โรคร้ายระบาดทั่วประเทศนิวซีแลนด์อย่างปริศนาส่งผลให้กลายร่างเป็นซอมบี้กระหายเลือด ร่างกายผมวิวัฒนาการจนสามารถควบคุมเชื้อไวรัสเป็นพลังใช้เอาตัวรอดจากโลกล่มสลายเพื่อกลับประเทศบ้านเกิด
แอคชั่น,ชาย-หญิง,เลือดสาด,ไทย,พล็อตสร้างกระแส,ดราม่า,สยองขวัญ,ซอมบี้,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สงครามคนเป็น : วีรบุรษแห่งสมรภูมิผู้วายชนม์โรคร้ายระบาดทั่วประเทศนิวซีแลนด์อย่างปริศนาส่งผลให้กลายร่างเป็นซอมบี้กระหายเลือด ร่างกายผมวิวัฒนาการจนสามารถควบคุมเชื้อไวรัสเป็นพลังใช้เอาตัวรอดจากโลกล่มสลายเพื่อกลับประเทศบ้านเกิด
สิ่งประหลาดเกิดขึ้นรอบตัว 'คาเรน' เด็กหนุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยน ไทย-นิวซีแลนด์ โดยเฉพาะโรคระบาดในตอนเช้าระหว่างรอรถเมล์ไปโรงเรียน จนจับพลัดจับผลูหนีตายจากพวกซอมบี้ซึ่งอันเกิดจากโรคระบาดปริศนา แต่เขากลับติดโรคประหลาดทำให้ร่างกายเกิดการวิวัฒนาการจนสามารถเปลี่ยนมันกลายเป็นพลังเอาตัวรอดอย่างสุดความสามารถร่วมกับพรรคพวกเพื่อหาทางกลับประเทศตัวเอง
บรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความโกลาหลถาโถมทั่วหอประชุมท่ามกลางพิธีนมัสการอันศักดิ์สิทธิ์ เสียงกรีดร้องของเด็กประถมแถวหน้าติดเวทีเล็กแหลมบาดหูลึกถึงโสตประสาท ในวินาทีนั้นเอง เวลาเหมือนถูกทำให้ช้าลง ความสนใจถูกดึงไปยังอาจารย์สอนศาสนาผู้สำรอกเลือดจำนวนมากออกมาราวกับก๊อกแตก เหล่าคณะอาจารย์ต่างตื่นตะลึงกับภาพอันสยองขวัญตรงหน้า แต่อาจารย์พละได้สติเข้าไปพยุงร่างที่เริ่มโงนเงนไว้
“อาจารย์มิชอป!! ทำใจดี ๆ ไว้นะครับ!!” เขาเขย่าร่างอันไร้เรี่ยวแรง ผิวหนังเริ่มซีดเซียว เส้นเลือดปรากฏขึ้นเด่นชัดใต้ผิวหนัง “เรียกรถพยาบาลที!! เรียกรถพย…”
ขากรรไกรของอาจารย์มิชอปอ้ากว้างจนมุมปากฉีกขาดก่อนโน้มตัวกัดแขนอาจารย์พละจมเขี้ยวอย่างไม่ลังเล ดวงตาขาวโพลนไร้อารมณ์กลอกไปมา ศีรษะสะบัดแรงทำให้กล้ามเนื้อมัดหนึ่งหลุดจากกระดูกเลือดไหลอาบพื้น อาจารย์หนุ่มร่างใหญ่ไม่เหลือพละกำลังต่อกรกับอดีตมิตรสหาย กายเนื้อถอดสีไร้เสียงกรีดร้องก่อนแน่นิ่ง
เหล่านักเรียนและอาจารย์ต่างสติแตกกระเจิงแย่งกันหนีออกนอกห้อง แต่ประตูเจ้ากรรมดันมีความกว้างเพียงพอสำหรับหนึ่งคนผ่านเท่านั้น การจราจรจึงติดขัดแน่นหนาวุ่นวายเป็นการใหญ่ อุณหภูมิภายในร้อนร่าขึ้นเพราะเครื่องทำความร้อนและอารมณ์อันเดือดพล่านของเหล่ามนุษย์ผู้ทำตามสัญชาตญาณซึ่งตะโกนร้องดังกึกก้องแข่งกับเสียงกรีดร้องแหลมแสบแก้วหู
แต่ละคนไม่เหลือมิตรภาพต่อกัน สถานการณ์ระหว่างเมื่อเช้ากับตอนนี้ช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว พวกเขาผลัก ตบ ต่อย ล้มกระแทก เหยียบย้ำจนบาดเจ็บสาหัส ภาพตรงหน้าผมมันโหดร้ายยิ่งกว่าภาพนรกภูมิแห่งดันเต้
“ทุกคนหยุดเดี๋ยวนี้!!”
