เหล่าแสงดาราหยดประกายจากผลึกความคิด ผีเสื้อบินไต่ตอมต่อเติมสิ่งที่ขาดหายเหนือร่างที่แหลกเหลว แขนสีซีดโอบกอดทุกสรรพชีวิตและกลืนกินเสียงสุดท้ายแห่งแหล่งกำเนิด ประกายแสงแห่งความหวังเป็นนิรันดร์​ที่ถูกลืม

Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์ - บทที่ 2 ฝูงผีเสื้อแสงบินไต่ตอม โดย ประกายแสงแห่งความหวัง✨ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,อวกาศ,ดวงดาว,ปาฏิหาริย์,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อวกาศ,ดวงดาว,ปาฏิหาริย์,แฟนตาซี

รายละเอียด

Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์ โดย ประกายแสงแห่งความหวัง✨ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เหล่าแสงดาราหยดประกายจากผลึกความคิด ผีเสื้อบินไต่ตอมต่อเติมสิ่งที่ขาดหายเหนือร่างที่แหลกเหลว แขนสีซีดโอบกอดทุกสรรพชีวิตและกลืนกินเสียงสุดท้ายแห่งแหล่งกำเนิด ประกายแสงแห่งความหวังเป็นนิรันดร์​ที่ถูกลืม

ผู้แต่ง

ประกายแสงแห่งความหวัง✨

เรื่องย่อ

༶・・。*゚✲*☆✧*゚✲*☆・・༶

Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์ ✦


ประวัติศาสตร์​ถูกขีดเขียนด้วยโลหิต


ตราบาปแห่งการสูญเสีย


คือ การเสียสละ


✦༶・・。*゚✲*☆✧*゚✲*☆・・༶✦


จุดเริ่มต้นแห่งความโกลาหลชักนำความตายมาเยือนโลกทั้งใบก่อกำเนิดผู้ฝ่าฝืนปาฏิหาริย์​ผู้ล้มล้างชีวิตนับล้าน


สงครามกัดกินจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์​


"จงมอบอิสรภาพให้ผู้คนที่พบเห็น จงถือแสงที่สามารถมองเห็นตนยามค่ำคืน จงแบ่งอาหารให้ผู้ขาดแคลนและผู้คดโกงโดยเจตนา ได้โปรดจงตามมาเหล่าผู้สรรเสริญแห่งปาฏิหาริย์​" 


นิยายเรื่องนี้เป็นเนื้อหาจักรวาลเดียวกับ

Miracle Violator​ | ผู้ฝ่าฝืนปาฏิหาริย์​



สารบัญ

Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 1 หยดแสงแห่งรุ่งอรุณ,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 2 ฝูงผีเสื้อแสงบินไต่ตอม,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 3 บรรดาใยแสงบนฟากฟ้า,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 4 เป้าหมายสู่จุดกำเนิดของมนุษย์,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 5 รุ่งอรุณแห่งสงคราม,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 6 รัศมีแสงเรืองรองเหนือทวีปศูนย์กลาง,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 7 การคืนชีพของบรรพบุรุษแห่งแสง,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 8 การบานสะพรั่งของปีกแสงทั้งสิบ,Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์-บทที่ 9 ผู้ฝ่าฝืนชะตาแห่งองค์กรดันเจี้ยน

เนื้อหา

บทที่ 2 ฝูงผีเสื้อแสงบินไต่ตอม

อึก


เบิกตาขึ้นเผชิญภาพที่พร่ามัว สัมผัสถึงลมจางๆ บริเวณต้นคอและเส้นผม


กล้ำกลืนฝืนทนพยุงกายที่อ่อนแอลุกขึ้นจากพื้นแห้งที่เหม็นอับ เดินโซซัดโซเซไปยังแสงหนึ่งเดียวจากทางออก เช็ดหยดน้ำบนดวงตาและสลัดความงัวเงียด้วยการส่ายหน้าเบาๆ


จ้องตรงไปยังเบื้องหน้าปรับปรุงความชัดของแสงสู่ระดับสายตา ไต่ระดับความรู้สึกกลับมาสู่ภาวะปกติ


‘ที่นี่..’


