จากหมากตัวหนึ่งบนกระดาน สู่ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว...และเมื่อหมากตัวนั้นสำคัญเหนือทุกสิ่ง เขาก็พร้อมจะทำลายทิ้งทั้งกระดาน!

MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรัก - 02 That corpse, did you kill him?(ศพนั่น คุณฆ่าเขาใช่ไหม?) โดย โชวาเฮ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แอคชั่น,อาชญากรรม,ชาย-ชาย,จิตวิทยา,ดาร์ค,Darkroman,นักฆ่า,อาชญากรรม,BL,คลั่งรัก,ไซโคพาธ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แอคชั่น,อาชญากรรม,ชาย-ชาย,จิตวิทยา,ดาร์ค

แท็คที่เกี่ยวข้อง

Darkroman,นักฆ่า,อาชญากรรม,BL,คลั่งรัก,ไซโคพาธ

รายละเอียด

MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรัก โดย โชวาเฮ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

จากหมากตัวหนึ่งบนกระดาน สู่ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว...และเมื่อหมากตัวนั้นสำคัญเหนือทุกสิ่ง เขาก็พร้อมจะทำลายทิ้งทั้งกระดาน!

ผู้แต่ง

โชวาเฮ

เรื่องย่อ

-แนว Enimies to Lovers-
SLOW BURN

-ไม่มีกล่องแพนโดร่าใด…สมควรถูกเปิดออก-

"หากเลือกที่จะแก้แค้นโดยใช้ฉันเป็นเครื่องมือ ก็ต้องกล้าเดิมพันด้วยชีวิต"

"..."

"ว่ายังไง?"

"ผมจะไม่ตาย คุณคอยดู"

เลียม เป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่ชีวิตของเขาควรจะจบลง ในวันที่บังเอิญเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น รู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้

แต่แทนที่จะฆ่าปิดปาก เจย์เดน อาร์มันโด้ ทายาทตระกูลนักฆ่าผู้เลือดเย็นกลับเลือกเก็บเขาไว้ข้างตัว

ชายผู้ไม่เคยเข้าใจความรัก และไม่เคยคิดว่าตัวเองจำเป็นต้องเข้าใจ

ทว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยเลือด การทรยศและความตาย

คนที่เคยเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดาน กลับค่อยๆ กลายเป็น 'ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว' 

โดยที่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า...การตัดสินใจเก็บหมากตัวนี้ไว้ในวันนั้น จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล

 

Content Warning

เลือด / ความรุนแรง / การสะกดรอยตาม / การทำร้ายร่างกายและจิตใจ / การลักพาตัว / 
การจับตัวประกัน / การข่มขู่และบงการ / การใช้คำหยาบ / การเสียชีวิตของตัวละคร

Trigger Warning

การทำร้ายเด็ก / การคุกคามทางเพศ / ความพยายามฆ่าตัวตาย / ความพยายามข่มขืน / 
ความรุนแรงในครอบครัว / การทารุณสัตว์ / การฆาตกรรม / การสังหารหมู่ / การป่วยทางจิต

 

⚠️Disclaimer⚠️

นิยายเรื่องนี้เป็นผลงานจากจินตนาการของผู้แต่ง ตัวละคร  องค์กร และเหตุการณ์ต่างๆ เป็นเรื่องสมมติ สถานที่บางแห่งถูกนำมาอ้างอิงเพื่อการเล่าเรื่องเท่านั้น มิได้มีเจตนาพาดพิงถึงเหตุการณ์หรือบุคคลจริง

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และเสพสื่อเพื่อความบันเทิง

 

STATUS : COMPLEATED

จบ 19.FEB.2026

หากชอบนิยายเรื่องนี้ ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์คนนี้ด้วยนะคะ🙏🏻🥹 

🌹ภาพปก + ตัวละครทั้งหมดจากคุณนักวาด Teme🌹

สารบัญ

MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรัก-Prologue (บทนำ),MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรัก-01 He's such a two-faced liar (เขาตีสองหน้าชัดๆ),MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรัก-02 That corpse, did you kill him?(ศพนั่น คุณฆ่าเขาใช่ไหม?)

