อีตานั่นมันเป็นใคร เงินมากนักหรือไง ถึงมาจ้างใครต่อใครไปเป็นแฟน

ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก - ตอนที่ 1 เธอจะยอมเป็นเมียฉันมั้ย โดย B.LoveToMelt @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,รัก,ยุคปัจจุบัน,ไทย,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,รัก,ยุคปัจจุบัน,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก โดย B.LoveToMelt @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

อีตานั่นมันเป็นใคร เงินมากนักหรือไง ถึงมาจ้างใครต่อใครไปเป็นแฟน

ผู้แต่ง

B.LoveToMelt

เรื่องย่อ

เรื่องย่อ

นามปากกา : B.LoveToMelt

.

ในคืนแรกของการทำงานในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง คีย์ต้องมาเจอกับลูกค้าบ้าอำนาจที่คิดว่าเงินจะสามารถซื้อได้ทุกอย่าง เงินก้อนโตที่ถูกโยนมาวางไว้ตรงหน้านั้นเขาคงคิดว่ามันจะสามารถกุมชะตาของโลกใบนี้เอาไว้ได้

หากไม่เพราะคีย์ต้องหาเงินมาจ่ายค่าเทอมให้ได้ก่อนปิดภาค เขาคงไม่รับข้อเสนอที่แสนจะเผด็จการนี้อย่างแน่นอน

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

.

.

สารบัญ

ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 1 เธอจะยอมเป็นเมียฉันมั้ย,ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 2 หน้าที่แรกของเมีย,ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 3 คนเย็นชาราวกับไม่รู้จักความรัก,ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 4 สนามรัก,ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 5 เกินสัญญาของการเป็นเมีย,ผมมาเป็นแฟนเช่าของชายที่ไม่รู้จักความรัก-ตอนที่ 6 คนรักที่แท้จริง (จบ)

เนื้อหา

ตอนที่ 1 เธอจะยอมเป็นเมียฉันมั้ย

ตอนที่ 1

เธอจะยอมเป็นเมียฉันมั้ย

 

ผมเดินเข้าไปในร้านเหล้า ที่ปกติแล้วผมเป็นเพียงแค่ลูกค้าคนหนึ่งเท่านั้น แต่วันนี้ผมคือพนักงานของที่นี่ หน้าที่ของผมตอนนี้คือพนักงานเสิร์ฟในเสื้อเชิ้ตสีขาวใส่กางเกงสีดำสนิท ปลดกระดุมเสื้อลงมาสามเม็ดตามคำสั่งของเจ้าของร้าน

ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจหรอกครับว่าทำไมถึงต้องสามเม็ด แต่ทันทีที่ผมเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวของพนักงาน ผมถึงได้รู้ว่าทำไม อันที่จริงที่นี่เป็นร้านเหล้าที่ดูหรูหราตามท้องเรื่อง บรรยากาศก็น่านั่งไม่ต่างอะไรจากร้านเหล้าทั่วไป

แต่ตอนนี้คือช่วงปิดเทอม เป็นช่วงที่ทางร้านกำลังเล่นแคมเพนตามกระแสเพื่อดึงดูดลูกค้า นั่นก็คือการให้พนักงานชายทุกคนในร้านสวมใส่เสื้อผ้าเผยความเซ็กซี่เบา ๆ ฟีลร้านอาหารกึ่งบาร์โฮสต์โดยอาศัยความหน้าตาดีของพนักงานในร้านให้เป็นประโยชน์

.

.

“ไอ้คีย์ มึงมัวแต่ยืนเหม่ออะไรอยู่วะ รีบออกไปทำงานได้แล้ว เดี๋ยวก็โดนอิเจ๊พอลล่าไล่ออกหรอก”

ไอ้ปอนด์เดินเข้าไปตบหลังจนเหมือนถีบแต่นั่นก็ทำให้ผมได้สติ มันคือคนที่เป็นคนแนะนำงานนี้ให้กับผม มันยืนยิ้มหน้าแป้นเหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด จนผมอยากจะตีแสกหน้ามันสักที

“เออ แต่ก่อนเริ่มงานกูขอด่ามึงก่อนเลย”

“ด่ากูเรื่อง?”

