เหล่าแสงดาราหยดประกายจากผลึกความคิด ผีเสื้อบินไต่ตอมต่อเติมสิ่งที่ขาดหายเหนือร่างที่แหลกเหลว แขนสีซีดโอบกอดทุกสรรพชีวิตและกลืนกินเสียงสุดท้ายแห่งแหล่งกำเนิด ประกายแสงแห่งความหวังเป็นนิรันดร์ที่ถูกลืม
แฟนตาซี,อวกาศ,ดวงดาว,ปาฏิหาริย์,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์เหล่าแสงดาราหยดประกายจากผลึกความคิด ผีเสื้อบินไต่ตอมต่อเติมสิ่งที่ขาดหายเหนือร่างที่แหลกเหลว แขนสีซีดโอบกอดทุกสรรพชีวิตและกลืนกินเสียงสุดท้ายแห่งแหล่งกำเนิด ประกายแสงแห่งความหวังเป็นนิรันดร์ที่ถูกลืม
༶・・。*゚✲*☆✧*゚✲*☆・・༶
✦ Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์ ✦
✧
ประวัติศาสตร์ถูกขีดเขียนด้วยโลหิต
ตราบาปแห่งการสูญเสีย
คือ การเสียสละ
✦༶・・。*゚✲*☆✧*゚✲*☆・・༶✦
จุดเริ่มต้นแห่งความโกลาหลชักนำความตายมาเยือนโลกทั้งใบก่อกำเนิดผู้ฝ่าฝืนปาฏิหาริย์ผู้ล้มล้างชีวิตนับล้าน
สงครามกัดกินจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์
"จงมอบอิสรภาพให้ผู้คนที่พบเห็น จงถือแสงที่สามารถมองเห็นตนยามค่ำคืน จงแบ่งอาหารให้ผู้ขาดแคลนและผู้คดโกงโดยเจตนา ได้โปรดจงตามมาเหล่าผู้สรรเสริญแห่งปาฏิหาริย์"
✧
นิยายเรื่องนี้เป็นเนื้อหาจักรวาลเดียวกับ
Miracle Violator | ผู้ฝ่าฝืนปาฏิหาริย์
ห้วงแสงเบิกบานแตกกิ่งก้านขนานโอบคลุมห้วงท้องหลากนภา กระชากผืนมวลหมู่เมฆทลายลงแตกแขนงหลากประกายบันดาลสรรพแสงแหวกว่ายฉีกกฎบรรทัดฐานแห่งมวลหมู่เมฆอันสูญสิ้นรูปลักษณ์
ตัดทอนความต่ำต้อยของมนุษย์ บิดเบี้ยวหลายช่วงบรรยากาศรังสรรค์ปรุงแต่งแปรสภาพปรับตัวยุติกระบวนการธรรมชาติ
ขณะเวลาเดียวกันเปลวคมแสงหนึ่งเสี้ยวทัศนวิสัยทะยานไต่ระดับสัมผัสฟากฟ้า ประสานสายตาส่องสว่างเปล่งปลั่งประดุจอาทิตย์แรกเริ่มของปฐมประวัติศาสตร์ กึ่งแลกเปลี่ยนรอยยิ้มอันบ้าคลั่งภายใต้การเผชิญหน้าอันผงาดกร้าวเร่งระดับแสงสู่คลื่นความถี่สูงทะลุทะลวงผนังกั้นช่วงแห่งจังหวะเวลา
จรดสายตาเปี่ยมล้มสอดแทรกลึกล้ำสะท้อนมหาคลังชีวิตภายใต้โครงสร้างหัวใจที่บีบอัดฉีดโลหิตสีเหลืองอร่าม
ฝ่ามือสว่างไสวผายออกต้อนรับ สละการเตรียมพร้อมเพียงพยายามสะกดข่มเสียงหัวเราะหยิ่งผยองที่อัดอั้นเกินฝืนทน บันดาลหลากอารมณ์บันเทิงสุขสมจิตวิญญาณ
