เหล่าแสงดาราหยดประกายจากผลึกความคิด ผีเสื้อบินไต่ตอมต่อเติมสิ่งที่ขาดหายเหนือร่างที่แหลกเหลว แขนสีซีดโอบกอดทุกสรรพชีวิตและกลืนกินเสียงสุดท้ายแห่งแหล่งกำเนิด ประกายแสงแห่งความหวังเป็นนิรันดร์ที่ถูกลืม
แฟนตาซี,อวกาศ,ดวงดาว,ปาฏิหาริย์,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์เหล่าแสงดาราหยดประกายจากผลึกความคิด ผีเสื้อบินไต่ตอมต่อเติมสิ่งที่ขาดหายเหนือร่างที่แหลกเหลว แขนสีซีดโอบกอดทุกสรรพชีวิตและกลืนกินเสียงสุดท้ายแห่งแหล่งกำเนิด ประกายแสงแห่งความหวังเป็นนิรันดร์ที่ถูกลืม
༶・・。*゚✲*☆✧*゚✲*☆・・༶
✦ Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์ ✦
✧
ประวัติศาสตร์ถูกขีดเขียนด้วยโลหิต
ตราบาปแห่งการสูญเสีย
คือ การเสียสละ
✦༶・・。*゚✲*☆✧*゚✲*☆・・༶✦
จุดเริ่มต้นแห่งความโกลาหลชักนำความตายมาเยือนโลกทั้งใบก่อกำเนิดผู้ฝ่าฝืนปาฏิหาริย์ผู้ล้มล้างชีวิตนับล้าน
สงครามกัดกินจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์
"จงมอบอิสรภาพให้ผู้คนที่พบเห็น จงถือแสงที่สามารถมองเห็นตนยามค่ำคืน จงแบ่งอาหารให้ผู้ขาดแคลนและผู้คดโกงโดยเจตนา ได้โปรดจงตามมาเหล่าผู้สรรเสริญแห่งปาฏิหาริย์"
✧
นิยายเรื่องนี้เป็นเนื้อหาจักรวาลเดียวกับ
Miracle Violator | ผู้ฝ่าฝืนปาฏิหาริย์
ขบวนกองทัพใหญ่นับแสนนายถูกจัดเตรียมเป็นระเบียบแถวทอดยาวจรดปลายเนินหญ้าสูง โดยแบ่งเป็นสามส่วนหลัก
ประจำการหน้าฝ่ายลาดตระเวนเริ่มเดินทางตั้งแต่ช่วงสาย เก็บเกี่ยวข้อมูลอย่างกระชั้นชิดและวิเคราะห์ระบุทิศทางที่ควรหลีกเลี่ยง
ความรวดเร็วของบุคคลกลุ่มนี้สามารถแพร่กระจายไปทั่วทั้งอาณาเขตดินแดนที่กว้างใหญ่ แต่ผุพังง่ายจากความตายที่อยู่ประชิดกาย บ้างจำเป็นต้องตัดสายการสื่อสารเพื่อไม่ให้หายนะดอมดมกลิ่น
ประจำการกลางฝ่ายหลักกำลังเตรียมพร้อมเดินทางในยามค่ำ เป็นทัพบัญชาการใหญ่ที่คงกระพันเพื่อเป้าหมายของปลายทางที่มั่นคง
สมองของขบวนจึงจำเป็นต้องอยู่กึ่งกลาง การแพทย์ การพักผ่อน การกระจายข่าวสาร ทุกสิ่งถูกควบคุมความเบ็ดเสร็จไว้สำหรับทุกสถานการณ์
ประจำการฝ่ายเสบียงหลังขบวนจะเดินทางท้ายแถวแต่ไม่ห่างไกลนักสำหรับการเตรียมพร้อมเพื่อส่งข่าวกลับไปยังดินแดนองค์กรดันเจี้ยน
และการตีความตนเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายเมื่อขบวนทั้งหมดถูกทลายลงจะถือเป็นสมบูรณ์ไม่ว่าสาเหตุใดความปลอดภัยและการตรวจสอบปัญหาจากทุกฝ่ายจะมีฝ่ายเสบียงเป็นส่วนร่วมตัดสินใจหลักซึ่งถือเสียงมากกว่าหนึ่งเสมอ
โดยขบวนฝ่ายหน้าเป็นตัวแทนของความเสียสละและการอุทิศตนเพื่ออนาคตอันมืดมิด
