โอกาสครั้งที่สองเพื่อทวงคืนทุกสิ่ง! เหยียนอวี่ย้อนเวลากลับมาเพื่อแก้แค้นคนชั่วและปกป้องคนรัก ท่ามกลางเกมการเมืองและหัวใจที่เริ่มหวั่นไหวอีกครั้ง
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,เกิดใหม่,รัก,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,จีนโบราณ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
หวนคืนลิขิตรัก [Mpreg]โอกาสครั้งที่สองเพื่อทวงคืนทุกสิ่ง! เหยียนอวี่ย้อนเวลากลับมาเพื่อแก้แค้นคนชั่วและปกป้องคนรัก ท่ามกลางเกมการเมืองและหัวใจที่เริ่มหวั่นไหวอีกครั้ง
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหมอกบางๆ ที่ปกคลุมหมู่บ้านตีนเขา เสียงไก่ขันเจื้อยแจ้วปลุกให้จวนคีรีรมย์ตื่นขึ้นจากนิทรา
เซี่ยเหยียนอวี่ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น เขาหันไปมองคนข้างกายที่กำลังลืมตาตื่นพอดี
"อรุณสวัสดิ์ จวิ้นอี่"
"อรุณสวัสดิ์" จวิ้นอี่ยิ้มตอบ คว้าเอวบางเข้ามากอด "วันนี้เราจะทำอะไรกันดี? ข้าสัญญาไว้ว่าจะปลูกผักให้เจ้า แต่เรายังไม่มีเมล็ดพันธุ์เลย"
"งั้นเราก็ต้องไปตลาด" เหยียนอวี่เสนอ "ตลาดหมู่บ้านอยู่ไม่ไกล เดินเท้าไปแค่ครึ่งชั่วยามก็ถึง ข้าอยากไปซื้อของสดมาตุนไว้ด้วย... เมื่อวานท่านใช้ไก่กับผักไปจนเกลี้ยงครัวแล้ว"
จวิ้นอี่หน้าแดงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงวีรกรรมในครัวเมื่อวาน "ได้สิ... ข้าจะไปช่วยเจ้าถือของ"
…
…
...
ณ ตลาดหมู่บ้าน
บรรยากาศยามเช้าคึกคักไปด้วยชาวบ้านที่ออกมาจับจ่ายใช้สอย พ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้าเสียงดังฟังชัด กลิ่นหอมของซาลาเปานึ่งและโจ๊กหมูร้อนๆ ลอยอบอวล
เมื่อจวิ้นอี่และเหยียนอวี่ปรากฏตัวขึ้น ตลาดที่จอแจก็ดูเหมือนจะเงียบเสียงลงไปชั่วขณะ
แม้ทั้งคู่จะสวมชุดผ้าฝ้ายเรียบง่าย แต่รูปร่างหน้าตาและราศีที่จับตานั้น โดดเด่นเกินกว่าชาวบ้านทั่วไป โดยเฉพาะจวิ้นอี่ที่แม้จะพยายามทำตัวกลมกลืน แต่ท่วงท่าการเดินที่องอาจผ่าเผยและแววตาทรงอำนาจนั้นปิดไม่มิด
"ท่านเดินให้มันผ่อนคลายหน่อยสิ" เหยียนอวี่กระซิบ พลางกระตุกแขนเสื้อสามี "ทำหน้าดุเหมือนจะไปรบ ชาวบ้านเขากลัวกันหมดแล้ว"
"ข้า... ข้าพยายามอยู่" จวิ้นอี่กระซิบตอบ พยายามฉีกยิ้มที่ดูเกร็งๆ ให้แม่ค้าขายผักข้างทาง จนแม่ค้าสะดุ้งทำผักร่วง
เหยียนอวี่ส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะจูงมือจวิ้นอี่เดินตรงไปยังร้านขายซาลาเปา
"เถ้าแก่ ซาลาเปาไส้หมูสองลูก"
"ได้เลยจ้า! สองลูก สี่อีแปะ!"
