อีตานั่นมันเป็นใคร เงินมากนักหรือไง ถึงมาจ้างใครต่อใครไปเป็นแฟน

ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก - ตอนที่ 2 หน้าที่แรกของเมีย โดย B.LoveToMelt @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,รัก,ยุคปัจจุบัน,ไทย,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,รัก,ยุคปัจจุบัน,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก โดย B.LoveToMelt @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

อีตานั่นมันเป็นใคร เงินมากนักหรือไง ถึงมาจ้างใครต่อใครไปเป็นแฟน

ผู้แต่ง

B.LoveToMelt

เรื่องย่อ

เรื่องย่อ

นามปากกา : B.LoveToMelt

.

ในคืนแรกของการทำงานในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง คีย์ต้องมาเจอกับลูกค้าบ้าอำนาจที่คิดว่าเงินจะสามารถซื้อได้ทุกอย่าง เงินก้อนโตที่ถูกโยนมาวางไว้ตรงหน้านั้นเขาคงคิดว่ามันจะสามารถกุมชะตาของโลกใบนี้เอาไว้ได้

หากไม่เพราะคีย์ต้องหาเงินมาจ่ายค่าเทอมให้ได้ก่อนปิดภาค เขาคงไม่รับข้อเสนอที่แสนจะเผด็จการนี้อย่างแน่นอน

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

.

.

สารบัญ

ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 1 เธอจะยอมเป็นเมียฉันมั้ย,ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 2 หน้าที่แรกของเมีย,ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 3 คนเย็นชาราวกับไม่รู้จักความรัก,ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 4 สนามรัก,ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 5 เกินสัญญาของการเป็นเมีย,ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 6 คนรักที่แท้จริง (จบ)

เนื้อหา

ตอนที่ 2 หน้าที่แรกของเมีย

ตอนที่ 2

หน้าที่แรกของเมีย

 

“เฮื๊อกกก อ้าาา…ด…เดี๋ยวสิคุณ ผ…ผมเจ็บนะ เฮื้อ!!!”

ชายหนุ่มร่างสูงแปลกหน้าดุดันไม่เชื่อฟังคำอ้อนวอนของผมเลยสักนิด ยังคงดันทุรังเอาไอ้ดุ้นแข็งโป๊กเท่าสากกะเบือนั่นยัดเข้ามาในก้นของผม ผมเจ็บจนน้ำตาเล็ดออกมา มวนท้องเหมือนจนใจจะขาด แต่มันกลับยิ่งแน่นและยิ่งจุกมากกว่าเดิมในทุกครั้งที่โดนกระแทก

“โอ้ววว ผมเจ็บนะอ้าาา”

“แต่ท่าทางของเธอดูไม่เหมือนเจ็บนะ”

“ก็ทั้งเจ็บทั้งเสียวไง คุณเบา ๆ หน่อยได้มั้ย ผมใจจะขาดอยู่แล้ว อึก…อ้าาาา”

“อูยยย ซี้ดดดด รูของเธอดูดส่วนหัวดีจัง อ้าาา”

“ผมบอกให้ช้า ๆ ไง”

อีกฝ่ายทำตามที่ผมบอก ความเสียวสะท้านมันทำเอาผมสะดุ้งไปทั้งตัว แม้ว่าจะรู้สึกดีขึ้น แต่มันกลับเนิบนาบจนความสะใจก่อนหน้ามันหายไปแทบจะหมด หรือผมจะคิดผิด ที่บอกให้ไอ้คนแปลกหน้านี่ขยับเด้าสะโพกช้า ๆ กันนะ

แล้วเมื่อความเสียวลดลงมาให้ผมได้ตั้งสติ ผมถึงได้คิดว่าผมพาตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ยังไงกันนะอ๋อ…เรื่องนั้น…

.

.

ที่ร้านช่วงสี่ทุ่ม

“นี่คุณว่าอะไรนะ?”

