อีตานั่นมันเป็นใคร เงินมากนักหรือไง ถึงมาจ้างใครต่อใครไปเป็นแฟน

ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก - ตอนที่ 5 เกินสัญญาของการเป็นเมีย โดย B.LoveToMelt @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,รัก,ยุคปัจจุบัน,ไทย,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,รัก,ยุคปัจจุบัน,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก โดย B.LoveToMelt @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

อีตานั่นมันเป็นใคร เงินมากนักหรือไง ถึงมาจ้างใครต่อใครไปเป็นแฟน

ผู้แต่ง

B.LoveToMelt

เรื่องย่อ

เรื่องย่อ

นามปากกา : B.LoveToMelt

.

ในคืนแรกของการทำงานในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง คีย์ต้องมาเจอกับลูกค้าบ้าอำนาจที่คิดว่าเงินจะสามารถซื้อได้ทุกอย่าง เงินก้อนโตที่ถูกโยนมาวางไว้ตรงหน้านั้นเขาคงคิดว่ามันจะสามารถกุมชะตาของโลกใบนี้เอาไว้ได้

หากไม่เพราะคีย์ต้องหาเงินมาจ่ายค่าเทอมให้ได้ก่อนปิดภาค เขาคงไม่รับข้อเสนอที่แสนจะเผด็จการนี้อย่างแน่นอน

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

.

.

สารบัญ

ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 1 เธอจะยอมเป็นเมียฉันมั้ย,ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 2 หน้าที่แรกของเมีย,ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 3 คนเย็นชาราวกับไม่รู้จักความรัก,ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 4 สนามรัก,ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 5 เกินสัญญาของการเป็นเมีย,ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 6 คนรักที่แท้จริง (จบ)

เนื้อหา

ตอนที่ 5 เกินสัญญาของการเป็นเมีย

ตอนที่ 5

เกินสัญญาของการเป็นเมีย

 

“คุณตินครับ ไหนคุณบอกว่า…”

หลังจากที่คุณกฤตินประเคนรักให้กับผมจนอิ่มหนำแทบจะกระอักออกมาเป็นน้ำรัก เราสองคนก็นอนแช่อยู่ในอ่างฟองฟูฟ่องอย่างสบายอารมณ์ ร่างกายของผมเบาหวิวเหมือนขนนก แม้จะรู้สึกปวดหน่วงอยู่บ้างที่ตรงนั้นก็ตาม

“เธอไม่ต้องห่วงหรอก ฉันรู้กฎของฉันดี เมื่อถึงเวลาฉันจะปล่อยเธอไปเอง”

“ปล่อยงั้นเหรอครับ?”

“ใช่ ทำไมล่ะ หรือเธอติดใจรสรักของฉันไปซะแล้ว หึ…เธอสบายใจได้ ฉันจ้างเธอมาเป็นเมีย ก็เพื่อหาทางดัดหลังคนที่บ้านของฉันเท่านั้นแหละ ที่เอาแต่คอยหาคู่ให้ฉันอยู่ได้ไม่เว้นแต่ละวัน”

“ก็ถ้าทำแค่นั้น แล้วทำไมคุณถึงทำกับผมขนาดนี้ล่ะครับ คุณเห็นผมเป็นอะไร?”

“ก็เป็นเมียไง ตอนนี้เธอเป็นเมีย หน้าที่ของเธอมันก็มีเท่านี้ ฉันไม่ได้จ้างเธอมาแสดงเป็นเมียหรือเป็นผู้ช่วยของฉัน แต่ฉันจ้างเธอมาเป็นเมียของฉันจริง ๆ วันหนึ่งเมื่อทุกอย่างจบเราก็แค่แยกทาง มันเข้าใจยากตรงไหน?”

“ผม?”

