เหล่าแสงดาราหยดประกายจากผลึกความคิด ผีเสื้อบินไต่ตอมต่อเติมสิ่งที่ขาดหายเหนือร่างที่แหลกเหลว แขนสีซีดโอบกอดทุกสรรพชีวิตและกลืนกินเสียงสุดท้ายแห่งแหล่งกำเนิด ประกายแสงแห่งความหวังเป็นนิรันดร์​ที่ถูกลืม

Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์ - บทที่ 3 บรรดาใยแสงบนฟากฟ้า โดย ประกายแสงแห่งความหวัง✨ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,อวกาศ,ดวงดาว,ปาฏิหาริย์,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อวกาศ,ดวงดาว,ปาฏิหาริย์,แฟนตาซี

รายละเอียด

Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์ โดย ประกายแสงแห่งความหวัง✨ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เหล่าแสงดาราหยดประกายจากผลึกความคิด ผีเสื้อบินไต่ตอมต่อเติมสิ่งที่ขาดหายเหนือร่างที่แหลกเหลว แขนสีซีดโอบกอดทุกสรรพชีวิตและกลืนกินเสียงสุดท้ายแห่งแหล่งกำเนิด ประกายแสงแห่งความหวังเป็นนิรันดร์​ที่ถูกลืม

ผู้แต่ง

ประกายแสงแห่งความหวัง✨

เรื่องย่อ

༶・・。*゚✲*☆✧*゚✲*☆・・༶

Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์ ✦


ประวัติศาสตร์​ถูกขีดเขียนด้วยโลหิต


ตราบาปแห่งการสูญเสีย


คือ การเสียสละ


✦༶・・。*゚✲*☆✧*゚✲*☆・・༶✦


จุดเริ่มต้นแห่งความโกลาหลชักนำความตายมาเยือนโลกทั้งใบก่อกำเนิดผู้ฝ่าฝืนปาฏิหาริย์​ผู้ล้มล้างชีวิตนับล้าน


สงครามกัดกินจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์​


"จงมอบอิสรภาพให้ผู้คนที่พบเห็น จงถือแสงที่สามารถมองเห็นตนยามค่ำคืน จงแบ่งอาหารให้ผู้ขาดแคลนและผู้คดโกงโดยเจตนา ได้โปรดจงตามมาเหล่าผู้สรรเสริญแห่งปาฏิหาริย์​" 


นิยายเรื่องนี้เป็นเนื้อหาจักรวาลเดียวกับ

Miracle Violator​ | ผู้ฝ่าฝืนปาฏิหาริย์​



สารบัญ

Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 1 หยดแสงแห่งรุ่งอรุณ,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 2 ฝูงผีเสื้อแสงบินไต่ตอม,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 3 บรรดาใยแสงบนฟากฟ้า,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 4 เป้าหมายสู่จุดกำเนิดของมนุษย์,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 5 รุ่งอรุณแห่งสงคราม,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 6 รัศมีแสงเรืองรองเหนือทวีปศูนย์กลาง,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 7 การคืนชีพของบรรพบุรุษแห่งแสง,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 8 การบานสะพรั่งของปีกแสงทั้งสิบ,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 9 ผู้ฝ่าฝืนชะตาแห่งองค์กรดันเจี้ยน

เนื้อหา

บทที่ 3 บรรดาใยแสงบนฟากฟ้า

ฝ่ามือโลหะหนักเคลื่อนตรงโอบรับปลายนิ้วอ่อนนุ่ม รอยยิ้มสง่างามยกตัวขึ้นอย่างเปล่งประกาย เฝ้าคอยการตอบรับจากชายหนุ่มผู้อ่อนแอ


“ไปกันเถอะ ข้าจะอธิบายทุกข้อสงสัย”


วางสัมผัสอ่อนนุ่มลงประทับเปลี่ยนแปลงกระแสของแสงพัดพาลมตีกรรโชกกระทบเส้นผมสีเหลืองบลอนด์ยาวสยายระยิบระยับบนท้องนภากว้าง


ร่างที่สมบูรณ์แบบทางศักยภาพของเพศชายถูกห่อหุ้มด้วยชุดคลุมหลายชั้นซ้อนทับอันเป็นเฉดสีขาวบริสุทธิ์


จ้องมองแสงสว่างที่บันดาลเจิดจรัสเหนือสรรพสายตาแห่งมวลมนุษยชาติ แววกระจกเรือนสว่างหลายระดับบนดวงตาถูกบดขยี้เมื่อจ้องมองเส้นแสงที่ถูกถักทอ การเคลื่อนไหวของบรรดาใยแสงได้ฉีกกระชากฟากฟ้าลงแทบเท้าแห่งผืนแผ่นดิน


