จากหมากตัวหนึ่งบนกระดาน สู่ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว...และเมื่อหมากตัวนั้นสำคัญเหนือทุกสิ่ง เขาก็พร้อมจะทำลายทิ้งทั้งกระดาน!
แอคชั่น,อาชญากรรม,ชาย-ชาย,จิตวิทยา,ดาร์ค,Darkroman,นักฆ่า,อาชญากรรม,BL,คลั่งรัก,ไซโคพาธ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรักจากหมากตัวหนึ่งบนกระดาน สู่ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว...และเมื่อหมากตัวนั้นสำคัญเหนือทุกสิ่ง เขาก็พร้อมจะทำลายทิ้งทั้งกระดาน!
-แนว Enimies to Lovers-
SLOW BURN
-ไม่มีกล่องแพนโดร่าใด…สมควรถูกเปิดออก-
"หากเลือกที่จะแก้แค้นโดยใช้ฉันเป็นเครื่องมือ ก็ต้องกล้าเดิมพันด้วยชีวิต"
"..."
"ว่ายังไง?"
"ผมจะไม่ตาย คุณคอยดู"
เลียม เป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่ชีวิตของเขาควรจะจบลง ในวันที่บังเอิญเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น รู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้
แต่แทนที่จะฆ่าปิดปาก เจย์เดน อาร์มันโด้ ทายาทตระกูลนักฆ่าผู้เลือดเย็นกลับเลือกเก็บเขาไว้ข้างตัว
ชายผู้ไม่เคยเข้าใจความรัก และไม่เคยคิดว่าตัวเองจำเป็นต้องเข้าใจ
ทว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยเลือด การทรยศและความตาย
คนที่เคยเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดาน กลับค่อยๆ กลายเป็น 'ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว'
โดยที่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า...การตัดสินใจเก็บหมากตัวนี้ไว้ในวันนั้น จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล
Content Warning
เลือด / ความรุนแรง / การสะกดรอยตาม / การทำร้ายร่างกายและจิตใจ / การลักพาตัว /
การจับตัวประกัน / การข่มขู่และบงการ / การใช้คำหยาบ / การเสียชีวิตของตัวละคร
Trigger Warning
การทำร้ายเด็ก / การคุกคามทางเพศ / ความพยายามฆ่าตัวตาย / ความพยายามข่มขืน /
ความรุนแรงในครอบครัว / การทารุณสัตว์ / การฆาตกรรม / การสังหารหมู่ / การป่วยทางจิต
⚠️Disclaimer⚠️
นิยายเรื่องนี้เป็นผลงานจากจินตนาการของผู้แต่ง ตัวละคร องค์กร และเหตุการณ์ต่างๆ เป็นเรื่องสมมติ สถานที่บางแห่งถูกนำมาอ้างอิงเพื่อการเล่าเรื่องเท่านั้น มิได้มีเจตนาพาดพิงถึงเหตุการณ์หรือบุคคลจริง
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และเสพสื่อเพื่อความบันเทิง
♣ STATUS : COMPLEATED ♣
จบ 19.FEB.2026
หากชอบนิยายเรื่องนี้ ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์คนนี้ด้วยนะคะ🙏🏻🥹
🌹ภาพปก + ตัวละครทั้งหมดจากคุณนักวาด Teme🌹
แผงอกเปลือยเปล่าที่ประดับด้วยลวดลายจากหมึกดำสะท้อนขึ้นลงรัวเร็วถี่กระชั้นตามจังหวะลมหายใจ ความเย็นจากปลายมีดที่ไล้ผ่านผิวหนัง ทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างแข็งเกร็งอย่างไม่อาจควบคุม
