โรคร้ายระบาดทั่วประเทศนิวซีแลนด์อย่างปริศนาส่งผลให้กลายร่างเป็นซอมบี้กระหายเลือด ร่างกายผมวิวัฒนาการจนสามารถควบคุมเชื้อไวรัสเป็นพลังใช้เอาตัวรอดจากโลกล่มสลายเพื่อกลับประเทศบ้านเกิด
แอคชั่น,ชาย-หญิง,เลือดสาด,ไทย,พล็อตสร้างกระแส,ดราม่า,สยองขวัญ,ซอมบี้,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สงครามคนเป็น : วีรบุรษแห่งสมรภูมิผู้วายชนม์โรคร้ายระบาดทั่วประเทศนิวซีแลนด์อย่างปริศนาส่งผลให้กลายร่างเป็นซอมบี้กระหายเลือด ร่างกายผมวิวัฒนาการจนสามารถควบคุมเชื้อไวรัสเป็นพลังใช้เอาตัวรอดจากโลกล่มสลายเพื่อกลับประเทศบ้านเกิด
สิ่งประหลาดเกิดขึ้นรอบตัว 'คาเรน' เด็กหนุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยน ไทย-นิวซีแลนด์ โดยเฉพาะโรคระบาดในตอนเช้าระหว่างรอรถเมล์ไปโรงเรียน จนจับพลัดจับผลูหนีตายจากพวกซอมบี้ซึ่งอันเกิดจากโรคระบาดปริศนา แต่เขากลับติดโรคประหลาดทำให้ร่างกายเกิดการวิวัฒนาการจนสามารถเปลี่ยนมันกลายเป็นพลังเอาตัวรอดอย่างสุดความสามารถร่วมกับพรรคพวกเพื่อหาทางกลับประเทศตัวเอง
ดวงตาของผมเบิกโต ร่างกายชาตั้งแต่ปลายหัวแม่เท้าถึงปลายเส้นผม มือกระชับด้ามไม้เบสบอลเปื้อนคราบเลือดสั่นเทิ้ม เหงื่อเม็ดน้อยใหญ่ผุดตามรูขุมขนใต้ร่มผ้า ความคิดในหัวตีกันระหว่างความดีกับความชั่วสับสนลังเลระหว่าง ‘ทำ’ หรือ ‘ไม่ทำ’ ดี
ความทรงจำฉายย้อนกลับไปในวันที่ผมเดินทางมาถึงบ้านหลังนี้ครั้งแรก สมาชิกครอบครัวตระกูลฟ๊อกซ์ยืนรอต้อนรับพร้อมรอยยิ้มอันอบอุ่น
‘แคทริน’ หญิงวัยกลางคนร่างท้วม ผมบรอนด์สว่าง บรรยากาศรอบตัวเธอช่างปลอดภัยและอบอุ่นชวนใจสงบ ออร่าความเป็นแม่แผ่ออกมาชวนให้ไว้วางใจ ดวงตาสีครามเป็นประกายพร้อมโอบรับผมเป็นลูกชายอีกคนโดยไร้เงื่อนไข
‘แอช’ หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับผม เธอได้สีผมจากแม่มัดรวบเป็นหางม้ายาวถึงหลางหลัง ร่างกายของเธอสูงใหญ่เทียบเท่ากับผู้เป็นพ่อแต่ขนาดลำตัวอวบหนากว่าวัยรุ่นอายุเท่ากันเพราะกล้ามเนื้อและไขมันที่สะสมไว้สำหรับแข่งกีฬารักบี้ของโรงเรียน ใบหน้ารูปไข่แต่ขนาดดวงตาสีครามเล็ก ขนตายาวดัดโค้งสวยสีทองอร่ามไม่ต่างจากขนตามร่างกาย รอยยิ้มของเธอฉีกออกเผยให้เห็นเหล็กดัดฟันสีชมพูสีโปรดซึ่งใส่มาตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษา เธอยกมือทักทายเมื่อผมลงก้าวลงจากรถเหมือนพระราชาผู้มีราชฎรมาคอยต้อนรับ