‘ที่ไหนกัน’


ปลายเท้าสีซีดเหยียบลงบนผืนหญ้า ท่ามกลางราตรีที่มืดมน สีครามของฟากฟ้ามืดครึ้มยิ่งกว่าห้วงความฝันมันพยายามลุกลามทุกช่วงเวลา


กลืนกินชั้นบรรยากาศไร้อาณาเขตและกระจายช่วงสีอันบ้าคลั่งประดุจคลื่นมหาสมุทรที่มีชีวิต


ไร้ซึ่งสัญญาณใดตอบรับ จนพึ่งจำความเดิมได้จากภาพความคิดที่เจือจาง


‘ชายผู้นั้นใช้ภาษาอังกฤษแต่ทำไมถึงสามารถอ่านความคิดของเราได้..ทั้งที่ฉันใช้ภาษาจีนกลาง’


‘ทั้งชุดเกราะและสถานการณ์ไม่มีทางที่…จะเป็นโลกที่ฉันรู้จัก ต้องรีบตามหาชายผู้นั้น..และทวงถามทุกสิ่ง’


ภายในหมู่บ้านขนาดเล็กที่อุดมสมบูรณ์ ไม่มีผู้ใดให้สังเกตเห็น มือที่สั่นเทาเคลื่อนขึ้นกุมอกแน่นพลางทรุดลงอย่างอ่อนแรง เฝ้ารอการผ่านพ้นของลมหนาวที่กัดกินร่างกาย


ภูมิคุ้มกันทางจิตใจจึงสร้างเกราะทางความคิด สำรวจไปตามความมืดเฝ้ามองหาการมีอยู่ของชีวิต


น่าเสียดาย


ผู้คนที่พบเห็นนั้นได้กลายเป็นศพไปเสียหมด


เขานำมือขึ้นกุมใบหน้ายับยั้งการอาเจียนหนักที่ปะทุขึ้นในลำคอ ลมหายใจที่เริ่มผ่อนปรนกลับมาหนักหน่วง ความร้อนผ่าวกระจายตัวผ่านร่างกายตอบรับสภาพจิตใจที่สับสน


เส้นผมสีเหลืองลอนด์ยาวพัดไปตามกระแสลม ประปรายกระทบใบหน้าตั้งแต่จมูกจรดริมฝีปาก กลืนกินพื้นที่บนรอยยิ้มและลดระยะของทัศนวิสัย


เสียงหนึ่งกล่าวขึ้นจากเบื้องหลัง


“เจ้าเริ่มเข้าใจทุกสิ่งรอบกายแล้วใช่ไหม”


เมื่อหันขวับกลับไปฝูงผีเสื้อส่องแสงต่างบินรายล้อมไต่ตอมเสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อน มันเริ่มชำระคราบสกปรกและสยายปีกอันงดงามกลับสู่ฝ่ามือของชายเบื้องหน้า


“มันคือผีเสื้อจากเพื่อนของข้า แสงสว่างแรกของโลกใบนี้ สิ่งนี้จะปกป้องผู้คนที่ควรค่าแก่ความดีงาม”


ริมฝีปากซีดจางเริ่มเคลื่อนขยับ


“ท่าน..คือใครกัน”


“ข้าคือ นาธาน เฮอราจ ผู้ที่ได้นำเจ้ามาจากพื้นที่ภายนอกของหมอกสีคราม ยังมีอีกหลายสิ่งที่ข้าจำเป็นต้องเล่าแต่เจ้าจะต้องรีบกลับไปกับข้าก่อน”


ร่างกายที่นิ่งสงบจ้องมองเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ผิดแปลก ความเข้าใจของเขาแตกหักเป็นเศษแก้ว ความเป็นจริงที่พบเห็นแตกต่างจากคำตอบที่จิตใต้สำนึกปรารถนา


เหนือสิ่งอื่นใดมันต้องไม่ใช่แบบนี้ เขาหยุดนิ่งเฝ้านึกคำนึงถึงภาษาที่สองอย่างใจเย็นแต่ยังแฝงความรู้สึกปะปนผ่านสีหน้าพะอืดพะอม


“ไปที่ใดกัน..ที่แห่งนี้คือที่ใด ฉันอยู่ที่ไหนกันแน่!”