ผู้ชายตรงหน้ามองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ ไม่ต่างจากวัตถุที่กำลังถูกประเมินค่า
ลึกลงไปในสายตาเย็นชาคู่นั้น มีบางอย่างที่ชวนให้รู้สึกอันตรายมากยิ่งกว่าสิ่งใด
“บอกมา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดจนแนบผิว “เธอซ่อนอะไรไว้”
เลียมส่ายหน้าเพียงเล็กน้อย แม้การเคลื่อนไหวแค่เพียงนิดนั้นจะทำให้คมมีดเฉือนผิวจนเลือดซึม เขากัดปากข่มความเจ็บก่อนเอ่ย
“ไม่รู้”
สิ้นคำตอบ รอยยิ้มเย็นชืดพลันปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา
“การหาเรื่องใส่ตัวคือความสามารถของเธอสินะ”
ขณะพูดก็จับจ้องหยดเลือดบนหน้าท้องขาวไม่วางตา ดุจนักล่าที่กำลังพินิจเหยื่อตัวน้อยซึ่งกำลังสั่นกลัวอยู่ใต้เงาร่างตน
ผิวนอกร่มผ้าคล้ำแดด แต่ภายในกลับขาวจนสะดุดตา สองสีตัดกันลงตัว เป็นภาพที่ชวนให้ละสายตาออกมาได้ยาก
คนอันตรายผละออก เขาเขยิบไปนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงปลายเตียงด้วยท่าทางผ่อนคลาย ราวกับสถานการณ์ตรงหน้าไม่ใช่การบังคับข่มขู่ แต่เป็นเพียงบทสนทนาธรรมดาๆ
“ฉันจะให้โอกาสอีกครั้ง” เจย์เดนเปรยเสียงเรียบ เท้าศอกเข้ากับหน้าขาแล้วหันมองมาทางเลียม “หากยอมบอกดีๆ ฉันจะปล่อยให้เธอเดินออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัย”
ทว่าเลียมกลับหลบตาเขาทันควัน
“ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น...”
คำตอบที่สวนทางกับท่าทีของร่างกายนั้นกลับยิ่งกระตุ้นความสงสัย เจย์เดนหัวเราะในลำคอเบาๆ
“ฉันไม่อยากทำร้ายเธอเลย เลียม”
ปลายนิ้วยื่นมาเกลี่ยปอยผมสีดำประกายน้ำตาลที่ปรกหน้าผากเด็กหนุ่มออกอย่างแผ่วเบา การสัมผัสที่เหมือนจะอ่อนโยน...แต่กลับทำให้คนถูกแตะสั่นไปทั้งตัว
“ฉันเป็นคนที่มีความอดทนสูงมาก”
เลียมลอบกลืนน้ำลาย ลำคอแห้งผาก เหงื่อเย็นไหลซึมมาตามขมับ
“ต่อให้อยากขย้ำเหยื่อแค่ไหน แต่หากไม่ถึงเวลาฉันก็ทนได้เสมอ”
“...”
“แล้วรู้อะไรไหม...” เจย์เดนเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบกัดกินประสาทคนฟัง สายตาคมกวาดมองเรือนกายกึ่งเปลือยอย่างจงใจ
“สุดท้าย มันจะกลายเป็นเธอเอง...ที่ต้องทรมาน”
ดูเหมือนว่าเจย์เดนจะไม่เชื่อในสิ่งที่เลียมพูดเลยสักนิด แววตาซึ่งเคยเย็นชาดุจภูเขาน้ำแข็ง บัดนี้เริ่มปรากฏระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ให้เห็นบ้างแล้ว
“ผมไม่รู้จริงๆ!” คนจนมุมย้ำหนักแน่น
สมองพลันเร่งคิดด่วนจี๋ อะไรกันนะ...เจย์เดนคิดว่าเขารู้อะไรกันแน่!
แต่แล้วจู่ๆ คำว่าอาร์มันโด้ที่เคยเห็นอยู่บนด้ามมีดก็วาบผ่านเข้ามาในความคิด
“รู้ไหม ว่าการจะทำให้เธอหายไปจากโลกนี้ไม่ยากเลย”
“...!”
