เหล่าแสงดาราหยดประกายจากผลึกความคิด ผีเสื้อบินไต่ตอมต่อเติมสิ่งที่ขาดหายเหนือร่างที่แหลกเหลว แขนสีซีดโอบกอดทุกสรรพชีวิตและกลืนกินเสียงสุดท้ายแห่งแหล่งกำเนิด ประกายแสงแห่งความหวังเป็นนิรันดร์​ที่ถูกลืม

Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์ - บทที่ 9 ผู้ฝ่าฝืนชะตาแห่งองค์กรดันเจี้ยน โดย ประกายแสงแห่งความหวัง✨ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,อวกาศ,ดวงดาว,ปาฏิหาริย์,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อวกาศ,ดวงดาว,ปาฏิหาริย์,แฟนตาซี

รายละเอียด

Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์ โดย ประกายแสงแห่งความหวัง✨ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เหล่าแสงดาราหยดประกายจากผลึกความคิด ผีเสื้อบินไต่ตอมต่อเติมสิ่งที่ขาดหายเหนือร่างที่แหลกเหลว แขนสีซีดโอบกอดทุกสรรพชีวิตและกลืนกินเสียงสุดท้ายแห่งแหล่งกำเนิด ประกายแสงแห่งความหวังเป็นนิรันดร์​ที่ถูกลืม

ผู้แต่ง

ประกายแสงแห่งความหวัง✨

เรื่องย่อ

༶・・。*゚✲*☆✧*゚✲*☆・・༶

Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์ ✦


ประวัติศาสตร์​ถูกขีดเขียนด้วยโลหิต


ตราบาปแห่งการสูญเสีย


คือ การเสียสละ


✦༶・・。*゚✲*☆✧*゚✲*☆・・༶✦


จุดเริ่มต้นแห่งความโกลาหลชักนำความตายมาเยือนโลกทั้งใบก่อกำเนิดผู้ฝ่าฝืนปาฏิหาริย์​ผู้ล้มล้างชีวิตนับล้าน


สงครามกัดกินจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์​


"จงมอบอิสรภาพให้ผู้คนที่พบเห็น จงถือแสงที่สามารถมองเห็นตนยามค่ำคืน จงแบ่งอาหารให้ผู้ขาดแคลนและผู้คดโกงโดยเจตนา ได้โปรดจงตามมาเหล่าผู้สรรเสริญแห่งปาฏิหาริย์​" 


นิยายเรื่องนี้เป็นเนื้อหาจักรวาลเดียวกับ

Miracle Violator​ | ผู้ฝ่าฝืนปาฏิหาริย์​



สารบัญ

Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 1 หยดแสงแห่งรุ่งอรุณ,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 2 ฝูงผีเสื้อแสงบินไต่ตอม,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 3 บรรดาใยแสงบนฟากฟ้า,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 4 เป้าหมายสู่จุดกำเนิดของมนุษย์,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 5 รุ่งอรุณแห่งสงคราม,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 6 รัศมีแสงเรืองรองเหนือทวีปศูนย์กลาง,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 7 การคืนชีพของบรรพบุรุษแห่งแสง,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 8 การบานสะพรั่งของปีกแสงทั้งสิบ,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 9 ผู้ฝ่าฝืนชะตาแห่งองค์กรดันเจี้ยน

เนื้อหา

บทที่ 9 ผู้ฝ่าฝืนชะตาแห่งองค์กรดันเจี้ยน

ห้วงแสงเบิกบานแตกกิ่งก้านขนานโอบคลุมห้วงท้องหลากนภา กระชากผืนมวลหมู่เมฆทลายลงแตกแขนงหลากประกายบันดาลสรรพแสงแหวกว่ายฉีกกฎบรรทัดฐานแห่งมวลหมู่เมฆอันสูญสิ้นรูปลักษณ์


ตัดทอนความต่ำต้อยของมนุษย์ บิดเบี้ยวหลายช่วงบรรยากาศรังสรรค์ปรุงแต่งแปรสภาพปรับตัวยุติกระบวนการธรรมชาติ


ขณะเวลาเดียวกันเปลวคมแสงหนึ่งเสี้ยวทัศนวิสัยทะยานไต่ระดับสัมผัสฟากฟ้า ประสานสายตาส่องสว่างเปล่งปลั่งประดุจอาทิตย์แรกเริ่มของปฐมประวัติศาสตร์ กึ่งแลกเปลี่ยนรอยยิ้มอันบ้าคลั่งภายใต้การเผชิญหน้าอันผงาดกร้าวเร่งระดับแสงสู่คลื่นความถี่สูงทะลุทะลวงผนังกั้นช่วงแห่งจังหวะเวลา