นาธานผายมือออกพยายามแสดงท่าทีเป็นมิตร


“ผ่อนลมหายใจก่อนอัตราการเต้นของหัวใจเจ้ากำลังนำไปสู่วิกฤต ได้โปรดให้ข้าอธิบาย”


ระหว่างที่ความไม่ไว้วางใจสะท้อนผ่านดวงตาและการกระทำ สภาพอากาศส่งเสียงคำรามสะท้อนไปมาเหนือชั้นเมฆหมอก บางสิ่งพุ่งดิ่งลงมาจากฟากฟ้า


สิ่งมีชีวิตรูปร่างยักษ์ใหญ่ปรากฏหนามแหลมคมที่น่าเกรงขามงอกออกมาจากทุกสัดส่วน ปีกหุบลงลดแรงต้านอากาศ ดวงตาของมันส่องแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่น่าหวาดกลัว


สร้างกระแสลมรุนแรงระเบิดฟากฟ้าก่อกำเนิดพายุถล่มแผ่นดิน แรงสั่นสะเทือนทำลายหมู่บ้านลงตั้งแต่วินาทีแรกของความรู้สึก


นาธานโอบร่างที่บอบบางไว้ข้างกายมือของชายผู้นี้ ชูขึ้นเหนือศีรษะรอจังหวะพร้อมที่จะไขว่คว้าความตายที่อยู่ถัดไปสองช่วงลมหายใจ


ผ้าคลุมสีดำที่ขาดหลุดลุ่ยตีพัดอย่างบ้าคลั่งเฉกเช่นเดียวกับเส้นผมสีเหลืองบลอนด์สั้น ใบหน้ายิ้มแย้มของชายผู้นี้แปรเปลี่ยนสถานการณ์ให้สั่นสะท้านไปทั้งกาย


“คอยดูไว้นะฮ่าๆ!”


มังกรดิ่งทะยานร่างลงมาประชิดฝ่ามือเกราะโลหะ เกิดแสงสีขาววาดลวดลายขึ้นบนสัดส่วนของมัน หลายๆสิ่งถูกแยกออกจากกันราวดั่งภาพเขียนที่กำลังจัดแจงเลเยอร์


หมู่ควันร้อนระอุกระจายขึ้นสู่ฟากฟ้า


เครื่องในที่น่ารังเกียจถูกกองแยกออกจากเนื้อหนังและหัวใจของมัน นาธานรีบมุ่งตรงไปที่หัวใจอย่างตื่นเต้น แม้จากภายนอกมังกรสมควรที่จะตายลงทว่าเมื่อชายร่างผอมบางจ้องมองไปที่ดวงตาบนแผ่นหนังที่ไร้น้ำหนัก


‘มันยังคงขยับ’


“มาดูนี่สิ! เจ้าจำชื่อของตนได้ไหม”


เขายืนนิ่งอยู่พักใหญ่


“ผม..หยาง กวงเหยา”


‘ใช่นั่นคือฉัน ฉันจำได้’


กวงเหยาเดินตามไปยังหัวใจดวงใหญ่ที่ยังคงเต้นเป็นจังหวะหนัก


“ข้ามีเคล็ดลับหนึ่งจะบอกเจ้า ภายในหัวใจของมังกรจะมีปาฏิหาริย์สถิตอยู่ซึ่งเป็นไปตามการกลืนกินเหล่าผู้ครอบครองพลังปาฏิหาริย์หรือผู้สรรเสริญเข้าไป”