เหยียนอวี่กำลังจะล้วงหยิบเงิน แต่จวิ้นอี่ไวกว่า เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อแล้วหยิบก้อนเงินขนาดหนึ่งตำลึงออกมาวางบนแผง
"ไม่ต้องทอน" จวิ้นอี่เอ่ยด้วยมาดป๋า
เถ้าแก่ร้านซาลาเปาตาถลน "นะ... นายท่าน! นี่มันซื้อซาลาเปาได้ทั้งร้าน แถมยังซื้อร้านข้าได้ด้วยซ้ำ! ข้าไม่มีทอนหรอกขอรับ!"
เหยียนอวี่รีบคว้าก้อนเงินกลับมาเก็บ แล้วหยิบเหรียญอีแปะสี่เหรียญจ่ายไปแทน พร้อมรอยยิ้มขอโทษขอโพย
"ขออภัยเถ้าแก่ สามีข้าเพิ่งเคยมาจ่ายตลาดครั้งแรก เขา... กะราคาของไม่ค่อยถูกน่ะ"
เมื่อเดินออกมา เหยียนอวี่ก็ดุเบาๆ "ท่านอ๋อง... ท่านจะเอาเงินตำลึงมาซื้อซาลาเปาไม่ได้นะ นั่นมันค่าอาหารชาวบ้านได้ทั้งเดือน!"
"ก็ข้าไม่มีเศษเงินนี่นา..." จวิ้นอี่ทำหน้ามุ่ยเหมือนเด็กทำความผิด "ในวังข้าไม่เคยพกเงิน..."
"เฮ้อ... เอากระเป๋าเงินท่านมานี่" เหยียนอวี่ยึดถุงเงินของจวิ้นอี่มาถือไว้ "ต่อไปนี้ข้าจะเป็นคนจ่ายเอง ท่านมีหน้าที่แค่แบกของ เข้าใจไหม?"
"รับทราบขอรับ ฮูหยิน" จวิ้นอี่ยิ้มกว้าง ยอมจำนนต่ออำนาจเมียแต่โดยดี
…
…
...
ทั้งสองเดินเลือกซื้อของกันต่อ จวิ้นอี่ทำหน้าที่เป็นรถเข็นมนุษย์หอบหิ้วตะกร้าใส่ผัก เนื้อหมู และเครื่องปรุงพะรุงพะรัง แต่เขากลับดูมีความสุขอย่างประหลาด คอยชี้ชวนเหยียนอวี่ดูนั่นดูนี่
"เหยียนอวี่ ดูปลาตัวนั้นสิ สดมาก! เย็นนี้ข้าจะแก้มือทำปลานึ่ง!"
"เหยียนอวี่ นั่นมันขนมกุ้ยฮวา! ซื้อไปฝากจื้อเฉินกับหมอไป๋ดีไหม?"
ขณะที่เหยียนอวี่กำลังเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ผักอยู่ที่ร้านขายอุปกรณ์การเกษตร ชายหนุ่มลูกชายเจ้าของร้าน รูปร่างกำยำผิวคล้ำแดด ก็เดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มแพรวพราว
"คุณชายท่านนี้สนใจเมล็ดพันธุ์อะไรหรือ? หน้าตาท่านดูผิวพรรณดี ไม่น่าจะเคยทำสวน... ให้ข้าสอนวิธีปลูกให้ไหม? หรือถ้าจะให้ดี ให้ข้าไปช่วยขุดดินที่เรือนท่านก็ได้นะ คิดราคาพิเศษ... หรือไม่คิดเงินเลยก็ได้ แลกกับ..."
ชายหนุ่มจงใจเว้นวรรค สายตากรุ้มกริ่มมองสำรวจเหยียนอวี่อย่างเสียมารยาท
เหยียนอวี่ขมวดคิ้ว กำลังจะเอ่ยปากไล่ แต่ทว่า...
ตุบ!