ถ้อยคำนั้นทำให้ลมหายใจของเลียมติดขัดจนต้องลอบกลืนน้ำลาย เหงื่อไหลอาบแผ่นหลังจนชุ่ม ความคิดที่จะกวนประสาทอีกฝ่ายเหมือนทุกครั้งมอดดับลงในพริบตา
เจย์เดนในตอนนี้...ไม่ใช่คนที่ทุกคนรู้จัก
ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ ปลายนิ้วเคลื่อนมากดลงบนแผลตรงหน้าท้องซึ่งยังเลือดซึมออกไม่หยุด
เลียมสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บ เขาทำได้เพียงถลึงตามองอีกฝ่ายเพราะไม่กล้าอ้าปากพ่นวาจาร้ายกาจ
แต่ถึงกระนั้น ความดื้อดึงภายในใจก็ยังไม่ยอมจำนน ริมฝีปากเม้มแน่น แสดงออกชัดว่าจะไม่ยอมปริปากออกไปเด็ดขาด
“อืม ถ้าไม่ใช่ตัวช่วย คนอย่างเธอคงไม่หยุดพยศ”
จู่ๆ แววตาเฉยชาคู่นั้นก็ทอประกายวาววับอย่างมีเลศนัย เขายืดตัวหยิบบางอย่างออกมาจากลิ้นชักข้างหัวเตียง ก่อนกลับมานั่งคร่อมหน้าอกเปลือย พลางทิ้งน้ำหนักลงไปอย่างจงใจ จนคนใต้ร่างเริ่มหายใจไม่ออก
ฝ่ามือใหญ่บีบสันกรามให้เผยอปากออกแล้วสอดเม็ดยาเข้าไป ก่อนจะประกบปิดแนบแน่น ไม่ปล่อยโอกาสให้เลียมได้คายมันออกมา
“กลืน”
มือเพียงข้างเดียวของเจย์เดนกดปิดทับได้ทั้งจมูกและปากของเลียม ปิดช่องทางการหายใจเพื่อเป็นการบีบบังคับให้เขากลืนยาลงไปอย่างจำยอม ซึ่งบัดนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากส่งเสียงร้องอื้ออึงในลำคอ ทั้งยังรู้สึกทรมานจากการขาดอากาศจนน้ำตาไหลล้นหางตา
“อื้อ!”
ในที่สุดก็ต้องยอมฝืนกลืนมันลงไป
เมื่อได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ เจย์เดนจึงปล่อยเลียมให้เป็นอิสระ ค่อยๆ ถอยออกมายืนกอดอกมองปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มอยู่ห่างๆ ประหนึ่งกำลังเฝ้าดูผลของการทดลอง
เลียมไอโขลกอย่างควบคุมไม่ได้ ลำคอแสบร้อนจนหายใจไม่สะดวก รู้สึกเหมือนเพิ่งเฉียดผ่านความตายมาก็มิปาน ร่างกายพยายามกระถดหนีทั้งๆ ที่ไม่เหลือที่ให้ถอยอีกแล้ว
ทำให้เขาดูเหมือนลูกสัตว์บาดเจ็บไร้ทางสู้และถูกต้อนจนมุม น่าสงสาร...
แต่ไม่ใช่สำหรับเจย์เดน เขาไม่มีความรู้สึกแบบนั้นมอบให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น
ทว่าผ่านไปไม่กี่นาที ความผิดปกติก็เริ่มคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบงัน แขนขารู้สึกอ่อนแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ สติเริ่มพร่าเลือนทีละน้อย ใบหน้าเจย์เดนซ้อนทับกันจนแยกไม่ออกว่าเรื่องจริง หรือกำลังถูกดึงให้จมลงไปในฝันร้าย
เลียมพยายามรวบรวมสติที่หลงเหลืออยู่น้อยนิด...มันต้องเป็นเพราะยาเม็ดนั้นแน่ๆ
สัมผัสหยาบกระด้างที่ลูบผ่านสีข้างทำให้ร่างกายสะดุ้งเฮือก ทั้งที่สมองพยายามต่อต้าน แต่ร่างกายกลับตอบสนองอย่างน่าอาย ความร้อนแล่นปราดไปทั่วกายจนยากจะควบคุม
เจย์เดนโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ลมหายใจร้อนผ่าวพ่นปะทะผิว สัมผัสร้อนชื้นและนุ่มหยุ่นอย่างแปลกประหลาดบริเวณริมฝีปากทำให้เลียมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยได้ หัวสมองเริ่มขาวโพลน เผลอตอบรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ
คล้ายลืมไปชั่วขณะว่าคนตรงหน้าคือภัยอันตราย
และนั่นคือเรื่องที่น่ากลัวที่สุด
“แฮก...”
