จากหมากตัวหนึ่งบนกระดาน สู่ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว...และเมื่อหมากตัวนั้นสำคัญเหนือทุกสิ่ง เขาก็พร้อมจะทำลายทิ้งทั้งกระดาน!

MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรัก - 04 I’ve been trapped in a cage (ผมถูกจองจำอยู่ในกรงที่ไม่มีทางหลุดพ้น) โดย โชวาเฮ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แอคชั่น,อาชญากรรม,ชาย-ชาย,จิตวิทยา,ดาร์ค,Darkroman,นักฆ่า,อาชญากรรม,BL,คลั่งรัก,ไซโคพาธ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แอคชั่น,อาชญากรรม,ชาย-ชาย,จิตวิทยา,ดาร์ค

แท็คที่เกี่ยวข้อง

Darkroman,นักฆ่า,อาชญากรรม,BL,คลั่งรัก,ไซโคพาธ

รายละเอียด

MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรัก โดย โชวาเฮ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

จากหมากตัวหนึ่งบนกระดาน สู่ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว...และเมื่อหมากตัวนั้นสำคัญเหนือทุกสิ่ง เขาก็พร้อมจะทำลายทิ้งทั้งกระดาน!

ผู้แต่ง

โชวาเฮ

เรื่องย่อ

-แนว Enimies to Lovers-
SLOW BURN

-ไม่มีกล่องแพนโดร่าใด…สมควรถูกเปิดออก-

"หากเลือกที่จะแก้แค้นโดยใช้ฉันเป็นเครื่องมือ ก็ต้องกล้าเดิมพันด้วยชีวิต"

"..."

"ว่ายังไง?"

"ผมจะไม่ตาย คุณคอยดู"

เลียม เป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่ชีวิตของเขาควรจะจบลง ในวันที่บังเอิญเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น รู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้

แต่แทนที่จะฆ่าปิดปาก เจย์เดน อาร์มันโด้ ทายาทตระกูลนักฆ่าผู้เลือดเย็นกลับเลือกเก็บเขาไว้ข้างตัว

ชายผู้ไม่เคยเข้าใจความรัก และไม่เคยคิดว่าตัวเองจำเป็นต้องเข้าใจ

ทว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยเลือด การทรยศและความตาย

คนที่เคยเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดาน กลับค่อยๆ กลายเป็น 'ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว' 

โดยที่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า...การตัดสินใจเก็บหมากตัวนี้ไว้ในวันนั้น จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล

 

Content Warning

เลือด / ความรุนแรง / การสะกดรอยตาม / การทำร้ายร่างกายและจิตใจ / การลักพาตัว / 
การจับตัวประกัน / การข่มขู่และบงการ / การใช้คำหยาบ / การเสียชีวิตของตัวละคร

Trigger Warning

การทำร้ายเด็ก / การคุกคามทางเพศ / ความพยายามฆ่าตัวตาย / ความพยายามข่มขืน / 
ความรุนแรงในครอบครัว / การทารุณสัตว์ / การฆาตกรรม / การสังหารหมู่ / การป่วยทางจิต

 

⚠️Disclaimer⚠️

นิยายเรื่องนี้เป็นผลงานจากจินตนาการของผู้แต่ง ตัวละคร  องค์กร และเหตุการณ์ต่างๆ เป็นเรื่องสมมติ สถานที่บางแห่งถูกนำมาอ้างอิงเพื่อการเล่าเรื่องเท่านั้น มิได้มีเจตนาพาดพิงถึงเหตุการณ์หรือบุคคลจริง

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และเสพสื่อเพื่อความบันเทิง

 

STATUS : COMPLEATED

จบ 19.FEB.2026

หากชอบนิยายเรื่องนี้ ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์คนนี้ด้วยนะคะ🙏🏻🥹 

🌹ภาพปก + ตัวละครทั้งหมดจากคุณนักวาด Teme🌹

สารบัญ

MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรัก-Prologue (บทนำ),MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรัก-01 He's such a two-faced liar (เขาตีสองหน้าชัดๆ),MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรัก-02 That corpse, did you kill him?(ศพนั่น คุณฆ่าเขาใช่ไหม?),MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรัก-03 All men naturally desired to know (มนุษย์ย่อมอยากรู้อยากเห็นโดยธรรมชาติ),MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรัก-04 I’ve been trapped in a cage (ผมถูกจองจำอยู่ในกรงที่ไม่มีทางหลุดพ้น),MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรัก-05 The real plan had begun (แผนการที่แท้จริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว)