เสียงหนึ่งดังกังวานในศีรษะเป็นบทคำกล่าวที่คุ้นเคยภายใต้น้ำเสียงอันเป็นที่น่านับถือ ความอบอุ่นหยั่งรากลึกผ่านหัวใจที่สูญสิ้นแห่งความเป็นมนุษย์


“ไปกันเถอะ ข้าจะอธิบายทุกข้อสงสัย”


อึก! ชายร่างบอบบางกุมมือของตนแน่นด้วยความเจ็บปวด เสียงร้องครวญครางดังขึ้นอย่างผิดวิสัย สร้างความตื่นตระหนกจนนาธานจำเป็นต้องเคลื่อนจับบังคับข้อมือของกวงเหยาให้สงบนิ่ง


ภายใต้ราตรีสงัดดวงตาที่หลั่งไปด้วยหยดน้ำตา ผายมืออันเจ็บปวดที่กำลังสั่นไหวอย่างหนักเป็นที่ประจักษ์เบื้องหน้าแก่สายตาอันบิดเบี้ยว


รอยยิ้มของนาธานหุบลงอย่างขาดอารมณ์


ผีเสื้อแสงกัดกินเจาะลึกผ่านผิวหนังบนฝ่ามือ ขดปีกลงสอดร่างเข้าไปทำลายเส้นประสาทและโครงสร้างของกระดูกอย่างตะกละตะกลาม


“สิ่งผิดแปลกที่ขัดต่อธรรมชาติและประวัติศาสตร์”


คำกล่าวของนาธานนั้นเลือนรางลง สายตาของชายหนุ่มเริ่มพร่ามัวภายใต้ขอบระยะสายตาที่มืดสลัวโหวงเหวงและสั่นระรัว


เพียงระยะเวลาสั้นๆทุกสิ่งก็เงียบลงและจางหายไป



ณ พระราชวังเลื่อมทองฐานที่มั่นสูงหมื่นระดับชั้นเทียบเคียงเนินต้นไม้ปาฏิหาริย์แห่งดินแดนองค์กรดันเจี้ยน


ป้อมปราการนับแสนสูงตระหง่านโอบล้อมนภาทั่วทั้งมหานครแห่งแสง


ก้าวสัมผัสขั้นบันไดศักดิ์สิทธิ์เหยียบย่ำผลึกสีทองอร่ามระยิบระยับซึ่งอาบชโลมปกคลุมตลอดเส้นทาง พื้นผิวขรุขระอันแหลมคมสร้างมาจากลักษณะของหินผาโบราณจากหุบเขาทั้งสิบแห่งยุคมืด


แหงนมองขึ้นดอมดมกลิ่นเปลวเพลิงไหม้ที่ส่งสะเก็ดเถ้าถ่านปรุงแต่งสร้างบรรยากาศอันขมขื่น โครงสร้างอาคารประดับประติมากรรมโครงร่างกระดูกสันหลังมังกร บนพื้นผิวสีขาวบริสุทธิ์ที่แตกกระจายประดุจเศษแก้วที่แหลมคมเป็นเกล็ดหนา


ลวดลายของมันกัดกร่อนผนังหินหนาที่ห้อมล้อมไปด้วยรูปปั้นดาบของนักรบผู้วายชนม์ ทุกสายเลือดสลักชื่อวงศ์ตระกูลตั้งแต่ต้นยุคนักล่ามังกรจวบจนปีที่ 538


มีผู้เสียชีวิตจากการต่อต้านมังกร เปรียบเป็นล้านราย


มากที่สุดที่เคยถูกจดบันทึกเมื่อการรับรู้ทางประวัติศาสตร์ถือกำเนิดขึ้นซึ่งถูกตีไว้เพียงเท่านี้ จำนวนคนที่มากเกินไปยากต่อการพิสูจน์ตัวตน


ร่างที่ถูกกลืนกินและหลอมเป็นปาฏิหาริย์แก่เหล่ามังกรจะถูกตีค่าเป็นไร้ตัวตน เมื่อการสูญเสียไม่สามารถเท่าเทียมผู้ใดกันจะมีสิทธิ์เหนือผู้อื่น


“กลิ่นยังคงสถิตบนหลุมศพแห่งเกียรติยศ สูญเสียสิ้นสลายกลายเป็นศูนย์ แต่มูลค่าแห่งการต่อเติมลมหายใจคือการเดิมพันเพื่อชีวิตของส่วนรวม ไม่มีการตัดสินใจใดถูกนับเป็นโง่เขลาไร้ซึ่งบทบัญญัติย่อมปราศจากกลวิธี”


