โรคร้ายระบาดทั่วประเทศนิวซีแลนด์อย่างปริศนาส่งผลให้กลายร่างเป็นซอมบี้กระหายเลือด ร่างกายผมวิวัฒนาการจนสามารถควบคุมเชื้อไวรัสเป็นพลังใช้เอาตัวรอดจากโลกล่มสลายเพื่อกลับประเทศบ้านเกิด
แอคชั่น,ชาย-หญิง,เลือดสาด,ไทย,พล็อตสร้างกระแส,ดราม่า,สยองขวัญ,ซอมบี้,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สงครามคนเป็น : วีรบุรษแห่งสมรภูมิผู้วายชนม์โรคร้ายระบาดทั่วประเทศนิวซีแลนด์อย่างปริศนาส่งผลให้กลายร่างเป็นซอมบี้กระหายเลือด ร่างกายผมวิวัฒนาการจนสามารถควบคุมเชื้อไวรัสเป็นพลังใช้เอาตัวรอดจากโลกล่มสลายเพื่อกลับประเทศบ้านเกิด
สิ่งประหลาดเกิดขึ้นรอบตัว 'คาเรน' เด็กหนุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยน ไทย-นิวซีแลนด์ โดยเฉพาะโรคระบาดในตอนเช้าระหว่างรอรถเมล์ไปโรงเรียน จนจับพลัดจับผลูหนีตายจากพวกซอมบี้ซึ่งอันเกิดจากโรคระบาดปริศนา แต่เขากลับติดโรคประหลาดทำให้ร่างกายเกิดการวิวัฒนาการจนสามารถเปลี่ยนมันกลายเป็นพลังเอาตัวรอดอย่างสุดความสามารถร่วมกับพรรคพวกเพื่อหาทางกลับประเทศตัวเอง
รถตู้ถูกหยุดด้วยท่อนไม้มหึมา เสียงโครมครามดังลั่นหวั่นไหวนำพาเหล่าซอมบี้จากทุกทิศทางเข้าโอบล้อม เราทั้งคู่แทบสิ้นสติและเกมโอเวอร์หากเดวิดไม่กระชากผมและเหวี่ยงออกจากซากยานพาหนะที่บิดเบี้ยว ท่อนซุงนั่นปักเข้าหน้ารถอย่างแม่นยำ แต่ท่ามกลางความตกใจที่มอบโอกาสให้ตั้งสติไม่กี่เสี้ยววินาที ซอมบี้ตัวหนึ่งพุ่งเข้าคว้าร่างผมไว้ มันอ้าขากรรไกรกว้างพร้อมฝังเชื้อไวรัสเพื่อเปลี่ยนให้กลายเป็นพวกมัน เรี่ยวแรงของมันมหาศาลราวกับว่าใช้พละกำลังทั้งหมดทุ่มสุดตัว พละกำลังเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ อย่างผมไม่สามารถต้านทานได้นาน ผมตัดสินใจยกเท้ายันสุดแรงจนสามารถผละมันออกก่อนหยิบมีดทำครัวแทงสวนคางทะลุสมอง เพียงเท่านั้นจึงสามารถหยุดการสัญชาตญาณดิบ ร่างไร้วิญญาณอ่อนแรงล้มกับพื้น
นี่ไม่ใช่เวลายินดี เพราะยังมีซอมบี้อีกหลายตัวทยอยโอบล้อมเข้ามาเรื่อย ๆ ผมพยายามควบคุมสติไม่ให้กระเจิดกระเจิง กัดฟันแน่นระงับความเจ็บปวดบริเวณกล้ามเนื้อหลายส่วนที่กระตุกไร้จังหวะฟ้อง ผมชักปืนพกออกมาพร้อมลั่นไก แต่ดันลืมปลดล็อกเซฟตี้ ในจังหวะนั้นซอมบี้อีกตัวเข้ามาถึงตัวแล้ว ผมเบี่ยงตัวหลบอย่างขอไปที แต่ดันถูกอีกตัวกอดเข้าจากด้านหลัง เสียงปืนดังขึ้นพร้อมร่างที่กอดอยู่อ่อนแรงล้ม
“ถือเป็นหนี้ชีวิตกันแล้วไอ้หนู!” เดวิดที่ยิงหัวซอมบี้ตัวเมื่อกี้กล่าว อีกมือคว้าคอซอมบี้ดั่งโล่กำบัง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเลือดทมิฬ เปลวเพลิงพิโรธในดวงตาโหมกระหน่ำ หมัดซ้ายเหวี่ยงอัดใส่ใบหน้าอันเต็มไปด้วยแผลเหวอะหวะผิวหนังซีดเซียวกระเด็น “ไปช่วยแอชออกมาให้ได้!! ไปซะ!!”