เนื้อหา

04 I’ve been trapped in a cage (ผมถูกจองจำอยู่ในกรงที่ไม่มีทางหลุดพ้น)

แผงอกเปลือยเปล่าที่ประดับด้วยลวดลายจากหมึกดำสะท้อนขึ้นลงรัวเร็วถี่กระชั้นตามจังหวะลมหายใจ ความเย็นจากปลายมีดที่ไล้ผ่านผิวหนัง ทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างแข็งเกร็งอย่างไม่อาจควบคุม

ผู้ชายตรงหน้ามองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ ไม่ต่างจากวัตถุที่กำลังถูกประเมินค่า

ลึกลงไปในสายตาเย็นชาคู่นั้น มีบางอย่างที่ชวนให้รู้สึกอันตรายมากยิ่งกว่าสิ่งใด

“บอกมา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดจนแนบผิว “เธอซ่อนอะไรไว้”

เลียมส่ายหน้าเพียงเล็กน้อย แม้การเคลื่อนไหวแค่เพียงนิดนั้นจะทำให้คมมีดเฉือนผิวจนเลือดซึม เขากัดปากข่มความเจ็บก่อนเอ่ย

“ไม่รู้”

สิ้นคำตอบ รอยยิ้มเย็นชืดพลันปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา

“การหาเรื่องใส่ตัวคือความสามารถของเธอสินะ”

ขณะพูดก็จับจ้องหยดเลือดบนหน้าท้องขาวไม่วางตา ดุจนักล่าที่กำลังพินิจเหยื่อตัวน้อยซึ่งกำลังสั่นกลัวอยู่ใต้เงาร่างตน

ผิวนอกร่มผ้าคล้ำแดด แต่ภายในกลับขาวจนสะดุดตา สองสีตัดกันลงตัว เป็นภาพที่ชวนให้ละสายตาออกมาได้ยาก

คนอันตรายผละออก เขาเขยิบไปนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงปลายเตียงด้วยท่าทางผ่อนคลาย ราวกับสถานการณ์ตรงหน้าไม่ใช่การบังคับข่มขู่ แต่เป็นเพียงบทสนทนาธรรมดาๆ

“ฉันจะให้โอกาสอีกครั้ง” เจย์เดนเปรยเสียงเรียบ เท้าศอกเข้ากับหน้าขาแล้วหันมองมาทางเลียม “หากยอมบอกดีๆ ฉันจะปล่อยให้เธอเดินออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัย”

ทว่าเลียมกลับหลบตาเขาทันควัน

“ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น...”

คำตอบที่สวนทางกับท่าทีของร่างกายนั้นกลับยิ่งกระตุ้นความสงสัย เจย์เดนหัวเราะในลำคอเบาๆ

“ฉันไม่อยากทำร้ายเธอเลย เลียม”

ปลายนิ้วยื่นมาเกลี่ยปอยผมสีดำประกายน้ำตาลที่ปรกหน้าผากเด็กหนุ่มออกอย่างแผ่วเบา การสัมผัสที่เหมือนจะอ่อนโยน...แต่กลับทำให้คนถูกแตะสั่นไปทั้งตัว

“ฉันเป็นคนที่มีความอดทนสูงมาก”

เลียมลอบกลืนน้ำลาย ลำคอแห้งผาก เหงื่อเย็นไหลซึมมาตามขมับ

“ต่อให้อยากขย้ำเหยื่อแค่ไหน แต่หากไม่ถึงเวลาฉันก็ทนได้เสมอ” 

“...”

“แล้วรู้อะไรไหม...” เจย์เดนเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบกัดกินประสาทคนฟัง สายตาคมกวาดมองเรือนกายกึ่งเปลือยอย่างจงใจ

“สุดท้าย มันจะกลายเป็นเธอเอง...ที่ต้องทรมาน”

ดูเหมือนว่าเจย์เดนจะไม่เชื่อในสิ่งที่เลียมพูดเลยสักนิด แววตาซึ่งเคยเย็นชาดุจภูเขาน้ำแข็ง บัดนี้เริ่มปรากฏระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ให้เห็นบ้างแล้ว

“ผมไม่รู้จริงๆ!” คนจนมุมย้ำหนักแน่น

สมองพลันเร่งคิดด่วนจี๋ อะไรกันนะ...เจย์เดนคิดว่าเขารู้อะไรกันแน่!