จรดสายตาเปี่ยมล้มสอดแทรกลึกล้ำสะท้อนมหาคลังชีวิตภายใต้โครงสร้างหัวใจที่บีบอัดฉีดโลหิตสีเหลืองอร่าม


ฝ่ามือสว่างไสวผายออกต้อนรับ สละการเตรียมพร้อมเพียงพยายามสะกดข่มเสียงหัวเราะหยิ่งผยองที่อัดอั้นเกินฝืนทน บันดาลหลากอารมณ์บันเทิงสุขสมจิตวิญญาณ


สะท้อนใบหน้าหลากลักษณะแฝง เด่นชัดหลุดลอยเป็นโครงแสงรอบกาย เปรียบเป็นการแบ่งร่างออกอย่างมีรูปแบบเย้ยหยันหลอกหลอนสายตาของอีกฝ่าย


“ช่างสมกับเป็นสายเลือดแห่งแสง สมบูรณ์แบบปราศจากซึ่งความด่างพร้อยกระทั่งสูญเสียประสาท บอดซึ่งภวังค์ความคิดไปชั่วขณะยังมิอาจผ่อนปรนเจตนารมณ์”


บรรพบุรุษแห่งแสงแสยะยิ้มอย่างสมเกียรติผู้ดี


“ถ้าเจ้าสามารถ จงสังหารข้าเสีย ชายผู้โง่เขลา”


เอเธนอาสเคลื่อนมือเข้าตอบรับคมดาบด้วยการปัดป้องอันง่ายดาย ปล่อยให้ประกายคมแสงเชือดเฉือนชั้นบรรยากาศอย่างไร้ทิศทางเบื้องหลังหาบพายุอากาศอันคับคลั่งจากปาฏิหาริย์แห่งแสงที่ได้เปลี่ยนสถานที่แห่งนี้เข้าสู่ หายนะทางธรรมชาติ


มุมมองระหว่างชั้นบรรยากาศพลิกผัน นำพามหาสมุทรทัดเทียมฟ้า เฝ้าฟังเสียงคำรามกรีดร้องอันหิวโหยจากฟากฟ้าคราม


หนึ่งเดียวบนผืนผ้านิรันดร์คือการฉายรัศมีเจิดจรัสประกาศกร้าวแก่ทุกชีวิตอันต่ำต้อย


เหนือช่วงเวลาอันเปรียบเป็นนิ่งสงบ เอทัสหลั่งโลหิตผ่านช่องปาก ส่งเสียงหอบหายใจโถมบรรเลงฉีกช่องอกหลั่งล้นเปลวแสงอันแหลกเหลวเหนือแววตาจวนไหม้บอด


เพ่งเล็งเบิกตากว้าง ผ่านพ้นเฉดสีแสดนับแสนช่วงหลุดพ้นจากเฉดสีบรรยากาศอันมืดครึ้มเฝ้ารอจังหวะเวลา


ปลดปล่อยดาบแสงให้หุบหายสลายเป็นจุดประกายหลงทางและบันดาลมันขึ้นใหม่ท่ามกลางฝ่ามือซ้ายที่มุ่งตรงฟันพรากผ่าลำคอของบุรุษเบื้องหน้า


ทว่ามันกลับผสานสู่แสงกลืนหายอย่างไร้ผลลัพธ์


บรรพบุรุษแห่งแสงสะกดกล่าวเบา


“จงตระหนักถึงอดีต ข้าคือผู้ใด และ เจ้าคือใคร”



บรรยากาศสร้างความตระหนักเหนือฟากฟ้า ห้วงเมฆหมอกกลับสู่สภาพเบิกกว้างสดสว่างกระจ่างบริสุทธิ์ บันดาลยึดตรึงตราผืนนภาขึ้นสูงและกระชากแผ่นผืนทวีปลงต่ำ แยกชั้นฟ้าออกเป็นสองสัดส่วนขวางกั้นสีครามขึ้นสู่ห้วงอันธการ


บันดาลเสียงศักดิ์สิทธิ์แทรกซ้อนกึ่งก้องโสตประสาท


“เจ้าคือ เอทัส แห่งแสงผู้ปกปักรักษาสันติภาพที่เที่ยงธรรม”


“คือแสงที่มอบความหวังสู่ทุกชีวิตและผู้เด็ดเดี่ยวต่ออนาคตของปวงชนมากเสียยิ่งกว่าความยิ่งใหญ่อันเป็นนิรันดร์”