สะท้อนใบหน้าหลากลักษณะแฝง เด่นชัดหลุดลอยเป็นโครงแสงรอบกาย เปรียบเป็นการแบ่งร่างออกอย่างมีรูปแบบเย้ยหยันหลอกหลอนสายตาของอีกฝ่าย
“ช่างสมกับเป็นสายเลือดแห่งแสง สมบูรณ์แบบปราศจากซึ่งความด่างพร้อยกระทั่งสูญเสียประสาท บอดซึ่งภวังค์ความคิดไปชั่วขณะยังมิอาจผ่อนปรนเจตนารมณ์”
บรรพบุรุษแห่งแสงแสยะยิ้มอย่างสมเกียรติผู้ดี
“ถ้าเจ้าสามารถ จงสังหารข้าเสีย ชายผู้โง่เขลา”
เอเธนอาสเคลื่อนมือเข้าตอบรับคมดาบด้วยการปัดป้องอันง่ายดาย ปล่อยให้ประกายคมแสงเชือดเฉือนชั้นบรรยากาศอย่างไร้ทิศทางเบื้องหลังหาบพายุอากาศอันคับคลั่งจากปาฏิหาริย์แห่งแสงที่ได้เปลี่ยนสถานที่แห่งนี้เข้าสู่ หายนะทางธรรมชาติ
มุมมองระหว่างชั้นบรรยากาศพลิกผัน นำพามหาสมุทรทัดเทียมฟ้า เฝ้าฟังเสียงคำรามกรีดร้องอันหิวโหยจากฟากฟ้าคราม
หนึ่งเดียวบนผืนผ้านิรันดร์คือการฉายรัศมีเจิดจรัสประกาศกร้าวแก่ทุกชีวิตอันต่ำต้อย
เหนือช่วงเวลาอันเปรียบเป็นนิ่งสงบ เอทัสหลั่งโลหิตผ่านช่องปาก ส่งเสียงหอบหายใจโถมบรรเลงฉีกช่องอกหลั่งล้นเปลวแสงอันแหลกเหลวเหนือแววตาจวนไหม้บอด
เพ่งเล็งเบิกตากว้าง ผ่านพ้นเฉดสีแสดนับแสนช่วงหลุดพ้นจากเฉดสีบรรยากาศอันมืดครึ้มเฝ้ารอจังหวะเวลา
ปลดปล่อยดาบแสงให้หุบหายสลายเป็นจุดประกายหลงทางและบันดาลมันขึ้นใหม่ท่ามกลางฝ่ามือซ้ายที่มุ่งตรงฟันพรากผ่าลำคอของบุรุษเบื้องหน้า
ทว่ามันกลับผสานสู่แสงกลืนหายอย่างไร้ผลลัพธ์
บรรพบุรุษแห่งแสงสะกดกล่าวเบา
“จงตระหนักถึงอดีต ข้าคือผู้ใด และ เจ้าคือใคร”
✧
บรรยากาศสร้างความตระหนักเหนือฟากฟ้า ห้วงเมฆหมอกกลับสู่สภาพเบิกกว้างสดสว่างกระจ่างบริสุทธิ์ บันดาลยึดตรึงตราผืนนภาขึ้นสูงและกระชากแผ่นผืนทวีปลงต่ำ แยกชั้นฟ้าออกเป็นสองสัดส่วนขวางกั้นสีครามขึ้นสู่ห้วงอันธการ
บันดาลเสียงศักดิ์สิทธิ์แทรกซ้อนกึ่งก้องโสตประสาท
“เจ้าคือ เอทัส แห่งแสงผู้ปกปักรักษาสันติภาพที่เที่ยงธรรม”
“คือแสงที่มอบความหวังสู่ทุกชีวิตและผู้เด็ดเดี่ยวต่ออนาคตของปวงชนมากเสียยิ่งกว่าความยิ่งใหญ่อันเป็นนิรันดร์”
ทุกสภาพสถานการณ์แปรผันกลับสู่เบื้องหน้าบันไดแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ร่างของแสงแรกแห่งองค์กรดันเจี้ยนอันเลือนรางผายมือออกร่ายแสงประกายจุดหนึ่งดวงแสงขึ้นจากกิ่งก้านต้นไม้ยักษ์พลางลุกลามบันดาลส่องสว่างเป็นหนึ่งเดียวเหนือดินแดนแห่งองค์กรดันเจี้ยน
