เหล่าแสงดาราหยดประกายจากผลึกความคิด ผีเสื้อบินไต่ตอมต่อเติมสิ่งที่ขาดหายเหนือร่างที่แหลกเหลว แขนสีซีดโอบกอดทุกสรรพชีวิตและกลืนกินเสียงสุดท้ายแห่งแหล่งกำเนิด ประกายแสงแห่งความหวังเป็นนิรันดร์ที่ถูกลืม
แฟนตาซี,อวกาศ,ดวงดาว,ปาฏิหาริย์,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์เหล่าแสงดาราหยดประกายจากผลึกความคิด ผีเสื้อบินไต่ตอมต่อเติมสิ่งที่ขาดหายเหนือร่างที่แหลกเหลว แขนสีซีดโอบกอดทุกสรรพชีวิตและกลืนกินเสียงสุดท้ายแห่งแหล่งกำเนิด ประกายแสงแห่งความหวังเป็นนิรันดร์ที่ถูกลืม
༶・・。*゚✲*☆✧*゚✲*☆・・༶
✦ Miracle Protector | ผู้ปกป้องปาฏิหาริย์ ✦
✧
ประวัติศาสตร์ถูกขีดเขียนด้วยโลหิต
ตราบาปแห่งการสูญเสีย
คือ การเสียสละ
✦༶・・。*゚✲*☆✧*゚✲*☆・・༶✦
จุดเริ่มต้นแห่งความโกลาหลชักนำความตายมาเยือนโลกทั้งใบก่อกำเนิดผู้ฝ่าฝืนปาฏิหาริย์ผู้ล้มล้างชีวิตนับล้าน
สงครามกัดกินจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์
"จงมอบอิสรภาพให้ผู้คนที่พบเห็น จงถือแสงที่สามารถมองเห็นตนยามค่ำคืน จงแบ่งอาหารให้ผู้ขาดแคลนและผู้คดโกงโดยเจตนา ได้โปรดจงตามมาเหล่าผู้สรรเสริญแห่งปาฏิหาริย์"
✧
นิยายเรื่องนี้เป็นเนื้อหาจักรวาลเดียวกับ
Miracle Violator | ผู้ฝ่าฝืนปาฏิหาริย์
อึก
เบิกตาขึ้นเผชิญภาพที่พร่ามัว สัมผัสถึงลมจางๆ บริเวณต้นคอและเส้นผม
กล้ำกลืนฝืนทนพยุงกายที่อ่อนแอลุกขึ้นจากพื้นแห้งที่เหม็นอับ เดินโซซัดโซเซไปยังแสงหนึ่งเดียวจากทางออก เช็ดหยดน้ำบนดวงตาและสลัดความงัวเงียด้วยการส่ายหน้าเบาๆ
จ้องตรงไปยังเบื้องหน้าปรับปรุงความชัดของแสงสู่ระดับสายตา ไต่ระดับความรู้สึกกลับมาสู่ภาวะปกติ
‘ที่นี่..’
‘ที่ไหนกัน’
ปลายเท้าสีซีดเหยียบลงบนผืนหญ้า ท่ามกลางราตรีที่มืดมน สีครามของฟากฟ้ามืดครึ้มยิ่งกว่าห้วงความฝันมันพยายามลุกลามทุกช่วงเวลา
กลืนกินชั้นบรรยากาศไร้อาณาเขตและกระจายช่วงสีอันบ้าคลั่งประดุจคลื่นมหาสมุทรที่มีชีวิต
ไร้ซึ่งสัญญาณใดตอบรับ จนพึ่งจำความเดิมได้จากภาพความคิดที่เจือจาง
‘ชายผู้นั้นใช้ภาษาอังกฤษแต่ทำไมถึงสามารถอ่านความคิดของเราได้..ทั้งที่ฉันใช้ภาษาจีนกลาง’
‘ทั้งชุดเกราะและสถานการณ์ไม่มีทางที่…จะเป็นโลกที่ฉันรู้จัก ต้องรีบตามหาชายผู้นั้น..และทวงถามทุกสิ่ง’
ภายในหมู่บ้านขนาดเล็กที่อุดมสมบูรณ์ ไม่มีผู้ใดให้สังเกตเห็น มือที่สั่นเทาเคลื่อนขึ้นกุมอกแน่นพลางทรุดลงอย่างอ่อนแรง เฝ้ารอการผ่านพ้นของลมหนาวที่กัดกินร่างกาย
ภูมิคุ้มกันทางจิตใจจึงสร้างเกราะทางความคิด สำรวจไปตามความมืดเฝ้ามองหาการมีอยู่ของชีวิต