โลแกน ลูกชายคนเล็กของบ้านผู้มีสีผมบรอนด์ทองอร่าม ร่างกายผ่ายผอมเหมือนผิวหนังติดกระดูกภายใต้เสื้อคลุมกันหนาวสีควันบุหรี่ขนาดใหญ่แต่สูงเทียบเท้าผู้เป็นพ่อจนแทบไม่เชื่อเลยว่าเขาอายุน้อยกว่าผมถึงสี่ปี ดวงตาสีครามเป็นประกายดุดันพร้อมคิ้วเข้มทรงมาเฟียและโครงหน้าเรียวมนแหลมเห็นขอบกรามชัดแจ๋วทำให้ดูหล่อเหลามีออร่า ยิ่งท่าทางการยืนขี้แอค หน้านิ่งไร้การคาดเดาดูแบดบอย คงเป็นนายแบบระดับไอดอลประจำโรงเรียนมีสาวตามตื้อตลอดเวลาเลยสินะ…
ใช่…เขานอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น ผิวเนื้อซีดเทา เส้นเลือดสีดำผุดขึ้นมาแนบผิวหนังเกิดเป็นรอยทางยาวทั่วร่างดูสยดสยอง ดวงตาไร้ครามขาวโพลงนิ่งสนิทไร้ซึ่งวิญญาณ แขนขาดออกจากข้อต่อบริเวณศอก ส่วนที่ขาดกำลังถูกซอมบี้แคทลินผู้เป็นแม่กำลังกัดแทะเคี้ยวเอื้องอย่างไร้อารมณ์ ริมฝีปากทาลิปสติกถูกลบออกแทนที่ด้วยคราบเลือดแดงซึ่งเวลาผ่านไปจึงเริ่มกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม กลิ่นคาวเลือดฟุ้งไปทั่วบ้านแทนที่กลิ่นลาเวนเดอร์ที่แคทลินชื่นชอบ
แน่นอนว่าเธอก็ไม่อยู่แล้ว จิตวิญญาณของเธอล่องลอยไปสู่ภพอื่นยืนเคียงข้างพระผู้เป็นเจ้าแล้ว เหลือเพียงกายหยาบเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณอันหิวโหยเท่านั้น
“ทำไงดีวะ…?” ผมคิดในใจโดยที่ไม่รู้เลยว่ามีคนอยู่ด้านหลัง
“ชู่ว!!…อย่ากระโตกกระตากไป…” ‘เดวิด’ พ่ออุปถัมภ์ร่างสูงสองเมตรไว้หนวดเคราสีเทาเข้ม ผมตัดสั้นสีเดียวกัน ร่างกายอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามแกร่งดั่งเกราะชีวภาพ อาชีพก่อนแต่งงานของเขาคือนักมวยเอ็มเอ็มเอมืออาชีพ อีกทั้งยังเชี่ยวชาญการใช้อาวุธหลากหลายก่อนหันหลังให้กับสิ่งเหล่านี้เพื่อสวมบทบาทพ่อบ้านใจกล้าผู้แทบกราบภรรยาเช้าเย็น ผู้ชื่นชอบการตกปลาและฝึกฝนความแข็งแกร่งให้ลูก ๆ ทั้งสองรวมถึงผมด้วยการปล่อยให้เอาชีวิตรอดกลางป่าตลอดสัปดาห์โดยไร้โทรศัพท์มือถือ ดวงตาแห่งพรานป่าจับจ้องไปยังแผ่นหลังของภรรยาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อก่อนพุ่งตัวเข้าไปล็อกคอด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้าง
การต่อสู้ปลุกปล้ำระหว่างสามีและซอมบี้ภรรยาเกิดขึ้นอย่างดุเดือด เดวิดพยายามไม่ให้ฟันเขี้ยวของอีกฝ่ายสัมผัสผิวหนัง เขากัดฟันแน่นรวบรวมพละกำลังแล้วตัดสินใจหักกระดูกคอจนข้อต่อหลุดออกจากกันเสียงดังลั่น
กร๊อบ!!
