โรคร้ายระบาดทั่วประเทศนิวซีแลนด์อย่างปริศนาส่งผลให้กลายร่างเป็นซอมบี้กระหายเลือด ร่างกายผมวิวัฒนาการจนสามารถควบคุมเชื้อไวรัสเป็นพลังใช้เอาตัวรอดจากโลกล่มสลายเพื่อกลับประเทศบ้านเกิด
แอคชั่น,ชาย-หญิง,เลือดสาด,ไทย,พล็อตสร้างกระแส,ดราม่า,สยองขวัญ,ซอมบี้,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สงครามคนเป็น : วีรบุรษแห่งสมรภูมิผู้วายชนม์โรคร้ายระบาดทั่วประเทศนิวซีแลนด์อย่างปริศนาส่งผลให้กลายร่างเป็นซอมบี้กระหายเลือด ร่างกายผมวิวัฒนาการจนสามารถควบคุมเชื้อไวรัสเป็นพลังใช้เอาตัวรอดจากโลกล่มสลายเพื่อกลับประเทศบ้านเกิด
สิ่งประหลาดเกิดขึ้นรอบตัว 'คาเรน' เด็กหนุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยน ไทย-นิวซีแลนด์ โดยเฉพาะโรคระบาดในตอนเช้าระหว่างรอรถเมล์ไปโรงเรียน จนจับพลัดจับผลูหนีตายจากพวกซอมบี้ซึ่งอันเกิดจากโรคระบาดปริศนา แต่เขากลับติดโรคประหลาดทำให้ร่างกายเกิดการวิวัฒนาการจนสามารถเปลี่ยนมันกลายเป็นพลังเอาตัวรอดอย่างสุดความสามารถร่วมกับพรรคพวกเพื่อหาทางกลับประเทศตัวเอง
สภาพศพนอนเกลื่อนกลาดตามถนนเริ่มส่งกลิ่นชวนสำรอกและกลิ่นเขม่าควันจากรถยนต์หงายท้องเปลวเพลิงลุกโชน โคกนาฏกรรมผีดิบล้างเมืองและเพิ่มจำนวนอย่างไร้สิ้นสุด ผมเห็นพวกมันวิ่งไปมาภายในเมืองเหมือนมด จำนวนไม่ต่ำกว่าดวงดาวในจักรวาล เสียงระเบิดจากรถยนต์คันหนึ่งดังขึ้น ร่างซอมบี้ที่อยู่ใกล้เคียงกระเด็นลอยตามแรง ด้วยความสถานะศพเดินได้ ความเจ็บปวดที่พวกมันได้รับกลายเป็นศูนย์ พวกมันไร้ความรู้สึก เคลื่อนไหวอย่างไร้การนึกคิดแต่อัดแน่นไปด้วยสัญชาตญาณดิบพื้นฐานของมนุษย์ผู้ต้องการอาหารประทังเพื่อความอยู่รอด
ผมกระชับอาวุธคู่ใจในมือพลางเบี่ยงตัวหลบไปยังมุมร้านขายดอกไม้ซึ่งมีซอมบี้ตัวหนึ่งกำลังกัดกินเครื่องในของสาวเจ้าของร้านเลือดนองพื้น หากมันหันมาสนใจ ผมจะค่อย ๆ ย่องผ่านทางหลังร้านอย่างเงียบเชียบ แม้เสียงต่าง ๆ จะดังมาจากที่ไกล ๆ ไม่รู้ว่าครอบครัวอุปถัมภ์จะเป็นอย่างไรบ้าง?
