จากหมากตัวหนึ่งบนกระดาน สู่ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว...และเมื่อหมากตัวนั้นสำคัญเหนือทุกสิ่ง เขาก็พร้อมจะทำลายทิ้งทั้งกระดาน!
แอคชั่น,อาชญากรรม,ชาย-ชาย,จิตวิทยา,ดาร์ค,Darkroman,นักฆ่า,อาชญากรรม,BL,คลั่งรัก,ไซโคพาธ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรักจากหมากตัวหนึ่งบนกระดาน สู่ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว...และเมื่อหมากตัวนั้นสำคัญเหนือทุกสิ่ง เขาก็พร้อมจะทำลายทิ้งทั้งกระดาน!
-แนว Enimies to Lovers-
SLOW BURN
-ไม่มีกล่องแพนโดร่าใด…สมควรถูกเปิดออก-
"หากเลือกที่จะแก้แค้นโดยใช้ฉันเป็นเครื่องมือ ก็ต้องกล้าเดิมพันด้วยชีวิต"
"..."
"ว่ายังไง?"
"ผมจะไม่ตาย คุณคอยดู"
เลียม เป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่ชีวิตของเขาควรจะจบลง ในวันที่บังเอิญเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น รู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้
แต่แทนที่จะฆ่าปิดปาก เจย์เดน อาร์มันโด้ ทายาทตระกูลนักฆ่าผู้เลือดเย็นกลับเลือกเก็บเขาไว้ข้างตัว
ชายผู้ไม่เคยเข้าใจความรัก และไม่เคยคิดว่าตัวเองจำเป็นต้องเข้าใจ
ทว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยเลือด การทรยศและความตาย
คนที่เคยเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดาน กลับค่อยๆ กลายเป็น 'ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว'
โดยที่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า...การตัดสินใจเก็บหมากตัวนี้ไว้ในวันนั้น จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล
Content Warning
เลือด / ความรุนแรง / การสะกดรอยตาม / การทำร้ายร่างกายและจิตใจ / การลักพาตัว /
การจับตัวประกัน / การข่มขู่และบงการ / การใช้คำหยาบ / การเสียชีวิตของตัวละคร
Trigger Warning
การทำร้ายเด็ก / การคุกคามทางเพศ / ความพยายามฆ่าตัวตาย / ความพยายามข่มขืน /
ความรุนแรงในครอบครัว / การทารุณสัตว์ / การฆาตกรรม / การสังหารหมู่ / การป่วยทางจิต
⚠️Disclaimer⚠️
นิยายเรื่องนี้เป็นผลงานจากจินตนาการของผู้แต่ง ตัวละคร องค์กร และเหตุการณ์ต่างๆ เป็นเรื่องสมมติ สถานที่บางแห่งถูกนำมาอ้างอิงเพื่อการเล่าเรื่องเท่านั้น มิได้มีเจตนาพาดพิงถึงเหตุการณ์หรือบุคคลจริง
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และเสพสื่อเพื่อความบันเทิง
♣ STATUS : COMPLEATED ♣
จบ 19.FEB.2026
หากชอบนิยายเรื่องนี้ ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์คนนี้ด้วยนะคะ🙏🏻🥹
🌹ภาพปก + ตัวละครทั้งหมดจากคุณนักวาด Teme🌹
ณ สถานที่จัดงานเดินแบบการกุศล
“สรุปว่าเลียมมาเดินแบบให้งานนี้ไหมครับเอซ” เจย์เดนถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ ดวงตาฉายแววกังวล
ทั้งๆ ที่ความจริงเขามั่นใจมากว่าเลียมต้องมาแน่
“มาสิครับ ผมล่ะอยากให้มันรู้จริงๆ ว่างานสบายๆ เงินดีแบบนี้น่ะมันได้มาก็เพราะคุณ” เอซพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ
“เอซจะบอกเลียมไม่ได้นะครับ ถ้าเอซบอก เชื่อผมเถอะว่างานนี้ล่มแน่ เพราะเลียมยกเลิกกลางคัน”
จอมเสแสร้งจับมือของหนุ่มแว่นใสซื่อมากุมเอาไว้ ทำเอาอีกฝ่ายหน้าขึ้นสีด้วยความเขินอาย
ทว่าภาษากายที่แสดงออกมาเล็กน้อยอย่างการเอี้ยวตัวหลบยามเจย์เดนพยายามเข้าใกล้ ทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วเอซไม่ได้พิศวาสในตัวเขาเลยแม้แต่น้อย ถึงจะเผลอหลุดพฤติกรรมเหล่านั้นออกมาเพียงชั่วขณะ แต่ก็ไม่อาจรอดสายตาเฉียบคมไปได้
ดูเหมือนว่าเขาจะเจอคนที่สวมหน้ากากได้แนบเนียนไม่แพ้กันเข้าให้แล้ว...