ตะกร้าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยหัวไชเท้าและฟักทองถูกกระแทกลงบนแผงร้านเสียงดังสนั่น จนเมล็ดพันธุ์กระเด็นกระดอน
ร่างสูงใหญ่ของจวิ้นอี่ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเหยียนอวี่กับพ่อค้าหนุ่ม รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจนอากาศรอบตัวเย็นลงวูบหนึ่ง
"ขอบใจในความหวังดี" จวิ้นอี่เอ่ยเสียงเย็น ดวงตาคมกริบจ้องมองพ่อค้าหนุ่มราวกับจะฉีกเนื้อ "แต่เรือนของภรรยาข้า... ข้าขุดดินเองได้ ไม่ต้องการให้ใครมาเสนอหน้า"
พ่อค้าหนุ่มหน้าซีดเผือดเมื่อสบตากับดวงตาคู่นั้น มันไม่ใช่สายตาของชาวบ้านธรรมดา แต่มันคือสายตาของนักล่าที่หวงแหนเหยื่อ
"ขะ... ขอรับ... ข้าแค่... แค่แนะนำสินค้า..." พ่อค้าหนุ่มละล่ำละลัก ถอยกรูดไปหลังร้าน
เหยียนอวี่ลอบยิ้ม ดึงแขนเสื้อจวิ้นอี่เบาๆ "ท่านพี่... ท่านทำคนเขาตกใจหมดแล้ว รีบซื้อของแล้วไปกันเถอะ"
จวิ้นอี่หันกลับมามองเหยียนอวี่ สายตาเปลี่ยนเป็นเว้าวอน "ไม่ต้องซื้อร้านนี้แล้ว... ไปร้านอื่น ข้าไม่อยากให้เจ้ายืนหายใจร่วมกับมัน"
"หึงหรือ?" เหยียนอวี่กระซิบ
"หวง" จวิ้นอี่ตอบหน้าตาย "ของของข้า ใครก็ห้ามมอง"
เหยียนอวี่หัวเราะเบาๆ ยอมเดินตามแรงดึงของสามีไปแต่โดยดี
…
…
...
ขากลับ แดดเริ่มแรงขึ้น จวิ้นอี่ใช้ตัวบังแดดให้เหยียนอวี่ตลอดทาง
"หนักไหม?" เหยียนอวี่ถาม มองดูข้าวของพะรุงพะรังในมือสามี
"เบากว่าดาบที่ข้าเคยถือเยอะ" จวิ้นอี่ตอบ "และมีความสุขกว่าด้วย... เหยียนอวี่ วันนี้ข้าได้เรียนรู้หลายอย่าง"
"เรียนรู้อะไร?"
"เรียนรู้ว่าเงินหนึ่งตำลึงซื้อซาลาเปาไม่ได้... และเรียนรู้ว่า การได้เดินข้างเจ้า จับมือเจ้า ท่ามกลางผู้คนธรรมดาๆ แบบนี้ มันคือความสุขที่ข้าตามหามาทั้งชีวิต"
เหยียนอวี่หยุดเดิน หันมาสบตาคนรัก
"ข้าก็เหมือนกัน... ขอบคุณนะ ท่านอ๋องตกยากของข้า"
จวิ้นอี่ยิ้ม ก้มลงจูบที่ขมับของเหยียนอวี่เร็วๆ หนึ่งที
"กลับบ้านกันเถอะ... ข้าอยากไปขุดดินทำแปลงผักให้เจ้าแล้ว"
"แน่ใจนะว่าขุดเป็น?"
"ไม่เป็น... แต่ข้ามีแรงเยอะ!"
เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังก้องไปตามทางเดินสู่หุบเขา ทิ้งเรื่องราววุ่นวายในตลาดไว้เป็นเพียงสีสันของวันใหม่... วันที่พวกเขาเริ่มเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตคู่ ในฐานะสามีภรรยาธรรมดาๆ ที่รักกันสุดหัวใจ