ไม่มีที่ไหนไปได้นอกจากบ้าน
ระยะทางจากเมืองกลับถึงบ้านประมาณสิบกิโลเมตร แน่นอนว่าการเดินเท้าหรือวิ่งคงใช้เวลามากกว่าครึ่งวัน กำลังขาของผมในตอนนี้คงไปไม่ถึงและอาจถูกซอมบี้เล่นงานจนเอาชีวิตไม่รอดก็เป็นได้ ความหวาดกลัวกัดลึกเข้าไปในจิตใจไม่ต่างจากความหนาวเย็นเจาะทะลุเนื้อหนังอันบางเฉียบของเด็กหนุ่มเอเชียที่เพิ่งเจออากาศเย็นแบบนี้ตลอดเวลาครั้งแรก เหมือนตัวละครในเกมที่ค่าความคงทนของผิวหนังเลเวลหนึ่ง ในขณะที่ชาวนิวซีแลนด์นั้นอยู่ในระดับแตะร้อยกันแล้ว
ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งพลางกระชับอาวุธเปื้อนเลือดในมือ มันหนักอึ้งราวกับอุ้มโลกทั้งใบวิ่งฝ่าลมหนาวเย็นยะเยือกเจาะทะลุขั้วหัวใจ ดวงตะวันถูกเมฆครื้มบดบังไร้เสียงคืนความอบอุ่น แตกต่างจากพวกมันที่ยังเดินไปมาอย่างไร้จุดหมาย ผมมองขึ้นไปบนท้องนภา ภาวนาต่อดวงดาวนับล้านที่อยู่ไกลออกไปพ้นจักรวาลส่งต่อข้อความต่อพระผู้เป็นเจ้าหรือเทพองค์ใดที่ผมไม่เคยศรัทราให้หยุดเรื่องเลวร้ายนี้เสียที กระนั้นเหมือนคำตอบถูกดลบันดาล หยดน้ำหยาดหนึ่งตกลงมากระทบปลายจมูก สัญชาตญาณตะโกนก้องให้ผมรีบจ้ำอ้าวออกจากเมืองในทันที เพียงไม่กี่เมตรก็สามารถออกสู่ถนนใหญ่นำไปสู่ชานเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านครอบครัวอุปถัมภ์
อุณหภูมิลดต่ำลงอย่างน่าใจหาย เสียงกรีดร้องบาดใจของหญิงสาวและทารกดังลั่นจากร้านเสื้อผ้าใกล้ตัว ผมหยุดชะงักก่อนพุ่งตัวเข้าไปในร้าน ไออุ่นจากเครื่องทำความร้อนที่ยังคงทำงานอย่างปาฏิหาริย์ช่วยชีวิตให้รอดพ้นจากความยะเยือกคอยกัดกินพลังชีวิต
การตัดสินใจโดยไม่รอบคอบ ส่งผลให้ต้องหนีเสือปะจระเข้ ซอมบี้สาวร่างสูงผมบรอนด์ตัวหนึ่งกำลังคุกเข่ากัดกินร่างทารกน้อยเลือดไหลนองส่งกลิ่นคาวฟุ้งจนต้องยกมือขึ้นปิดจมูก สะเทือนใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า
เสียงฉีกขาดของกล้ามเนื้อ เสียงหักของกระดูกและเสียงเคี้ยวดังกรอบแกรบชวนสยอง จู่ ๆ ไม้เบสบอลเจ้ากรรมดันหลุดจากมือกระทบพื้นกระเบื้องเกิดเสียงดังกังวาน ซอมบี้หญิงสาวหันขวับตามเสียงพร้อมคำรามในลำคอ จากนั้นสูดกลิ่นสองครั้งแล้วโยนร่างทารกซึ่งมีรอยกัดแทะจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมทิ้งโดยไม่แยแสแล้วพุ่งเข้าใส่ ผีดิบตัวนี้เคลื่อนที่เร็วจนเกือบเบี่ยงตัวหลบแทบไม่ทัน ร่างซีดบางกระแทกราวเสื้อผ้าล้มระเนระนาด มันคำรามเสียงทุ้มในลำคอพร้อมโบกแขนขาสลัดกองผ้าที่พันธนาการรอบตัวแน่นอนว่าผมไม่รอให้มันเป็นอิสระ ไม้เบสบอลหมุนควงในมือเพิ่มพลังทำลายล้างหนักขึ้นหวดเข้ากลางศีรษะมันจนกะโหลกยุบ เสียงกระดูกคอดังลั่นเหมือนมันฝรั่งทอดถูกกัด
เมื่อซอมบี้สาวผมยาวสิ้นฤทธิ์ ขาเริ่มอ่อนแรงจึงทรุดนั่งพร้อมถอนหายใจยาว
“ถึงจะเข้าใจ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี” ผมกระซิบโดยจิตใต้สำนึกยังคงลอยเคว้งเหนือศีรษะ อาวุธซุ่มเลือดแดงฉานคู่กายถูกปล่อยจากมือล้มกองอยู่ข้าง ๆ ความเงียบภายในร้านเสื้อผ้าเงียบสงัดมีเพียงเสียงคำรามของเหล่าผีดิบดังออกมาจากด้านนอก รวมถึงเสียงผู้รอดชีวิตที่วิ่งหนีเอาตัวรอดและถูกกัดจนแผดเสียงร้องอย่างน่าสงสาร เขาไม่มีพลังมากพอที่จะช่วยใครได้ กว่าจะชนะได้สักตัวยังลำบาก
“ตอนนี้ยังมีเครื่องบินหรือเรือลำไหนพร้อมส่งเรากลับไทยได้บ้างไหมนะ…?” ผมพร่ำกับความว่างเปล่า ในใจท้อแท้แก่โลกล่มสลายที่ไม่มีแม้แต่ทหารสักนายลงพื้นที่มาจัดการ ประชาชนตาดำ ๆ ต่างถูกกัด ล้มตายและกลายร่างเพิ่มจำนวนหายนะทุกวินาที สิ่งที่เห็นในภาพยนตร์สู่ฝันร้ายแห่งโลกความจริง คงจะมีบางคนสามารถปรับตัวลุกขึ้นสู้ ส่วนบางคนอาจสติแตกวิ่งหนีรอความตายไล่ตามมาติด ๆ “สุดท้าย…มนุษย์เราต้องตาย…ใช่ไหมนะ…?”
ผมกัดฟันแน่นพลางนึกถึงครอบครัวที่ต้องกลับไปหา แม้ไม่ได้ติดต่อหากันทุกวัน แต่พวกเขาคือคนกลุ่มเดียวที่ผมรู้สึกถวิลหาในเวลานี้ แต่ก่อนหน้านั้นครอบครัวอุปถัมภ์ของผมจะเป็นอย่างไรแล้วบ้างก็ไม่รู้
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ จำนวนประชากรมนุษย์ค่อย ๆ ลดลงสวนทางกับพวกซอมบี้ซึ่งเพิ่มมากขึ้น ต่อให้ผมนั่งกอดเข่าอยู่ในร้านกับศพซอมบี้ตัวหนึ่งนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เมื่อคิดได้อย่างนั้นผมจึงรวบรวมความกล้า กัดฟันแน่นชันตัวลุกขึ้น มุ่งหน้าไปยังแผนกขายเสื้อผ้าขายพร้อมเลือกเสื้อยืดสีดำและเสื้อคลุมมีฮู้ดพร้อมเสื้อคลุมนอกสีดำสวมทับเพื่อปกป้องความหนาว ส่วนท่อนล่างสวมเลกกิ้งซับในกันหนาวและสวมกางเกงยืนส์สีดำทับ ไม่รวมถุงมือนิ้วกุดเพื่อไม่ให้ผิวหนังเป็นแผลถลอกเมื่อต้องเหวี่ยงไม้เบสบอลหวดศัตรูบ่อยครั้ง
