เหล่าแสงดาราหยดประกายจากผลึกความคิด ผีเสื้อบินไต่ตอมต่อเติมสิ่งที่ขาดหายเหนือร่างที่แหลกเหลว แขนสีซีดโอบกอดทุกสรรพชีวิตและกลืนกินเสียงสุดท้ายแห่งแหล่งกำเนิด ประกายแสงแห่งความหวังเป็นนิรันดร์ที่ถูกลืม
แฟนตาซี,อวกาศ,ดวงดาว,ปาฏิหาริย์,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์เหล่าแสงดาราหยดประกายจากผลึกความคิด ผีเสื้อบินไต่ตอมต่อเติมสิ่งที่ขาดหายเหนือร่างที่แหลกเหลว แขนสีซีดโอบกอดทุกสรรพชีวิตและกลืนกินเสียงสุดท้ายแห่งแหล่งกำเนิด ประกายแสงแห่งความหวังเป็นนิรันดร์ที่ถูกลืม
༶・・。*゚✲*☆✧*゚✲*☆・・༶
✦ Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์ ✦
✧
ประวัติศาสตร์ถูกขีดเขียนด้วยโลหิต
ตราบาปแห่งการสูญเสีย
คือ การเสียสละ
✦༶・・。*゚✲*☆✧*゚✲*☆・・༶✦
จุดเริ่มต้นแห่งความโกลาหลชักนำความตายมาเยือนโลกทั้งใบก่อกำเนิดผู้ฝ่าฝืนปาฏิหาริย์ผู้ล้มล้างชีวิตนับล้าน
สงครามกัดกินจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์
"จงมอบอิสรภาพให้ผู้คนที่พบเห็น จงถือแสงที่สามารถมองเห็นตนยามค่ำคืน จงแบ่งอาหารให้ผู้ขาดแคลนและผู้คดโกงโดยเจตนา ได้โปรดจงตามมาเหล่าผู้สรรเสริญแห่งปาฏิหาริย์"
✧
นิยายเรื่องนี้เป็นเนื้อหาจักรวาลเดียวกับ
Miracle Violator | ผู้ฝ่าฝืนปาฏิหาริย์
ภายในลานกว้างของป้อมปราการใหญ่ อัศวินผู้สวมชุดคลุมสีดำทมิฬอันขาดลุ่ยไร้สภาพต่างยืนห้อมล้อมจ้องมองจากทุกสารทิศ
ความเงียบสะกดบรรยากาศให้สงบแต่เสียงเกราะโลหะหนักของผู้นำแห่งองค์กรดันเจี้ยนบันดาลเรียกความปั่นป่วนประทับลงบนแผ่นพื้นและลุกลามขึ้นเป็นเชื้อไฟตัดช่วงลมหายใจ
ชายผู้เหนื่อยหอบหันขวับไปมาด้วยความหวาดกลัวเหงื่อที่หยดไหลพรากนองเป็นแอ่งเล็กหลายบ่อ ร่างที่อ่อนแอถูกกดให้คุกเข่าลงเบื้องหน้าของ นาธาน เฮอราจ
ฝ่ามือโลหะเก่าเปรอะเปื้อนสัมผัสผืนหญ้า กิริยาผ่อนปรนไร้น้ำหนัก คุกเข่าวางบรรทัดฐานเทียบเทียมและกล่าวขึ้นอย่างเป็นมิตร
“มีเหตุใดจึงรีบมุ่งตรงมายังเนินเขาแห่งนี้”
ชายเบื้องหน้ารีบก้มศีรษะประชิดแผ่นพื้นหินขรุขระ
“มีเหตุด่วนสำคัญจากทูตสมาชิกองค์กรดันเจี้ยนที่ซึ่งประจำอยู่ ณ จักรวรรดิโลหิต! …ข่าวสารสำคัญที่แพร่อย่างรวดเร็วไปทั่วแดนตะวันตก!!”