ทุกสภาพสถานการณ์แปรผันกลับสู่เบื้องหน้าบันไดแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ร่างของแสงแรกแห่งองค์กรดันเจี้ยนอันเลือนรางผายมือออกร่ายแสงประกายจุดหนึ่งดวงแสงขึ้นจากกิ่งก้านต้นไม้ยักษ์พลางลุกลามบันดาลส่องสว่างเป็นหนึ่งเดียวเหนือดินแดนแห่งองค์กรดันเจี้ยน


บรรพบุรุษแห่งแสงถีบร่างของน้องชายผู้เหนื่อยหน่ายกลิ้งคลุกคลีจมดิ่งสู่กองโลหิตเหม็นสาบ


“จงหวนกลับสู่แสง เอทัส ออโรริธ ข้าภูมิใจในตัวเจ้า ข้ารักเจ้าสมควรแก่ฐานะพี่น้องอย่างแท้จริง แต่เจ้าเลือกทางของเจ้าซึ่งมันขัดต่อตระกูลของเรา”


สะบัดผ้าคลุมแสงเบือนหน้าหันหลังลาจากอย่างหมดสิ้นอารมณ์และเผชิญหน้ามุ่งตรงเข้าหาร่างของบุรุษผู้ถูกสังเวย บุตรชายที่อยู่เหนือบรรทัดฐานของปาฏิหาริย์ที่ตระกูลได้ตีตราซึ่งเกินกว่าการหยั่งถึงอย่างเหนือชั้น


“เจ้าจำเป็นต้องถูกผนึกกึ่งสูญสิ้นชีวิตอยู่ภายใต้ที่แห่งนี้ไม่ใช่หรืออย่างไร ยังจะพยายามฝืนชะตายิ่งทำให้ฟากฟ้าครามปรารถนาในปาฏิหาริย์ของเจ้า”


รอยยิ้มสงบปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแสงแรก


“ถ้าท่านพ่อคิดเห็นเช่นนั้นย่อมสูงส่ง แต่เมื่อ นาธาน เฮอราจ กลับมาความน่าละอายของท่านจะถูกจารึกสู่อีกหลายพันปีและตระกูลแห่งแสงกับปาฏิหาริย์แห่งแสงจะเป็นเพียงมรดกที่หลงเหลือไว้ยามเริ่มต้นวันใหม่”


แววตาของเอเธนอาสหยุดชะงักตระหนักถึงการสั่นไหวของอากาศ หนึ่งกระแสคมแสงพุ่งทะลุกระชากต้นแขนขวาปะทุโลหิตหลั่งล้นเป็นสายธารขณะร่างกายสูญเสียการทรงตัวดิ่งลงประทับขั้นบันไดทองคำ


เอทัสยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พลางก่นเสียงเย้ยหยันในท่วงท่าที่พึ่งปาดาบแสงออกไป


“ขัดต่อเจ้าต่างหากหรือไม่ เลิกอ้างตระกูลเสียเถิดท่านพี่ แม้ข้าแก่ชราไปมากแต่ข้าไม่เคยปรารถนาถึงความตายที่ไร้เกียรติจากการได้รับการยอมรับด้วยน้ำมือของผู้ใด!”


ความเงียบงันปกคลุมเอเธนอาส ดวงตากระตุกสั่นไหวกวาดจ้องฝ่ามือที่ประทับเลขแห่งชีวิต


‘0’


“ไม่สามารถเคลื่อนย้ายหลบเพราะพลังชีวิตหมดสิ้นงั้นหรือ…”


“ทั้งที่ข้าบันทึกตำราไว้แล้วว่าจำเป็นต้องสังเวยผู้อยู่ในฐานะผู้นำตระกูล แต่ดันไม่ใช่พวกขบวนบุกเบิกงั้นหรือ..บ้าเอ๊ย ยุคสมัยนี้ช่าง อ่อนแอ ไร้ค่า!”


เมื่อหันกลับไปเอทัสก็หายไปจากที่แห่งนี้เสียแล้ว


ความโกรธเกรี้ยวจึงบันดาลขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด กวาดสายตามองหาอาเธอร์และสมาชิกตระกูลคนอื่นๆ ซึ่งเมื่อมองกลับมายังต้นไม้ยักษ์ที่มืดมัวท่ามกลางราตรีที่หวนคืน


ฝูงมังกรนับไม่ถ้วนสยายปีกเหนือฟากฟ้ามุ่งตรงมาทางดินแดนแห่งนี้อย่างไม่อาจหยุดยั้ง