โอกาสครั้งที่สองเพื่อทวงคืนทุกสิ่ง! เหยียนอวี่ย้อนเวลากลับมาเพื่อแก้แค้นคนชั่วและปกป้องคนรัก ท่ามกลางเกมการเมืองและหัวใจที่เริ่มหวั่นไหวอีกครั้ง
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,เกิดใหม่,รัก,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,จีนโบราณ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
หวนคืนลิขิตรัก [Mpreg]โอกาสครั้งที่สองเพื่อทวงคืนทุกสิ่ง! เหยียนอวี่ย้อนเวลากลับมาเพื่อแก้แค้นคนชั่วและปกป้องคนรัก ท่ามกลางเกมการเมืองและหัวใจที่เริ่มหวั่นไหวอีกครั้ง
ล้อรถม้าไม้สักคันงามค่อยๆ เคลื่อนตัวบดไปบนถนนหินออกจากประตูเมืองหลวง ทิ้งกำแพงสูงตระหง่านและหลังคาทองคำของพระราชวังไว้เบื้องหลัง เสียงจอแจของตลาดร้านค้าและผู้คนเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความเงียบสงบของทิวไม้เขียวขจีสองข้างทาง
ภายในรถม้าจวิ้นอี่ทรงถอดรัดเกล้าทองคำและชุดพิธีการเต็มยศออก เหลือเพียงชุดลำลองผ้าไหมสีครามเรียบง่าย พระเกศาที่เคยรวบตึงถูกปล่อยสยายลงมาเคลียบ่า ดูผ่อนคลายและอ่อนเยาว์ลงหลายส่วน
"ท่านดู... แปลกตาไปมาก" เซี่ยเหยียนอวี่เอ่ยทักพร้อมรอยยิ้ม ขณะรินน้ำชาใส่จอกส่งให้
"แปลกอย่างไร?" จวิ้นอี่รับจอกชามาถือไว้ สายตายังคงทอดมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างด้วยความสนใจ ราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งเคยเห็นโลกภายนอก
"ดู... เป็นมนุษย์มากขึ้น" เหยียนอวี่ตอบ "เมื่อก่อนท่านเหมือนรูปปั้นเทพเจ้าบนหิ้งบูชา สูงส่ง งดงาม แต่แตะต้องไม่ได้ แต่ตอนนี้... ท่านดูเหมือนสามีชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่ง"
จวิ้นอี่หันมาสบตา "ข้าชอบแบบหลังมากกว่า... เพราะสามีชาวบ้าน กอดเมียได้ทุกเวลาโดยไม่ต้องดูฤกษ์ยาม"
เหยียนอวี่หน้าแดงระเรื่อ ตีแขนอีกฝ่ายเบาๆ "ท่านนี่นะ... ออกจากวังปุ๊บก็ทิ้งมาดท่านอ๋องปั๊บเลยหรือ?"
"ข้าทิ้งมันไปตั้งแต่ก้าวเท้าพ้นธรณีประตูวังแล้ว" จวิ้นอี่วางจอกชาลง แล้วดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอก "จากนี้ไป ข้าคือจวิ้นอี่ของเจ้าเพียงคนเดียว ไม่มีคำราชาศัพท์ ไม่มีพิธีรีตอง... มีแค่เรา"
เหยียนอวี่ซบหน้าลงกับอกกว้าง ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่น เขารู้สึกถึงความปลอดภัยและความสุขที่เอ่อล้นจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่
"ข้าเคยฝันถึงวันนี้มาตลอด..." เหยียนอวี่กระซิบ "ฝันว่าจะได้หนีไปไกลๆ กับท่าน ไปอยู่ในที่ที่มีแค่เราสองคน ไม่ต้องระแวงใคร ไม่ต้องแก่งแย่งชิงดี... ไม่นึกเลยว่ามันจะเป็นจริง"
"มันเป็นจริงแล้ว" จวิ้นอี่จูบกระหม่อมคนรัก "และมันจะดียิ่งกว่าความฝัน"
…
…
...
การเดินทางใช้เวลาไม่นานนัก เมื่อรถม้าเลี้ยวผ่านโค้งเขา เผยให้เห็นทัศนียภาพที่งดงามราวกับภาพวาด
หุบเขาเขียวขจีโอบล้อมพื้นที่ราบกว้างใหญ่ มีลำธารใสสะอาดไหลผ่านกลาง และที่นั่น... เรือนไม้หลังงามตั้งตระหง่านอยู่อย่างสงบ มันไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่าเหมือนวังหลวง แต่ดูอบอุ่นและประณีตด้วยศิลปะการแกะสลักไม้ที่งดงาม มีสวนดอกไม้หลากสีและแปลงผักเล็กๆ ล้อมรอบ
‘จวนคีรีรมย์’
ป้ายชื่อจวนที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของจวิ้นอี่ที่แอบมาเขียนไว้ล่วงหน้าแขวนอยู่เหนือประตู
รถม้าจอดสนิท หลิวจื้อเฉินที่ขี่ม้านำขบวนมา กระโดดลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว แล้วเดินมาเปิดประตูรถ
"ถึงบ้านแล้วขอรับ นายท่าน นายน้อย" จื้อเฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง "ยินดีต้อนรับสู่จวนคีรีรมย์!"