แต่แล้วจู่ๆ คำว่าอาร์มันโด้ที่เคยเห็นอยู่บนด้ามมีดก็วาบผ่านเข้ามาในความคิด

“รู้ไหม ว่าการจะทำให้เธอหายไปจากโลกนี้ไม่ยากเลย”

“...!”

ถ้อยคำนั้นทำให้ลมหายใจของเลียมติดขัดจนต้องลอบกลืนน้ำลาย เหงื่อไหลอาบแผ่นหลังจนชุ่ม ความคิดที่จะกวนประสาทอีกฝ่ายเหมือนทุกครั้งมอดดับลงในพริบตา

เจย์เดนในตอนนี้...ไม่ใช่คนที่ทุกคนรู้จัก

ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ ปลายนิ้วเคลื่อนมากดลงบนแผลตรงหน้าท้องซึ่งยังเลือดซึมออกไม่หยุด

เลียมสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บ เขาทำได้เพียงถลึงตามองอีกฝ่ายเพราะไม่กล้าอ้าปากพ่นวาจาร้ายกาจ

แต่ถึงกระนั้น ความดื้อดึงภายในใจก็ยังไม่ยอมจำนน ริมฝีปากเม้มแน่น แสดงออกชัดว่าจะไม่ยอมปริปากออกไปเด็ดขาด 

“อืม ถ้าไม่ใช่ตัวช่วย คนอย่างเธอคงไม่หยุดพยศ”

จู่ๆ แววตาเฉยชาคู่นั้นก็ทอประกายวาววับอย่างมีเลศนัย เขายืดตัวหยิบบางอย่างออกมาจากลิ้นชักข้างหัวเตียง ก่อนกลับมานั่งคร่อมหน้าอกเปลือย พลางทิ้งน้ำหนักลงไปอย่างจงใจ จนคนใต้ร่างเริ่มหายใจไม่ออก

ฝ่ามือใหญ่บีบสันกรามให้เผยอปากออกแล้วสอดเม็ดยาเข้าไป ก่อนจะประกบปิดแนบแน่น ไม่ปล่อยโอกาสให้เลียมได้คายมันออกมา

“กลืน”

มือเพียงข้างเดียวของเจย์เดนกดปิดทับได้ทั้งจมูกและปากของเลียม ปิดช่องทางการหายใจเพื่อเป็นการบีบบังคับให้เขากลืนยาลงไปอย่างจำยอม ซึ่งบัดนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากส่งเสียงร้องอื้ออึงในลำคอ ทั้งยังรู้สึกทรมานจากการขาดอากาศจนน้ำตาไหลล้นหางตา

“อื้อ!”

ในที่สุดก็ต้องยอมฝืนกลืนมันลงไป

เมื่อได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ เจย์เดนจึงปล่อยเลียมให้เป็นอิสระ ค่อยๆ ถอยออกมายืนกอดอกมองปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มอยู่ห่างๆ ประหนึ่งกำลังเฝ้าดูผลของการทดลอง

เลียมไอโขลกอย่างควบคุมไม่ได้ ลำคอแสบร้อนจนหายใจไม่สะดวก รู้สึกเหมือนเพิ่งเฉียดผ่านความตายมาก็มิปาน ร่างกายพยายามกระถดหนีทั้งๆ ที่ไม่เหลือที่ให้ถอยอีกแล้ว

ทำให้เขาดูเหมือนลูกสัตว์บาดเจ็บไร้ทางสู้และถูกต้อนจนมุม น่าสงสาร...