ผมถามทวนคำพูดนั้นอีกครั้ง เผื่อว่าผมจะหูฝาดไป ที่นี่เปิดเพลงเสียงดังสลับกับเสียงเคล้าคลอเบา ๆ จนทำให้ประสาทหูของผมปรับแทบไม่ทัน บางทีสิ่งที่ผมได้ยินเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้ามันอาจจะเป็นเพียงประโยคหนึ่งในเพลงที่ร้านเปิดอยู่ก็ได้”

“ฉันว่าเธอได้ยินนะ”

“นี่คุณเป็นบ้าอะไร เป็นโรคจิตหรือไง อยู่ ๆ ถึงมาพูดแบบนี้กับคนที่ไม่รู้จัก นี่มันคุกคามนะ”

เมื่อผมรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังถูกคุกคาม เสียงของผมก็เริ่มแผดดังขึ้นจนทุกคนเริ่มหันมามอง ไอ้ปอนด์ที่ยืนมองอยู่ไกล ๆ รีบพุ่งตัวเข้ามาชาร์ตผมอย่างไว เพื่อไม่ให้ผมเผลอตะบันหน้าไอ้ลูกค้าคนสำคัญของร้านคนนี้จนหงายหลังหงายท้องไปเสียก่อน

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะ ไอ้คีย์มึงใจเย็นก่อน”

รุ่นพี่อีกคนรีบวิ่งมาชาร์จตัวผมแล้วดึงผมออกไปจากการรับไม้ต่อจากไอ้ปอนด์ แต่ด้วยความโกรธผมก็ยังพุ่งเข้าหาลูกค้าคนนั้นอย่างไม่กลัวเกรงไม่กลัวว่าตัวเองจะตกงานด้วยซ้ำ

ไม่กลัวว่าอีกสองเดือนข้างหน้าผมจะมีเงินจ่ายค่าเทอมหรือไม่ เพราะในเวลานี้ ถ้าผมทำได้ ผมก็อยากจะกระโดดสองขาถีบยอดหน้าไอ้คนบ้ากามนี้ ให้หน้าแหกไปซะ ในโทษฐานที่มันกล้าพูดหมา ๆ แบบนี้กับผม

“ก็ไอ้เหี้ยนี่น่ะสิ อยู่ ๆ ก็จะมาจ้างกูให้ไปเป็นเมียของมัน เป็นบ้าหรือไง ที่บ้านขาดความอบอุ่นเหรอ ถึงต้องมาซื้อความรักจากคนอื่นไปทั่วแบบนี้?”

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะนั้น ทำท่าเหมือนกับว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมพูดออกมา เป็นแค่ผมที่คิดมโนไปเองทั้งนั้น ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว เขาต่างหากคือคนต้นเรื่อง แต่ไอ้ท่าทางเย่อหยิ่งและจองหองขนาดนั้น มันทำให้ผมแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะต่อยหน้ามันให้ได้สักครั้ง

แต่ผมยังไม่ทันทำอะไรทั้งนั้น ผมก็ถูกห้ามโดยเจ้าของร้านไปเสียก่อน และใช่ครับ ผมมาทำงานที่ร้านนี้ได้ไม่ถึงสองชั่วโมง หลังจากร้านเปิด ผมก็ถูกไล่ออกทันที โทษฐานที่ผมไปทะเลาะต่อยตีกับลูกค้า

“พี่ผิดหวังจริง ๆ นะที่รับเธอเข้ามา ตอนแรกก็เห็นว่าเป็นเพื่อนกับปอนด์ก็เลยคิดว่าจะไม่มีพิษสงอะไร แต่สุดท้ายก็มาทะเลาะกับลูกค้าตั้งแต่วินาทีแรกที่เริ่ม มันถูกแล้วหรือไง?”

“แต่ไอ้ลูกค้าคนนั้นมาหาเรื่องผมก่อนนะครับ อยู่มันก็จะซื้อผมไปเป็นเมีย เป็นพี่ ๆ ยอมได้หรือไง?”

“ก็ใช่ ถ้าเป็นพี่ ๆ ก็คงไม่ยอม แต่ถึงยังไงเราก็เป็นพนักงานที่ทำงานบริการ ความอดทนจึงสำคัญที่สุด ใครจะเป็นคนผิดก็ช่าง แต่ลูกค้าคือคนที่เอาเงินมาให้กับร้าน หากรับมือไม่ได้ก็แค่เดินออกมาแล้วให้คนอื่นไปรับหน้าแทนก็ได้นี่ ไม่ใช่พุ่งตัวเข้าไปต่อยกับลูกค้าแบบนั้น”

“เอ่อ ผมขอโทษครับ แล้วแบบนี้…”

