อีตานั่นมันเป็นใคร เงินมากนักหรือไง ถึงมาจ้างใครต่อใครไปเป็นแฟน
ชาย-ชาย,รัก,ยุคปัจจุบัน,ไทย,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรักอีตานั่นมันเป็นใคร เงินมากนักหรือไง ถึงมาจ้างใครต่อใครไปเป็นแฟน
เรื่องย่อ
นามปากกา : B.LoveToMelt
.
ในคืนแรกของการทำงานในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง คีย์ต้องมาเจอกับลูกค้าบ้าอำนาจที่คิดว่าเงินจะสามารถซื้อได้ทุกอย่าง เงินก้อนโตที่ถูกโยนมาวางไว้ตรงหน้านั้นเขาคงคิดว่ามันจะสามารถกุมชะตาของโลกใบนี้เอาไว้ได้
หากไม่เพราะคีย์ต้องหาเงินมาจ่ายค่าเทอมให้ได้ก่อนปิดภาค เขาคงไม่รับข้อเสนอที่แสนจะเผด็จการนี้อย่างแน่นอน
.
.
นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…
ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ
.
.
ตอนที่ 3
คนเย็นชาราวกับไม่รู้จักความรัก
หนึ่งวันต่อมา
“ก่อนที่เธอจะเริ่มงานวันนี้ ฉันต้องแน่ใจก่อนว่า เธอจะไม่ทำอะไรที่มันเกินขอบเขตที่เราตกลงกัน เพราะงั้น ฉันจึงมีกฎอยู่นิดหน่อยสำหรับเรื่องนี้ ถ้าเธอทำได้งานก็จะเริ่มขึ้น แต่ถ้าทำไม่ได้ ทุกอย่างก็จะจบลงเลยทันที”
คำพูดนั้นทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาชอบกล คนที่ควรจะตั้งกฎมันควรจะเป็นผมไม่ใช่รึไง ถึงผมจะเป็นคนที่ถูกจ้าง แต่คนที่เสียประโยชน์คือผม ผมไม่ใช่คนที่จะเสนอตัวให้เขามาจ่ายเงินให้ผมตั้งแต่แรก ผมควรจะเป็นฝ่ายเสนอเงื่อนไขสำหรับการว่าจ้างนี้ต่างหาก
“เธอคงกำลังคิดว่าฉันกำลังทำเรื่องที่ไม่เป็นธรรมกับเธอใช่มั้ย? มันไม่แปลกหรอก เธอก็มีสิทธิ์ที่จะคิด แต่พอดีว่าฉันเป็นคนจ่ายเงิน แล้วเธอเองก็ไม่ได้อยู่ในจุดที่จะเลือกได้สักเท่าไหร่ ถ้าเธอไม่ยอมทำตามที่ฉันเสนอ เธอก็จะเรียนไม่จบเสียเวลาไปอีกหนึ่งปีกับศักดิ์ศรีโง่ ๆ แค่ไม่กี่เสี้ยววินาทีของเธอ”
“จะยังไงก็ว่ามาเถอะครับ ก็อย่างที่คุณบอก ตอนนี้ผมคงเลือกอะไรไม่ได้มาก ต่อให้คุณโอนเงินเข้ามาในบัญชีของผมแล้ว แต่คนอย่างคุณ คงมีวิธีที่จะเอาคืนสักร้อยพันวิธีได้มั้งถ้าผมไม่ทำตาม”