บรรพบุรุษแห่งแสงถีบร่างของน้องชายผู้เหนื่อยหน่ายกลิ้งคลุกคลีจมดิ่งสู่กองโลหิตเหม็นสาบ
“จงหวนกลับสู่แสง เอทัส ออโรริธ ข้าภูมิใจในตัวเจ้า ข้ารักเจ้าสมควรแก่ฐานะพี่น้องอย่างแท้จริง แต่เจ้าเลือกทางของเจ้าซึ่งมันขัดต่อตระกูลของเรา”
สะบัดผ้าคลุมแสงเบือนหน้าหันหลังลาจากอย่างหมดสิ้นอารมณ์และเผชิญหน้ามุ่งตรงเข้าหาร่างของบุรุษผู้ถูกสังเวย บุตรชายที่อยู่เหนือบรรทัดฐานของปาฏิหาริย์ที่ตระกูลได้ตีตราซึ่งเกินกว่าการหยั่งถึงอย่างเหนือชั้น
“เจ้าจำเป็นต้องถูกผนึกกึ่งสูญสิ้นชีวิตอยู่ภายใต้ที่แห่งนี้ไม่ใช่หรืออย่างไร ยังจะพยายามฝืนชะตายิ่งทำให้ฟากฟ้าครามปรารถนาในปาฏิหาริย์ของเจ้า”
รอยยิ้มสงบปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแสงแรก
“ถ้าท่านพ่อคิดเห็นเช่นนั้นย่อมสูงส่ง แต่เมื่อ นาธาน เฮอราจ กลับมาความน่าละอายของท่านจะถูกจารึกสู่อีกหลายพันปีและตระกูลแห่งแสงกับปาฏิหาริย์แห่งแสงจะเป็นเพียงมรดกที่หลงเหลือไว้ยามเริ่มต้นวันใหม่”
แววตาของเอเธนอาสหยุดชะงักตระหนักถึงการสั่นไหวของอากาศ หนึ่งกระแสคมแสงพุ่งทะลุกระชากต้นแขนขวาปะทุโลหิตหลั่งล้นเป็นสายธารขณะร่างกายสูญเสียการทรงตัวดิ่งลงประทับขั้นบันไดทองคำ
เอทัสยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พลางก่นเสียงเย้ยหยันในท่วงท่าที่พึ่งปาดาบแสงออกไป
“ขัดต่อเจ้าต่างหากหรือไม่ เลิกอ้างตระกูลเสียเถิดท่านพี่ แม้ข้าแก่ชราไปมากแต่ข้าไม่เคยปรารถนาถึงความตายที่ไร้เกียรติจากการได้รับการยอมรับด้วยน้ำมือของผู้ใด!”
ความเงียบงันปกคลุมเอเธนอาส ดวงตากระตุกสั่นไหวกวาดจ้องฝ่ามือที่ประทับเลขแห่งชีวิต
‘0’
“ไม่สามารถเคลื่อนย้ายหลบเพราะพลังชีวิตหมดสิ้นงั้นหรือ…”
“ทั้งที่ข้าบันทึกตำราไว้แล้วว่าจำเป็นต้องสังเวยผู้อยู่ในฐานะผู้นำตระกูล แต่ดันไม่ใช่พวกขบวนบุกเบิกงั้นหรือ..บ้าเอ๊ย ยุคสมัยนี้ช่าง อ่อนแอ ไร้ค่า!”
เมื่อหันกลับไปเอทัสก็หายไปจากที่แห่งนี้เสียแล้ว
ความโกรธเกรี้ยวจึงบันดาลขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด กวาดสายตามองหาอาเธอร์และสมาชิกตระกูลคนอื่นๆ ซึ่งเมื่อมองกลับมายังต้นไม้ยักษ์ที่มืดมัวท่ามกลางราตรีที่หวนคืน
ฝูงมังกรนับไม่ถ้วนสยายปีกเหนือฟากฟ้ามุ่งตรงมาทางดินแดนแห่งนี้อย่างไม่อาจหยุดยั้ง