“ก็ได้ครับ ไม่บอกก็ไม่บอก” เอซว่าพลางยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นว่างานจวนจะเริ่มเขาจึงปล่อยมือแฟนหนุ่ม
“งั้นผมไปทำงานก่อนนะครับ”
“ครับ”
เมื่อเอซหายลับไปจากสายตา ริมฝีปากที่เคยฉีกยิ้มกว้างก็หุบทันควัน เขายิ้มมากเสียจนต้องยกมือนวดปากและแก้มเพื่อคลายความเมื่อยล้า สายตาก็สอดส่ายหานายแบบที่อยู่ภายใต้การดูแลของเขา เซนไปไหน?
พลันมีสายโทร.เข้า เมื่อเห็นชื่อผู้โทรเจย์เดนจึงกดรับทันที
“ว่าไง”
[ตอนนี้ดิฉันมาแสตนด์บายเรียบร้อยแล้วค่ะ]
เจย์เดนมองไปยังที่นั่งของเหล่าผู้ชม สบสายตากับสาวใหญ่คนหนึ่งที่แต่งตัวสุดเนี้ยบ เส้นผมสีบลอนด์มองถูกเกล้าเป็นหางม้าสูงเรียบร้อย แต่งตัวเรียบง่ายอย่างเสื้อเชิ้ตสีขาวสวมคู่กับกระโปรงยาวคลุมเข่าสีน้ำตาลอ่อน
หล่อนสวมแว่นตาทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แม้การแต่งตัวสไตล์นี้จะถูกมองว่าเชยสะบัด ทว่าเมื่ออยู่บนร่างของเธอคนนี้กลับดูมีเสน่ห์ดึงดูดไม่น้อย เรียกได้ว่าสวยไม่แพ้สาวแรกรุ่นเลยก็ว่าได้ ต่อให้มีแว่นสายตาบดบังโครงหน้า แต่ก็ไม่สามารถปิดยังความสวยสง่าของเธอได้มิด
เจย์เดนพยักหน้าให้หล่อนอย่างรู้กัน
เลียม ฉันล่ะอยากเห็นปฏิกิริยาของเธอจะแย่
หากเขาหมายหัวเหยื่อรายไหนไว้แล้วมันก็ไม่มีทางรอด แต่เลียมไม่ใช่เหยื่อของเขา เหยื่อที่แท้จริงของเขาคือเอซต่างหาก
เรื่องของเลียมเป็นเพียงความบังเอิญที่แสนเหมาะเจาะก็เท่านั้น และตอนนี้เขาก็ยังไม่อยากรีบร้อน ค่อยๆ ละเลียดลิ้มรสความสนุกแบบนี้ไปทีละนิดก็ไม่เลว...
หากรู้จักคำว่าอาร์มันโด้แล้ว ชีวิตของเลียมก็ไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป!
เลียมเตรียมตัวอย่างพร้อมขึ้นเดินแบบเรียบร้อยแล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เห็นเซนแม้แต่เงา คิดว่าอีกฝ่ายอาจอยู่ห้องแต่งตัวที่ไกลออกไปจึงเริ่มออกเดินตามหา
ทว่ากลับชนใครบางคนเข้าอย่างจัง
“เฮ้ย! ขอโทษครับ” เลียมขอโทษขอโพยคนตรงหน้า มัวแต่ชะโงกมองหาเซนจนได้เรื่อง!