“เธอยังจะต้องถามฉันอีกเหรอ เธอตกงานตั้งแต่ตอนนี้ ไปเก็บกระเป๋าแล้วออกไปทางหลังร้านซะ อย่าเดินไปหน้าร้านอีกเดียวลูกค้าคนอื่นจะเห็น” แล้วเรื่องมันก็เป็นอย่างนี่แหละครับคุณตำหนวด

เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไอ้ปอนด์พยายามช่วยพูดแทนผมทุกทาง แต่ก็นั่นแหละครับ ต่อให้ลูกค้าผิด ก็อย่างที่เจ๊พอลล่าเจ้าของร้านเขาพูด ถึงยังไงมันก็ต้องมีวิธีรับมือไม่ใช่การพุ่งตัวเข้าไปต่อยลูกค้าด้วยตัวเองแบบนี้

ทำงานบริการ สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงให้มากก็คือความใจเย็น ด้วยความเป็นมิตรต่อลูกค้า ต่อให้ลูกค้าจะสารเลวแค่ไหนก็ตาม

.

.

“โดนไล่ออกแล้วสินะครับ?”

เสียงนั้นดังทักไล่หลังผมมา หลังจากที่ผมเดินออกมาจากซอยแคบ ๆ หลังร้าน เพื่อหวังจะหลบสายตาคน ผมหันกลับไปมองเสียงนั้นในทันที ด้วยความรู้สึกทั้งแค้นทั้งหงุดหงิดหัวใจ แต่ชายคนนั้นกลับยืนพิงอยู่ข้างกำแพงสีหน้ายิ้มเย้ย อย่างไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรทั้งนั้น

“นี่มึงอีกแล้วเหรอ มึงไปให้ไกล ๆ ตีนกูเลยนะ ก่อนที่กูจะไล่ถีบมึงลงไปกลางถนนให้รถชนมึงตาย ๆ ไปซะ”

“แหม ดุจังเลยนะครับ ฉันอยากรู้จังว่าเรื่องนั้นเธอจะดุดันแบบนี้หรือเปล่า แต่ก็…ใจเย็นนะ ทำไมถึงใจร้อนนักล่ะ”

“มึงพูดขนาดนี้กับกู มึงยังจะให้กูใจเย็นอยู่หรือไง?”

“ฉันมีข้อเสนอให้เธอน่ะ ไม่สนใจหรือไง?”

“กูไม่สนใจอะไรที่มึงเสนอมาทั้งนั้นแหละ กูไม่ได้ชอบผู้ชาย กูไม่ได้ชอบมึง เพราะงั้นอย่ามายุ่งกับกูอีก ที่กูไม่ต่อยหน้ามึงวันนี้ไม่ใช่เพราะกูกลัวมึงหรอกนะ แต่กูแค่ไม่อยากมีเรื่อง”

“ที่เธอไม่อยากมีเรื่อง เพราะเธอไม่มีปัญญาจ่ายค่าปรับหรือเปล่า เงินต่อให้ไม่กี่บาท แต่สำหรับเธอมันคือทั้งชีวิตเลยไม่ใช่หรือไง?”

“นี่มึงหมายความว่ายังไง?”

ผมทั้งโกรธทั้งเกลียดคนที่พูดแบบนี้ใส่ผม ในขณะที่ผมกำลังจะพุ่งตัวง้างมัดไหมจะเข้าไปตะบันหน้าคนที่ยืนกำแพง ด้วยสีหน้าที่กวนตีนขนาดนั้น แต่เสียงของอีกฝ่ายกลับดังกว่า สิ่งที่อีกฝ่ายพูดกลับมา มันทำให้ผมตัวแข็งทื่อจนต้องหยุดทำในสิ่งที่ผมคิด

“ฉันแอบได้ยินเธอกับเพื่อนของเธอพูดถึงเรื่องค่าเทอม ตั้งห้าหมื่นไม่ใช่หรือไง ฉันจ่ายให้เธอได้นะ”

“มึงหมายความว่ายังไง?”

“ก็แค่เธอยอมเป็นเมียฉัน ฉันโอนให้ตอนนี้เลยก็ยังได้ แต่ไม่ใช่ห้าหมื่นนะ…แต่เป็นแสนนึง กับการให้เธอมาเป็นเมียปลอม ๆ ให้ฉันแค่ชั่วคราว”

“เมียปลอมงั้นเหรอ?”

“ใช่ เป็นแค่เมียปลอมแต่ได้เงินตั้งแสนนึง เธอไม่สนหรือไง?”