เนื้อหา

02 That corpse, did you kill him?(ศพนั่น คุณฆ่าเขาใช่ไหม?)

02
That corpse, did you kill him?
(ศพนั่น คุณฆ่าเขาใช่ไหม?)

 

หลายวันต่อมา

เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์อากาศปลอดโปร่ง เลียมขี่บิ๊กไบค์คันใหม่ออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำเปรียบเสมือนเสียงดนตรีเพราะๆ ที่กำลังบรรเลงอยู่ข้างหู อะดรีนาลีนจากความสุขหลั่งไหลจนเขาเผลอยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี

นี่คือช่วงเวลาที่เขาเฝ้ารอมาโดยตลอด

เอี๊ยด!

ทว่าพาหนะโฉบเฉี่ยวซึ่งกำลังแล่นฉิวอยู่กลับถูกเบรกกะทันหันจนล้อตวัดส่าย แต่เลียมควบคุมมันได้อย่างชำนาญจึงไม่เกิดปัญหา สองตาใต้หมวกกันน็อกจับจ้องไปยังเหตุการณ์ตรงริมถนน

ชายคนหนึ่งถูกลากเข้าไปในตรอกแคบๆ เลียมจำเขาได้ทันที

เจย์เดน วอล์คเกอร์...

เด็กหนุ่มจอดรถห่างออกไปหลายช่วงตึก ก่อนจะเดินย้อนกลับมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น นึกเยาะหยันอีกฝ่ายในใจ

คนนิสัยอย่างเจย์เดน...คงไปขัดแข้งขัดขาใครเข้าแล้วโดนเอาคืนก็ดูสมเหตุสมผลดี

แต่ยิ่งเข้าใกล้ ตรอกนั้นกลับเงียบผิดปกติ ไม่มีเสียงโวยวาย ไม่มีการต่อสู้ชุลมุนอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงเสียงครางต่ำๆ ที่ฟังไม่ออกว่ามาจากใคร ก่อนจะเงียบหายไปในเวลาไม่นาน

หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เลียมเองก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ ต่อให้เขาเกลียดขี้หน้าเจย์เดนขนาดไหน แต่หากอีกฝ่ายเข้าตาจนถึงขั้นอันตรายขึ้นมาจริงๆ เขาคงต้องรีบเรียกตำรวจ

แต่ยังเดินไปไม่ถึงจุดหมาย กลับได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนดังแว่วออกมา เลียมจึงรีบกระโจนเข้าไปหลบในซอยข้างๆ ประจวบเหมาะกับมีถังขยะใบโต จึงปรี่เข้าไปนั่งหลบอยู่ด้านหลังถังขยะใบนั้น มั่นใจว่าบุคคลปริศนาจะไม่ทันสังเกตเห็นร่องรอยของเขา

เลียมยืดคอดูเหตุการณ์ด้านนอก เมื่อเห็นแผ่นหลังคุ้นตาก็เบิกตาโพลง

“เสียเวลา”

เลียมตกใจจนเกือบเผลออุทานออกไปแต่ก็ตะครุบปิดปากตัวเองทัน ครู่หนึ่งที่ชายคนนั้นหันกลับมามองยังซอยเล็กๆ ด้วยแววตาเคลือบแคลง

เสื้อผ้าของเขาเกรอะกรังไปด้วยคราบเลือด ใบหน้าขาวจัดมีหยดเลือดกระเซ็นติดเป็นหย่อมๆ ทว่าทุกอย่างกลับดูเรียบร้อยเกินไป ไม่มีร่องรอยของการดิ้นรนที่ควรจะเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

เขาทำท่าจะสาวเท้าเดินมายังทิศทางที่เลียมแอบอยู่ หัวใจเด็กหนุ่มพลันสั่นระรัว

ทว่าอยู่ดีๆ ก็มีแมวดำตัวผอมซูบกระโดดออกมาจากถังขยะ ได้จังหวะเหมือนโชคช่วย

“แง้ว~” มันเดินวนพลางดมพื้นไปทั่ว ชายคนนั้นจึงเลิกคิ้วน้อยๆ แล้วหันหลังทำท่าจะเดินจากไป

ถนนเส้นนี้ไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่านและไม่ค่อยมีรถสัญจรไปมา ทำให้ชายคนนั้นย่ามใจ เขาปาดรอยเลือดสีแดงสดเหล่านั้นออกด้วยท่าทางเบื่อโลก ท่าทางไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ปากยังพร่ำบ่นเบาๆ

“ต้องทิ้งชุดอีกแล้ว”

ผู้ชายคนนั้นคือเจย์เดน!

เลียมไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง มันเป็นไปได้อย่างไร...

ทั้งๆ ที่พวกนั้นมีกันตั้งหลายคน แต่เจย์เดนกลับไม่มีบาดแผลหรือแม้แต่รอยขีดข่วน

ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดหวั่น เหงื่อเย็นซึมตามไรผม ภาพเมื่อครู่...มันผิดธรรมชาติจนดูเหมือนไม่ใช่ความจริง

มือใหญ่ล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าสีดำผืนบางออกมาจากกระเป๋ากางเกง บรรจงเช็ดรอยเลือดบนมือแล้วทิ้งผ้าผืนนั้นอย่างไม่ใยดี

สายลมแรงพัดผ่าน เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เขาปล่อยผ้าเช็ดหน้าลงพื้น มันปลิวว่อนมากองอยู่ตรงหน้าเลียมแบบพอดิบพอดี พร้อมทั้งถูกคลี่แผ่สยายเต็มผืน เผยให้เห็นกุหลาบสีแดงที่ปักด้วยด้ายทำมืออยู่ตรงมุมผ้า

เลียมไม่รู้ว่าทำไมรายละเอียดเล็กน้อยแค่นี้ถึงทำให้เขาขนลุก แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งเจย์เดนก็หายไปแล้ว

อะไรกันผู้ชายคนนี้...

 

 

เลียมกลับบ้านมาด้วยสติที่ไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวนัก ภาพในตรอกยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่รู้จบ ทั้งกลิ่นคาวเลือด ไหนจะยังแววตานิ่งเฉยจนผิดมนุษย์ของเจย์เดนที่ยังติดตาเขาอยู่

อีกฝ่ายเป็นคนน่ากลัว...

แต่น่ากลัวแค่ไหน เลียมก็ยังไม่อาจรู้ได้

เจย์เดนเป็นประเภทสวมหน้ากากเข้าหาคนอื่นอย่างแนบเนียน สุภาพเป็นมิตรดูน่าเชื่อถือ และนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ

คนแบบนั้น อันตรายกว่าคนที่แสดงความโหดร้ายออกมาตรงๆ เสียอีก

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่...เอซ

งานของเอซทำให้ต้องวนเวียนอยู่ในแวดวงเดียวกันกับเจย์เดน หากต้องร่วมงานกันบ่อยครั้ง...แล้วถ้าเจย์เดนผูกใจเจ็บกับวาจาร้ายกาจของเขาในวันนั้น

แล้วรู้ว่าเขาสนิทกับเอซล่ะ?

เลียมเริ่มพะว้าพะวน หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

ไม่ได้การ เขาต้องบอกเอซให้ระวังตัว!

พลันเสียงโทรทัศน์จากห้องนั่งเล่นก็ดังแทรกขึ้นมาพอดี

[ข่าวเด่นวันนี้ มีคนพบศพนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เอเนล ประธานบริษัท GK GROUP ภายในห้องทำงานของเจ้าตัว ตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นคดีฆาตกรรมค่ะ จากผลการชันสูตรเบื้องต้นพบว่าคนร้ายใช้อาวุธมีคมเป็นหลัก แต่ยังไม่พบอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ ภายในห้องมีร่องรอยการต่อสู้อย่างชัดเจน...]