แต่ไม่ใช่สำหรับเจย์เดน เขาไม่มีความรู้สึกแบบนั้นมอบให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น

ทว่าผ่านไปไม่กี่นาที ความผิดปกติก็เริ่มคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบงัน แขนขารู้สึกอ่อนแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ สติเริ่มพร่าเลือนทีละน้อย ใบหน้าเจย์เดนซ้อนทับกันจนแยกไม่ออกว่าเรื่องจริง หรือกำลังถูกดึงให้จมลงไปในฝันร้าย

เลียมพยายามรวบรวมสติที่หลงเหลืออยู่น้อยนิด...มันต้องเป็นเพราะยาเม็ดนั้นแน่ๆ

สัมผัสหยาบกระด้างที่ลูบผ่านสีข้างทำให้ร่างกายสะดุ้งเฮือก ทั้งที่สมองพยายามต่อต้าน แต่ร่างกายกลับตอบสนองอย่างน่าอาย ความร้อนแล่นปราดไปทั่วกายจนยากจะควบคุม

เจย์เดนโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ลมหายใจร้อนผ่าวพ่นปะทะผิว สัมผัสร้อนชื้นและนุ่มหยุ่นอย่างแปลกประหลาดบริเวณริมฝีปากทำให้เลียมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยได้ หัวสมองเริ่มขาวโพลน เผลอตอบรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ

คล้ายลืมไปชั่วขณะว่าคนตรงหน้าคือภัยอันตราย

และนั่นคือเรื่องที่น่ากลัวที่สุด

“แฮก...”

เมื่อผละออกจากกัน เลียมถึงได้รู้ตัวว่าสติเขาเลอะเลือนไปมากเพียงใด ร่างกายกำลังเรียกร้องในสิ่งที่เขาไม่ต้องการจะยอมรับ

“ดูเหมือนว่าเธอจะกำลังลำบาก” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยข้างหู สายตาเยือกเย็นกวาดมองร่างที่สั่นไหวอยู่เบื้องหน้า “แต่ฉันไม่คิดจะช่วยฟรีๆ”

ความอัปยศแล่นพล่านขึ้นมาสุมอก เลียมกัดปากจนห้อเลือดเพื่อพยายามฝืนประคองสติ แม้ร่างกายจะเริ่มหลุดออกจากการควบคุมทีละน้อย

“บอกความจริงมา” คำถามสั้นๆ แต่สามารถทำให้คนฟังรู้สึกหนาวลึกถึงไขกระดูก

ดวงตาสีฟ้าเข้มมองเขาด้วยความว่างเปล่า ราวกับเด็กที่หมดความสนใจกับของเล่นในมือแล้ว

เมื่อไม่ได้รับคำตอบ เจย์เดนก็หมดความอดทน เขาคว้ามีดขึ้นมาอย่างไม่ลังเล ปลายคมของโลหะจรดลงบนตำแหน่งหัวใจ ขณะที่สายตาก็จับจ้องเหยื่อไม่ลดละ

“ไม่พูดก็ไม่เป็นไร” เสียงเย็นเยียบกล่าวอย่างเนิบช้า “เพราะยังไงซะ...ศพมันก็พูดไม่ได้”

วินาทีนั้นเอง ที่ทำนบความกลัวที่ฝืนกลั้นไว้พลันพังทลาย เลียมจิกกำฝ่ามือเข้าหากันแน่น ฃ

“อะ อาร์มันโด้...” เสียงเครือหลุดออกมาจากกลีบปากสั่นเทา ทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องหรือไม่

มือที่กำลังจะจ้วงแทงหยุดชะงัก ประกายในดวงตาเจย์เดนเปลี่ยนไปในทันที

“รู้จักชื่อนั้นมาจากไหน”

“เห็น...บะ บนมีด..” เลียมหอบหายใจ พยายามฝืนดวงตาปรือปรอยมองคนตรงหน้า ปากก็เอ่ยต่อรอง “ผม...สาบาน ผมจะไม่ยุ่งกับคุณอีก แต่...คุณก็ต้องเลิก...ยุ่งกับเอซด้วย”

คำพูดสวนทางกับสภาพร่างกายที่กำลังทรยศเจ้าของมันอย่างสิ้นเชิง เลียมบิดตัวไปมาอย่างพยายามข่มความรู้สึกวูบวาบตรงท้องน้อย ยาเป็นตัวเร่งให้เขาไวต่อสัมผัส เมื่อครู่ที่ถูกบดจูบลูบไล้จึงจุดประกายอารมณ์เขาขึ้นมาอย่างง่ายดาย