เสียงตะโกนของอาจารย์ใหญ่ฟีลิปออกผ่านเครื่องขยายเสียงฉุดดึงสติของแต่ละคนกลับมา ใบหน้าของเขาแดงร่า หยาดเหงื่ออาบแก้ม ร่างกายอันอ้วนท้วมสั่นเทิ้มภายในสูทราคาแพงสีน้ำเงินเข้มพร้อมเนกไทสีแดง เขายืนตัวตรงกำมือแน่นและสูดลมหายใจเข้าปอดลึก
ทุกคนหยุดชะงักหลังเสียงของอาจารย์ใหญ่ส่งถึงต่างรอคอยคำสั่งต่อไปอัตโนมัติ
“ขอให้ทุกคนรีบออกจากหอประชุมอย่างเป็นระเบียบ! ตั้งสติไว้ให้มั่น! ไปรวมตัวกันที่สนามฟุตบอลเหมือนเวลาซ้อมหนีไ…” ก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค ผีดิบอาจารย์มิชอปและอาจารย์พละพุ่งเข้าขย้ำท้ายทอยซึ่งเติมไปด้วยไขมันสะสมแล้วกระชากออกมา เนื้อหนังติดมันหลุดพร้อมโลหิตแดงฉานพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง สถานการณ์จึงกลับมาวุ่นวายกว่าเดิม
ผมถูกเด็กชายร่างใหญ่กว่าชนจนล้มกับพื้นก่อนถูกใครบางคนเหยียบเข้ากลางหลังจึงกลิ้งหลบไปอีกทางที่ไม่มีคน แม้ทุกอย่างมันแย่ลงแล้ว แต่ยังแย่ได้มากกว่านี้ เพราะซอมบี้อาจารย์ทั้งสามต่างพุ่งเข้ามากัดเหล่านักเรียนที่รั้งท้าย เพียงไม่กี่อึดใจต่อมา นักเรียนพวกนั้นได้กลายร่างแล้วพุ่งจัดการนักเรียนคนอื่นวนลูปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมเบิกตาโตพร้อมใจตกไปอยู่ตาตุ่ม เหตุการณ์ตรงหน้าแทบไม่ต่างอะไรกับเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยม แม้โรงเรียนนี้จะมีมาตรการเรื่องอพยพหนีไฟ แต่ดันไม่มีมาตรการหนีซอมบี้!!