เมื่อผละออกจากกัน เลียมถึงได้รู้ตัวว่าสติเขาเลอะเลือนไปมากเพียงใด ร่างกายกำลังเรียกร้องในสิ่งที่เขาไม่ต้องการจะยอมรับ
“ดูเหมือนว่าเธอจะกำลังลำบาก” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยข้างหู สายตาเยือกเย็นกวาดมองร่างที่สั่นไหวอยู่เบื้องหน้า “แต่ฉันไม่คิดจะช่วยฟรีๆ”
ความอัปยศแล่นพล่านขึ้นมาสุมอก เลียมกัดปากจนห้อเลือดเพื่อพยายามฝืนประคองสติ แม้ร่างกายจะเริ่มหลุดออกจากการควบคุมทีละน้อย
“บอกความจริงมา” คำถามสั้นๆ แต่สามารถทำให้คนฟังรู้สึกหนาวลึกถึงไขกระดูก
ดวงตาสีฟ้าเข้มมองเขาด้วยความว่างเปล่า ราวกับเด็กที่หมดความสนใจกับของเล่นในมือแล้ว
เมื่อไม่ได้รับคำตอบ เจย์เดนก็หมดความอดทน เขาคว้ามีดขึ้นมาอย่างไม่ลังเล ปลายคมของโลหะจรดลงบนตำแหน่งหัวใจ ขณะที่สายตาก็จับจ้องเหยื่อไม่ลดละ
“ไม่พูดก็ไม่เป็นไร” เสียงเย็นเยียบกล่าวอย่างเนิบช้า “เพราะยังไงซะ...ศพมันก็พูดไม่ได้”
วินาทีนั้นเอง ที่ทำนบความกลัวที่ฝืนกลั้นไว้พลันพังทลาย เลียมจิกกำฝ่ามือเข้าหากันแน่น ฃ
“อะ อาร์มันโด้...” เสียงเครือหลุดออกมาจากกลีบปากสั่นเทา ทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องหรือไม่
มือที่กำลังจะจ้วงแทงหยุดชะงัก ประกายในดวงตาเจย์เดนเปลี่ยนไปในทันที
“รู้จักชื่อนั้นมาจากไหน”
“เห็น...บะ บนมีด..” เลียมหอบหายใจ พยายามฝืนดวงตาปรือปรอยมองคนตรงหน้า ปากก็เอ่ยต่อรอง “ผม...สาบาน ผมจะไม่ยุ่งกับคุณอีก แต่...คุณก็ต้องเลิก...ยุ่งกับเอซด้วย”
คำพูดสวนทางกับสภาพร่างกายที่กำลังทรยศเจ้าของมันอย่างสิ้นเชิง เลียมบิดตัวไปมาอย่างพยายามข่มความรู้สึกวูบวาบตรงท้องน้อย ยาเป็นตัวเร่งให้เขาไวต่อสัมผัส เมื่อครู่ที่ถูกบดจูบลูบไล้จึงจุดประกายอารมณ์เขาขึ้นมาอย่างง่ายดาย
เจย์เดนเหลือบมองท่าทางเหล่านั้นเงียบๆ ดวงตาฉายแววครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่วงหน้าคมจะโน้มกระซิบข้างหูแดงเรื่อ
“ฉันช่วยเอาไหม”
ใบหน้าเหม่อลอยพยักขึ้นลงถี่ระรัว ไม่อาจทัดทานความต้องการเบื้องลึกที่เริ่มไหลบ่าได้อีกต่อไป
ทว่ายังไม่ทันจะได้ลงมือทำอะไร เสียงกริ่งหน้าห้องกลับดังขัดขึ้นเสียก่อน คิ้วเข้มกระตุกด้วยความหงุดหงิดเล็กๆ