เสื้อคลุมสีดำมืดปลิวสไวไปตามกระแสอากาศที่ไม่สามารถ ควบคุม คาดเดา หรือ ต่อรอง ทว่าการเคลื่อนไหวของธรรมชาติคือการตอบรับระหว่างเหตุและผล


ขนตาเรืองอร่ามจัดเรียงสวยเป็นระเบียบยกตัวขึ้นเผยกระจกดวงตาสีขาวไร้แววเจือปนบนแผ่นเรือนสะท้อนบริสุทธิ์ที่คอยโอบอุ้มแสงแดด


ใบหน้าสะอาดหมดจดผิวกายผ่องใสกระจ่างไร้โลหิตไหลเวียน เส้นผมยาวจรดส่วนโค้งทางสัดส่วนของรูปลักษณ์อันสมบูรณ์แบบทางศักยภาพของบุรุษผู้สวมชุดคลุมนักบวชหลายชั้นทบ ตั้งแต่ต้นโคนผมลงไปปรากฏเส้นผมสีดำเข้มไต่ระดับลงสู่เฉดสีน้ำตาลอ่อน


แขนขาสั่นกระตุกจนต้องประคองร่างด้วยอ้อมแขนของบุตรชายและอีกฟากแขนเป็นของบุตรหญิง


ภายใต้สายเลือดบริสุทธิ์ของตระกูลแห่งแสง


การดำรงอยู่ของตัวตนแสงแรกคือการอนุรักษ์สันติสุขของมวลมนุษย์ภายใต้ชายคาแห่งนภายามรุ่งอรุณที่เป็นเพียงภาพลวงแห่งความหวัง


“ข้าพบการมีอยู่ของสิ่งนั้นอีกครั้งแม้จะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตประเภทมังกรโบราณแต่ลักษณะรสชาติของแหล่งที่มาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถอนุมาน”


“หลังจากข้าหายจากโรคนี้ การกลับมาของข้าจะเป็นไปดั่งการเชิดชูของประวัติศาสตร์ ข้าพร้อมที่จะกลับไปตั้งคำถามถึงความถูกต้องอีกครั้งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้มนุษย์นั้นยืนอยู่สูงเหนือสรรพสิ่งที่ถูกแทนที่ลงสู่ใต้พิภพ”


“พวกเจ้าทั้งสองพักเถิดพระราชวังแห่งนี้คือบ้านใหม่ของพวกเจ้า จงเป็นบรรพชนแห่งความหวัง เผยแพร่ความศักดิ์สิทธิ์และคอยส่องสว่างแก่โลก”



เสียงของหัวใจยังคงบรรเลงบทเพลงแห่งชีวิต ดังกึกก้องสนั่นช่วงอกอันสามารถสัมผัสถึง


ร่างที่งัวเงียลุกขึ้นนั่งด้วยแรงที่ถดถอย ปัดปลายเส้นผมที่บดบังสายตาเล็กน้อยพลางเพ่งมองฝ่ามือของตนอีกครั้งด้วยความสงสัย เขาเผยท่าทีเกร็งแน่นบริเวณช่วงแขนเป็นผลมาจากความหวาดกลัวและเจ็บปวดที่ฝังลึกอยู่ในความทรงจำก่อนหน้า


แต่กลับพบว่ามือของเขาอยู่ในสภาพปกติธรรมดา


ทุกสิ่งราวกับไม่เคยเกิดขึ้น


‘นี่มันเรื่องอะไรกัน’


เสียงของบุรุษท่านหนึ่งอันคุ้นเคยดังขึ้นหลังจากประตูห้องนอนไม้เก่าถูกเปิดเข้ามา


“ข้ายับยั้งสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนี้จะไม่มีสิ่งใดกัดกินเจ้าได้อีก ข้าให้คำมั่นสัญญา”


“คุณทำอะไรกับฉันกันแน่!”