ผมวิ่งออกไปตามคำสั่งน้ำเสียงแข็งกร้าวของเดวิด วิ่งหลบซอมบี้มากมาย บางตัวถูกจัดการด้วยมีดทำครัวซึ่งตอนนี้ซุ่มไปด้วยเลือดสีดำน่าสยดสยอง ซอมบี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเด็ก บางตัวอายุพอ ๆ กัน และบางตัวเคยนั่งกินข้าว ได้สนุก มีความทรงจำอันสดใสด้วยกัน ผมฆ่าพวกเขาด้วยอาวุธมีคมทั้งน้ำตา หัวใจหล่นวูบไปถึงไหนต่อไหน สัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอดแผดร้องบ้าคลั่ง ความรู้สึกที่ปักมีดจากใต้คางทะลุทำลายสมองยิ่งฉีกกระชากวิญญาณของผมแหลกเป็นเสี่ยง ๆ ยิ่งทำให้ผมดูเป็นฆาตกรมากขึ้นกว่าเดิม
เสียงปืนลูกซองดังสนั่นเบี่ยงเบนความสนใจให้เหล่าซอมบี้วิ่งเข้าหาเดวิด จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนหลากหลายแบบเป็นระยะ
“Come on!! You motherfucker!!” เขาตะโกนเสียงดังลั่นเปี่ยมความบ้าคลั่งราวสัตว์ป่า
ในที่สุดผมสามารถบุกเข้าไปในอาคารเรียนหลักซึ่งน่าจะเป็นสถานที่หลบซ่อนของผู้เอาชีวิตรอด แน่นอนว่าในห้องเรียนแต่ละห้องล้วนไม่ปลอดภัย ภายในอาคารชั้นแรกและชั้นสองล้วนเป็นทางยาวตั้งแต่ฝั่งหนึ่งไปสู่อีกฝั่ง สองข้างทางเต็มไปด้วยล็อกเกอร์เก็บของใช้ส่วนตัวสีน้ำเงินสำหรับนักเรียนเหมือนที่เห็นในภาพยนตร์แนวโรงเรียนฝั่งอเมริกันและมีประตูห้องเรียนกั้นทุกระยะสามเมตร เหนือบานประตูติดป้ายหมายเลขห้องชัดเจน ส่วนบานประตูนั้นเจาะช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสติดกระจกใส ผมมองเข้าไปเห็นซอมบี้ในชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนซุ่มไปด้วยเลือดแห้งกรั่ง พวกนี้คงเป็นพวกนักเรียนที่ชอบแอบหลบในห้องเรียนเพราะไม่ยอมเข้าร่วมพิธีนมัสการเพียงเพราะเหตุผลว่าตัวเองไม่ยอมนับถือพระเจ้า
ระหว่างทางสำรวจ ผมได้จัดการเก็บพวกซอมบี้ไปหลายตัวอย่างเงียบเชียบดั่งมือสังหาร สิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากดูภาพยนตร์ต่อสู้มากเกินไปและเคยฝึกเทคนิคการใช้มีดมานิดหน่อยก็ได้มั้ง แน่นอนว่าการเคลียร์เส้นทางสำรวจนี้จะกลายเป็นข้อได้เปรียบ พ่วงด้วยเสียงปืนดังเป็นระยะยิ่งช่วยให้จัดการมันง่ายลง ที่เหลือต้องให้เดวิดเก็บงานต่อ
เมื่อจัดการพวกมันจนหมด ผมวิ่งตรวจทุกห้องเรียนผ่านกระจก ซึ่งแต่ละห้องส่วนมากว่างเปล่า หากห้องใดมีซอมบี้ ผมจะตรวจดูให้ละเอียดว่ามีพวกมันตนไหนมีลักษณะคล้ายคลึงกับหญิงสาวที่ตามหาหรือไม่ แน่นอนว่าทำแบบนี้จนครบทุกห้องเรียน ไม่เว้นแม้กระทั่งชั้นสอง การวิ่งตามหาคนหนึ่งคนนั้นเหมือนกับตัวเองวิ่งอยู่ในเขาวงกตโดยถูกปิดตาอย่างแน่นหนา
“ไปอยู่ที่ไหนกันวะ อีแอช” ผมสบถอยู่ในใจ ขณะวิ่งออกจากห้องพักครูจนผ่านห้องน้ำหญิงซึ่งทางปีกซ้ายของอาคาร โดยห้องน้ำชายตั้งอยู่ทางปีกขวาเพื่อป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศแบบสมยอมเพราะเคยมีคดีที่นักเรียนวัยฮอร์โมนว้าวุ่นกลุ่มหนึ่งเข้าไปรวมหม้อสุกี้ในห้องน้ำทั้งชายหญิงซึ่งตั้งอยู่ติดกันทำให้พวกเขาเหล่านั้นถูกไล่ออก รวมถึงมีการปิดอาคารเรียนเพื่อปรับปรุงโดยแยกห้องน้ำทั้งสองเพศแยกออกจากกันเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยในอนาคต
แต่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ครั้งนี้กลับยิ่งเลวร้ายจนกลายเป็นประวัติศาสตร์อันดำมืดระดับประเทศเลยก็ว่าได้
ผมตัดสินใจบุกเข้าไปในห้องน้ำหญิงทั้งที่ในใจยังคงนึกถึงความไม่เหมาะสม แต่ในเมื่อโลกนี้กลายเป็นแบบนี้ กฎกติกาในสังคมบางข้อคงถูกทำลาย เพียงไม่กี่อึดใจบางอย่างถูกหวดลงมาพาดลงกลางแผ่นหลัง ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่ด้วยอะดรีนาลีนยังคงสูบฉีดไปทั่วร่างนั้นช่วยลดทอนความเจ็บปวดได้เกินครึ่ง ผมเคลื่อนตัวหนีเพราะแรงแบบนี้ไม่น่าเป็นฝีมือของผีดิบ แต่เป็นมนุษย์ด้วยกันเอง ภายในใจนึกถึงแอชที่สามารถรอดชีวิตมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ เดวิดคงดีใจมากหากลูกสาวคนโตปลอดภัย
แทนที่จะเป็นสาวร่างสูงผมสีทอง กลับกลายเป็นเด็กสาวหน้าหมวยผมดำขวับยาวถึงกลางหลัง หน้าตากำลังหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ตรงหน้าเสียอย่างนั้น ความฝันหนึ่งแตกสลาย แต่อีกฝันหนึ่งกลับก่อตัวดั่งแสงสว่างท่ามกลางความมืดอย่างไรอย่างนั้น
“เรเชล…?” ผมเรียกชื่ออีกฝ่ายทันทีที่สบตา ผมเจอเธอครั้งสุดท้ายคือเมื่อวาน ดวงตาใสดั่งผลึกแก้วใสนั้น ต่อให้อยู่ในหลุมดำก็ยังมองเห็น ยิ่งเป็นความงามแบบฉบับคุณหนูผู้ดีจากแดนมังกรแล้วนั้น ใบหน้าโฉมงามดังต้องมนตร์จะสะกดทุกเผ่าพันธุ์ในจักรวาลตะลึงงันจนมิอาจวางตา เธออยู่ในชุดยูนิฟอร์มนักเรียน ทั้งเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นสวมเสื้อแขนยาวไหมพรมติดตราประจำสถาบัน ส่วนท่อนล่างสวมกระโปรงทรงเอสั้นเลยเข่าเผยน่องขาวใส
“คาเรน…” เธอเห็นว่าผมไม่ใช่ซอมบี้จึงโผเข้ากอดพลางปล่อยโฮร่ำไห้อย่างเสียขวัญ ส่วนตัวผมเองไม่คิดว่าเรเซลผู้ไม่คิดจะมองหน้าผมหลังจากเหตุการณ์ถูกกลุ่มเพื่อนในโรงเรียนเข้าใจผิดว่าคบกันถึงขั้นแอบเข้าโรงเรียนจนกลายเป็นข้อพิพาก จนกระทั่งหาหลักฐานล้างมลทินจนบริสุทธิ์ แทนที่เจ้าหล่อนจะโกรธคนทั้งโรงเรียนและคบกับผมเป็นแฟนเหมือนในนิยาย กลับกลายเป็นว่าเกลียดผมเข้าไส้เสียอย่างนั้น “ฉัน…ฉันกลัว กลัวมาก ๆ เลย คิดว่าไม่มีใครมาช่วยแล้วซะอีก ขอบคุณ…ฮึก! ขอบคุณจริง ๆ”
“ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ฉันกับโฮสพ่อกำลังตามหาแอชอยู่ เธอเห็นเขาบ้างหรือเปล่า?” ผมถามเผื่อได้เบาะแส เรเชลส่ายหัวแทนคำตอบพลางปาดน้ำตา ริมฝีปากแดงเป็นกระจับอวบอิ่มสั่นระริกน่าเอ็นดู “อย่างนั้นสินะ…ยังไงตอนนี้เราหนีไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ…” ผมวิ่งเข้าไปเปิดดูในห้องน้ำแต่ละห้อง พบเพียงความว่างเปล่า