ผมจุกอกกับคำตอบนั้นจนพูดไม่ออก แต่ผมก็พยายามกลั้นใจ และยอมรับความเป็นจริงให้ได้ จะบอกว่าผมติดใจรสรักของคุณกฤตินอันนี้ก็ว่าได้ แต่นอกจากเรื่องนั้นแล้ว ผมกลับรู้สึกขาดผู้ชายคนนี้ไม่ได้ไปเสียแล้ว

จากคราวแรกที่คิดว่าจะเป็นแค่เรื่องของธุรกิจและข้อตกลงระยะสั้นเท่านั้น แต่เหมือนตอนนี้ ผมกำลังเอาหัวใจของผมลงไปเล่นด้วยเสียแล้ว

.

.

“เอ่อ ถ้างั้นเดี๋ยวผมไปเอาผ้าเช็ดตัวมาให้นะครับ”

“เธอจะรีบไปไหน ฉันเพิ่งลงแช่ในอ่างไม่ถึงชั่วโมงเองนะอยู่ต่ออีกหน่อยสิ”

น้ำเสียงอ้อนวอนของคุณกฤตินมันดูอ่อนโยนเสียจนทำให้ผมเกือบจะอ่อนระทวย แต่ผมก็ต้องใจแข็งเอาไว้ เพราะสถานะของผมในเวลานี้ มันก็ไม่ต่างอะไรจากเมียเช่าทั่วไป ที่เมื่อหมดความหมายหมดความสำคัญ เขาก็คงจะเลิกจ้างแล้วปล่อยให้ผมเดินตามทางอย่างไม่ไยดี

“ถ้าอย่างนั้นคุณกฤตินจะให้ผมทำอะไรล่ะครับ ในเมื่อหลังจากนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไรให้ผมทำแล้ว”

“มีสิ เธอยังไม่ได้ขัดหลังให้ฉันเลยนะ”

ผมแอบเถียงอยู่ในใจ ผมแน่ใจว่าเมื่อตะกี้ผมขัดหลังให้กับคุณกฤตินไปแล้ว แต่ก็เอาเถอะ ทำเพิ่มอีกสักหน่อยคงไม่เป็นไร คุณกฤตินขยับตัวเองมานั่งอยู่ตรงกลาง ชันเข่าจนโผล่เลยผิวน้ำแล้วโน้มตัวลงไปโอบกอดขาทั้งสองของตัวเอง ซบหน้าลงบนหัวเขาอยู่อย่างนั้น

ภาพที่ผมเห็นในเวลานี้ หากไม่รู้ผมคงคิดว่าคุณกฤตินกำลังคิดมากเรื่องบางอย่างอยู่แน่ ๆ แต่ผมก็ไม่กล้าทักถามออกไป จากเรื่องราวที่เพิ่งจะเจอมา ผมก็พอจะเดาออกว่าบ้านหลังนั้นคงจะวุ่นวายพอควร

ฟองน้ำถูกหยิบขึ้นมาจากที่วางอีกครั้ง ผมจุ่มน้ำในอ่างแล้วกดสบู่เหลวก่อนที่จะใช้ฟองน้ำนั้นขัดถู ตั้งแต่ต้นคอลงไปจนถึงกลางหลัง แล้วลากยาวลงไปถึงด้านล่างที่อยู่ใต้น้ำนั้น

“คุณตินมีอะไรไม่สบายใจเล่าให้ผมฟังได้นะครับ”

ถึงผมคิดว่าจะทำทีเป็นเมินเฉย แต่ผมก็อดเป็นห่วงคุณกฤตินไม่ได้ ตำแหน่งของผมกับคุณกฤตินในเวลานี้สลับกัน ผมมานั่งอยู่ด้านหลังแต่ยังคงอยู่ในอ่างเดียวกันกับคุณกฤติน แล้วใช้ฟองน้ำขัดหลังของคุณกฤตินไปเรื่อย ๆ พร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง

ชายหนุ่มเเผ่นหลังกว้าง นิ่งเงียบงันอยู่แบบนั้นสักพักนึง แล้วก็ตอบผมออกมาอย่างเย็นชา แต่ถึงจะอย่างนั้น ผมก็รู้สึกถึงความเปิดรับในความหวังดีของผมอยู่เล็กน้อย ถึงจะดูเหมือนกับว่าไม่ได้มั่นใจในความหวังดีของผมสักเท่าไรนัก แต่จากน้ำเสียงแล้ว…มันก็กลับสื่อไปในทางตรงกันข้าม

“อย่างเธอน่ะเหรอ…”

“ทำไมเหรอครับ คนอย่างผมมันทำไมล่ะครับ?”