น่าเสียดาย
ผู้คนที่พบเห็นนั้นได้กลายเป็นศพไปเสียหมด
เขานำมือขึ้นกุมใบหน้ายับยั้งการอาเจียนหนักที่ปะทุขึ้นในลำคอ ลมหายใจที่เริ่มผ่อนปรนกลับมาหนักหน่วง ความร้อนผ่าวกระจายตัวผ่านร่างกายตอบรับสภาพจิตใจที่สับสน
เส้นผมสีเหลืองลอนด์ยาวพัดไปตามกระแสลม ประปรายกระทบใบหน้าตั้งแต่จมูกจรดริมฝีปาก กลืนกินพื้นที่บนรอยยิ้มและลดระยะของทัศนวิสัย
เสียงหนึ่งกล่าวขึ้นจากเบื้องหลัง
“เจ้าเริ่มเข้าใจทุกสิ่งรอบกายแล้วใช่ไหม”
เมื่อหันขวับกลับไปฝูงผีเสื้อส่องแสงต่างบินรายล้อมไต่ตอมเสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อน มันเริ่มชำระคราบสกปรกและสยายปีกอันงดงามกลับสู่ฝ่ามือของชายเบื้องหน้า
“มันคือผีเสื้อจากเพื่อนของข้า แสงสว่างแรกของโลกใบนี้ สิ่งนี้จะปกป้องผู้คนที่ควรค่าแก่ความดีงาม”
ริมฝีปากซีดจางเริ่มเคลื่อนขยับ
“ท่าน..คือใครกัน”
“ข้าคือ นาธาน เฮอราจ ผู้ที่ได้นำเจ้ามาจากพื้นที่ภายนอกของหมอกสีคราม ยังมีอีกหลายสิ่งที่ข้าจำเป็นต้องเล่าแต่เจ้าจะต้องรีบกลับไปกับข้าก่อน”
ร่างกายที่นิ่งสงบจ้องมองเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ผิดแปลก ความเข้าใจของเขาแตกหักเป็นเศษแก้ว ความเป็นจริงที่พบเห็นแตกต่างจากคำตอบที่จิตใต้สำนึกปรารถนา
เหนือสิ่งอื่นใดมันต้องไม่ใช่แบบนี้ เขาหยุดนิ่งเฝ้านึกคำนึงถึงภาษาที่สองอย่างใจเย็นแต่ยังแฝงความรู้สึกปะปนผ่านสีหน้าพะอืดพะอม
“ไปที่ใดกัน..ที่แห่งนี้คือที่ใด ฉันอยู่ที่ไหนกันแน่!”
นาธานผายมือออกพยายามแสดงท่าทีเป็นมิตร
“ผ่อนลมหายใจก่อนอัตราการเต้นของหัวใจเจ้ากำลังนำไปสู่วิกฤต ได้โปรดให้ข้าอธิบาย”
ระหว่างที่ความไม่ไว้วางใจสะท้อนผ่านดวงตาและการกระทำ สภาพอากาศส่งเสียงคำรามสะท้อนไปมาเหนือชั้นเมฆหมอก บางสิ่งพุ่งดิ่งลงมาจากฟากฟ้า
สิ่งมีชีวิตรูปร่างยักษ์ใหญ่ปรากฏหนามแหลมคมที่น่าเกรงขามงอกออกมาจากทุกสัดส่วน ปีกหุบลงลดแรงต้านอากาศ ดวงตาของมันส่องแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่น่าหวาดกลัว
สร้างกระแสลมรุนแรงระเบิดฟากฟ้าก่อกำเนิดพายุถล่มแผ่นดิน แรงสั่นสะเทือนทำลายหมู่บ้านลงตั้งแต่วินาทีแรกของความรู้สึก
นาธานโอบร่างที่บอบบางไว้ข้างกายมือของชายผู้นี้ ชูขึ้นเหนือศีรษะรอจังหวะพร้อมที่จะไขว่คว้าความตายที่อยู่ถัดไปสองช่วงลมหายใจ
ผ้าคลุมสีดำที่ขาดหลุดลุ่ยตีพัดอย่างบ้าคลั่งเฉกเช่นเดียวกับเส้นผมสีเหลืองบลอนด์สั้น ใบหน้ายิ้มแย้มของชายผู้นี้แปรเปลี่ยนสถานการณ์ให้สั่นสะท้านไปทั้งกาย
“คอยดูไว้นะฮ่าๆ!”