“เฮ้อ คนเราหนอ เห็นกันอยู่หลัดๆ”

ชายวัยกลางคนทอดถอนใจให้กับเหตุน่าสลดบนจอโทรทัศน์ ดีแลน มาตินเนส ผู้เป็นบิดาของเลียม ซึ่งขณะนี้กำลังนั่งดูข่าวอยู่ตรงโซฟากลางบ้าน

“นี่มันประธานบริษัทที่พ่อทำงานอยู่ไม่ใช่เหรอ” เลียมเดินเข้าไปทิ้งตัวนั่งข้างเขา

“ใช่ พ่อก็เพิ่งรู้ข่าวนี่แหละ” ดีแลนตอบด้วยน้ำเสียงหดหู่ “พรุ่งนี้ที่บริษัทวุ่นวายกันใหญ่แน่”

เลียมเหลือบตามองจอสี่เหลี่ยมที่กำลังฉายภาพในที่เกิดเหตุซ้ำไปซ้ำมา โต๊ะทำงานพังเละ เลือดกระเซ็นติดตามผนัง บรรยากาศชวนสะเทือนขวัญไม่น้อย

ก่อนจะพบเข้ากับอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รู้สึกราวกับหัวใจกำลังจะหยุดเต้น ม่านตาขยายเหยียดอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น

ผ้าเช็ดหน้าสีดำผืนหนึ่งตกอยู่บนพื้นใกล้โต๊ะทำงาน

มุมผ้าถูกกล้องซูมเข้าไปใกล้ เผยให้เห็นลวดลายปักกุหลาบสีแดงด้วยด้ายทำมืออย่างชัดเจน

เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว

เขาไม่มีทางจำผิด

ภาพบนจอเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ดูเหมือนตำรวจจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันนัก หรือมันอาจเป็นเพียงรายละเอียดเล็กน้อยในสายตาของพวกเขา

เลียมกำมือแน่นโดยที่ไม่รู้ตัว เขารู้ว่าผ้าเช็ดหน้าคล้ายๆ กันบนโลกนี้คงมีจำนวนนับไม่ถ้วน

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ความบังเอิญครั้งนี้กลับทำให้ลำคอเขาแห้งผาก

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาหัวอย่างห้ามไม่อยู่

หรือทั้งหมดนี้...ไม่ใช่เรื่องบังเอิญกันแน่

พลันเสียงเรียกเข้าจากมือถือดังขัดความคิด เมื่อเห็นชื่อผู้โทรเด่นหราเลียมก็กดรับทันที

“ว่าไงเอซ”

เลียมลืมสิ่งที่ตั้งใจจะพูดไปจนหมดสิ้น ในหัวมีแต่คำถามเกี่ยวกับเจย์เดนเต็มไปหมด

[กูมีเรื่องจะบอกมึง]

“อะไร”

[กูกับเจย์เดน...ตอนนี้เราคบกันอยู่ว่ะ]

“ว่าไงนะ!?”

บางที...พระเจ้าก็เล่นตลกกับชีวิตคนเรามากเกินไป

 

 

“เรื่องนี้มึงต้องอธิบาย มันกลายมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง!”

เลียมกระแทกฝ่ามือตบโต๊ะไม้จนมันสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วร้านกาแฟ หากแต่ตัวการหาได้สนใจไม่ เขามองเพื่อนตัวเองสลับกับเจย์เดนที่ทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว ริมฝีปากเหยียดยิ้มจอมปลอมจนชวนให้หงุดหงิด

แม้จะยังไม่รู้ว่าผู้ชายตรงหน้าร้ายกาจแค่ไหน แต่เอซคือเพื่อนคนเดียวของเขา

จะปล่อยให้อยู่ใกล้ตัวอันตรายแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!

“คะ คือว่า...”

เอซทำท่าอึกอัก ตากลมใต้แว่นสี่เหลี่ยมหลุกหลิกไปมาเหมือนกำลังประหม่า

“อึกอักอยู่ได้ งั้นคุณบอกผมมา”

เลียมจึงพุ่งเป้าไปที่เจย์เดนแทน ตอนแรกเขาตั้งใจเรียกเอซมาคุยคนเดียว แต่เพื่อนตัวดีของเขากลับหิ้วแฟนป้ายแดงมาด้วย ทำให้เลียมไม่สามารถพูดออกไปโต้งๆ ได้ว่าเจย์เดนอันตรายและร้ายกาจแค่ไหน

“ก็ผมชอบเพื่อนคุณ เหตุผลแค่นี้ยังไม่พอเหรอครับ”

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาฉีกยิ้มหวาน ทว่าเลียมรู้ดีว่านี่เป็นเพียงหน้ากากที่อีกฝ่ายสวมใส่เพื่อตบตาคน