“สามารถสังเกตได้ผ่านพลังที่พวกมันโจมตีในช่วงเวลาที่ยังมีชีวิต แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเพราะถ้าเราค่อยๆผ่าหัวใจมันออก เจ้าจะสามารถมองเห็นประกายของแสงที่เป็นแหล่งกำเนิดของชีวิตที่พวกมันได้พรากไป ลองดูสิลองผ่ามันด้วยดาบเล่มนี้”


นาธานยื่นดาบโลหะหนักให้กวงเหยา


‘ไม่เข้าใจเลย นี่มันเรื่องอะไรกันล่ะเนี่ย’


ชายร่างบอบบางรับดาบที่หนักเกินแรงและพยายามลากมันจากพื้นสู่การฟันผ่าหัวใจที่เฉือนลงสัมผัสเพียงระยะผิวเผิน


“ถึงจะเกิดบาดแผลหรือถูกฟันผ่าเล็กน้อย แต่ความดีความชอบนี้จะสถิตอยู่กับเจ้าลองดูที่ฝ่ามือของตนสิ”


ดวงตามองต่ำลงที่ฝ่ามือ มีตัวเลขสองหลักปรากฏอยู่บนนั้นด้วยตัวอักษรสีดำเข้มชัดเจนมันเขียนตัวเลขที่สลักไว้ดังกล่าวคือ ‘48’


“มันคืออะไรหรอครับ”


“จำนวนที่มังกรตัวนี้ได้พรากชีวิตของมนุษย์ไป รายละเอียดมากเกินไปที่จะเล่าแต่จากที่เจ้าเห็นที่แห่งนี้ไม่ปลอดภัยรีบตามข้ามาเถิด”


ม้าที่ถูกผูกไว้ริมรั้วหมู่บ้านถูกปลดเชือกหนาบนลำคอ มันก้มกายลงให้นาธานขึ้นเหยียบตามด้วยก้าวเท้าลงพร้อมกับถ่ายเทน้ำหนักแก่สองฟากฝั่งอย่างสมดุล


จับมือของเกราะโลหะและออกแรงกายนั่งซ้อนบนหลังม้า ก่อนเริ่มออกเดินทางนาธานควักสมุดบันทึกเล่มเล็กขึ้นมาจดบางสิ่ง


เสียงของการเร่งฝีเท้าของเกือกม้าเหยียบกระทบบนผืนหญ้าจนก่อให้เกิดรอยย่ำ ความเร็วของมันเริ่มเพิ่มขึ้นผ่านกองซากศพระหว่างเส้นทาง


ธงมากมายถูกเผาไหม้จนไม่สามารถคาดเดาถึงลักษณะภาพเชิงสัญลักษณ์


ร่องรอยที่เกิดขึ้นราวกับเกิดสงครามใหญ่บนเนินเขาสูงที่อยู่ท่ามกลางป่าทึบ ผ่านต้นไม้สูงที่อุดมไปด้วยธรรมชาติที่คอยส่งเสียงกระซิบอยู่ตลอดเวลา


ระหว่างเส้นทางนาธานก็เริ่มกล่าวบางสิ่ง


“มีหลายครั้งที่ข้าพยายามคว้านบางสิ่งจากภายนอกหมอกสีคราม มันเป็นความพยายามในการตามหาวิธีการหลุดพ้นจากมัน”


กลายเป็นการเล่าเรื่องยาวที่ชวนให้ตั้งใจฟัง


“สุดท้ายแล้วการทดลองครั้งที่สี่ร้อยยี่สิบสามก็สำเร็จจากที่ทุกครั้งจะคว้ากลับมาเพียงอุปกรณ์ประหลาดหรือสิ่งแปลกปลอมที่มีชีวิตแต่มันไม่ใช่มนุษย์ ข้าคอยทดลองสิ่งนี้มายาวนานด้วยปาฏิหาริย์แห่งองค์ประกอบที่ข้าครอบครอง”