“กูไม่เข้าใจ”

“ผม…หลังจากนี้เธอต้องแทนตัวเองกับฉันว่าผม ห้ามพูดกูมึงกับฉันอีก”

“ผ…ผม ไม่เข้าใจ คุณต้องการอะไรกันแน่ คนแบบไหนจะยอมจ่ายเงินตั้งเป็นแสน เพื่อแค่ให้คนที่เพิ่งรู้จักไปหลอกคนอื่นว่าเป็น…แฟน”

“เรื่องนั้นเธอยังไม่ต้องรู้หรอก เดี๋ยวสักพักเธอก็จะรู้เอง อย่าสงสัยอะไรให้มันมากเลย เรื่องทุกอย่างมันก็เป็นแค่ธุรกิจ เธอต้องการเงินส่วนฉันต้องการเธอ เอ่อ…ฉันหมายถึงใครสักคนมาเป็นไม้กันหมาให้กับฉันเท่านั้น มันก็แฟร์ดีไม่ใช่หรือไง?”

ผมเคยได้ยินเรื่องแบบนี้จากพวกเพื่อน ๆ ที่หน้าตาดีหลายคนของผมในมหาลัย แต่ผมไม่คิดว่าผมจะต้องมาเจอเรื่องนี้ด้วยตัวของผมเอง ผมไม่คิดว่าวันหนึ่งผมจะต้องมากลายเป็นเหมือนสินค้า เพื่อให้คนมีเงินแบบไอ้บ้านี่เอามาตั้งโชว์เหมือนของสะสมอย่างที่ผู้ชายคนนี้กำลังคิดจะทำ

“ตกลงว่ายังไง สนใจจะรับเงื่อนไขของฉันรึเปล่า?”

“ถ้าผมรับเงื่อนไขนี้ ผมจะได้เงินเลยหรือเปล่าครับ?”

“ก็ถ้าเธอยอม ที่จะไปเจอใครต่อใครในฐานะเมียของฉัน ฉันก็โอนให้เธอได้ทันที ส่วนอีกห้าหมื่นที่เหลือ ฉันจะโอนให้เธอก็ต่อเมื่อจบงาน แต่เธออย่าคิดว่าได้เงินของฉันไปแล้ว แล้วคิดจะชิ่งหนีนะ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก”

“ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า ก็ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่เล่นอะไรเกินขอบเขต ทุกอย่างเป็นแค่บทบาทสมมติ ผมก็ยินดีจะรับงานนี้”

.

.

ติ้ง…

10/08/69 23:37 บช XXXXX

เงินเข้า 50,000.00 บ. ยอดคงเหลือ 50,951.05 บ.

.

.

“โอ้วววอ้าาาา เสียวชิบหายเลย แรงอีก กระแทกแรงอีก ตอกรูกูให้ตายไปเลย อ้าาาา”

ปัก ปัก ปัก

“อูยยย เสียวน้ำตะแตกแล้ว อ้าาา ผมปล่อยในนะ อื้อออ”

“เอาเลย อ้าาา ผมก็จะแตกแล้วว อ้าาาห์ เฮือก…”

แล้วเราทั้งสองก็ทิ้งร่างเข้าหากัน ชายร่างหนากำลังนอนทับตัวผมจนผมแทบจะหายใจไม่ออก เหงื่อที่ไหลย้อยจนเนื้อตัวเมือกมัน ผสมกับน้ำเหนียวข้นตรงหน้าท้องของเราทั้งสอง ทำหน้าที่เป็นตัวหล่อลื่นจนทำให้แท่งกลางตัวของผมที่มันเพิ่งจะพ่นน้ำขาวขุ่นออกมาเสียวจนเหมือนจะแตกซ้ำ

แล้วชายแปลกหน้าก็ค่อย ๆ ไถลตัวลงไปนอนด้านข้าง แล้วโอบกอดผมเอาไว้แน่นท่ามกลางแอร์เย็นฉ่ำ พร้อมกับเสียงหายใจหอบเหนื่อย

“ไหนคุณบอกว่าจะไม่ทำเกินเลยไง?”

“แต่คนเป็นเมียเรื่องแบบนี้มันก็ปกติไม่ใช่เหรอ แล้วถ้าเธออยากจะขัดขืน เธอก็ควรจะฝืนตั้งแต่กระดุมเม็ดแรกสิ”

“หึ…ชิ”

.

.