“ผมไม่เชื่อ” เลียมสวนกลับแทบจะทันที

“เลียม เป็นอะไร ปกติมึงไม่งี่เง่าแบบนี้นี่”

ปกติเลียมไม่เคยเป็นแบบนี้ เขาไม่เคยทำตัวเป็นเพื่อนเฮงซวยไร้มารยาทกับเอซมาก่อน ไม่ว่าเอซจะคบกับใคร จะดีหรือเลวเลียมไม่เคยยุ่งไม่เคยก้าวก่าย เขาเคารพการตัดสินใจของอีกฝ่ายเสมอ

แต่วันนี้เขายอมไม่ได้จริงๆ

“กูขอเวลาสักสิบนาทีนะเอซ กูอยากคุยกับเจย์เดนตามลำพัง”

“อะ อืม เจย์เดนบอกไว้ก่อนแล้วว่าต้องเกิดเรื่องแบบนี้ แต่นั่นเป็นเพราะมึงเข้าใจเขาผิดนะเว้ย ยังไงก็คุยกันดีๆ ล่ะ”

หนุ่มแว่นพูดด้วยท่าทีใจเย็น ก่อนที่ตัวเองจะลุกออกไปเพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อนและแฟนของตนได้เปิดอกคุยกันตามลำพัง หารู้ไม่ว่าทุกสิ่งที่เจย์เดนบอกนั้นล้วนเป็นเรื่องปั้นแต่ง ทันทีที่แผ่นหลังเอซหายลับออกไปนอกร้าน รอยยิ้มร้ายกาจก็ปรากฏให้เห็นบนใบหน้าหล่อเหลา

“ทีงี้ล่ะหางโผล่”

คำพูดค่อนแคะออกมาจากปากสีเรื่ออมคล้ำเล็กน้อยตามประสาคนติดบุหรี่ เจย์เดนเผลอมองตามกลีบปากที่กำลังขยับด่าทอเขาฉอดๆ อย่างลืมตัวมาตลอดตั้งแต่นั่งร่วมโต๊ะกัน

ปากดีแบบนี้...น่าสนใจ

สายตาคมลอบมองเรือนกายที่มีผิวสองสีโดยที่เจ้าของร่างไม่ทันได้รู้ตัว เลียมสวมเสื้อกล้ามสีดำคู่กับกางเกงยีนโหลดต่ำสีเดียวกัน โชว์รอยสักที่หัวไหล่และต้นคออย่างเปิดเผย ผิวเนื้อส่วนที่เคยอยู่ใต้ร่มผ้านั้นขาวผ่อง ตัดกับผิวสีแทนคล้ำนอกร่มผ้าซึ่งเป็นผลมาจากการตากแดดตากลมจนเห็นเป็นรอยแขนเสื้อ

“ปากร้ายจังครับ” คนยียวนแสร้งพูดตัดพ้อ

“จะบอกจุดประสงค์ได้หรือยัง”

“คุณก็บอกผมมาก่อนสิครับ”

“อะไร?”

“มีหตุผลอะไรให้ต้องทำตัวแบบนี้ใส่ผมเหรอครับ ถ้ายอมบอกกันดีๆ ผมอาจจะเลิกยุ่งกับเพื่อนของคุณก็ได้”

ได้ยินดังนั้นเลียมก็แค่นหัวเราะ เป็นดังคาด...

เจย์เดนเข้ามายุ่มย่ามกับเอซเพราะมีเขาเป็นต้นเหตุจริงๆ ด้วย!

เจ้าของเรือนผมสีเงินเท้าคางมองหน้าเลียมพร้อมทั้งส่งยิ้มหวานจนตาแทบเป็นเส้นตรง คนอื่นที่มองมาคงคิดว่าภาพนี้มันน่ารักน่าดูชม เหมือนคู่รักที่มาเดตกันแล้วมีแต่ความหวานแหวว และอีกฝ่ายก็เป็นคนมีชื่อเสียง จึงไม่แปลกที่คนรอบข้างจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ทว่าความจริงแล้วเจย์เดนแค่ต้องการกวนประสาทคนตรงหน้าก็เท่านั้น