นาธานก้าวเดินอย่างเชื่องช้าปล่อยชายผ้าชุดคลุมที่ขาดลุ่ยสยายไปตามห้วงจังหวะของแรงโน้มถ่วง ยืนหยุดนิ่งด้วยรอยยิ้มสดใสพลางเคลื่อนเข้าประชิดกาย


“ข้าคิดค้นวิธีที่จะปกป้องเจ้าได้สำเร็จ”


ฝ่ามือเกราะโลหะมุ่งสัมผัสพื้นผิวเรียบเหนือเนื้อผ้าที่เปรอะเปื้อนเวณช่วงอกของกวงเหยา มันสอดทะลุแฝงลึกเข้าไปในอกและหยิบวัตถุโลหะรูปทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ออกมา


ทุกสัดส่วนบนร่างกายหนาวสั่นบันดาลเรียกลมหายใจหนักหน่วงถาโถมลงอย่างยุ่งเหยิง


แววตาของกวงเหยาแฝงไปด้วยความหวาดกลัวที่ไม่สามารถกล่าวออกมาราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้านั้นทำให้รอยยิ้มของนาธานกลายเป็นเพียงภาพลวงที่มีไว้เพียงประดับ ซึ่งระหว่างสถานการณ์นั้นวัตถุโลหะก็เคลื่อนกลับเข้าไปในอกอีกครั้งและนาธานก็หรี่ตาลงขณะเฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิด


“เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง”


“ไม่รู้สึกสิ่งใด..ฉันปกติดี สิ่งนี้มันคืออะไร..!”


“เจ้ากำลังหวาดกลัวข้าเข้าใจแต่สิ่งนี้จะช่วยเจ้าหลังจากนี้ ข้าขออภัยจริงๆ ที่ทำให้เจ้าต้องเผชิญกับสิ่งแปลกตามากมาย..สิ่งนี้คือวัตถุที่ข้าสร้างด้วยตนเองจากปาฏิหาริย์ของข้ามันมีส่วนช่วยในการลบล้าง ขัดขวาง เปรียบเสมือนเกราะกำบังที่จะช่วยเจ้าจากทุกสิ่งที่มีความเกี่ยวเนื่องกับปาฏิหาริย์”


ชายเบื้องหน้าแสดงสีหน้าอมทุกข์เล็กน้อยภายใต้รอยยิ้มที่หุบลงเป็นนัยน์แฝงถึงความรู้สึกกังวลต่อสิ่งที่เกิดขึ้น


ซึ่งกวงเหยาพยายามเฝ้าสังเกตตนเองรวมถึงตั้งใจฟังทุกคำกล่าวของอีกฝ่าย โดยไม่แม้แต่จะเข้าใจมากนักแต่การมีวัตถุบางสิ่งฝังอยู่ภายในอกและสามารถเคลื่อนเข้าออกภายในไม่ใช่เรื่องปกติทั่วไปที่จะเข้าใจได้โดยง่าย


“เจ้าสามารถมาสูดอากาศข้างนอกได้เมื่อเจ้าพร้อม”


นาธานหยิบสมุดจดบันทึกเล่มเล็กออกมาพลางจดเพิ่มเติมระหว่างเดินตรงออกไปอย่างสงบ


หลังเสียงฝีเท้าห่างไกลออกไปกวงเหยารีบสำรวจร่างกายของตนพลางนึกย้อนถึงภาพที่เห็นก่อนหน้าราวกับความเป็นจริงที่แฝงมาในภาพฝันเป็นดั่งการปะติดปะต่อระหว่างอดีตและอนาคต


แต่ก็ยังมีหลายสิ่งที่ยังไม่รู้จักการหลงเชื่อภาพความคิดประหลาดชั่วขณะก็อาจเป็นการยอมรับให้ผู้อื่นหลอกลวงตน โดยในขณะนั้นภาพทั้งหมดก็จบลงด้วยการถูกชอนไชไปทั่วแขนจากผีเสื้อแสงอันน่าขยะแขยง


‘แต่ถ้ามีวัตถุนี้แล้วเหตุการณ์นั้นอาจจะไม่เกิดขึ้นอีก หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นนะ..’


ระหว่างพยายามเรียบเรียงความคิด เขาเริ่มปล่อยกายลงผ่อนปรนกระดุมชุดให้หละหลวม ดับไฟในเชิงเทียนพลางปล่อยกายส่งศีรษะตกกระทบหมอนนุ่ม แหงนหน้าขึ้นจ้องมองเพดานและสบสายตาเฝ้ามองหยากไย่ที่ยุ่งเหยิง


‘วันใหม่อาจเป็นคำตอบสำหรับความรู้สึก..ถ้าใครสักคนต้องตื่นมาในโลกที่ไม่มีใครรู้จัก สำหรับฉันมันคงเป็นช่วงเวลาที่ลำบากใจและไม่สามารถปรับตัวซึ่งนั่นคือฉัน’


ปลายนิ้วจิกกอดผ้าห่มแน่นด้วยลมหายใจขาดสาย


‘หวังว่าทุกสิ่งจะเป็นเพียงความฝัน’