ในขณะศูนย์กลางคือลำเรือที่จำเป็นต้องขับเคลื่อนเวลา ยิ่งใหญ่เป็นหน้าเป็นตาแห่งตัวตนที่มากไปด้วยความหมายและเพื่อไม่ให้ทุกสิ่งไร้ความหวัง การมีฝ่ายเสบียงแบกรับทุกความเสี่ยงจะเป็นหนทางในการรื้อฟื้นทุกสิ่ง ผู้คิดค้นขบวนทัพนี้คือสมาชิกระดับสูงแห่งองค์กรดันเจี้ยน
เอลเบรียส ผู้ไร้ชีวาอาวรณ์ ชายรูปร่างสุขุมสมมาดมากภูมิฐานเส้นผมดำยาวประบ่ารกรุงรัง แววตาขาดซึ่งแสงและเครื่องแต่งกายที่ปกปิดผิวซีดขาดโลหิตเป็นชุดเกราะสีทมิฬที่มีสภาพไร้ความคล่องตัว
เมื่อสวมมันศีรษะจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย ร่างกายทุกส่วนจะเข้าสู่ภาวะอมตะ รวมไปถึงการหยุดนิ่งของอายุขัยและภาวะบาดเจ็บทั้งสิ้น
เขาเป็นผู้นำทีมวางแผนการเดินทัพทั้งหมดและส่งสตรีผู้งดงามท่านหนึ่งมาบอกเล่าแก่ฉันถึงทุกสิ่งที่สามารถรับรู้ได้ในข้างต้น นางผู้นี้คือ เรอาฟีน่า ผู้ลุ่มหลงแห่งเสียงวิญญาณ เป็นสมาชิกระดับสูงคนหนึ่งที่มีลักษณะชวนหลงใหลเมื่อครั้นแรกพบท่ามกลางต้นช่วงหัวค่ำ
เส้นผมดำยาวจรดบั้นท้ายทรงผมม้วนเป็นลอนงามเปิดช่วงใบหน้าที่ขาวซีดแต่อวบอิ่มไปด้วยรอยแต่งเติมสีแดงอ่อนจากเครื่องสำอาง
ในดวงตาขาดซึ่งอารมณ์แม้กระทั่งวิธีการสื่อสาร
แต่ทรวดทรงทางกายภาพสมบูรณ์แบบกระทั่งหน้าอกที่ใหญ่จนเด่นชัดภายใต้ชุดหนังต่อสู้สีดำที่รัดรูปช่วงอกโดยเปิดโล่งระหว่างไหล่และมีเสื้อคลุมขาดลุ่ยห้อมล้อมช่วงแขนลงไปจรดเบื้องหลัง ในขณะเบื้องหน้าเปิดโล่งครึ่งท่อนหน้าท้องและสวมกระโปรงยาวสีดำสัมผัสปลายเท้าเกราะโลหะ
เป็นที่แน่ชัดที่นางจะสวมเกราะเฉพาะส่วนในบริเวณ ฝ่ามือ ปลายเท้า หัวเข่าและข้อต่อช่วงแขนเพื่อปกป้องร่างกายจากบางสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้โดยง่าย
ในความสงสัยระหว่างสังเกต นางจึงยิ้มขึ้นขณะโค้งกายลงประชิดใบหน้าเข้าหากวงเหยา
“ปรสิต..คือสิ่งที่ดิฉันไม่ต้องการให้มีโอกาสสัมผัสร่างของฉันในทุกกรณีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะท่าน..กอน..ก..”
กวงเหยาเกาศีรษะของตน ‘ก็คงเป็นเรื่องปกติที่จะไม่มีใครออกเสียงชื่อของฉันได้โดยง่าย งั้น..คงต้องคิดชื่อขึ้นมาใหม่….’
เขายืนครุ่นคิดสักพัก
“ฉันชื่อ แวร์เนอร์ วิลสัน ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณใช่ไหมที่เป็นผู้รับผิดชอบฉันหลังจากนี้”
นางแสดงท่าทีกระอักกระอ่วนเล็กน้อยราวกับมีปัญหาในการเข้าสังคม
“ค..ค่ะ.! ค่ะ!! ตามที่ดิฉันเล่ากล่าวไปทั้งหมด ท่านเอลเบรียสเป็นผู้ส่งฉันมาเพื่อคุ้มครองท่านแวร์เนอร์..ไปยังดินแดนของพวกเรา…ไม่สิ หลังจากนี้ด้วยค่ะ คุ้มครองจนกว่าจะมีคำสั่งอื่นมั้งคะ..น่าจะใช่..”