มังกรดิ่งทะยานร่างลงมาประชิดฝ่ามือเกราะโลหะ เกิดแสงสีขาววาดลวดลายขึ้นบนสัดส่วนของมัน หลายๆสิ่งถูกแยกออกจากกันราวดั่งภาพเขียนที่กำลังจัดแจงเลเยอร์
หมู่ควันร้อนระอุกระจายขึ้นสู่ฟากฟ้า
เครื่องในที่น่ารังเกียจถูกกองแยกออกจากเนื้อหนังและหัวใจของมัน นาธานรีบมุ่งตรงไปที่หัวใจอย่างตื่นเต้น แม้จากภายนอกมังกรสมควรที่จะตายลงทว่าเมื่อชายร่างผอมบางจ้องมองไปที่ดวงตาบนแผ่นหนังที่ไร้น้ำหนัก
‘มันยังคงขยับ’
“มาดูนี่สิ! เจ้าจำชื่อของตนได้ไหม”
เขายืนนิ่งอยู่พักใหญ่
“ผม..หยาง กวงเหยา”
‘ใช่นั่นคือฉัน ฉันจำได้’
กวงเหยาเดินตามไปยังหัวใจดวงใหญ่ที่ยังคงเต้นเป็นจังหวะหนัก
“ข้ามีเคล็ดลับหนึ่งจะบอกเจ้า ภายในหัวใจของมังกรจะมีปาฏิหาริย์สถิตอยู่ซึ่งเป็นไปตามการกลืนกินเหล่าผู้ครอบครองพลังปาฏิหาริย์หรือผู้สรรเสริญเข้าไป”
“สามารถสังเกตได้ผ่านพลังที่พวกมันโจมตีในช่วงเวลาที่ยังมีชีวิต แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเพราะถ้าเราค่อยๆผ่าหัวใจมันออก เจ้าจะสามารถมองเห็นประกายของแสงที่เป็นแหล่งกำเนิดของชีวิตที่พวกมันได้พรากไป ลองดูสิลองผ่ามันด้วยดาบเล่มนี้”
นาธานยื่นดาบโลหะหนักให้กวงเหยา
‘ไม่เข้าใจเลย นี่มันเรื่องอะไรกันล่ะเนี่ย’
ชายร่างบอบบางรับดาบที่หนักเกินแรงและพยายามลากมันจากพื้นสู่การฟันผ่าหัวใจที่เฉือนลงสัมผัสเพียงระยะผิวเผิน
“ถึงจะเกิดบาดแผลหรือถูกฟันผ่าเล็กน้อย แต่ความดีความชอบนี้จะสถิตอยู่กับเจ้าลองดูที่ฝ่ามือของตนสิ”
ดวงตามองต่ำลงที่ฝ่ามือ มีตัวเลขสองหลักปรากฏอยู่บนนั้นด้วยตัวอักษรสีดำเข้มชัดเจนมันเขียนตัวเลขที่สลักไว้ดังกล่าวคือ ‘48’
“มันคืออะไรหรอครับ”
“จำนวนที่มังกรตัวนี้ได้พรากชีวิตของมนุษย์ไป รายละเอียดมากเกินไปที่จะเล่าแต่จากที่เจ้าเห็นที่แห่งนี้ไม่ปลอดภัยรีบตามข้ามาเถิด”
ม้าที่ถูกผูกไว้ริมรั้วหมู่บ้านถูกปลดเชือกหนาบนลำคอ มันก้มกายลงให้นาธานขึ้นเหยียบตามด้วยก้าวเท้าลงพร้อมกับถ่ายเทน้ำหนักแก่สองฟากฝั่งอย่างสมดุล
จับมือของเกราะโลหะและออกแรงกายนั่งซ้อนบนหลังม้า ก่อนเริ่มออกเดินทางนาธานควักสมุดบันทึกเล่มเล็กขึ้นมาจดบางสิ่ง
เสียงของการเร่งฝีเท้าของเกือกม้าเหยียบกระทบบนผืนหญ้าจนก่อให้เกิดรอยย่ำ ความเร็วของมันเริ่มเพิ่มขึ้นผ่านกองซากศพระหว่างเส้นทาง
ธงมากมายถูกเผาไหม้จนไม่สามารถคาดเดาถึงลักษณะภาพเชิงสัญลักษณ์
ร่องรอยที่เกิดขึ้นราวกับเกิดสงครามใหญ่บนเนินเขาสูงที่อยู่ท่ามกลางป่าทึบ ผ่านต้นไม้สูงที่อุดมไปด้วยธรรมชาติที่คอยส่งเสียงกระซิบอยู่ตลอดเวลา
ระหว่างเส้นทางนาธานก็เริ่มกล่าวบางสิ่ง