แน่ล่ะ…ใครจะไปตรัสรู้ได้ว่าโลกนี้มันมีตัวตนอยู่นอกจากสื่อบันเทิง
จนแล้วจนรอด ผมสามารถมุดดงฝรั่งร่างใหญ่ออกมาได้ ไอเย็นเกาะตามร่างกายอันร้อนรุ่มกระชากอุณหภูมิลดลงฮวบฮาบส่งผลให้เกิดอาการตาลายไปชั่วขณะ ในเวลาเดียวกันเสียงกรีดร้องรอบข้างดึงสติกลับมาทันพร้อมโดนนักเรียนรุ่นน้องที่ตัวใหญ่กว่าชนเข้าอย่างจังร่างกายเสียหลักล้มกลิ้งไถลกับพื้นซีเมนต์หยาบกระด้าง โชคดีที่ใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวจึงไม่ทำให้เนื้อหนังปอกเปิด แต่ด้วยแรงกระแทกอาจทำให้ช้ำไปทั้งตัว
ผมชันร่างลุกขึ้นยืนมองรอบตัวเห็นนักเรียนชุดยูนิฟอร์มเดียวกันต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดอย่างเสียขวัญ ตามมาด้วยพวกซอมบี้ที่เห็นในหนังทั้งวิ่งและเดินไล่ราวกับเครื่องจักรอันไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย นักเรียนบางคนที่ไม่สบาย จู่ ๆ ร่างกายบิดงอตั้งแต่ลำคอถึงข้อเท้าแล้วล้มหน้าคะมำแน่นิ่งชั่วอึดใจกลับลุกขึ้นมายืนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนดีดตัวพุ่งไปปลุกปล้ำกับคนใกล้ตัวก่อนฝังฟันเขี้ยวเลือดกระฉูดอย่างสยดสยอง
อะไรกันวะเนี่ย…?
ไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์ในหนังมันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
“คว๊ากก!!” ซอมบี้ตัวหนึ่งพุ่งตัวเข้ามากระชากร่างให้เสียหลักล้มลงกับพื้น ผมกลิ้งตัวหลบการโจมตีอย่างหวุดหวิด มันกรรโดดคล่อมร่างพร้อมจะฝังเขี้ยวเพื่อเปลี่ยนผมให้เป็นอย่างพวกมัน มือขวาที่ยังอิสระเหยียดสุดตะกุยตะกายหาอะไรบางอย่างจนพบกับสิ่งนั้นจึงไม่รอช้าคว้ามันแล้วหวดศีรษะเต็มแรง เลือดสีดำทมิฬจากบาดแผลกระเด็นเลอะหน้า สมองของมันคงได้รับความเสียหายหนักจนแน่นิ่งราวหุ่นเชิดไร้เอ็นควบคุม
อะดรีนาลีนสูบฉีดทั่วร่างจนร้อนรุ่มปะทะไอเย็นของอากาศเมืองหนาว ผมกัดฟันแน่นถือท่อนไม้ดั่งอาวุธคู่กายหวดซอมบี้ที่พุ่งเข้ามาโจมตี ความทรงจำต่อศิลปะการต่อสู้สมัยมัธยมต้นไหลทะลักออกจากลิ้นชักแห่งความทรงจำ กล้ามเนื้อทุกมัดจดจำกระบวนท่าอย่างคร่าว ๆ ผมกระโดดถีบซอมบี้อีกตัวแล้วหมุนตัวกลางอากาศเหวี่ยงท่อนไม้ฟาดเข้าจุดกึ่งกลางศีรษะจนได้ยินเสียงแตกหักของกะโหลก
“ในหนังบอกให้เล็งที่หัว…” ผมทวนคำความทรงจำจากหนังซอมบี้นับสิบเรื่องที่เคยดู หากได้ปืนสักกระบอกหรือมีดสักเล่มคงดีกว่าท่อนไม้เป็นไหน ๆ