“แอชน่าจะหลบหนีไปกับผู้รอดชีวิตคนอื่นแล้วล่ะ ในนี้มีแต่ฉันนี่แหละ” เธอบอกพลางลุกขึ้นยืน มือถือไม้ถูพื้นที่นำผ้าขี้ริ้วออกดั่งอาวุธป้องกัน “นั่งกลัวจนตัวสั่นมาตั้งสามชั่วโมงแหนะ ตั้งแต่เหตุการณ์ในหอประชุม”
“เธอคงกลัวมากสินะ…” ผมไม่กล้าสบตาเธอ ความมืดทำให้อีกฝ่ายไม่รู้ว่าใบหน้าใบหูแดงระเรื่อในความสวยตรงสเป็ก “ไปกันเถอะ”
ผมตัดสินใจเดินนำหน้า ในขณะที่เกือบออกสู่แสงสว่าง ซอมบี้ตัวหนึ่งก้าวสวนเข้ามาอย่างไม่บอกกล่าว จนสะดุ้งโหยงเผลอส่งเสียงร้องกรอกหูมัน ไม่ทันได้ถึงเนื้อถึงตัว ไม้ถูพื้นเหล็กหวดเข้ากลางศีรษะผีดิบร่างผอมล้มหมอบลง เมื่อดึงสติกลับมาได้ ร่างกายของผมขยับไปโดยสัญชาตญาณ เงื้อมีดทำครัวเหนือศีรษะแล้วแทงปลายแหลมเข้าขมับ ซอมบี้ตัวนั้นคำรามในลำคออยู่ชั่วครู่เสมือนลมหายใจสุดท้ายก่อนแน่นิ่งไป
เมื่อก่อนเด็กสาวเคยเป็นประธานชมรมกระบองสมัยอยู่มัธยมต้นที่ประเทศจีน ความสามารถของเธอโดดเด่นและเก่งกาจเกินกว่าชมรมการต่อสู้ด้วยอาวุธที่พอมเปอร์ไฮสคูลจนไม่มีใครกล้าท้าประลอง ยิ่งทำให้เธอถูกนักเรียนหญิงบูลลี่และเกรงกลัวในเวลาเดียวกัน เธอเกือบถูกพาส่งกลับประเทศเนื่องจากมีปัญหาจบตีกับกลุ่มนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งซึ่งมีจำนวนกว่าสิบคนหมดสภาพ โชคดีที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่าเธอคือเหยื่อการถูกรังแกและเธอใช้ความรุนแรงเพียงเพื่อปกป้องตัวเองจากกลุ่มคนจำนวนมากกว่าเท่านั้น กลายเป็นว่ากลุ่มนักเรียนหญิงชาวนิวซีแลนด์ถูกพักการเรียนตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ด้วยข้อหา ‘สั่นคลอนความสัมพันธ์ไมตรีระหว่างประเทศ’ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าสุงสิงกับเธออีกเลย
“มาจากไหนกันเนี่ย…?” ผมพึมพำกับตัวเองแล้วคว้ามือเรเชลวิ่งออกมาจากห้องน้ำ โถงทางเดินสะดวกไร้อันตราย พวกเราอาศัยจังหวะนั้นสาวเท้าออกไปเพื่อนำข่าวไปบอกกับเดวิด บางอย่างในใจตะโกนบอกให้ระมัดระวังตัว
ความชั่วร้ายกำลังมา
ตึ่ง…ตึ่ง!…ตึ้ง!!…
“กรรรรรร!!!” เสียงคำรามแสบแก้วหูดังลั่น ทำเอาเราทั้งคู่หยุดชะงัก ความกลัวแผ่พล่านไปทั้งร่างที่เย็นยะเยือก เจาะลึกถึงขั้วหัวใจ ทั้งอาคารลั่นไหวกับเสียงอันทรงพลัง ผมมองหน้าหลังด้วยความกระวนกระวาย ซอมบี้ปกติคงไม่สามารถคำรามเสียงดังก้องได้ขนาดนี้ และที่แย่กว่าคือ ‘ไม่มีเสียงปืนของเดวิดมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว…’
“ตะ…ตัวอะไร…?” ผมกำมือแน่นพยายามรวบรวมความกล้าพลางหันไปมาเรเชลที่มีสีหน้าหวาดกลัวไม่แพ้กัน ภายในแววตามีน้ำใสเอ่อล้น ร่างกายสั่นระริก มือเย็นเชียบราวน้ำแข็ง เธอส่ายหน้าและมีท่าทีอยากกลับไปซ่อนตัวในห้องน้ำดังเดิม “เรเชล…ที่โรงเรียนมีอะไรนอกจากพวกซอมบี้อีกเหรอ?”
“ทะ…ทะ…โทมัส…” เธอเอ่ยชื่อคุ้นหู “มันแน่ ๆ มะ…มันกำลังมา…มันจะฆ่าพวกเราทุกคน…”
------------------------
To Be Continue Chapter 8