“ศพนั่น...คุณฆ่าเขาใช่ไหม” เลียมกลั้นใจลองเชิงอีกฝ่าย ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขามีความขวัญกล้าเช่นนี้ 

แวบหนึ่งที่แววตาราบเรียบเกิดประกายความตื่นเต้นวาบผ่าน ก่อนที่เจย์เดนจะเก็บงำความรู้สึกเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว

“ศพไหนครับ ผมจำไม่ได้หรอกว่าฆ่าใครไปบ้าง”

เจย์เดนตอบพร้อมอมยิ้มน้อยๆ เหมือนพูดเรื่องฟ้าดินอากาศทั่วไป เรียวนิ้วยาวเกี่ยวหูแก้วกาแฟแล้วยกขึ้นจิบด้วยท่าทีสบายๆ ซึ่งหากเป็นเวลาปกติเขาไม่มีทางตอบแบบนี้แน่

แต่เขาชักจะสนุกขึ้นมาแล้วนี่สิ...

“เอเนล” เลียมจ้องคนตรงข้ามเขม็ง

กึก

ถ้วยกาแฟในมือเขาชะงักค้าง ส่งผลให้กาแฟดำกระฉอกรดลงบนฝ่ามือใหญ่ ผิวเริ่มแดงเถือกเพราะความร้อน ทว่าคนโดนลวกกลับไม่มีปฏิกิริยาใด

ผ่านไปไม่กี่วินาทีเจย์เดนก็บรรจงวางมันลงบนจานรองราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบผ้าเช็ดหน้าคู่ใจออกมาเช็ดคราบกาแฟบนมืออย่างใจเย็น

เลียมเบิกตากว้าง

ผ้าเช็ดหน้าสีดำ...ปักกุหลาบแดงด้วยด้ายทำมือ...เหมือนกันไม่มีผิด

“คุณจะพูดอะไรกันแน่ครับ”

สายตาสีฟ้าเข้มกดดันกว่าทุกครั้ง ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักว่าเลียมรู้อะไรมากแค่ไหน

“แม่ง เหี้ยเงียบนี่หว่า” เลียมแสยะยิ้มร้าย กลบเกลื่อนความเย็นวาบที่แล่นมาตามไขสันหลัง “คุณฆ่าเอเนล”

“ทำไมคุณถึงคิดว่าผมเป็นคนทำล่ะครับ”

เจย์เดนยังคงยิ้ม แต่ดวงตาสีฟ้าเข้มกลับคมกริบ ทั้งยังทอประกายสนใจอย่างไม่คิดปิดบัง เขามองเด็กหนุ่มตรงหน้าราวกับจะทะลุทะลวงเพื่อค้นหาอะไรบางอย่าง

“คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าผมรู้ได้ยังไง แล้วก็ขอเตือน”

เลียมเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย

“อย่ามายุ่งกับเอซ ถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงตำรวจ”

เขารู้ดีว่าคำพูดนั้นไร้น้ำหนัก ไม่มีหลักฐาน ไม่มีอะไรทั้งนั้น นอกจากการเสี่ยงโชค เขียนเสือให้วัวกลัว หวังเพียงให้อีกฝ่ายหวั่นไหวกับคำขู่ขึ้นมาบ้าง

แต่ความเป็นจริงกลับส่งผลตรงข้าม

เพล้ง!

“เฮ้ย!”

เลียมสะดุ้งสุดตัว เศษแก้วเซรามิกแตกกระจายอยู่ในอุ้งมือเจย์เดน เลือดสีแดงสดไหลอาบฝ่ามือใหญ่ ทะลักออกมาไม่หยุด

ทว่าเขาไม่ส่งเสียงร้อง ไม่เบ้หน้า ไม่แม้แต่จะชักมือกลับ

“เป็นอะไรมากไหมคะคุณลูกค้า!?”