เจย์เดนรู้ดีว่าผู้มาเยือนคือใคร มีคนในวงการบันเทิงคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ เพราะหากเป็น ‘คนสนิท’ ย่อมไม่กล้าบุกรุกมากะทันหัน แต่ต้องโทรมาแจ้งล่วงหน้า
ซึ่งที่นี่ไม่ใช่ที่อยู่จริงๆ ของเจย์เดน มันเป็นเพียงคลังเก็บอาวุธและสถานที่ที่เขาเอาไว้ใช้ทำลายหลักฐานก็เท่านั้น
เสียงออดดังซ้ำอีกครั้ง บ่งบอกว่าคนที่อยู่อีกฟากฝั่งของประตูไม่ยอมเลิกราง่ายๆ แน่
เจย์เดนผละออกจากคนใต้ร่าง คว้ามีดมาตัดเชือกที่ผูกแขนเลียมออกอย่างว่องไว ตามด้วยเข็มฉีดยาจากลิ้นชักข้างหัวเตียงซึ่งบรรจุยานอนหลับไว้ เขาทิ่มมันลงไปยังข้อพับแขนด้วยความชำนาญ
เมื่อจัดการทุกอย่างด้วยความรวดเร็วฉับไว จึงลุกไปแต่งกายให้เรียบร้อยเพื่อปิดบังส่วนนูนพองเบื้องล่าง ให้มิดชิด ยังไม่ลืมเขียนข้อความใส่กระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ทิ้งไว้
เจย์เดนเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ
“คุณกลับแล้ว ทำไมไม่บอกผมล่ะครับ” อีกฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด ทว่าดวงตากลับลอบมองเลยร่างสูงเบื้องหน้าเข้าไปในห้อง
เจย์เดนที่สังเกตเห็นท่าทีเหล่านั้นจึงเขยิบตัวบังช่องว่างระหว่างประตูจนมิด
น่ารำคาญ...
ทว่าตอนนี้เขาต้องอดทนเอาไว้ จนกว่าจะบรรลุจุดประสงค์ที่แท้จริง
เป้าหมายของเจย์เดนไม่ใช่เลียมมาตั้งแต่แรก
“คืนนี้ไปบ้านคุณได้ไหมครับ เอซ”
“โอย...”
เลียมลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความปวดแสบปวดร้อนที่แล่นริ้วอยู่บริเวณหน้าท้อง ความทรงจำเมื่อวานพลันผุดเข้าในหัวเป็นฉากๆ
จริงสิ...เมื่อวานเขากับเจย์เดน...!
เด็กหนุ่มเด้งตัวลุกขึ้นนั่งเหมือนติดสปริง หัวใจเต้นแรง มือไม้รีบสำรวจร่างกายตัวเองด้วยความตื่นตระหนก ภาพสุดท้ายในความทรงจำเลือนรางมีเพียงเจย์เดนที่กำลังพูดอะไรสักอย่าง ก่อนที่ความเจ็บจี๊ดจะแล่นขึ้นมาจากข้อพับแขน แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไป
แต่สภาพร่างกายกลับสวนทางกับความกลัวในหัว
นอกจากบาดแผลที่โดนมีดบาดแล้ว ร่างกายส่วนอื่นกลับไร้รอยขีดข่วน ไม่เจ็บไม่ปวด เหมือนไม่เคยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาเลย เชือกที่เคยมัดเขาไว้ก็ถูกตัดออกไปแล้ว
มือเลื่อนขึ้นมาถูริมฝีปากอย่างรุนแรงด้วยความรังเกียจ
ตอนนั้นเผลอจูบตอบไอ้บ้านั่นไปได้ยังไงกัน!