“ไม่เป็นไรครับ”
ทว่าน้ำเสียงแหบต่ำกับสำเนียงภาษาแปลกหูของคู่กรณีทำให้เลียมซึ่งกำลังก้มหน้าเก็บเครื่องประดับอยู่ถึงกับต้องเงยมองโดยอัตโนมัติ
“คุณ!”
คนตรงหน้าคือเซน ซึ่งอีกฝ่ายก็แต่งตัวเรียบร้อย พร้อมขึ้นเดินแบบแล้วเช่นกัน
“ครับ?” ท่าทางเซนเหมือนคนเฉื่อยชา น้ำเสียงเนิบนิ่งกอปรกับสีหน้าเฉยเมย ทำให้เลียมนึกสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นคนอย่างไร
จะเป็นเบาะแสสำคัญ...
หรือว่าจะเป็นพวกเดียวกันกับเจย์เดนแล้วทำให้เขาต้องประสบพบเจอกับหายนะกันแน่
“ผมเลียม มาตินเนส”
เลียมแนะนำตัวพร้อมส่งยิ้ม ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับเป็นสายตาเย็นชาปราศจากคลื่นอารมณ์คู่เดิม เท่านั้นยังไม่พอ เซนยังทำท่าจะเดินจากไปโดยไม่ใยดีเขาอีกต่างหาก
“ผมอยากคุยกับคุณเรื่องเจย์เดน!”
เลียมพูดโพล่งตรงประเด็น สายตาก็คอยสำรวจท่าทีของอีกฝ่าย เซนชะงักและมีท่าทีเปลี่ยนไป หันมองซ้ายทีขวาทีอย่างระแวดระวัง สายตาคู่นั้นดูจริงจังขึ้นมาหลายส่วน พร้อมทั้งกวักมือให้เลียมเดินตามเข้าไปในห้องแต่งตัวห้องหนึ่ง
ท่าทางส่อพิรุธแบบนี้ทำให้เลียมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดถูก
ผู้ชายคนนี้คงรับรู้ถึงความผิดปกติของเจย์เดนเหมือนกัน และเซนคงไม่ใช่พวกเดียวกับเจย์เดน...
“คุณมีอะไรจะพูด” เซนเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ผมได้ยินมาว่าคุณเป็นเด็กปั้นเขา คุณรู้จักเขามากแค่ไหน”
เลียมถามอย่างคนอ้อมค้อมไม่เป็น ในเมื่อเจย์เดนไม่มียอมรามือ เขาก็ต้องหาวิธีรับมือให้ได้!
“ทำไมผมต้องบอกคุณ”
เซนเอียงคอกอดอกมองเลียมที่ถือได้ว่าเป็นคนแปลกหน้า ราวกับกำลังสำรวจและวิเคราะห์ ดวงตาสีดำสนิทที่ใช้จ้องมองคนตรงข้ามให้ความรู้สึกยากเกินหยั่งถึง อีกทั้งมันยังมองราวกับจะทะลุทะลวงให้ถึงความคิดภายในใจ
ผู้ชายตรงหน้าเลียมฉลาดและรอบคอบมาก
นั่นสิ เรื่องอะไรเซนต้องยอมบอกคนแปลกหน้าอย่างเขาด้วย?
“ผมรู้ว่าเรื่องพวกนี้มันอาจฟังดูไร้สาระและดูไม่น่าเชื่อถือในสายตาคุณ แต่ผมขอร้องคุณล่ะ ผมกำลังเจอปัญหาจากเจย์เดน เขาตามคุกคามผมอยู่”
เด็กหนุ่มเม้มปากขณะมองดูท่าทีชั่งใจของอีกฝ่าย คะเนดูแล้วอายุเซนคงไล่เลี่ยกันกับเขา และท่าทางที่เซนแสดงออกมานั้นทำให้เลียมคิดว่าอีกฝ่ายต้องรู้อะไรไม่มากก็น้อย ซึ่งตอนนี้เขาทำได้เพียงสวดภาวนาขอให้เซนเห็นใจ และช่วยบอกในสิ่งที่รู้
“ผมก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเจย์เดนมากหรอก ถึงผมจะเป็นเด็กปั้นของเขา แต่เราก็รู้จักกันแค่ผิวเผิน เจอกันแค่เรื่องงานเท่านั้น...”