เวลาผ่านไปไม่รีรอ นักเรียนกว่าครึ่งโรงเรียนกลายร่างเป็นซอมบี้ไร้สติ พวกมันวิ่งล่ามนุษย์ที่เห็น บางคนปรับตัวได้เร็วและเรียนรู้ที่จะต่อสู้เพื่อป้องกันตัวเองด้วยวิธีต่าง ๆ ตั้งแต่ใช้หินปาบ้าง ใช้มวยบ้าง บางคนถึงกับจับมันไถลไปกับพื้นแล้วกระโดดเหยียบศีรษะจนก้อนสมองแหลกเละเป็นเนื้อสับกระจัดกระจาย พวกเขาต่างงัดสัญชาตญาณดิบออกมาใช้หรือไม่ก็ถูกผีดิบเล่นงานเสียเอง
“หยะ…อย่านะ! เจมี! เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ!?” เสียงเด็กสาวคนหนึ่งร้องขึ้น ผมจำได้ว่าเธอคือนักเรียนแลกเปลี่ยนจากประเทศญี่ปุ่นชื่อ ‘ฮารุกะ’ เธอถูกซอมบี้สาวร่างบางตนหนึ่งคล่อมร่าง อวดสรีระอันผอมบางแต่ยั่วยวนจนผมเกือบหลง แน่นอนว่าซอมบี้บางคนวิ่งเข้าใส่ ผมเคลื่อนตัวหลบอย่างง่ายดายพร้อมถีบมันให้เสียหลักล้มแล้วใช้โอกาสนั้นง้างท่อนไม้เหนือศีรษะหวดทำลายสมองให้ยับ
“อูย…” กล้ามเนื้อแขนเริ่มปวดแปลบเพราะไม่ได้รับการฝึกฝน แถมผมยังขาดการออกกำลังกายตั้งแต่บินลัดฟ้าจากประเทศบ้านเกิดสู่ดินแดนแห่งพงไพรธรรมชาติไม่ต่างจากเทพนิยาย แต่ตอนนี้ดันกลายเป็นนิยายซอมบี้เรื่องหนึ่งไปเสียแล้ว
“เจมี! ตั้งสติหน่อยสิ!!” ฮารุกะยังกรีดร้อง น้ำตาไหลอาบแก้ม มือสองข้างพยายามดิ้นรนสู้ ทันใดนั้นเธอยกขาขึ้นจนหัวเข่าแนบหน้าอกก่อนเหยียดตรงถีบร่างซอมบี้สาวผมสาวหยักศกสีน้ำตาลอ่อนตัวลอยก่อนตกลงมาแผ่นหลังกระแทกพื้นหญ้า แต่นั่นไม่รุนแรงพอที่จะล้มซอมบี้สักตัว มันลุกขึ้นมาอีกครั้งก่อนพุ่งเข้าใส่นักเรียนญี่ปุ่นสาวคนนั้นด้วยท่าทีเกรี้ยวกราดกว่าเดิม ในคราวนี้มันอ้าขากรรไกรกว้างฝังคมเขี้ยวบนแขนเธอ ด้วยแรงอันมหาศาลส่งผลให้กระดูกแขนแหลกยับเยิน
“กริ๊ดดดด!!!” เสียงร้องดังลั่นพาเหล่าซอมบี้รอบรัศมีไม่ถึงสิบเมตรหันเหเบนความสนใจพุ่งตรงมายังเธอ ขณะที่ผมกำลังต่อสู้กับซอมบี้ในร่างนักเรียนสูงสองเมตร ผมกลิ้งตัวหลบการโจมตีผ่านใต้หว่างขาก่อนเตะบริเวณข้อพับหลังเข่าเพื่อให้มันเสียหลักล้มลง เมื่อศีรษะอยู่ในระดับเดียวกันกับความสูงพอเหมาะจึงง้างท่อนไม้หวดใส่อย่างไร้ความปรานี พอจะเข้าไปช่วยฮารุกะ ปรากฏว่าเธอโดนรุมกินโตีะจนแน่นิ่งไปแล้ว อีกไม่นานเธอคงกลายเป็นพวกมันไม่ช้าก็เร็ว ผมตัดสินใจวิ่งหนีออกไปจากรั้วโรงเรียน กองทัพซอมบี้เคลื่อนตัวไปยังเมืองแล้ว ประชากรหลายหมื่นคนในนั้นจะตายในไม่ช้า ผมช่วยพวกเขาไม่ได้แน่
ผมหวดศีรษะซอมบี้ตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามาหา ดูเหมือนว่าสถานะความคงทนของอาวุธหมดลงตรงนี้ ท่อนไม้คู่ใจหักเป็นสองส่วนคามือ