“เข้าใจง่ายแบบนี้ก็ดีสิ สำหรับงานต่อไป พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปที่งานเลี้ยงของครอบครัว เธออาจจะเจอใครต่อใครในงานนั้น แต่เธอไม่ต้องสนใจ หากเดินหนีได้ก็เดินหนี อย่าอธิบายอะไรให้ใครฟังเพราะมันไม่มีประโยชน์ เรื่องพวกนั้นมันยิ่งจะทำให้เธอเป็นขี้ปากของคนอื่น แล้วที่สำคัญ เมื่อเธอไปในฐานะของคนที่เป็นคู่ควงของฉัน ห้ามคุยกับคนอื่นโดยเฉพาะผู้ชาย…ฉันไม่ชอบ”
“ครับ คุณกฤติน”
“เรียกฉันว่าตินก็พอ”
“ครับ…คุณติน” คำพูดที่ตอบรับอย่างเชื่อฟังแต่ก็แข็งขืน มันทำให้คนที่กำลังออกคำสั่งอยู่ตรงหน้าผมเบือนหน้าหนีไปถอนหายใจอีกฝั่งหนึ่ง จนกระทั่ง…
คืนต่อมา
ผมถูกพาตัวออกจากงานเลี้ยงมาที่รถคันหรู ก่อนจะถูกดันตัวขึ้นไปนั่งแล้วปิดประตูอย่างรวดเร็ว มันเป็นบรรยากาศที่เกือบจะโรแมนติก หากทุกอย่างจะนุ่มนวลมากกว่านี้ แต่ก็อย่างที่เห็น ด้วยเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ในงานนั้น หากมัวแต่ชักช้า คุณกฤตินก็คงจะออกจากคฤหาสน์นี้ไม่ได้อย่างแน่นอน
รถสีแดงสดบึ่งออกไปยังท้องถนนใหญ่ บรรยากาศในรถมันช่างเงียบเชียบอย่างน่าขนลุกจนผมได้ยินเสียงแอร์ที่พ่นออกมาจากช่องเล็ก ๆ ตรงหน้าคอนโซลนั้น ไม่มีแม้แต่เสียงเพลง หรือแม้แต่เสียงหายใจ จนผมหลงคิดไปว่าในเวลานี้ เราทั้งคู่อาจจะตายกันไปเสียแล้ว
“คุณตินครับ” ผมพยายามเรียกผู้ชาย ที่กำลังขับรถด้วยสีหน้าเงียบขรึม เผื่อว่าเขาจะใจเย็นลงสักหน่อย หากแต่สีหน้าของเขากลับไม่เปลี่ยนเลยสักนิด
ภายในระยะเวลาแค่ไม่กี่นาทีที่ผมอยู่ในงานนั้น มันทำให้ผมได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างของครอบครัวนี้ ผมไม่รู้ว่าคุณกฤตินต้องเจออะไรมาบ้างทั้งชีวิต แต่สิ่งที่ผมรู้อย่างหนึ่งก็คือ คนมั่งมีขนาดนั้นอาจไม่ได้มีความสุขกันจริง ๆ อย่างที่คนฐานะอย่างผมเข้าใจกันไปเองก็เป็นได้
“ที่นี่ที่ไหนเหรอครับ?”
“มันเป็นเซฟเฮาส์ของฉันน่ะ ฉันซื้อเก็บไว้ตั้งนานแล้ว ไม่เคยพาใครมา เธอเป็นคนนอกคนแรกที่ได้มาที่นี่”
คำพูดนั้นไม่รู้ว่าผมควรจะดีใจกับมันดีหรือเปล่า ผมจะเชื่อคำพูดของเขาได้มากน้อยสักแค่ไหน ผมเป็นคนแรกที่ได้มาที่นี่อย่างนั้นเหรอ แล้วคนก่อนหน้าล่ะ คนที่คุณย่าวาเลนเซียพูดว่าควงไม่ซ้ำหน้า ผู้ชายพวกนั้นหรือบางทีอาจจะเป็นผู้หญิงพวกนั้นก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยมาที่นี่กันหรือไง?