เซนเอ่ยด้วยท่าทางครุ่นคิด “แต่ก็พอจะรู้ว่าเขาไม่ใช่คนดีอย่างที่เห็นภายนอก”
“ใช่ไหมล่ะ นั่นแหละที่ผมจะบอก เขาอันตรายมาก ผมเลยอยากรู้ว่าคุณพอจะมีเบาะแสหรือหลักฐานอะไรบ้างไหม ที่จะบ่งชี้ได้ว่าเจย์เดนเป็นฆะ...เอ่อ เป็นคนอันตราย...”
เลียมกัดปาก เขาไม่กล้าพูดว่าเจย์เดนเป็นฆาตกรที่เคยฆ่าคนมาแล้วต่อหน้าเซน ด้วยรู้ดีว่าน้ำหนักของความรับผิดชอบหลังการเปิดเปลือยความจริงเหล่านั้นมันหนักหนาสาหัสถึงเพียงใด
หากเจย์เดนรู้เข้าทีหลัง มีหวังเอาเขาถึงตายแน่
“ผมไม่มีอะไรพวกนั้นหรอก และผมเองก็ไม่ยินดีจะช่วยคุณด้วย เพราะผมยังต้องพึ่งพาเขาอยู่”
เซนเอ่ยตัดบทอย่างไร้เยื่อใย เขาเองก็ยังมีเรื่องที่ต้องจัดการ และต้องหาทางเอาตัวรอดเช่นกัน...
ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าสิ้นหวังของคนตรงหน้าก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งก่อนเอ่ย
“แต่ถ้าหากนายถามถึงวิธีรับมือ คนอย่างเจย์เดนรับมือด้วยไม่ยาก”
ได้ยินดังนั้นเลียมจึงเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ทำยังไงก็ได้ อย่าให้เขารู้สึกเบื่อคุณเด็ดขาด”
หลังจากคุยกับเซน เลียมกลับรู้สึกหดหู่และหวาดหวั่นมากกว่าเดิม ทว่าในขณะเดียวกันนั้นก็รู้สึกกริ่งเกรงในตัวเซนด้วยเช่นกัน แม้ลักษณะภายนอกของเซนจะไม่มีอะไรดูน่ากลัว แต่ความนึกคิดและสายตาที่ราวกับอ่านทุกอย่างออกคู่นั้นนั่นแหละที่น่ากลัว
เลียมไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเซนและเจย์เดนเลยสักนิด ทุกความพยายามของเขามันช่างเปล่าประโยชน์
และเขาก็ไม่มีความกล้ามากพอที่จะปริปากพูดเรื่องดำมืดของเจย์เดนออกไป
ทว่าขณะที่เลียมกำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับความผิดหวัง สายตาพลันสะดุดเข้ากับเรือนร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้างาน เรือนผมสีเงินโดดเด่นนั่นเขาจำมันได้ดี...เจย์เดน!
อีกฝ่ายกำลังยืนประจันหน้ากับผู้ชายอีกคน ชายคนนั้นสวมแว่นกันแดดปกปิดดวงตา สันกรามมีหนวดเขียวครึ้มดูน่าเกรงขาม เขายืนกอดอกวางมาด และดูเหมือนว่าทั้งคู่จะกำลังมีปัญหากัน
ต่อมความอยากรู้อยากเห็นของเลียมกำลังร่ำร้อง รู้ตัวอีกทีก็มาแอบอยู่หลังเสาใกล้ๆ นี่เสียแล้ว!
“คุณแม็กซ์ งานนี้ผู้ชายเข้าไม่ได้ครับ” เจย์เดนพูดพลางยิ้มกว้าง มือก็ผายเชิญให้ผู้ชายมาดคล้ายมาเฟียออกไปจากงาน
เสแสร้ง...ยิ้มแบบนั้นมันเสแสร้งชัดๆ!