เจย์เดนเหลือบมองท่าทางเหล่านั้นเงียบๆ ดวงตาฉายแววครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่วงหน้าคมจะโน้มกระซิบข้างหูแดงเรื่อ

“ฉันช่วยเอาไหม”

ใบหน้าเหม่อลอยพยักขึ้นลงถี่ระรัว ไม่อาจทัดทานความต้องการเบื้องลึกที่เริ่มไหลบ่าได้อีกต่อไป

ทว่ายังไม่ทันจะได้ลงมือทำอะไร เสียงกริ่งหน้าห้องกลับดังขัดขึ้นเสียก่อน คิ้วเข้มกระตุกด้วยความหงุดหงิดเล็กๆ

เจย์เดนรู้ดีว่าผู้มาเยือนคือใคร มีคนในวงการบันเทิงคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ เพราะหากเป็น ‘คนสนิท’ ย่อมไม่กล้าบุกรุกมากะทันหัน แต่ต้องโทรมาแจ้งล่วงหน้า

ซึ่งที่นี่ไม่ใช่ที่อยู่จริงๆ ของเจย์เดน มันเป็นเพียงคลังเก็บอาวุธและสถานที่ที่เขาเอาไว้ใช้ทำลายหลักฐานก็เท่านั้น

เสียงออดดังซ้ำอีกครั้ง บ่งบอกว่าคนที่อยู่อีกฟากฝั่งของประตูไม่ยอมเลิกราง่ายๆ แน่

เจย์เดนผละออกจากคนใต้ร่าง คว้ามีดมาตัดเชือกที่ผูกแขนเลียมออกอย่างว่องไว ตามด้วยเข็มฉีดยาจากลิ้นชักข้างหัวเตียงซึ่งบรรจุยานอนหลับไว้ เขาทิ่มมันลงไปยังข้อพับแขนด้วยความชำนาญ

เมื่อจัดการทุกอย่างด้วยความรวดเร็วฉับไว จึงลุกไปแต่งกายให้เรียบร้อยเพื่อปิดบังส่วนนูนพองเบื้องล่าง ให้มิดชิด ยังไม่ลืมเขียนข้อความใส่กระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ทิ้งไว้

เจย์เดนเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ

“คุณกลับแล้ว ทำไมไม่บอกผมล่ะครับ” อีกฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด ทว่าดวงตากลับลอบมองเลยร่างสูงเบื้องหน้าเข้าไปในห้อง

เจย์เดนที่สังเกตเห็นท่าทีเหล่านั้นจึงเขยิบตัวบังช่องว่างระหว่างประตูจนมิด

น่ารำคาญ...

ทว่าตอนนี้เขาต้องอดทนเอาไว้ จนกว่าจะบรรลุจุดประสงค์ที่แท้จริง

เป้าหมายของเจย์เดนไม่ใช่เลียมมาตั้งแต่แรก

“คืนนี้ไปบ้านคุณได้ไหมครับ เอซ



 

“โอย...”

เลียมลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความปวดแสบปวดร้อนที่แล่นริ้วอยู่บริเวณหน้าท้อง ความทรงจำเมื่อวานพลันผุดเข้าในหัวเป็นฉากๆ 

จริงสิ...เมื่อวานเขากับเจย์เดน...!

เด็กหนุ่มเด้งตัวลุกขึ้นนั่งเหมือนติดสปริง หัวใจเต้นแรง มือไม้รีบสำรวจร่างกายตัวเองด้วยความตื่นตระหนก ภาพสุดท้ายในความทรงจำเลือนรางมีเพียงเจย์เดนที่กำลังพูดอะไรสักอย่าง ก่อนที่ความเจ็บจี๊ดจะแล่นขึ้นมาจากข้อพับแขน แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไป

แต่สภาพร่างกายกลับสวนทางกับความกลัวในหัว

นอกจากบาดแผลที่โดนมีดบาดแล้ว ร่างกายส่วนอื่นกลับไร้รอยขีดข่วน ไม่เจ็บไม่ปวด เหมือนไม่เคยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาเลย เชือกที่เคยมัดเขาไว้ก็ถูกตัดออกไปแล้ว

มือเลื่อนขึ้นมาถูริมฝีปากอย่างรุนแรงด้วยความรังเกียจ

ตอนนั้นเผลอจูบตอบไอ้บ้านั่นไปได้ยังไงกัน!