“ฉิบหาย…” ความห้าวสลาย อะดรีนาลีนเจือจาง ซอมบี้บางตัวที่ได้กลิ่นเนื้อมนุษย์พุ่งตรงเข้ามา ผมในตอนนี้ไร้อาวุธทำได้เพียงออกตัววิ่งหนี เลือดสีดำบนใบหน้าสูญเสียความชื้นกลายเป็นคราบดำติดผิวหนังรู้สึกระคายเคืองไม่น้อย แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาแม้แต่จะล้างจึงจำเป็นต้องอดทนจนกว่าจะไปถึงสถานที่ปลอดภัย
เส้นทางจากโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่บนเขาเตี้ยมีถนนลาดชันพาดผ่าน รอยเลือด เนื้อหนังและอวัยวะเกลื่อนกลาดไม่เหลือความงามของทิวทัศน์ ด้านข้างเต็มไปด้วยผืนป่าแมกไม้นานาชนิดเขียวขจีร่มรื่น สวนทางกับเสียงกรีดร้องอย่างทรมานจากในเมือง ตามมาด้วยเสียงปืนดังสะท้านอากาศ
พวกมันคงไปถึงในเมืองกันแล้วสินะ…
ผมวิ่งลงไปตามทางลาดพร้อมสอดส่ายสายตาหาอาวุธใหม่ จนกระทั่งเจอกับไม้เบสบอลด้ามหนึ่งตกอยู่ข้างร่างนักเรียนที่นอนนิ่งสนิท เมื่อคว้าอาวุธใหม่มาได้ ซอมบี้ในชุดนักเรียนพุ่งเข้ามาจู่โจมในทันทีราวกับดักทำงาน มันขึ้นคล่อมพร้อมคำรามเสียงแหลม ผมยัดไม้เบสบอลเข้าปากใช้เท้าถีบร่างอันหนักอึ้งออก เรี่ยวแรงผมไม่พอซะแล้วจึงทำได้เพียงดันสู้แรงกันไปมาซึ่งเป็นการตัดสินใจที่บรมโง่
“โธ่เว้ย!” ผมกัดฟันแน่นงัดเรี่ยวแรงที่มาทั้งหมดจากก้นบึ้งจนสามารถเหวี่ยงซอมบี้ตนนั้นออกพ้นตัวเอง มันชันตัวลุกขึ้นยืนก่อนวิ่งเข้ามาแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง ท่าทีของมันอุ้ยอ้ายจนนึกหลุดขันไม่ไหว จนสุดท้าย ไม้เบสบอลอันหนักอึ้งหวดเข้ากลางหน้าผากอย่างจัง มันหงายท้องลงไปนอนแน่นิ่งไม่มีท่าทีว่าจะลุกขึ้นมาอีก ผมชักหมดแรงจึงหรุดนั่งแต่ดันทำอาวุธใหม่หลุดมือกลิ้งลงไปตามทางลาดชัน
“แย่แล้ว!!” อะดรีนาลีนสูบฉีดอีกครั้ง สองเท้าสาวถี่ตามไปจนถึงจุดสิ้นสุดทางลาด
ทันใดนั้น ความโกลาหลวุ่นวายอยู่ตรงหน้า เมืองเกิดภัยพิบัติระดับสูง ตำรวจหลายชีวิตช่วยกันยิงสู้กับซอมบี้อย่างเอาเป็นเอาตาย ด้วยความที่เมืองนี้สงบสุขเกินไปจึงไม่มีโอกาสได้ใช้ปืน วิถีกระสุนพลาดเป้าแทบทุกนัดอีกทั้งซอมบี้ไม่มีทางยืนนิ่งเป็นเป้าหรอก พวกมันกระโจนเข้าใส่กัดกินเนื้อมนุษย์อย่างไร้รสชาติด้วยสัญชาตญาณแห่งความหิวกระหาย เมืองทั้งเมืองกลายเป็นโศกนาฏกรรมอันแสนโหดร้ายเหนือคำบรรยาย
ไม่มีใครสามารถหยุดมันได้อีกแล้ว…
______________________________________
To Be Continue Chapter 3