เมื่อเส้นประสาทที่เชื่อมต่อระหว่างร่างกายและสมองถูกทำลาย เปรียบเสมือนเครื่องจักรถูกถอดปลั้กตึงทำให้ร่างกายหยุดขยับแต่กล้ามเนื้อใบหน้ายังคงทำงาน ขากรรไกรขยับพะงาบแยกเขี้ยว มันพยายามจะคำรามแต่กลับไม่มีเสียงเลดลอดออกมา เดวิดชักมีดพับออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนแทงกลางหน้าผากซอมบี้แคทลินมิดด้ามทำลายสมองสั่งการดั่งปิดสวิตซ์การทำงานถาวร จากนั้นเขาทิ้งตัวลงนั่งข้างศพพร้อมน้ำตาลูกผู้ชายนองหน้า
“ผม…ผมขอโทษแคท…” เขายกมือหยาบหน้าใหญ่ปิดใบหน้า ร่างกายสั่นสะท้านเปื่ยมไปด้วยความเศร้าหมอง “ยกโทษให้ผมด้วย ผมจำเป็นต้องทำ…ไม่งั้นวิญญาณของคุณจะไม่มีวันสงบแน่ ๆ”
“ไม่เป็นไรนะ เดวิด…” เขายกมือเป็นเชิงห้าม ผมรู้ดีว่าควรอยู่นิ่ง ปล่อยให้ชายวัยกลางคนร่างยักษ์จัดการอารมณ์ตัวเอง ผมไม่เคยเสียคนรักแบบไม่มีทางได้พานพบมาก่อนจึงยากที่จะเข้าใจ ผมตัดสินใจเดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเองซึ่งยังอยู่ในสภาพเดียวกันก่อนออกมา
ความแปลกของต่างประเทศนั้นส่วนมากห้องนอนเดี่ยวมักมีขนาดสามคูณสามเมตร เตียงขนาดนอนคนเดียวตั้งมุมห้อง ผ้าปูที่นอนสีพื้นเทาเข้มคลุมด้วยผ้าห่มสามชั้น ด้วยความที่เป็นประเทศเมืองหนาวจึงไม่มีแอร์ ส่วนมากจะแง้มหน้าต่างให้ลมหนาวจากภายนอกเข้ามาแทน หากร่างกายสั่นเทิ้มด้วยอุณหภูมิลดลงมากเกินไปเพียงลุกไปปิดเสียสิ้นเรื่อง พอหน้าร้อนอากาศตอนกลางวันจะร้อนอบอ้าว เดินกลางแดดเพียงห้านาทีก็เตรียมผิวเกรียมได้เลย
ผมเข้าไปเปิดแลปท็อปของตัวเอง ปรากฎว่าไม่มีไฟฟ้าจากสายชาร์จเสียบเข้าแบตเตอรี่ มันจึงนับถอยหลังหมดพลังงานในอีกไม่กี่ชั่วโมง ในเมื่อไฟฟ้าไม่มีก็ไม่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อติดต่อกับใครในโลกได้เลย
เท่ากับว่าประเทศนิวซีแลนด์ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์
…
ไม่…นั่นเป็นแค่ความรับรู้ในระดับประชาชน…แต่หากไปถึงระดับทางการหรือรัฐบาลคงไม่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้แน่ พวกเขาจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อหาวิธีการจำกัดพวกซอมบี้ไปให้หมดประเทศ
แล้วต้นตอของพวกมันมาจากไหนกันล่ะ…?
ไม้เบสบอลหลุดจากมือลงนอนกับพื้นพร้อมความเหม่อลอยขณะหย่อนตัวนั่งบนเตียง ความเงียบปกคลุมรอบด้านพลางปล่อยให้จิตใจดำดิ่งสู่ห้วงความคิดอนันต์ สายตามองทะลุผนังไปสุดขอบโลก ร่างกายเหมือนถูกเส้นด้ายล่องหนจำนวนมากตรึงแน่น ผมไม่คิดที่จะต่อต้าน แต่กลับนั่งนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น คำถามมากมายประดังประเดถาโถมเข้ามาจนไม่รู้ว่าจะหาคำตอบจากไหน หลังจากนี้ชีวิตของผมจะเป็นอย่างไรต่อไป…? ผมจะตายวันไหน? แล้วผมจะได้กลับประเทศไทยเมื่อไหร่?
“แม่งเอ้ย…” ผมพึมพำกับอากาศอันว่างเปล่าโดยไม่รู้สึกถึงชายร่างสูงยืนพิงขอบประตู
“เกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียน? ทำไมแอชไม่กลับมาด้วย?” เดวิดเดินเข้ามาในห้องยืนคล่อมศีรษะ แสงจากภายนอกส่องผ่านหน้าต่างกระทบแผ่นหลังกว้างเกิดเงาตกกระทบร่างผมจนมิด เมื่อไร้ซึ่งคำตอบ เขาคว้าร่างผมด้วยสองมือยกขึ้นจนปลายเท้าลอยเหนือพื้น แรงบีบแต่ละนิ้วของเขาแทบบดขยี้กระดูกให้แหลก “แกทิ้งแอชไว้ที่โรงเรียนใช่ไหม? ตอนนี้ลูกสาวของฉันอยู่ที่ไหน?”