เลียมกวาดตามองไปรอบห้องโล่งกว้างที่มีเพียงเขา
เอาล่ะ...ได้ที่ก็ต้องชิ่ง!
“เวรเอ๊ย!”
ความรีบร้อนทำให้เขาขยับตัวแรงเกินไป สะเทือนถึงแผลตรงหน้าท้องให้รู้สึกเสียดตึงขึ้นมาทันที มันปวดตุบๆ จนต้องกัดฟันแน่น เลียมเดินโซเซเข้าไปในห้องน้ำ มองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก
คราบเลือดแห้งเกรอะกรังติดอยู่ตามหน้าท้อง เสื้อกล้ามตัวในขาดรุ่งริ่ง มีเพียงแจ็คเก็ตหนังสีดำด้านนอกเท่านั้นที่ยังอยู่ในสภาพดี แผลที่ถูกบาดเริ่มบวมแดงจนน่ากลัว แค่ขยับเพียงนิดความเจ็บก็ลามไล้ไปถึงเส้นประสาท
ขนาดโดนบาดแค่ผิวๆ ยังเจ็บขนาดนี้...
มีดของเจย์เดนคมมากจริงๆ
“แม่ง...ต้องไม่ใช่คนธรรมดา”
เลียมพึมพำกับตัวเอง ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
คนปกติธรรมดาไม่มีทางลงมือทำร้ายคนอื่นโดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสีแบบนี้แน่
เขากลั้นใจข่มความเจ็บรีบเช็ดคราบเลือดลวกๆ แล้วรื้อหาเสื้อผ้าที่พอจะใส่ได้ สุดท้ายก็ต้องหยิบเสื้อผ้าของเจย์เดนมาใส่ แม้จะรู้ว่ามันใหญ่เกินตัวไปมากก็ตาม
กางเกงหลวมจนแทบหลุด แม้จะหาเข็มขัดมารัดไว้แล้วแต่ก็ยังรู้สึกเกะกะทุกย่างก้าว
ก็รู้อยู่หรอกว่าเจย์เดนตัวใหญ่...
แต่นี่มันจะใหญ่เกินไปหรือเปล่า!
เมื่อเดินออกจากห้องน้ำ สายตาพลันสะดุดเข้ากับกระดาษโน้ตสีชมพูที่แปะอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียง เท้าจึงก้าวเข้าไปหามันโดยอัตโนมัติ
‘เรื่องนี้มันยังไม่จบ เตรียมตัวรอรับของขวัญจากฉันได้เลย...
ส่วนมือถือของเธอ ฉันขอรับมันไปแล้วกัน ไว้จะชดใช้ให้คราวหลัง’
J.
“แม่งเอ๊ย!”
เลียมขยำกระดาษแผ่นนั้นแล้วปาทิ้งลงพื้น ใช้เท้าขยี้ซ้ำเพื่อระบายโทสะที่กำลังเดือดพล่าน เขารีบรื้อหามือถือในกองเสื้อผ้าด้วยความหวังริบหรี่
...ไม่มี
มือถือเครื่องนั้นมีรูปถ่ายห้องเก็บอาวุธ ซึ่งเขาตั้งใจจะใช้เป็นหลักฐาน
และมันถูกอีกฝ่ายฉกเอาไปแล้ว บัดซบ!
เจย์เดนไม่เพียงไม่ปล่อยเลียมไป แต่ยังรู้ทันทุกความคิดของเขาอีกด้วย
ก็เอาสิ...ลองดูสักตั้ง
เขาจะไม่มีวันพลาดท่าอีกเป็นครั้งที่สอง!!!