“ก็ถ้ามึงบอกกูสักนิด ว่าอิเจ๊เปลี่ยนธีมร้าน กูคงไม่มาทำงานนี้หรอก”

“เอ้า แล้ว?”

“ก็แล้วยังไงล่ะ ตอนนี้ที่นี่ไม่ต่างอะไรจากบาร์เกย์ มึงดูสิ ถ้ากูโดนไอ้แก่ที่ไหนมา…”

“มา…?”

“เออ ช่างแม่งเหอะ แต่มึงไม่คิดบ้างเหรอว่ากูจะเผลอไปต่อยหน้าใครเข้า”

“เออน่า เรื่องนั้นกูรู้ แต่มึงจะคิดอะไรมาก ที่นี่มันร้านเหล้าไม่ใช่บาร์โฮสต์ ไม่มีใครทำแบบนั้นกับมึงหรอกน่า แล้วถ้ามึงไม่ทำ…แล้วค่าหน่วยกิตที่ค้างอยู่ของมึง…เอาไง?”

สาเหตุหนึ่งที่ผมดูไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองในวันแรกที่มาทำงาน เพราะใครสักคนอาจจะมาทำตัวรุ่มร่ามกับผม ซึ่งผมไม่ชอบเอาเสียเลย แต่ในเมื่อนี่มันเป็นงาน และมันเป็นทางเดียวที่จะทำให้ผมมีเงินไปจ่ายค่าเทอมได้ผมก็คงต้องทำ

เพราะไม่อย่างนั้น หากขาดค่าเทอมงวดสุดท้ายไปแค่งวดเดียว ผมคงจะไม่ได้จบตามแผนอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นไอ้ปอนด์ก็คงไปเป็นหัวหน้าหรือพนักงานอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่ง ส่วนผมคงต้องรอเวลาและเสียเวลาไปอีกหนึ่งปี จนกว่าจะถึงวันที่ทางมหาลัยจะปล่อยเกรดออกมาอีกครั้ง

.

.

“อะนี่จ้ะ ถือดี ๆ นะจ๊ะ”

หลังจากที่ผมเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟแล้วหลายโต๊ะ ทุกอย่างดูเป็นปกติดี ผมกลับเข้ามาในครัวเพื่อไปเอาอาหารที่วางรอไว้ออกไปเสิร์ฟให้ลูกค้าที่กำลังนั่งรออยู่ด้านนอก

การทำงานที่แรกในชีวิตของผม และเป็นคืนแรกของการเริ่มงาน ผมถือว่าเป็นการเริ่มงานที่ดีมากเลยทีเดียว ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีกว่าที่ผมคิด เพราะทุกคนล้วนแต่เป็นมิตรกับผม ไม่มีใครใจร้ายกับผมเลยสักคน

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผมเป็นเพื่อนกับไอ้ปอนด์ด้วยก็ได้ ไอ้ปอนด์มันเป็นสายเจ้าพ่องานเสริมอยู่แล้ว มันจึงเป็นขาใหญ่ของที่นี่ ไม่ใช่ขาใหญ่ในทำนองว่าเกะกะระรานใครหรอกครับ แต่มันคือคนที่ค่อนข้างจะมีสังคมและอารมณ์ดีทีเดียว จนเมื่อทุกคนรักไอ้ปอนด์ อานิสงส์นั้นก็เลยตกมาหาผมด้วย

เมื่อผมนำอาหารเป็นต้มยำกุ้งหอมฉุยออกไปเสิร์ฟให้กับโต๊ะที่นั่งอยู่ตรงริมกระจก จุดที่ติดกับผนังด้านนอกของร้าน ที่ถ้ามองออกไปก็จะเป็นฟุตบาทและถนน ใหญ่ มีรถวิ่งขวักไขว่ไปมาทำให้ไม่เหงามากนัก

“อาหารได้แล้วครับ”

คนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะนั้นไม่ได้สนใจการมาหรือการไปของผมมากนัก เขานั่งยกข้อเท้าขึ้นมาวางบนหัวเข่าอีกข้างหนึ่ง แขนทั้งสองข้างเหยียดตึงแล้ววางไปที่พนักพิงด้านหลัง ในมือถือแก้วบรั่นดีแกว่งไปมาราวกับว่าที่นี่คือคาเฟสุราสุดหรูหราบนตึกใหญ่อย่างไรอย่างนั้น

แต่ความเป็นจริงแล้ว ที่นี่ก็เป็นแค่ร้านเหล้าธรรมดาที่มีอาหารขาย หากแต่การตกแต่งร้านใหม่หรูหราขึ้นมาสักหน่อย บวกกับบรรยากาศในคืนนี้ที่เหมือนจะดูมืดครึ้มเป็นพิเศษและมีแสงสว่างจากโคมไฟตรงโต๊ะเท่านั้น นั่นจึงทำให้บรรยากาศของที่นี่ดูพรีเมียมขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

ในช่วงระยะเวลาไม่ถึงสองนาที แต่ผมสามารถเก็บรายละเอียดของลูกค้าตรงหน้าได้แบบครบถ้วน ต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนที่หน้าตาดีทีเดียว ตัวสูงกว่าผมราวสิบเซน รูปร่างหนาอย่างคนที่เคยอ้วนมาก่อนแล้วเวทเทรนนิ่งอย่างหนักจนตัวหนาปึก

ปากอิ่มขนาดไม่ใหญ่มากแต่ก็หนาจนเย้ายวนใจผมให้อยากกระชากคอเสื้อเขามาจูบ ใบหน้าที่ดูเคร่งขรึมแต่เมื่อยิ้มช่วงยามเผลอมันกลับน่ารักราวกับเด็กใส่ซื่อที่ไม่เคยเจอความทุกข์ใจ มันช่างขัดกับแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลคู่นั้นจนผมอยากถามเผื่อจะช่วยระบายความในใจ

แต่ก็ช่างเถอะ ถึงยังไงเขาก็เป็นแค่ลูกค้า อีกอย่างการที่ผมแอบมองเขาแล้ววิพากษ์ลับ ๆ ในความคิดจนเกือบจะกลายเป็นล่วงละเมิดนี้ ก็ถือว่าไร้มารยาทมากพอแล้ว

.

.

“เป็นไงบ้างวะ งานวันแรกของมึง?” ไอ้ปอนด์ถามผมทันทีที่ผมเดินกลับเข้ามาหลังครัว

“ก็…โอเค ไม่ได้มีอะไรหนักหนา ชิลกว่าที่คิด”

“เออ กูดีใจที่มึงทำได้ อย่างน้อยเดือนนี้มึงจะได้มีเงินเอาไว้กินเอาไว้ใช้ ถึงมันจะไม่มากแต่ก็ดีกว่าไม่มีเลย แล้วเรื่องค่าเทอมของมึงล่ะ มึงจะเอายังไงต่อ?”

“กูก็ยังคิดไม่ออกเลย ต่อให้กูทำงานที่นี่ทั้งเดือนกูก็ได้แค่หมื่นห้า แต่กูยังค้างค่าเทอมของมหาลัยอยู่ตั้งห้าหมื่น”

“ก็นั่นน่ะสิ งั้นเอาแบบนี้มั้ยล่ะ เดี๋ยวกูโอนให้มึงก่อน พอมึงมีเงินมึงก็ค่อยทยอยใช้คืนกูมาก็ได้”

ไอ้ปอนด์ยื่นข้อเสนอนั้นมาให้ผมครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ แต่ผมก็ปฏิเสธมันไปทุกครั้ง ไอ้ปอนด์มันเป็นลูกคนรวยครับ แต่มันกลับชอบใช้ชีวิตติดดิน พ่อมันโอนเงินมาให้ใช้เดือนละเป็นแสน แต่มันก็ยังไม่วายที่จะออกมาทำงานที่ร้านเหล้าแบบนี้ ก็ถือว่ามันเป็นคนที่ใช้ได้คนหนึ่งเลยล่ะครับ