“มีหลายครั้งที่ข้าพยายามคว้านบางสิ่งจากภายนอกหมอกสีคราม มันเป็นความพยายามในการตามหาวิธีการหลุดพ้นจากมัน”
กลายเป็นการเล่าเรื่องยาวที่ชวนให้ตั้งใจฟัง
“สุดท้ายแล้วการทดลองครั้งที่สี่ร้อยยี่สิบสามก็สำเร็จจากที่ทุกครั้งจะคว้ากลับมาเพียงอุปกรณ์ประหลาดหรือสิ่งแปลกปลอมที่มีชีวิตแต่มันไม่ใช่มนุษย์ ข้าคอยทดลองสิ่งนี้มายาวนานด้วยปาฏิหาริย์แห่งองค์ประกอบที่ข้าครอบครอง”
‘ปาฏิหาริย์คล้ายคลึงกับพลังเวทย์หรือเปล่านะ’
“อย่าลืมสิข้าเห็นความคิดของเจ้าและได้ยินเช่นกัน พลังเวทย์เป็นศัพท์ที่น่าสนใจมันเหมือนกับเป็นหนึ่งในคำสำคัญของภาษาโบราณแต่ข้าสามารถคาดเดาความหมาย”
“แต่ถึงกระนั้นข้าก็จะกล่าวอย่างตรงไปตรงมา เพราะการทดลองของข้าทำให้เจ้าได้ปรากฏมาสู่ที่แห่งนี้ มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหาคำตอบและดูท่าทีกับเครื่องแต่งกายแล้วเจ้าคงจะไม่ใช่คนจากภายใต้ฟากฟ้าสีนี้เป็นแน่”
กวงเหยาไม่ตอบโต้เพื่อไม่ยืนยันสิ่งที่นาธานคาดคิด
เขาเริ่มเข้าใจสถานการณ์มากขึ้นโดยไม่ตื่นตระหนกจนน่าเกลียด ส่วนหนึ่งมันอาจไม่ใช่การยอมรับแต่เป็นการเฝ้ามองสถานการณ์ให้มากก่อนที่จะตัดสิน
‘รู้สึกตัวอีกครั้งในโลกที่แตกต่าง..นี่มันเป็นเรื่องตลกอะไรกัน’
ดวงตาที่ไร้เรี่ยวแรงจ้องมองแผ่นหลังของชุดเกราะด้วยสายตาที่ว่างเปล่า หลายๆสิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่น่าเชื่อแต่มันกลับทำให้กวงเหยายิ้มขึ้น
เผชิญหน้ากับแสงที่สาดส่องผ่านดวงตา ป้อมปราการขนาดใหญ่บนตีนเขาเปิดประตูโลหะต้อนรับ
เสียงของดนตรีดังไปทั่วสารทิศขณะม้าถูกจูงโดยอัศวินที่สวมผ้าคลุมสีดำแบบเดียวกับนาธาน ผ่านเข้าสู่แผ่นดินขนาดย่อมภายในป้อมปราการสูงสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ภายในที่แห่งนี้มีลักษณะไม่ต่างจากแคมป์นักผจญภัยหรือนักรบที่ก่อไฟตีอาวุธกันอย่างป่าเถื่อน อาหารถูกล่าและแจกจ่ายบนโต๊ะกลาง
เหล่าศพของมนุษย์ที่เสียชีวิตถูกแขวนเป็นเครื่องเตือนใจแห่งการสูญเสีย
ภายใต้ร่มเงาของหมู่ธงสีทมิฬที่มีองค์ประกอบของลูกศรหันหัวชี้ขึ้นสู่ฟากฟ้า เพ่งเล็งเป็นนัยน์แฝงแผลงอิฐฤทธิ์แห่งจุดสูงสุดบนยอดนภากว้าง วางรากฐานเป็นเป้าหมายสูงสุดและส่องสยายสร้างแสงสว่างไสวแก่ผืนผ้าไร้วิญญาณแด่ทิศทั้งสี่อันเป็นนิรันด์
ซึ่งปกคลุมด้วยด้วยการเติบใหญ่ของต้นไม้โบราณ ความเก่าแก่หลายพันปีเสริมสร้างขนาดที่เหนือกว่าจินตนาการ
“ยินดีต้อนรับสู่ใต้ธงแห่งมหาอำนาจสูงสุดของแผ่นดินทวีปศูนย์กลาง ต่อไปนี้ชีวิตของเจ้าจะได้รับการปกป้องจากองค์กรดันเจี้ยน”