“กูมีงานใหม่มาให้”
เอซโผล่มาหาเลียมถึงบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส รอยยิ้มแบบนั้นต่อให้ไม่ต้องอธิบายอะไรก็พอจะเดาได้ว่ามันเกิดจากอะไร
คงไม่พ้นเป็นเพราะความรักจอมปลอม จากคนปลอมๆ อย่างเจย์เดนที่เพื่อนเขากำลังหลงผิดอยู่นั่นแหละ
“งานอะไร”
เลียมถามด้วยท่าทีเหนื่อยๆ หลายวันที่ผ่านมาเขาแทบไม่มีกะจิตกะใจจะออกไปทำงานพาร์ทไทม์ หลังเลิกเรียนก็ตรงกลับบ้านทันที ความรู้สึกหวาดระแวงยังเกาะกินหัวใจอยู่ตลอดเวลา
นึกแล้วยังขนลุกไม่หาย หากตอนนั้นเจย์เดนคิดจะลงมือจริงๆ เขาคงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้
ใจจริงไม่อยากจะรับงานที่เอซยังไม่ทันเสนอเลยด้วยซ้ำ เดิมทีเขาอยากเก็บตัวไปอีกสักพัก ทว่าตั้งแต่สอยเจ้าบิ๊กไบค์ลูกรักมา ช่วงนี้เงินก็ขาดมือจนน่าหงุดหงิด การที่เอซมีงานมาเสนอแบบนี้มันก็ประจวบเหมาะเหลือเกิน
“งานเดินแบบเสื้อผ้าแบรนด์ Lucky SMITH”
“เดินแบบ?” เลียมทวนถาม คิ้วขมวดเล็กน้อย
หากให้พูดตรงๆ เขาชอบรับงานถ่ายแบบมากกว่า เพราะงานเดินแบบหมายถึงการต้องยืนโชว์ตัวอยู่ท่ามกลางสายตาของคนหมู่มาก ซึ่งเป็นอะไรที่เขาไม่ค่อยสบายใจนัก แต่ก็เคยฝืนรับอยู่บ้างในช่วงร้อนเงิน
“เออ งานแค่สองชั่วโมง ได้ตั้งสามหมื่น”
“สามหมื่น!? พูดเป็นเล่น” เลียมหลุดเสียงสูงโดยไม่รู้ตัว
นายแบบโนเนมอย่างเขาจะได้ค่าตัวขนาดนั้นมันก็ฟังดูเกินจริงไปหน่อย
“กูพูดจริง งานนี้มีเซนร่วมด้วย” เอซพูดต่ออย่างออกรสออกชาติ
“นายแบบเอเชียหน้าใหม่มาแรงน่ะ เด็กปั้นของเจย์เดน มึงต้องเคยเห็นบ้างแหละ”
ชื่อที่ไม่อยากได้ยินดังออกมาจากเพื่อนรัก ชวนให้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที
ส่วนนายแบบที่ชื่อเซน เขาพอคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้างจากปกนิตยสารหรือโฆษณาตามทีวี ชายเอเชียหน้าคมผิวสีแทน หุ่นดีสะดุดตา ถ้าจะมาแรงแซงทางโค้งก็ไม่แปลกใจเลยสักนิด
“แล้วก็...” หนุ่มแว่นอึกอักเล็กน้อย “งานนี้เป็นงานการกุศลน่ะ เอ่อ...มีรายละเอียดอีกข้อที่กูยังไม่ได้บอก”
“คือ?”
“เขาจะเปิดให้ผู้หญิงประมูลนายแบบไปเดต”
“ก็ไม่เห็นเป็นไร”
เลียมตอบตกลงทันทีที่ความคิดดีๆ แล่นเข้ามาในหัว
“จริงนะ?” เอซทำหน้าเหลอหลาเมื่อทุกอย่างผิดคาด “กูนึกว่ามึงจะปฏิเสธ เห็นปกติไม่ชอบอยู่กับคนแปลกหน้า แล้วไหงตกลงง่ายจังวะ”
“พอดีกำลังร้อนเงิน...” เลียมโกหกหน้าตาย
เพราะความจริงแล้วสิ่งที่เขาอยากได้ไม่ใช่เงิน
แต่คือโอกาสที่จะได้เจอกับผู้ชายที่ชื่อ ‘เซน’ คนนั้นต่างหาก!
TBC.