“เธอก็น่าจะเห็น ว่าครอบครัวของฉันเป็นยังไง มีแต่พวกคนบ้า พวกเป็นโรคประสาท ฉันไม่อยากอยู่ในบ้านหลังนั้นแม้แต่สักวินาทีเดียว ถ้าฉันออกมาได้ฉันก็คงออกมาแล้ว”

“แล้วทำไมถึงไม่ออกมาล่ะครับ คนที่ดูเด็ดขาดอย่างคุณติน เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะตัดสินใจยากเลยนี่ครับ แล้วอีกอย่างคุณก็มีเงินมากมายถึงขนาดนี้ ถ้าจะแยกตัวออกมาจากคนพวกนั้นก็ไม่น่าจะยากอะไร”

“ฉันถึงบอกไง ว่าคนอย่างเธอจะไปรู้อะไร”

“ก็ในเมื่อผมไม่รู้ ถ้าอย่างนั้นก็เล่าให้ผมรู้สิครับผมจะได้ช่วยปลอบคุณตินให้ตรงจุด”

“เรื่องพวกนี้มันซับซ้อนเกินกว่าคนนอกอย่างเธอจะรู้ได้ ฉันว่า…เธออย่ามายุ่งกับฉันดีกว่า”

“งั้นก็ได้ครับ”

ผมพูดแล้วก็วางฟองน้ำขัดตัวเอาไว้ด้านข้าง ก่อนจะลุกเดินเปลือยเปล่าออกไป แต่ยังไม่ทันเดินไปได้ไม่กี่ก้าว คุณกฤตินก็คว้ามือของผมไว้แล้วดึงกลับมา

เมื่อผมหันไปมองหน้า ผมก็ต้องพบเจอกับสายตาที่ผมกลัวที่สุด สายตาอ้อนวอนราวกับร้องขอให้ผมอยู่ตรงนั้น จนผมสุดท้ายแล้วก็ต้องยอมใจอ่อนแล้วนั่งกลับลงไปที่เดิม

“นี่เธอจะไปไหน กำลังจะทิ้งฉันไปอีกคนหรือไง?”

คำถามที่ดูอ้างว้างนั้นทำให้ผมแทบจะร้องไห้ออกมา ผมสัมผัสได้ถึงความมืดดำไร้แสงสว่างของความรู้สึกที่หลบซ่อนอยู่ข้างใน คนที่ดูหยาบกระด้างไร้ความรักอย่างชายที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้ แต่ความจริงแล้วเขากลับดูว้าเหว่และเคว้งคว้างมากกว่าที่ใครจะรู้

“เปล่าสักหน่อยนี่ครับ ผมไม่ได้จะออกไปไหน”

“ก็เห็นอยู่ว่าเธอกำลังจะเดินออกไป”

“ก็ผมขัดหลังให้คุณตินเสร็จแล้วนี่ครับ แล้วอีกอย่าง นอกจากการเป็นเมียกำมะลอนี้ผมก็ไม่ได้มีหน้าที่อะไรที่จะต้องมารับรู้ปัญหาในครอบครัวของคุณตินไม่ใช่เหรอครับ ถ้าอย่างนั้น จะให้ผมนั่งจ้องหน้าโดยไม่พูดอะไรให้มันอึดอัดไปทำไม…”

“นี่เธอ…กำลังงอนฉันเหรอ?”

“เปล่าครับ ผมไม่ได้งอนสักหน่อย”

คุณกฤตินจ้องหน้าผมนิ่ง ในช่วงเวลาห้าวินาทีนั้นมันทำให้หัวใจของผมเต้นโครมครามเหมือนระเบิดปรมาณู ที่กำลังจะปะทุอยู่ด้านใน ใบหน้าของผมแดงก่ำและร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกกระหายอยากกับเรื่องอย่างว่า แต่มันคือความรู้สึกพิเศษที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายมันออกมาว่ายังไงเหมือนกัน

“ถ้าอย่างนั้น เธออยากจะรู้เรื่องของครอบครัวของฉันไปทำไม?”