“จะ…เจ็บนะ! ผมไม่รู้จริง ๆ เดวิด!” ผมพยายามดิ้นอย่างทุรนทุราย พยายามใช้เรี่ยวแรงที่มีต้านทานแรงอันมหาศาลของเขา “ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก ๆ ตอนแรกอาจารย์มิชอปอ้วกเป็นเลือดแล้วกลายร่าง หลังจากนั้นคนที่มีอาการป่วยก็เริ่มกลายร่างกันไปตามกัน สาบานได้เลยว่าไม่เห็นแอชตอนหนีออกมาจากโรงเรียน! ปะ…ปล่อยเซ้! เดี๋ยวแขนฉันก็หักหมดหรอก!!”
ใบหน้าของเขานิ่งลงก่อนคลายมือออกทิ้งร่างอันปวดร้าวลงพื้นเหมือนของเล่น
“ตอนนี้ในเมืองเต็มไปด้วยซอมบี้ ไม่มีศพหรือซอมบี้สักตัวที่เป็นแอช” เดวิดครุ่นคิด คิ้วเทาเข้มขมวดเข้าหากัน “แสดงว่าเธอต้องอยู่ที่โรงเรียนแน่นอน”
“ไม่เอานะ!” ผมร้องเพราะพอเดาออกถึงแผนการในอนาคตอันใกล้ของชายร่างยักษ์ ตลอดมาที่เคยรู้จักเขาามักเกิดแผนแผลง ๆ ขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว “ถ้าจะให้กลับไปที่โรงเรียนอีกตอนนี้ไม่เอาเด็ดขาด! คุณไม่รู้หรอกว่าที่นั่นตอนนี้มันนรกขนาดไหน!”
“รู้หรอกน่า แต่อย่าลืมว่าเมื่อก่อนฉันรวยขนาดไหน ตามมาสิ” เขาแสยะยิ้มกว้างก่อนเดินนำไปยังห้องใต้ดินซึ่งประตูถูกโซ่พันธนาการแน่นหนาพร้อมคล้องด้วยแม่กุญแจ เขาหยิบกุญแจไขปลดล็อกแก้ปมออกอย่างรวดเร็ว เมื่อประตูถูกเปิด กลิ่นโลหะผสมน้ำมันคละคลุ้งแผ่พุ่งตีเข้ากับใบหน้า
เดวิดยิ้มกว้างอย่างมีความสุขก่อนเปิดสวิตซ์ ดวงไฟจากเพดานสว่างวาบเผยให้เห็นสิ่งที่ไม่น่ามีอยู่ในบ้านเต็มไปด้วยครอบครัวแสนสุข ส่วนผมเบิกตาโตจนแทบลูกตาถลนออกจากเบ้า
“เป็นไงล่ะ!?” เขาผายมือออกด้วยความภาคภูมิใจ “นี่แหละอดีตของฉันที่อุตส่าห์ผนึกไว้กว่ายี่สิบปี ตอนนี้ถึงเวลาที่จะขุดขึ้นมาใช้เสียที!!”
สิ่งที่ผมเห็นตรงหน้าแทบเป็นไปได้ว่าหลุดออกมาจากภาพยนตร์แนวนักฆ่าเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันผมจึงพึงระลึกไว้เสมอว่าเราอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง
ปืนนับสิบกระบอกหลากหลายชนิดวางเรียงรายบนแท่นยึดติดกับผนัง มีตั้งแต่ปืนพกกระบอกเล็กจนถึงไรเฟิลซุ่มยิงกระบอกโตขนาดความยาวเทียบเท่าความสูงผู้ครอบครอง รวมถึงอาวุธระยะประชิดมากมายไม่ว่าจะเป็นมีดแทบทุกชนิดที่นึกออก ดาบ หอกและกงจักร ส่วนโต๊ะสแตนเลสตั้งอยู่กลางห้องมีผ้าเปื้อนโลหิตใครบางคนขนาดใหญ่พับสองทบปูไว้ อีกทั้งยังมีลิ้นชักรอบทิศ เขาดึงออกมาถึงช่องพบว่ามีกล่องกระสุนปืนหลากหลายชนิดอัดแน่นอยู่เต็มดั่งคลังแสงลับอย่างไรอย่างนั้น
“มะ…มีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย…?”
“รอก่อนนะลูกรัก พ่อจะไปช่วยเดี๋ยวนี้!!” เดวิดพุ่งเข้าใส่ปืนไรเฟิลมากระบอกหนึ่ง “ตระกูลฟ๊อกซ์จะไม่มีวันสิ้นชื่อในรุ่นลูกแน่นอน”
-----------------------------------
To Be Continue Chapter 5