“แต่ฉันจะเข้า ถอยไป” ฝ่ายโดนไล่กดเสียงต่ำเป็นเชิงขู่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเจย์เดน
เลียมที่แอบดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลจึงแค่นยิ้มหยัน
ธาตุแท้กำลังจะเผยแล้วสิ...
เจย์เดนมองคนตรงหน้านิ่งๆ ด้วยสายตาเหมือนพญาราชสีห์ที่กำลังจ้องมองชิ้นเนื้อโอชะ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่ามันจะตัดสินใจขย้ำเหยื่อตอนไหน บรรยากาศรอบตัวพวกเขาทั้งคู่กำลังมาคุ ต่างจ้องกันและกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แม้ชายปริศนาคนนั้นจะไม่ถอดแว่น แต่เลียมก็รับรู้ได้ว่าเขาคงร้ายกาจไม่ต่างกัน
ในจังหวะที่แขกไม่ได้รับเชิญกำลังจะก้าวขาพ้นเส้นสีขาวซึ่งถูกขีดไว้เพื่อแสดงขอบเขตงาน กลับถูกลำแข้งจากคนด้านหลังสกัดกั้น ซึ่งเขาก็รู้ทันและยกขาหลบได้ แต่มันกลับไม่จบเพียงแค่นั้น
เจย์เดนใช้ขาตวัดอีกครั้งด้วยความเร็วสูงในจังหวะที่แม็กซ์กำลังจะวางเท้าลงพื้น ทำให้ร่างใหญ่โตในชุดสูทเสียหลักล้มตึงลงไปนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนเลียมแทบมองตามไม่ทัน ผู้ชายที่ดูท่าจะไม่ธรรมดากลับถูกเจย์เดนทำให้ล้มลงอย่างง่ายดาย ท่ามกลางเสียงฮือฮาด้วยความตกใจจากผู้คนโดยรอบ
แต่เจย์เดนก็ยังแสดงบทบาทได้ดีเกินคาด เขาแสร้งทำท่าทางตกใจ พลางยื่นมือไปช่วยพยุงคนบนพื้นอย่างใจดี
“แกเป็นใครกันแน่” แม็กซ์ถามเสียงลอดไรฟัน
“ไม่สำคัญว่าผมจะเป็นใคร เชิญคุณกลับไปเถอะครับ” เจย์เดนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ทว่าริมฝีปากกลับเหยียดยิ้มหวาน ขณะที่สายตาคมกริบยังจ้องชายตรงหน้าอย่างไม่ลดละ
ซึ่งมันไม่ได้เข้ากับรอยยิ้มบนใบหน้าเลยสักนิด!
ครู่ต่อมาชายคนนั้นก็ล่าถอยไปด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ เจย์เดนจึงหันหลังเดินมายังทิศทางที่เลียมกำลังแอบอยู่ เด็กหนุ่มรีบซ่อนตัวเข้ากับหลังเสา ในขณะที่คิดว่าอีกฝ่ายเดินจากไปแล้ว กลับได้ยินคำพูดยียวนลอยเข้าหู
“สอดรู้สอดเห็น”
เลียมพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินออกไปเผชิญหน้าตรงๆ
ตอนนี้พวกเขาอยู่ท่ามกลางงานที่มีฝูงชนมากมาย เจย์เดนไม่กล้าทำอะไรแน่ และคงไม่กล้าพอที่จะฉีกหน้ากากตัวเองด้วย ซึ่งแขกเหรื่อก็เริ่มทยอยมาจนแน่นขนัด
หากเขาแหกปากโวยวายร้องขอความช่วยเหลือ คนทั้งงานต้องแห่มาดูแน่ๆ คิดได้ดังนั้นเลียมก็วางใจในระดับหนึ่ง
“อย่ามายุ่ง”
เด็กหนุ่มผู้ไม่รู้เงาหัวตัวเองพูดกระแทกเสียงใส่หน้าเจย์เดนอย่างต้องการกวนประสาท พลางทำเนียนเดินชนไหล่อีกฝ่ายหวังจะจากไป แต่ยังก้าวไม่ทันพ้น ฝ่ามือใหญ่พลันจับกระชากข้อมือเขาให้หันกลับมาพร้อมด้วยแรงบีบหนักหน่วง
“ปล่อยนะเว้ย!” เลียมเบ้หน้าด้วยความเจ็บ ก่อนจะต้องถลึงตามองอีกฝ่ายด้วยความทึ่งสุดขีด
เพราะตอนนี้ใบหน้าของเจย์เดนกำลังประดับด้วยรอยยิ้มหวานหยด!