เสียงหายใจปะปนภาษาที่โหวกเหวกอย่างหนัก
“ทางอาณาจักรราเวนนิสส่งกองเรือนับร้อยปิดน่านน้ำทั้งแถบสมุทร โดยมีการนำส่งเรือสินค้าซึ่งบรรทุกตราของอาณาจักรผนวกกับบันทึกคำกล่าวสำคัญถึงความประสงค์ชี้ขาดในการโจมตีดินแดนแห่งเอลฟ์!!!…และกำลังนำส่งมายังดินแดนองค์กรดันเจี้ยนซึ่งข่าวได้ถูกเขียนคัดลอกไปทั่วก่อนการมาถึงในอีกหลายเดือนข้างหน้า”
ใบหน้าของสมาชิกองค์กรดันเจี้ยนทุกคนโดยรอบเต็มไปด้วยความตกตะลึง แสงไฟที่มอดดับตามคบเพลิงยังคงปล่อยหมู่ควันดำ
“ขบวนเส้นทางจากจักรวรรดิโลหิตที่เจ้าเดินทางมายังคงสื่อสารได้ไหม”
“ยังได้ครับ.. พวกมังกรไม่พบพวกเราเพราะเสื้อคลุมยังคงปกปิดร่างกาย”
นาธานยืนขึ้นอย่างสง่าผ่าเผยด้วยใบหน้าขาดอารมณ์ เกราะเก่าสะท้อนแววแสงยามรุ่งอรุณเมื่อจ้องมองมันระยะเวลาจึงมอบคำตอบผ่านปรากฏการณ์ที่แตกร้าวเป็นสัดส่วน เพียงหนึ่งช่วงลมหายใจคำตัดสินจึงร่ายออกมา
“ตัดสินใจส่งเพียงตราประทับแทนที่การตีตราสาส์นแจ้งความประสงค์ ถือเป็นการประกาศสงครามซึ่งสื่อถึงการไม่ยอมจำนนภายใต้คำสั่งอีกต่อไป”
เดินหน้าพลางชี้สั่งอย่างเจ้ากี้เจ้าการ
“จงจัดเตรียมเกราะรบเกียรติยศแห่งแสงของข้า เรียกระดมกองกำลังจัดเตรียมขบวนทัพแสนคนก่อนพลบค่ำ!”
“ส่งม้าเร็วแจ้งข่าวไปยังมหานครแห่งแสงให้ส่งกองเรือห้าแสนลำแล่นฝ่าน่านน้ำใน ในครานี้ไม่มีเวลาให้อ้อมลงซีกโลกใต้ แต่จะมอบหมายให้แสงแรกแห่งองค์กรดันเจี้ยนเป็นผู้สร้างแสงสว่างไปทั่วทวีปเหนือต้นไม้ยักษ์เพื่อหลอกล่อมังกรหลายล้านตัวไปที่ทางตะวันออก”
“พวกเราจะเดินทางอ้อมลงไปยังพื้นที่ของพวกชนเผ่าป่าเถื่อน หลังจากนั้นต้องตั้งหลักกันที่นครโลหิตศักดิ์สิทธิ์แห่งจักรวรรดิโลหิตและเข้าปิดล้อมป่าแห่งเอลฟ์จากทางใต้เพราะเมื่อไปถึงสงครามครั้งใหญ่อาจเริ่มต้นขึ้นแล้ว! เมื่อเข้าใจก็รีบไปเตรียมการซะ!!”
กวงเหยาเดินฝ่าอัศวินที่รีบกระจัดกระจายไปตามหน้าที่ของตน เขาจ้องมองนาธานด้วยความแปลกใจราวกับตนไม่คาดคิดมาก่อนที่จะได้พบตัวตนด้านนี้จากชายผู้น่าเคารพนับถือเบื้องหน้า
เพราะสถานการณ์ยิ่งทำให้ความเป็นมิตรนั้นกลายเป็นคำให้การอันศักดิ์สิทธิ์ที่พร้อมถูกชำระเมื่อต้องเลือกระหว่างความเด็ดขาดกับขาดความรับผิดชอบ
ซึ่งเหรียญนั้นสามารถมีเพียงด้านเดียว
“กวงเหยา..ข้าขอโทษ ต่อจากนี้เป็นสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยมันคือสงคราม ข้าจะให้สมาชิกระดับสูงขององค์กรมาปกป้องเจ้าและมอบสวัสดิการที่ดีตลอดชีพเจ้าเตรียมตัวพักผ่อนเถอะ อีกอย่างเจ้าอาจจะได้ปรับตัวกับการใช้ชีวิตในโลกแห่งนี้ก็เป็นไปได้ ลองเปิดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นข้าเชื่อว่าเจ้าจะถูกใจถ้าไม่มีสิ่งใดติดค้างภายใน”
“ไม่!! ฉันกลัว! ให้ฉันเดินทางร่วมกับคุณเถอะ จากที่คุณกล่าวทั้งหมดก่อนหน้าโลกใบนี้คงอันตรายมากกว่าที่คิด ถ้าฉันได้ประสบการณ์มากขึ้นล่ะก็อาจ…”
นาธานถอนหายใจเบาๆ
