ชาวบ้านพวกนี้พอเห็นว่ารักษาฟรีก็แห่กันมาใหญ่"
"เป็นหมอ... จะเลือกคนไข้ได้อย่างไร" ไป๋เหวินเจี๋ยหลับตาลง ซึมซับแรงนวดที่หนักหน่วงแต่ผ่อนคลาย "อีกอย่าง... การได้รักษาคนธรรมดาๆ ที่เจ็บป่วยจริงๆ มันรู้สึกดีกว่าการต้องคอยระวังยาพิษในวังหลวงตั้งเยอะ"
เขาลืมตาขึ้น เงยหน้ามองจื้อเฉิน
"และข้าก็มีผู้ช่วยมือดีคอยคุมสถานการณ์... ข้าจะกลัวอะไร"
จื้อเฉินยิ้มกว้าง ก้มลงหอมแก้มหมอหนุ่มฟอดใหญ่
"ถูกต้อง! หน้าที่รักษาเป็นของเจ้า ส่วนหน้าที่กันหมา... เอ้ย หน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย เป็นของข้าเอง!"
ไป๋เหวินเจี๋ยหัวเราะเบาๆ เขาเอื้อมมือไปจับมือจื้อเฉินที่วางอยู่บนบ่า
"มือคู่นี้... เคยจับแต่ดาบเปื้อนเลือด แต่ตอนนี้กลับมาช่วยข้าบดยา ช่วยหยิบจับสมุนไพร... เจ้าไม่เสียดายวรยุทธ์หรือ?"
"ไม่เลย" จื้อเฉินตอบทันที น้ำเสียงจริงจัง "ดาบใช้พรากชีวิต แต่ยาวิเศษของเจ้าใช้ต่อชีวิต... ข้าภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการต่อชีวิตผู้คนไปพร้อมกับเจ้า ดีกว่าเป็นเครื่องจักรสังหารในวังหลวงเป็นไหนๆ"
คำตอบนั้นทำให้หัวใจของไป๋เหวินเจี๋ยพองโต เขาไม่พูดอะไรต่อ เพียงแค่ดึงมือจื้อเฉินมาแนบแก้ม
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของคนสองคนก็ดังแว่วมาจากหน้าเรือน พร้อมกับเสียงคุยกระหนุงกระหนิง
"กลับมาแล้วหรือ?" จื้อเฉินชะโงกหน้าออกไปดู "โอ้โห... ท่านอ๋องเรา หอบของพะรุงพะรังเป็นบ้าหอบฟางเชียว"
ไป๋เหวินเจี๋ยลุกขึ้นเดินไปดู เห็นจวิ้นอี่เดินหอบตะกร้าใบใหญ่ตามหลังเหยียนอวี่เข้ามาในเขตเรือน ทั้งคู่ดูเหนื่อยแต่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"ดูเหมือนพวกเขาจะมีความสุขดีนะ" ไป๋เหวินเจี๋ยเปรย
"ใช่..." จื้อเฉินพยักหน้า "และพรุ่งนี้... ศึกหนักรอเราอยู่"
"ศึกหนัก?"
"ก็นายน้อยประกาศว่าจะปลูกผักน่ะสิ!" จื้อเฉินทำหน้าสยอง "เจ้าคอยดูเถอะ พรุ่งนี้เช้าสวนหน้าเรือนต้องเละเป็นโจ๊กแน่ๆ และพวกเรา... ก็ต้องไปช่วยเก็บกวาด"
ไป๋เหวินเจี๋ยหัวเราะ "งั้นคืนนี้รีบนอนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะเตรียมยาแก้ปวดหลังไว้รอท่านอ๋อง... และรอเจ้าด้วย"
แสงตะเกียงในหอโอสถดับลง แต่ความอบอุ่นของคู่รักคู่รองแห่งจวนคีรีรมย์ยังคงสว่างไสว
ชีวิตใหม่ที่ปราศจากยศถาบรรดาศักดิ์ อาจจะเหนื่อยกาย... แต่สุขใจยิ่งนัก