นางกล่าวเสริมต่อพลางยื่นฝ่ามืออย่างเป็นมิตรไปทางแวร์เนอร์ เขาจึงเคลื่อนมือสัมผัสจับกลับไปด้วยรอยยิ้มแม้จะแฝงไปด้วยความวิตกกังวลขณะจ้องมองสถานการณ์ของนาธาน
“ไปกันเถอะค่ะก่อนที่ทุกสิ่งจะเริ่มต้นขึ้น…”
…
เริ่มต้นเรื่องราวหนึ่งพันปีก่อนเนื้อหาหลักแห่งจักรวาล Miracle [MV,MD] & Miracle Protector [MP]
นักเขียนนามปากกา ประกายแห่งความหวัง
WR_SPARK
✧
เฝ้ามองทุ่งดอกไม้แห่งลานเวหาเหนือมหานครแห่งแสงอันสว่างไสว ฝ่ามือที่ลุ่มหลงบรรจงเคลื่อนสัมผัสแผ่นกลีบดอกมากเฉดสี ลิ้มรสกลิ่นสัมผัสกัดย่อยบรรยากาศผ่านช่องปอดที่ไม่สามารถคำนึงถึง
แหงนมองฟากฟ้ายามค่ำคืนที่เจิดจรัสทวีขึ้นในทุกวินาที ลุกลามฉายแววรัศมีเป็นดั่งคลื่นแสงไร้สีโอบอุ้มทุกแห่งหนบนผืนท้องนภาอันกัดเชี่ยว
กิ่งก้านต้นไม้ยักษ์เติบโตขึ้นขยายสังขารอย่างไร้ขีดจำกัดเปล่งประกายยืนต้นทะยานสูงปกคลุมชายคาของนานาชีวิตนับล้าน เปรียบเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิและเกียรติยศแห่งองค์กรดันเจี้ยน
แต่หนึ่งการตีความกลับบิดเบือนแนวคิดเชิงโครงสร้าง ประสบการณ์ทำให้ปัญญาเล็งเห็นภาพรวมของความรู้สึก ช่วงเวลา และ ประวัติศาสตร์แห่งการก่อตั้ง
“อิสรภาพของมวลมนุษย์ ไร้ซึ่งการกักขังจากมวลเมฆสีคราม หลุดพ้นจากการห้อมล้อมแห่งทวีปแท้จริง สร้างความเป็นจริงขึ้นใหม่ให้สมแก่ตัวตนมากคุณค่า”
“สร้างแสงที่ไม่ปรากฏหลักฐานการมีอยู่ให้ถือกำเนิดขึ้นบนฝ่ามือของมนุษย์ นาธาน เฮอราจ ชายผู้นั้นสร้างประวัติศาสตร์ให้พวกเรา แปรเปลี่ยนความคิดข้าให้ลึกซึ้ง ตลอดหลายศตวรรษการมีตัวตนอยู่ของหลากหลายชีวิตล้วนมีคุณค่าและได้รับการปกป้อง…”
“…เหตุใดพวกท่านถึงไร้เกียรติเช่นนี้”
เสียงกล่าวเบาบางแห่งแสงแรกประจักษ์ก้องในทุกสรรพส่วนการรับรู้ทางประสาทของผู้คน ท่ามกลางสิบเอ็ดตระกูลเก่าแก่จากยุคมืด สายเลือดแห่งลูกหลานตกทอดหลายสิบรุ่นตลอดห้าร้อยปี
แต่ ณ บัดนี้คนเหล่านั้นต่างเฝ้ารอความตายของบรรพบุรุษผู้เจ็บไข้ ระหว่างคมดาบแห่งแสงจากบุตรทั้งสองง้างขึ้นเหนือศีรษะธงสัญลักษณ์แห่งองค์กรดันเจี้ยนโบกสะบัดอย่างแรงกล้า บันดาลเสียงตบมือดังขึ้นราวกับพิธีเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่
เรือนร่างอันสมบูรณ์ถูกแบ่งออกเป็นสามสัดส่วน
ชีวิตที่ยืนยาวสิ้นสุดลง แหงนหน้าขึ้นมองนภาที่กำลังดับวูบเป็นระยะ ผ่านแสงที่ลดหลั่นลงเป็นดั่งเปลวเทียนที่มลายหยดย้อยระหว่างราตรีขมุกขมัวกัดกร่อนฟากฟ้าจนไร้ซึ่งเสี้ยวแสง ช่วงช่องว่างมิติแยกตัวออกจากความว่างเปล่า
ปราศจากตัวกลางระหว่างความเป็นจริง กระแสความมืดค่อยๆลุกลามเข้าผนึกพลังชีวิตแห่งปาฏิหาริย์ที่พร่างพรายออกมาภายใต้ร่างสว่างไสวที่อาบย้อมแสงอันแหลกเหลวท่ามกลางการดอมดมของเหล่าผีเสื้อแสง
พวกมันบินแตกตัวกระจายขึ้นเป็นประกายทะยานสัมผัสฟากฟ้าและเลือนหายไป
บุรุษมากผู้ภูมิฐานในชุดขุนนางหรูหราประดับตราเกียรติยศ เส้นผมสีเหลืองบลอนด์ยาวจรดบ่าสง่างามเดินตรงออกหน้ามาอย่างแข็งกร้าว
“จะไม่มีมังกรตัวไหนให้คนของเราฆ่าในคืนนี้”
ยกแขนขึ้นจ้องมองตัวเลขบนฝ่ามือลดลงหลายหลักจนสิ้นสูญ แสงประกายหลากล้านเฉดสีสั่นสะเทือนเหนืออากาศท่ามกลางกระแสระยิบระยับอันบ้าคลั่ง
ปาฏิหาริย์แห่งโชคชะตากำหนดความแน่นอนที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงและสร้างปรากฏการณ์ที่มีเพียงตนเองเท่านั้นที่มองเห็น
“ลาก่อนท่านแสงแรกแห่งองค์กรดันเจี้ยน”
เหล่าผู้นำตระกูลต่างคุกเข่าลง ปักดาบของตนเหนือแผ่นหินทั้งสิบเอ็ดหลัก กลไกเครื่องจักรหนักดำเนินการภายใต้มหานคร
เปิดช่องว่างแห่งหลุมลึกที่ไม่อาจสังเกตเห็นถึงปลายทางอันไร้ที่สิ้นสุดทางความคิดและจินตนาการ