“ข้าขอไม่ยอมเสี่ยง ทุกสิ่งคือความรับผิดชอบของข้า เจ้าอาจแค่กลัวที่จะต้องอยู่ห่างจากบุคคลแรกซึ่งเข้าใจสถานการณ์ของเจ้า แต่ความคิดระหว่างนี้อาจทำให้เจ้าไม่สามารถอนุมานถึงเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งแสงแรกจะเข้าใจเจ้าเช่นกันแน่นอน ระหว่างนั้นเขาอาจสอนการครอบครองปาฏิหาริย์และชีวิตในโลกใบนี้ให้เจ้า สักวันข้าจะกลับมาเพื่อนำเจ้าเดินทางหาทางลงสู่เบื้องลึกที่สุดของโลก”
“เข้าใจแล้ว ฉันยอมแล้ว หลังจากนี้ถือเป็นพื้นฐานในการเริ่มต้นชีวิตในโลกแห่งนี้อย่างมีคุณภาพใช่ไหม”
“ถูกต้อง ตั้งแต่ อาหาร วัฒนธรรม ทุกสิ่งที่เจ้ามีความสามารถก็จะได้รับการสนับสนุน เจ้าอาจได้เข้าศึกษาร่วมกับตระกูลแห่งแสง มันจะเป็นประสบการณ์ใหม่ที่อาจยกระดับภูมิปัญญาที่เจ้าไม่เคยพบ คืนนี้จะมีคนมาเคาะประตูห้องนอนของเจ้าถือเป็นตามนั้นถ้าไม่ติดใจเหตุใดอีก”
กวงเหยาค่อยๆเดินถอยหลังกลับไปยังห้องนอน
“ได้! ตามนั้นฉันจะลองเชื่อคุณ เหมือนที่ฉันเชื่อคุณทุกสิ่งเปรียบตามเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน”
…
“ท่านลอร์ด อาทัส แห่งแสง”
ท่าเรือกว้างขวางบริเวณอ่าวใหญ่ไกลลิบสุดสายตา เรือไม้หลายลำซึ่งประกอบไปด้วยปืนใหญ่และเกราะป้องกันโลหะที่ถูกเชื่อมประทับรอบนอกเรือไม้
ชายวัยกลางคนผมสั้นสีดำเข้มเป็นเอกลักษณ์อันเกลี้ยงเกลา สวมชุดเกราะทองคำสว่างไสวอันประกอบการประดับของลวดลายหรูหราอันขดเขี้ยวตามมุมฉากอันราวกับถอดต้นแบบมาจากกรอบรูป
วางแขนลงพักบนด้ามดาบเล่มใหญ่สีทองอร่ามภายใต้ฝักดาบหนังสัตว์ซึ่งถูกเย็บมาเป็นอย่างดีและถูกตีโครงสร้างด้วยโลหะทองเหลือง
“อะไรกัน..มีคำสั่งเร่งด่วนให้รีบเดินทัพเนี่ยนะ ยิ่งแล้วใหญ่เมื่อต้องแล่นผ่านทะเลใน จากประสบการณ์ของข้าก็นับเป็นการกระทำที่บ้าดีเดือดดี”
“ถ้าเป็นไปได้ข้าก็อยากบดขยี้หอคอยปืนใหญ่ที่คอยสร้างฉายาปราการแห่งตะวันตกให้แก่อาณาจักรของพวกมัน มาดูกันหน่อยเสียดีกว่า..ว่ากองเรือของพวกมันจะสกัดกั้นกองเรือมากกว่าห้าแสนลำที่มีทรัพยากรครบครันได้หรือไม่”
ผ้าคลุมสีทองเปล่งประกายสะบัดสยายออกไปตามแรงลม น้ำเสียงที่สุขุมท่ามกลางสายลมทะเลเริ่มกล่าวอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ
“เอาสิ รีบกลับไปบอกหลานข้าเสีย ภายในหนึ่งสัปดาห์กองเรือทั้งหมดแห่งองค์กรดันเจี้ยนจะเหยียบขึ้นฝั่งตะวันออกบนแผ่นดินที่หยิ่งผยองแห่งราเวนนิสและฝากบอกถึงท่านนาธานด้วยว่า การที่ข้าขึ้นตรงเป็นสมาชิกระดับสูงและละทิ้งนามสกุลอันศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นคำสาบานนิรันดร์เสมอว่าข้าซึ่งแม้จะมีสายเลือดตระกูลแห่งแสงแต่ข้าจะเป็นคนเดียวที่ก้มหัวให้ท่านจวบจนชีวิตจะหาไม่”
ผู้ส่งสารคุกเข่าลง
“คำกล่าวที่ท่านฝากถึงท่านผู้นำแห่งองค์กรดันเจี้ยนจำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบจากท่านแสงแรกหรือไม่ครับ”
“ไม่จำเป็น! สถานการณ์การเมืองภายในนครแห่งแสงกำลังตกอยู่ในวิกฤต ข้าเพียงต้องแสดงการย้ำจุดยืนว่าข้าพร้อมที่จะตัดหัวของคนที่จะทรยศท่านนาธานหรือก่อกบฏภายในมหานครยามที่ท่านผู้นั้นไม่อยู่”