‘ปาฏิหาริย์คล้ายคลึงกับพลังเวทย์หรือเปล่านะ’


“อย่าลืมสิข้าเห็นความคิดของเจ้าและได้ยินเช่นกัน พลังเวทย์เป็นศัพท์ที่น่าสนใจมันเหมือนกับเป็นหนึ่งในคำสำคัญของภาษาโบราณแต่ข้าสามารถคาดเดาความหมาย”


“แต่ถึงกระนั้นข้าก็จะกล่าวอย่างตรงไปตรงมา เพราะการทดลองของข้าทำให้เจ้าได้ปรากฏมาสู่ที่แห่งนี้ มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหาคำตอบและดูท่าทีกับเครื่องแต่งกายแล้วเจ้าคงจะไม่ใช่คนจากภายใต้ฟากฟ้าสีนี้เป็นแน่”


กวงเหยาไม่ตอบโต้เพื่อไม่ยืนยันสิ่งที่นาธานคาดคิด


เขาเริ่มเข้าใจสถานการณ์มากขึ้นโดยไม่ตื่นตระหนกจนน่าเกลียด ส่วนหนึ่งมันอาจไม่ใช่การยอมรับแต่เป็นการเฝ้ามองสถานการณ์ให้มากก่อนที่จะตัดสิน


‘รู้สึกตัวอีกครั้งในโลกที่แตกต่าง..นี่มันเป็นเรื่องตลกอะไรกัน’


ดวงตาที่ไร้เรี่ยวแรงจ้องมองแผ่นหลังของชุดเกราะด้วยสายตาที่ว่างเปล่า หลายๆสิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่น่าเชื่อแต่มันกลับทำให้กวงเหยายิ้มขึ้น


เผชิญหน้ากับแสงที่สาดส่องผ่านดวงตา ป้อมปราการขนาดใหญ่บนตีนเขาเปิดประตูโลหะต้อนรับ


เสียงของดนตรีดังไปทั่วสารทิศขณะม้าถูกจูงโดยอัศวินที่สวมผ้าคลุมสีดำแบบเดียวกับนาธาน ผ่านเข้าสู่แผ่นดินขนาดย่อมภายในป้อมปราการสูงสี่เหลี่ยมจัตุรัส


ภายในที่แห่งนี้มีลักษณะไม่ต่างจากแคมป์นักผจญภัยหรือนักรบที่ก่อไฟตีอาวุธกันอย่างป่าเถื่อน อาหารถูกล่าและแจกจ่ายบนโต๊ะกลาง


เหล่าศพของมนุษย์ที่เสียชีวิตถูกแขวนเป็นเครื่องเตือนใจแห่งการสูญเสีย


ภายใต้ร่มเงาของหมู่ธงสีทมิฬที่มีองค์ประกอบของลูกศรหันหัวชี้ขึ้นสู่ฟากฟ้า เพ่งเล็งเป็นนัยน์แฝงแผลงอิฐฤทธิ์แห่งจุดสูงสุดบนยอดนภากว้าง วางรากฐานเป็นเป้าหมายสูงสุดและส่องสยายสร้างแสงสว่างไสวแก่ผืนผ้าไร้วิญญาณแด่ทิศทั้งสี่อันเป็นนิรันด์


ซึ่งปกคลุมด้วยด้วยการเติบใหญ่ของต้นไม้โบราณ ความเก่าแก่หลายพันปีเสริมสร้างขนาดที่เหนือกว่าจินตนาการ


“ยินดีต้อนรับสู่ใต้ธงแห่งมหาอำนาจสูงสุดของแผ่นดินทวีปศูนย์กลาง ต่อไปนี้ชีวิตของเจ้าจะได้รับการปกป้องจากองค์กรดันเจี้ยน”