“เลียม งานใกล้เริ่มแล้วนะครับ คุณต้องไปแสตนด์บายที่ข้างเวทีได้แล้ว” คนร้ายกาจพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“แหม ดีดี้ตามหาตั้งนานแน่ะคุณเจย์ ที่ไหนได้ มาตามนายแบบนี่เอง เรื่องใส่ใจงานทุกรายละเอียดนี่ไม่มีใครเกินคุณเลยนะคะ”
สตาฟสาวเดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์อีรุงตังนังจึงเข้าใจไปแบบผิดๆ ทั้งยังออกปากชมปีศาจร้ายในคราบเทวดาจนเลียมต้องลอบเบะปาก
เขาไม่เข้าใจ ทำไมถึงมีแค่เขาที่เห็นธาตุแท้ของเจย์เดน!?
เจ็บใจนักที่รู้ว่าคนคนหนึ่งไม่ใช่คนดีอย่างที่ใครๆ คิด แต่คนอื่นกลับไม่รับรู้ อีกทั้งยังสรรเสริญบูชา ชวนให้เลียมรู้สึกหงุดหงิดและมันไส้ไปในคราวเดียวกัน
และเจย์เดนก็เป็นคนประเภทที่เขาเกลียดที่สุดเสียด้วย!
“ดีดี้มาตามผมไปที่จอมอนิเตอร์ใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมตามไป ต้องสอนงานเด็กใหม่อีกนิดหน่อยน่ะ”
เจย์เดนโกหกลื่นไหลอย่างไม่รู้สึกกระดากปาก
สอนงานเด็กใหม่? เหอะ!
“รับทราบค่า” หญิงสาวเดินยิ้มคิกคักจากไปเมื่อเจอรอยยิ้มโปรยเสน่ห์ของผู้ชายร้ายลึกคนนี้เข้าไป
เมื่อดีดี้เดินไปจนพ้นสายตา เจย์เดนก็ลากเลียมให้เดินตามเขาไป ระหว่างทางก็ทักทายคนโน้นทีคนนี้ทีด้วยหน้ากากและบทบาทที่เขากำลังสวมใส่อยู่
แต่เมื่อมาถึงยังข้างเวทีที่เป็นจุดแสตนด์บายของนายแบบ เจย์เดนก็สะบัดมือเลียมออกอย่างแรง มือใหญ่เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นสันกรามของคนอวดดี
ความเจ็บแล่นปราดเข้ามจนเลียมต้องกัดฟันแน่น แต่ดวงตาดื้อดึงกลับแสดงออกถึงความแข็งกร้าวอย่างไม่ลดราวาศอก
เขาเฝ้าก่นด่าคนหลายหน้าอยู่ในใจ
ที่กล้าทำขนาดนี้เพราะไม่มีใครอยู่ตรงนี้ล่ะสิ เหอะ!