เมื่อแต่งตัวเสร็จ ผมคว้าไม้เบสบอลที่ยังคงนอนนิ่งบนพื้นแล้วออกไปเผชิญโลกภายนอก แสงอาทิตย์เริ่มสาดแสงผ่านช่องว่างของหมู่เมฆมอบความอบอุ่นส่องผ่านเข้ามาในใจเพิ่มความหวังที่จะสู้ชีวิตต่อหลังจากนี้ นั่นทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นกว่าเดิม
เมืองเล็ก ๆ อย่างฟรังกาเลที่มีประชากรอยู่ไม่มาก ตอนนี้กลับร้างผู้คนแต่เต็มไปด้วยกองทัพผีดิบแทน บางคนในนั้นผมจำได้ว่าเป็นพนักงานร้านเกมชายวัยกลางคนที่ชอบแอบขายแผ่นเกมลดครึ่งราคาให้กับลูกค้าเด็กมัธยมเพราะหหมั่นไส้เจ้านาย แต่เขากลับให้เกมผมฟรีเพียงเพราะผมเป็นคนไทย หลังจากนั้นผมมักแวะไปหาเขาทุกสุดสัปดาห์ ได้คุยเล่นแลกเปลี่ยนเรื่องราวของกันและกัน แม้กระทั่งชนหมัด อีกคนเป็นเจ้าของร้านอาหารเอเชียที่แคทรินชอบพาไปซื้อบะหมี่กลับมากินที่บ้าน ซึ่งเธอมักชอบเรียกร้านนี้ว่า ‘เอเชี่ยน เทคอะเวย์’ เขาเป็นชายแก่ผู้อพยพมาจากประเทศจีนสมัยสงครามนำสูตรอาหารจีนของวังหลวงติดมือมาอย่างปริศนาและใช้มันเริ่มธุรกิจในเมืองนี้จนกลายเป็นที่กล่าวขานถึงความเด็ดดวงของรสชาติแปลกใหม่ได้ใจฝรั่งมังค่า ยังไม่รวมชายแก่ผู้เปลี่ยวเหงาประกอบอาชีพช่างควบคุมเครื่องฉายภาพยนตร์ในโรงหนังแห่งเดียวในเมือง ผมรู้จักเขาเมื่อสองเดือนก่อนขณะที่ตีตั๋วเข้าไปดูหนังเรื่องที่ไม่มีชาวนิวซีแลนด์คนไหนอยากดู กระทั่งมีผมเหมาโรงดูอยู่คนเดียวซึ่งในจังหวะหนังเริ่มจึงมีเขาที่ซื้อข้าวโพดคั่วมานั่งดูเป็นเพื่อน
ทั้งสามคนนี้ เป็นซอมบี้กันหมดแล้ว…
“ลาก่อนนะทุกคน…” ผมกัดฟันก่อนเข้าหวดหนุ่มพนักงานร้านเกมหัวแบะพร้อมหมุนตัวเหวี่ยงอาวุธฟาดเข้ากลางใบหน้าของชายแก่ชาวจีนร่างผอมบางกระเด็นไปไกลสามเมตร จากนั้นผมกระโดดขึ้นกลางอากาศง้างอาวุธเหนือศีรษะแล้วฟาดชายผู้ควบคุมเครื่องฉายหนังแหลก หลังจากนี้ผมคงจะไม่ได้เจอพวกเขาอีก ถ้าหากผมพลาดท่าขึ้นมา เราคงได้พบกันในชาติหนึ่งแล้วแต่ชะตากรรมจะนำพา
จิตใจของมนุษย์ช่างแปลกประหลาด ชีวิตและกาลเวลาเองก็เช่นกันที่สามารถเปลี่ยนเช้าอันสดใสกลายเป็นนองเลือดอย่างสยดสยองไร้ที่มาที่ไป ความคิดล่องลอยสู่ห้วงอนันต์ นัยน์ตาสอดส่องสิ่งชั่วร้ายจ้องเข้ามากล้ำกราย กายหยาบเดิน วิ่ง ย่องและต่อสู้จนกล้ามเนื้อแทบทุกมัดปวดร้าวแทบพังทลาย ร่างกายมนุษย์แสนปวกเปียกแบบนี้คงอยู่ได้ไม่นาน คิดถึงวันวานอันสงบสุขยามพบปะมนุษย์พร้อมรอยยิ้ม เซย์ฮายโบกมือทักทายอย่างมีความสุขเปี่ยมในดวงตาอันเป็นประกาย
ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเดินทางกลับมาถึงบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้สึกตัวอีกทีได้กลิ่นคาวเลือดพร้อมกลิ่นซากเน่าจากศพฝูงแกะนอนตายทับถมบนพื้นหญ้าที่พวกมันชอบออกมากินและวิ่งเล่นเหม็นฉุนจนต้องยกมือขึ้นปิดจมูก ขนสีขาวของพวกมันถูกย้อมด้วยเลือดสีแดงฉาน ความพะอืดพะอมจุกลำคอแต่ไม่มีของเหลวจากกระเพาะอาหารถูกดันขึ้น…ให้ตายสิ…แคทลินเคยสัญญาว่า หากผมเรียนจบมัธยมปลายที่นี่พร้อมนำวุฒิกลับประเทศ เธอจะให้เลือกแกะหนึ่งตัวจากฟาร์มนี้มาทำอาหารเลี้ยงฉลอง
เหอะ ๆ แปลกดีเหมือนกัน ที่พวกมันวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานในตอนเช้า กลับต้องกลายเป็นชิ้นเนื้อวางอยู่บนจานในตอนเย็น แต่ตอนนี้พวกมันกลายเป็นร่างไร้วิญญาณท่ามกลางความหนาวจากสายลมเย็นพัดขนปุยนุ่มชุ่มเลือดจนแข็งตัวไม่เหลือมูลค่า
ต่อให้เป็นบ้านของตัวเอง โลกซอมบี้นี้ต้องมีสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ ไม่รู้ว่าโลแกนจะกลายเป็นซอมบี้หรือเปล่า หากลองย้อนคิดกลับไป ผู้คนที่ไม่สบายในช่วงเช้ากลับกลายร่างเป็นซอมบี้ในเวลาต่อมา แสดงความพวกเขาต้องไปกินหรือสัมผัสกับอะไรบางอย่างซึ่งเป็นพาหะนำโรคมาแน่ ๆ
พอคิดได้อย่างนั้นแล้วจึงกระชับไม้เบสบอลซึ่งมีรอยปรี่ที่ผ่านการใช้งานมาหลายสิบครั้งในวันเดียว
แกร๊บ! แจ๊บ! แจ๊บ! กร๊วม!! กรร…
เสียงกัดกินของซอมบี้ดังมาจากมุมกำแพง ก้อนชีวิตในอกเต้นถี่เร็วจนอะดรีนาลีนสูบฉีดและร่างกายร้อนผ่าว หากเจอพวกมันในพื้นที่แคบนี้คงเหวี่ยงอาวุธได้ไม่สุดแขนแน่ ผมต้องคำนวณแผนสมการต่าง ๆ ในหัวก่อนค่อย ๆ โผล่ศีรษะตรงมุมกำแพงมองตรงไปยาวถึงห้องครัว สิ่งที่เห็นทำให้ใจตกไปอยู่ตาตุ่ม แผ่นหลังกลมท้วมคลุมด้วยเสื้อสีคุ้นตา ตัดผมสั้นสีบรอนด์ คร่อมร่างขาวซีดผอมแห้งอันคุ้นตา พื้นกระเบื้องสีฟ้าครามเจิ่งนองย้อมไปด้วยกองเลือดกลิ่นคาวฟุ้งไปทั่วบ้านชั้นเดียว ดวงตาของผมเบิกโพล่งเมื่อรู้ว่าซอมบี้ตัวนั้นเป็นใคร
.
.
.
แคทลิน…เธอกำลังกัดกินเนื้อลูกชายคนเล็กของตัวเองอย่างตะกละตะกลาม…
----------------------------------------------------
To Be Continue Chapter 4