คุณกฤตินลงไปจากรถแล้วปิดประตูโครมใหญ่ ผมนั่งอยู่ในรถ ราวกับสาวน้อยที่รอชายหนุ่มมาเปิดประตูให้ แต่ผมคงลืมคิดไปว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร คุณกฤตินเดินขึ้นไปตรงขั้นบันไดหน้าบ้าน แล้วหันกลับมามองผมด้วยสายตาเย็นชา จนผมได้สติว่าตัวผมไม่ได้สำคัญขนาดนั้น
“ขอโทษครับ”
ผมเปิดประตูลงจากรถไปพร้อมกล่าวขอโทษ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องพูดออกไปแบบนั้น ทั้งที่ผมไม่ได้ทำอะไรผิด หรือบางที อาจจะขอโทษ ที่ผมสำคัญตัวผิดไปก็ได้
“เธอคิดว่าเธอเป็นใคร ถึงได้นั่งรออยู่อย่างนั้น คิดว่าฉันจะเปิดประตูให้เธองั้นหรือไง?”
“ผมขอโทษครับ”
คุณกฤตินเดินเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้ผมเดินตามเขาเข้าไปต้อย ๆ แล้วนั่งลงตรงโซฟาที่อยู่ในห้องโถงใหญ่ ไฟในบ้านถูกเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่มีคนรับใช้หรือคนงานที่นี่เลยสักคน มันคงเป็นเซฟเฮาส์จริง ๆ อย่างที่เขาบอก และคงเป็นเซฟเฮาส์ที่รู้สึกวังเวงน่าดูทีเดียว
“เธอไปเอาน้ำมาให้ฉันหน่อยสิ”
“ครับ?”
“ใช่ ฉันว่าเธอไม่ได้หูหนวกนะ
“แต่ว่า ผมไม่ได้…”
ติ้งงงง ผมยังไม่ทันพูดจบประโยค ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ผมหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมามอง แล้วก็ต้องถึงกับตะลึงกับข้อความที่เพิ่งจะส่งเข้ามานั้น แต่ก็ไม่แปลก เพราะคนอย่างเขาคงจะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ด้วยสิ่งนี้อยู่แล้วเป็นธรรมดา
.
.
12/08/69 22:48 บช XXXXX
เงินเข้า 50,000.00 บ. ยอดคงเหลือ 50,551.05 บ.
.
.
“ฉันเดาว่า…เงินห้าหมื่นที่ฉันโอนให้เธอเมื่อคืนก่อน ตอนนี้เธอคงจะเอาไปจ่ายค่าเทอมของเธอแล้ว ฉันก็เลยหางานเสริมให้เธอนิดหน่อย แค่ยกน้ำมาให้ฉันสักแก้วมันคงไม่ทำให้เธอเสียศักดิ์ศรีมากหรอกมั้ง…”
คุณกฤตินวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะใบหน้ายังคงเรียบเฉย ก่อนจะเอนตัวลงไปบนโซฟาที่กำลังนั่งอยู่ด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน
จากภาพที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้า มันทำให้ผมโกรธคุณกฤตินไม่ลง กลับกัน…ผมกลับเห็นใจคนนี้ขึ้นมาซะอย่างนั้น ทั้งสีหน้าและแววตา มันฟ้องผมทุกอย่าง ว่าเขาต้องผ่านความเจ็บปวดมามากขนาดไหน ถึงได้กลายเป็นคนเย็นชาราวกับไม่รู้จักความรักได้มากขนาดนี้
.
.
ราวสองชั่วโมงต่อมา
“มาถูหลังให้ฉันหน่อยสิ”
“ฮะ!!! ค…คุณกฤตินว่าอะไรนะครับ?”