“เธอจะอยากรู้อยากเห็นไปถึงไหน” น้ำเสียงกดต่ำกับแววตาหม่นเข้มทำให้เลียมต้องลอบกลืนน้ำลาย
“ก็จนกว่าคุณเลิกยุ่งกับผมไง” เด็กหนุ่มพยายามพูดสวนไปให้ชัดๆ เท่าที่จะทำได้
เจย์เดนสะบัดมือที่ล็อกสันกรามออกอย่างแรงจนอีกฝ่ายหน้าหัน คอแทบเคล็ดเพราะแรงเหวี่ยง เลียมอ่านสายตาของคนตรงหน้าไม่ออก มันดูคล้ายกับสายตาของเซนทว่าก็มีความแตกต่าง
หากให้เปรียบ สายตาของเซนนั้นดุจความว่างเปล่าที่ราวกับจะดูดกลืนคนมองเข้าไป
แต่กับเจย์เดนไม่ใช่แบบนั้น และเลียมยังจดจำมันได้ดี
สายตาที่มองราวกับว่ามนุษย์อย่างเขาเป็นเพียงวัตถุชิ้นหนึ่ง...ที่ไม่ได้มีค่าในสายตาคู่นั้นเลย
“ฉันเริ่มเบื่อซะแล้วสิ” เขาพูดพร้อมตวัดตามอง
‘ทำยังไงก็ได้ อย่าให้เขารู้สึกเบื่อคุณเด็ดขาด’
ถ้ามันจริงอย่างที่เซนบอก เลียมจะยอมให้เจย์เดนเบื่อเขาไม่ได้!
แต่ต้องทำยังไงล่ะ?
ขณะที่เลียมกำลังระดมสมองขบคิดอย่างหนัก หูก็ได้ยินเสียงคุยเจื้อยแจ้วดังใกล้เข้ามา ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเหล่าสตาฟและนายแบบทุกคนกำลังเดินมาที่นี่ ขณะเดียวกัน เจย์เดนก็กำลังสาวเท้าเข้ามาใกล้เขามากขึ้นด้วยท่าทีคุกคาม มือขวาข้างหนึ่งหายไปยังด้านหลังของตัวเองราวกับกำลังเอื้อมหยิบบางอย่าง
มีด...ต้องเป็นมีดแน่ๆ เขากำลังจะโดนฆ่า!
“มันคงถึงเวลาที่เธอจะต้อง...”
เลียมสวนขาเตะผ่าหมากอีกฝ่ายแบบไม่ให้ตั้งตัว ทว่าเจย์เดนมีปฏิกิริยาตอบสนองฉับไว เขาใช้มือตั้งการ์ดรับไว้ทัน แต่นั่นไม่ได้ทำให้แผนของเลียมผิดเพี้ยนแต่อย่างใด เขาฉีกทึ้งเสื้อผ้าตัวเองจนขาดวิ่น เนื้อผ้าบาดผิวจนขึ้นรอยแดงเป็นปื้น พลางดึงมือของคนที่กำลังมองเขาตาไม่กะพริบให้มาวางลงบนสะโพกตน ก่อนจะเหนี่ยวรั้งลำคอแกร่งให้ซุกหน้าเข้าที่ลาดไหล่และออกแรงกดไว้อย่างนั้น
เจย์เดนพยายามดันตัวเองออก แต่เลียมอาศัยพลังลูกบ้ารักตัวกลัวตาย กดหัวอีกฝ่ายไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แสร้งทำเป็นดีดดิ้นโวยวาย ตะโกนเรียกร้องให้คนช่วยอย่างเก้ๆ กังๆ
“ปล่อยผมนะ! เจย์เดน คุณเป็นบ้าไปแล้วเหรอ!?”
ถึงเลียมจะไม่ใช่นักแสดงมืออาชีพ แต่เขาคิดว่าคงไม่มีใครดูออก
“เฮ้ย! เจย์เดน คุณทำบ้าอะไร!!!”
สตาฟผู้ชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาก่อนใครรีบตรงเข้ามากระชากไหล่เจย์เดน ซึ่งได้รับบทเป็นผู้ร้ายให้ออกห่างจากเด็กหนุ่มซึ่งกำลังตัวสั่นงันงก และทุกคนที่ตามเข้ามาก็แสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อกับภาพที่เห็น
สายตาทุกคู่ล้วนมองไปยังเจย์เดน เลียมแสร้งทำทีเป็นตกอกตกใจและหลบอยู่หลังสตาฟชายร่างใหญ่ ก้มหน้างุดจนคางแทบชิดอก ทุกคนคงคิดว่าเขากำลังอับอายและขวัญหนีดีฝ่อ
แต่ความจริงคือเขากำลังซ่อนรอยยิ้มสะใจและกลั้นขำจนไหล่สั่นต่างหากเล่า!
หึ แหลมาแหลกลับ ไม่โกง
TBC.