จวิ้นอี่ประคองเหยียนอวี่ลงจากรถ ทั้งสองยืนมองเรือนหลังใหม่ด้วยความตื้นตัน
"สวยมาก..." เหยียนอวี่อุทาน "ท่านให้คนมาเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ตั้งแต่ตอนที่ข้าเริ่มคิดเรื่องสละบัลลังก์" จวิ้นอี่ตอบ "ข้าให้จื้อเฉินแอบมาจัดการ ซื้อที่ดินและปลูกเรือนตามแบบที่เจ้าเคยเปรยว่าชอบ... จำได้ไหม? เรือนไม้ชั้นเดียว ระเบียงกว้างๆ รับลม และมีสระบัวหน้าบ้าน"
เหยียนอวี่จำได้... นั่นคือสิ่งที่เขาเคยพูดเล่นๆ ในคืนหนึ่งที่พวกเขานอนดูดาวด้วยกัน ไม่คิดว่าจวิ้นอี่จะจดจำรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านั้นได้หมด
"ท่านนี่มัน..." เหยียนอวี่พูดไม่ออก ได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตา
"อะแฮ่ม! อย่าเพิ่งซึ้งกันตรงนี้เลยขอรับ แดดเริ่มร้อนแล้ว เข้าไปข้างในเถอะ"
เสียงขัดจังหวะดังมาจากระเบียงเรือน ไป๋เหวินเจี๋ยในชุดลำลองสีขาวสะอาดตากำลังยืนกอดอกพิงเสาเรือนอยู่ ข้างกายมีตะกร้าสมุนไพรวางอยู่
"ท่านหมอไป๋!" เหยียนอวี่ร้องทัก "ท่านมาถึงก่อนหรือ?"
"ข้ามาเตรียมยารอพวกท่านตั้งนานแล้ว" หมอหนุ่มเดินลงมาหา "การเดินทางอาจทำให้นายน้อยเพลีย ข้าต้มน้ำขิงพุทราจีนไว้ให้... รีบเข้าไปดื่มตอนร้อนๆ เถอะ"
"เหวินเจี๋ยของข้าช่างรอบคอบสมเป็นภรรยาที่ดี" จื้อเฉินแซว พลางเดินเข้าไปช่วยถือตะกร้า
"ใครภรรยาเจ้า!" ไป๋เหวินเจี๋ยหน้าแดง "ข้าเป็นหมอประจำตระกูลต่างหาก!"
"หมอประจำตระกูลที่นอนเตียงเดียวกับคนสวนประจำตระกูลน่ะหรือ?"
"หลิวจื้อเฉิน! เจ้าอยากโดนเข็มพิษใช่ไหม!"
เสียงทะเลาะกันมุ้งมิ้งของทั้งจื้อเฉินและเหวินเจี๋ยเรียกเสียงหัวเราะจากจวิ้นอี่และเหยียนอวี่ บรรยากาศในจวนคีรีรมย์เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาตั้งแต่นาทีแรก
…
…
...
ภายในเรือนตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่มีรสนิยม เครื่องเรือนเน้นความสะดวกสบายมากกว่าความหรูหรา หน้าต่างทุกบานเปิดกว้างรับลมภูเขาที่สดชื่น
เหยียนอวี่เดินสำรวจห้องต่างๆ ด้วยความตื่นเต้น จนมาหยุดที่ห้องนอนใหญ่
เตียงไม้ขนาดใหญ่ปูด้วยฟูกหนานุ่ม ม่านสีขาวโปร่งแสงดูสบายตา และที่โต๊ะเครื่องแป้ง... มีแจกันดอกเหมยสดปักไว้อย่างสวยงาม
"ชอบไหม?" จวิ้นอี่เดินเข้ามากอดเอวเขาจากด้านหลัง
"ชอบที่สุด..." เหยียนอวี่ตอบ "ที่นี่... ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านจริงๆ"
"ต่อไปนี้ เราจะตื่นมาเจอหน้ากันที่นี่ทุกเช้า" จวิ้นอี่กระซิบ "เราจะกินข้าวด้วยกัน เดินเล่นด้วยกัน และแก่เฒ่าไปพร้อมกันที่นี่"
เหยียนอวี่หันกลับมาสบตา "ท่านจะไม่เบื่อหรือ? ชีวิตที่ไม่มีราชกิจ ไม่มีขุนนางมาคอยพะเน้าพะนอ"
"ข้าเบื่อมาทั้งชีวิตแล้วกับเรื่องพวกนั้น" จวิ้นอี่ยิ้ม "ตอนนี้ข้าอยากลองทำอะไรใหม่ๆ บ้าง เช่น ปลูกผักเลี้ยงปลา หรือลองฝึกทำอาหารให้เจ้ากิน"
"ทำอาหาร?" เหยียนอวี่เลิกคิ้ว "ท่านเนี่ยนะ? ข้ากลัวว่าครัวจะไฟไหม้เสียก่อน"
"ดูถูกกันเกินไปแล้ว!" จวิ้นอี่หัวเราะ "คอยดูเถอะ เย็นนี้ข้าจะโชว์ฝีมือทำไก่ตุ๋นโสมให้เจ้าลองชิม!"
"งั้นข้าคงต้องให้หมอไป๋เตรียมยาแก้ท้องเสียไว้รอแล้วล่ะ"
ทั้งคู่หัวเราะร่าเริง ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้างเคียงข้างกัน มือประสานมือ มองเพดานไม้ที่เรียบง่าย แต่กลับให้ความรู้สึกมั่นคงกว่าเพดานทองคำในวังหลวงเป็นไหนๆ
ณ ที่แห่งนี้... ไม่มีองค์ชาย ไม่มีนายน้อย
มีเพียงจวิ้นอี่ชายหนุ่มผู้ปรารถนาชีวิตสงบสุข และเหยียนอวี่คู่ชีวิตที่พร้อมจะเดินเคียงข้างเขาไปจนสุดปลายทาง
และนี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตบทใหม่... ชีวิตที่ลิขิตด้วยความรัก ไม่ใช่ด้วยอำนาจ