“ผมไม่ได้อยากรู้หรอกครับ ผมเห็นคุณไม่สบายใจ ผมก็เลยแค่อยากจะให้คุณระบายมันออกมาบ้าง แต่ถ้ามันเป็นความลับก็ไม่เป็นไรนี่ครับ เพราะถึงยังไงเดี๋ยวอีกไม่นานฐานะเมียของผมมันก็จะถูกยกเลิกแล้วไม่ใช่หรือไง?”

“แล้วเธออยากจะเป็นเมียของฉันจริง ๆ หรือไง คนที่ทั้งใจร้ายไม่มีความรู้สึก หยาบกระด้างทำทุกอย่างไร้ค่า และแก้ปัญหาได้ด้วยเงิน เธออยากได้คนแบบนี้เข้ามาในชีวิตของเธอจริง ๆ งั้นเหรอ?”

“ผมไม่ได้คิดแบบนั้นนะครับคุณติน”

“ปากเธอบอกไม่ได้คิด แต่สายตาของเธอมันยอมรับออกมาจนหมดแล้วว่าทุกสิ่งที่ฉันพูดนั้นมันคือเรื่องจริง”

ในระหว่างที่ผมกำลังหลงตัวเองและคิดว่าตัวเองคงจะมีประโยชน์มากกว่าการถูกจ้างให้เป็นเมียกำมะลอ จนเผลอคิดไปว่า ตัวเองคงจะเป็นเมียจริง ๆ และจะสามารถให้คำปรึกษาผู้ชายอย่างคุณกฤตินได้

คุณกฤตินก็คว้าข้อมือของผมแล้วกดล็อกเอาไว้ สายตาจ้องมองราวกับเกลียดผมสักร้อยชาติเห็นจะได้ แต่แววตาข้างในมันกลับสื่อไปอีกแบบ จนตอนนี้ผมไม่รู้แล้วว่าคุณกฤตินกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ และผมควรจะรู้สึกยังไงในสถานการณ์ตอนนี้

ชายหนุ่มใช้มืออีกข้างคว้าต้นคอของผมจนเซล้มเข้าไปหา ใบหน้าเย็นชาแต่ก็เจ้าชู้อยู่ในทีจ้องรออยู่ตรงหน้า ผมต้องใช้มือทั้งสองข้างยันขอบอ่างเอาไว้ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายดึงผมลงไปอยู่ในอ่างด้วยกันอีกครั้ง จนเกิดเรื่องน่าอายขึ้นมาอีก

“เธอไม่ต้องมาปลอบฉันหรอก เธอไม่มีทางเข้าใจคนอย่างฉัน เธอคิดว่าสิ่งที่เธอพูดฉันไม่เคยคิดอยู่หรือไง หากมันทำได้ ฉันคงไม่ต้องพึ่งเธอให้มาเป็นเมียจอมปลอมของฉันหรอก หน้าที่ของเธอตอนนี้ก็คือทำหน้าที่เมียของเธอให้ดีที่สุดก็แล้วกัน”

“หน้าที่เมียงั้นเหรอ ไหนคุณบอกว่า…”

“หึ…นี่เธอคงคิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วสินะ ก็ในเมื่อฉันจ้างเธอมาเป็นเมีย เธอก็ต้องทำหน้าที่เมียมันไม่ถูกหรือไง ส่วนกฎพวกนั้นฉันก็รู้ดี เพราะฉะนั้น หน้าที่เมียที่ฉันพูดถึง ฉันก็หมายถึงขอบเขตงานที่ฉันจ้าง เพราะถ้าเธอคิดจะมาปลอบใจฉันในฐานะเมียจริง ๆ แล้วละก็ เราก็คงต้องมาร่างสัญญากันใหม่ เพราะเธอคงต้องทำมากกว่าการร่วมสนุกกับฉันแค่ครั้งคราวอย่างเมื่อกี้…ฉันพูดเท่านี้คิดว่าเธอคงจะเข้าใจ”

.

.