พนักงานสาวรีบวิ่งเข้ามา เจย์เดนสะบัดมือเธอออกเบาๆ ก่อนส่งยิ้มสุภาพกลบเกลื่อน

“มันแตกได้ยังไงครับเนี่ย แย่จัง”

เลียมนั่งนิ่ง หัวใจเต้นถี่ระรัว

แก้วเซรามิกที่หนาขนาดนั้นไม่มีทางแตกได้แน่หากไม่เผลอทำหล่น

เลียมเงยหน้ามองอีกฝ่ายช้าๆ และในวินาทีนั้นเขาก็รู้ว่าผู้ชายตรงหน้าบีบมันแตกคามือ

...อย่างตั้งใจ

“คงเป็นความผิดของทางเราค่ะ แก้วเซรามิคไม่น่าจะเปราะได้ขนาดนี้แท้ๆ ทางเราขอรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้คุณลูกค้าเป็นการชดใช้นะคะ”

ผู้จัดการร้านออกมาขอโทษด้วยตัวเอง เธอคิดว่ามันคงเป็นเหตุสุดวิสัย แก้วกาแฟของทางร้านถูกสั่งทำให้หนาเป็นพิเศษเพื่อกักเก็บความร้อนไว้ให้ได้นานที่สุด มันอาจเกิดความผิดพลาดจากทางโรงงานก็เป็นได้

“ไม่เป็นไรครับ แค่นี้เล็กน้อยมากจริงๆ”

“ถ้าอย่างนั้นทางเราจะให้คุณมาทานกาแฟร้านเราฟรีหนึ่งเดือนแล้วกันนะคะคุณลูกค้า หากคุณยังไม่รับอีกทางเราคงลำบากใจ”

“ก็ได้ครับ แต่ตอนนี้ผมขอผ้าพันแผลก่อนได้ไหมครับ” ชายหนุ่มส่งยิ้มหวานให้ผู้จัดการสาวจนแก้มเธอขึ้นสีระเรื่อ

“ดะ ได้ค่ะ!”

เธอหายไปสักพักก่อนจะกลับมาพร้อมกล่องปฐมพยาบาลในมือ เจย์เดนจึงเลื่อนกล่องเจ้าปัญหามาตรงหน้าเลียม เป็นเชิงให้เขาทำแผลให้

“คุณเป็นอะไรน่ะเจย์!” เป็นเวลาเดียวกันกับที่เอซกลับเข้ามาพอดี เมื่อเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นก็รีบรุดเข้ามาดูแลแฟนป้ายแดงทันที

“ชิท!” เลียมสบถในลำคอเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

ไม่ใช่แค่เพราะเจย์เดนร้ายกาจ แต่เพราะเอซ...

ที่ดูเหมือนจะชอบผู้ชายอันตรายคนนั้นมากเหลือเกิน

 

 

[ทำดีมากเจย์]

“ครับ หากท่านมีอะไรอีกสั่งผ่านแมรี่ได้เลย”

[ตอนนี้คงพักยาว ยังไม่มีใครกล้าขัดแข้งขัดขาฉันสักเท่าไหร่]

“...”

[งานเนี้ยบเหมือนเดิมเลยนะนายน่ะ]

“ผมดีใจที่ท่านไว้วางใจในตัวผม”

เมื่อคุยธุระเสร็จโทรศัพท์ก็ถูกโยนทิ้งลงบนโต๊ะกระจกใสเบื้องหน้า สายตาคมเหม่อมองออกไปนอกกระจก เฝ้ามองรถราคาคั่งอยู่เต็มท้องถนนยามค่ำคืน แสงไฟจากตัวเมืองยามท้องฟ้ามืดมิดยิ่งทำให้มันดูมีสีสันสวยงามจับตา

มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ก่อนจะจิบไวน์แดงผ่อนคลายสมองด้วยท่วงท่างดงามอย่างคนที่ได้รับการฝึกอบรมมารยาทมาเป็นอย่างดี

“ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าเธอถือไพ่แบบไหนไว้”

ฝ่ามือที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลถูกยกขึ้นมาในระดับสายตา ในหัวของเจย์เดนมีแต่คำพูดของเลียมวนเวียนไปมา เด็กนั่นพูดเหมือนรู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับตัวเขา ด้วยเหตุนั้นเขาจึงต้องหาคำตอบให้ได้

เพราะหากรู้ตัวตนของเขาเข้าจริงๆ ...

เลียมนั่นแหละที่จะต้องขนหัวลุก!

 

TBC.