แต่ถึงยังไงผมก็คงไม่คิดจะฉวยโอกาสนี้กอบโกยความมั่งมีของเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของผมหรอกครับ การที่บ้านของมันรวย ไม่ได้หมายความว่ามันจะต้องมารับผิดชอบชีวิตของผม เพราะงั้นผมจึงไม่มีทางที่จะรับข้อเสนอนี้ของมันอย่างแน่นอน

“กูว่า เอาไว้เป็นตัวเลือกสุดท้ายก็แล้วกันนะ เพราะถึงยังไงกูก็ยังมีเวลาอีกตั้งสองเดือนกว่าจะถึงวันไฟนอล นี่แค่เดือนแรก ถ้ากูประหยัดกินประหยัดใช้หน่อย กูก็คงจะมีเงินราวสามหมื่น ส่วนอีกสองหมื่น…ถึงเวลานั้นเดี๋ยวก็ค่อยว่ากันอีกที”

“แล้วมึงจะไม่กินข้าวกินปลาเลยหรือไง ค่าใช้จ่ายของมึงก็มีอยู่ทุกเดือนนะ ถึงวันนั้นจริง ๆ กูกลัวว่ามึงจะเหลือไม่ถึงสามหมื่นหรอก”

“หึ…มึงไม่ต้องเป็นห่วงกูหรอกน่า ถึงกูจะบ้านจน แต่กูก็ยังมีเงินโอนมาจากทางบ้านให้กูทุกเดือน แต่มันแค่ไม่มากพอให้กูเอามาจ่ายค่าเทอมก็เท่านั้น แล้วอีกอย่าง แม่กูก็สัญญาแล้วว่าจะพยายามหาเงินโอนมาให้กูให้ได้มากที่สุด ถึงกูจะไม่รู้ว่าไอ้มากที่สุดของแม่นั้นมันจะสักเท่าไหร่ก็เถอะ…”

“เฮ้อออ เอาเถอะ งั้นถ้ามึงต้องการความช่วยเหลือมึงก็รีบบอกกูก็แล้วกัน อย่ามัวแต่เก็บเอาไว้คนเดียวล่ะ” ไอ้ปอนด์มันพูดพลางกดมือถือของมันไปด้วย…ติ้งงงง

“ไอ้ปอนด์ นี่มึงโอนเงินมาให้กูทำไม?”

“เออเอาไปก่อน คิดซะว่ามึงเก็บเงินได้ รอมึงมีจริง ๆ แบบไม่เดือดร้อนค่อยว่ากัน”

“แต่นี่มัน…”

ไอ้ปอนด์ทำท่าจะเดินหนีผมไปตามสไตล์ของมันที่ชอบหนีหลังจากที่ช่วยเหลือผมเสร็จเพื่อไม่ให้ผมปฏิเสธ แล้วเจ๊พอลล่าก็เดินสวนเข้ามาทำให้ผมไล่ตามไอ้ปอนด์ไปไม่ทัน และมันก็หนีผมได้อีกตามเคย

“คีย์…ลูกค้าที่โต๊ะนั้นเขาเรียกเธอน่ะ”

“เรียกผมงั้นเหรอครับ?”

“ใช่…เธอไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่าเนี่ย?”

“เปล่านะครับ ผมเสิร์ฟอาหารเสร็จผมก็กลับเข้ามาเลย แล้วเขาไม่บอกเจ๊เหรอครับ?”

“ไม่…เขาแค่บอกว่าให้เธอออกไปหาเขา” เจ๊พอลล่ายักไหล่ก่อนจะฟูลเทิร์นเดินออกไปข้างหน้าโดยมีผมตามออกไปติด ๆ ผมเดินตามเจ๊พอลล่าออกไปขนลุกเกรียว ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ ๆ ก็มาเรียกผมให้ออกไปพบแบบนั้น

แล้วทันทีที่ผมเดินมาถึง…

“เธอ…สนใจจะมาเป็นเมียฉันมั้ย?”

“ฮะ คุณว่าอะไรนะ?”

.

.