“ฉันว่าเธอได้ยินน่า เงินตั้งห้าหมื่น เธอคงไม่คิดว่าฉันจะให้เธอแค่ยกน้ำแก้วเดียวหรอกนะ…”
อีกฝ่ายไม่ได้สนใจว่าผมจะทำสีหน้ายังไง แต่ผมก็ยังเดินเข้าไปในห้องน้ำนั้น ผมจำยอมจะต้องทำตามคำสั่ง แม้จะไม่ได้เต็มใจเท่าไหร่ก็ตาม เพราะอย่างน้อย ตอนนี้คุณกฤตินก็โอนเงินเข้าบัญชีผมมาแล้วตั้ง 100,000 บาท ผมก็ควรจะทำงาน ให้มันคุ้มค่าเงินที่ได้มาสักหน่อย
ชายหนุ่มวัยใกล้สามสิบถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกาย ต่อให้ไม่อายฟ้าดินแต่อย่างน้อยเขาก็ควรจะอายผมสักหน่อยไม่ใช่หรือไง คุณกฤตินเดินโทง ๆ ปล่อยให้งวงช้างกวัดแกว่งไปมาแบบไม่สนใจว่าผมจะต้องรับมือกับเรื่องนี้ยังไง
แก้มก้นขาวเนียนแต่ก็ปอดคอดเกร็งแข็งจนผมอดไม่ได้ที่จะแอบมอง ช่วงเวลาระยะแค่เพียงไม่กี่วินาทีร่างสูงกำยำนั้นก็ลงไปนั่งแช่อยู่ในอ่างที่ถูกตีฟองรอเอาไว้อย่างสบายใจ
ส่วนผมเองนั้นก็เอาแต่ยืนแก้มแดงราวกับสาวแรกรุ่นที่เกิดมาไม่เคยเจอความรัก ไม่เคยเจอความกำยำของเพศชาย ไม่เคยเจอเครื่องเคราที่มันใหญ่โตจนเกือบทำรูผมฉีกมาแล้วครั้งหนึ่ง ราวกับว่าโตมาก็ได้แต่นั่งกรองมาลัยปักผ้าเป็นแม่บ้านแม่เรือนอย่างไรอย่างนั้น
ผมไม่เข้าใจ ก็ในเมื่อบ้านหลังนี้ไม่มีใครอยู่ นอกจากผมกับคุณกฤติน แล้วทำไมของทุกอย่างถึงถูกเตรียมเอาไว้อย่างพร้อมสรรพ เหมือนมีคนรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าอย่างไรอย่างนั้น
คุณกฤตินลงไปนอนแช่อย่างสบายอารมณ์อยู่ในอ่าง แผ่ร่างเอนหลังใช้แขนทั้งสองข้างพาดอยู่ตรงขอบตามแนว แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เหมือนกับคนที่กำลังแบกโลกเอาไว้ทั้งใบ แล้วอยากจะปลดปล่อยความน่ารำคาญพวกนั้นลงไปในอ่างและท่อน้ำทิ้งเสีย
ผมเริ่มใช้ใยขัดตัวฟอกกับสบู่ที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วขัดถูเนื้อตัวของคุณกฤตินไปทีละส่วน ตั้งแต่ต้นคอลงมาจนถึงกลางหลัง แขนซ้ายขวาลามลงมาจนถึงแผงอก แต่คุณกฤตินก็ยังไม่คิดที่จะห้าม ผมจึงแกล้งลากมือลงไปจนถึงตรงกล้ามเนื้อส่วนหน้าท้องที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ผืนน้ำในอ่างนั้น
หากแต่ก็ถูกคุณกฤตินคว้ามือเอาไว้แน่นพลางจ้องมองหน้าผมที่อยู่ห่างราวหนึ่งฟุต…
“เธอคิดจะทำแบบนั้นจริง ๆ งั้นเหรอ?”
เสียงนั้นทักถามขึ้นราวกับอยากจะเตือนสติผมว่าอย่าเริ่ม ผมชะงักมือไปครู่หนึ่งแล้วหันไปมองหน้าคนที่กำลังจ้องตาผมจนผมแทบจะละลายหายไปจากตรงนั้น
เมื่อคิดได้ว่าเรื่องมันจะไม่ได้จบลงแค่นั้น ผมจึงเริ่มถอนมือออกจากจุดตรงนั้น แต่คุณกฤตินกลับคว้าข้อมือของผมเอาไว้ แล้วดันมือของผมลงไปด้านล่างจนหลังมือของผมไปสัมผัสเข้ากับบางอย่างคุ้นเคย และมันกำลังแกว่งไกวอยู่ภายใต้ฟองขาวหนานุ่มบนผิวน้ำนั้น
“คิดจะถอยตอนนี้ มันสายไปแล้วล่ะ…”
.
.