เลียมกวาดตามองไปรอบห้องโล่งกว้างที่มีเพียงเขา

เอาล่ะ...ได้ที่ก็ต้องชิ่ง!

“เวรเอ๊ย!”

ความรีบร้อนทำให้เขาขยับตัวแรงเกินไป สะเทือนถึงแผลตรงหน้าท้องให้รู้สึกเสียดตึงขึ้นมาทันที มันปวดตุบๆ จนต้องกัดฟันแน่น เลียมเดินโซเซเข้าไปในห้องน้ำ มองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก

คราบเลือดแห้งเกรอะกรังติดอยู่ตามหน้าท้อง เสื้อกล้ามตัวในขาดรุ่งริ่ง มีเพียงแจ็คเก็ตหนังสีดำด้านนอกเท่านั้นที่ยังอยู่ในสภาพดี แผลที่ถูกบาดเริ่มบวมแดงจนน่ากลัว แค่ขยับเพียงนิดความเจ็บก็ลามไล้ไปถึงเส้นประสาท

ขนาดโดนบาดแค่ผิวๆ ยังเจ็บขนาดนี้...

มีดของเจย์เดนคมมากจริงๆ

“แม่ง...ต้องไม่ใช่คนธรรมดา”

เลียมพึมพำกับตัวเอง ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

คนปกติธรรมดาไม่มีทางลงมือทำร้ายคนอื่นโดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสีแบบนี้แน่

เขากลั้นใจข่มความเจ็บรีบเช็ดคราบเลือดลวกๆ แล้วรื้อหาเสื้อผ้าที่พอจะใส่ได้ สุดท้ายก็ต้องหยิบเสื้อผ้าของเจย์เดนมาใส่ แม้จะรู้ว่ามันใหญ่เกินตัวไปมากก็ตาม

กางเกงหลวมจนแทบหลุด แม้จะหาเข็มขัดมารัดไว้แล้วแต่ก็ยังรู้สึกเกะกะทุกย่างก้าว

ก็รู้อยู่หรอกว่าเจย์เดนตัวใหญ่...

แต่นี่มันจะใหญ่เกินไปหรือเปล่า!

เมื่อเดินออกจากห้องน้ำ สายตาพลันสะดุดเข้ากับกระดาษโน้ตสีชมพูที่แปะอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียง เท้าจึงก้าวเข้าไปหามันโดยอัตโนมัติ

‘เรื่องนี้มันยังไม่จบ เตรียมตัวรอรับของขวัญจากฉันได้เลย...
ส่วนมือถือของเธอ ฉันขอรับมันไปแล้วกัน ไว้จะชดใช้ให้คราวหลัง’

J.

“แม่งเอ๊ย!”

เลียมขยำกระดาษแผ่นนั้นแล้วปาทิ้งลงพื้น ใช้เท้าขยี้ซ้ำเพื่อระบายโทสะที่กำลังเดือดพล่าน เขารีบรื้อหามือถือในกองเสื้อผ้าด้วยความหวังริบหรี่

...ไม่มี

มือถือเครื่องนั้นมีรูปถ่ายห้องเก็บอาวุธ ซึ่งเขาตั้งใจจะใช้เป็นหลักฐาน

และมันถูกอีกฝ่ายฉกเอาไปแล้ว บัดซบ!

เจย์เดนไม่เพียงไม่ปล่อยเลียมไป แต่ยังรู้ทันทุกความคิดของเขาอีกด้วย

ก็เอาสิ...ลองดูสักตั้ง

เขาจะไม่มีวันพลาดท่าอีกเป็นครั้งที่สอง!!!



 

“กูมีงานใหม่มาให้”

เอซโผล่มาหาเลียมถึงบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส รอยยิ้มแบบนั้นต่อให้ไม่ต้องอธิบายอะไรก็พอจะเดาได้ว่ามันเกิดจากอะไร

คงไม่พ้นเป็นเพราะความรักจอมปลอม จากคนปลอมๆ อย่างเจย์เดนที่เพื่อนเขากำลังหลงผิดอยู่นั่นแหละ

“งานอะไร”

เลียมถามด้วยท่าทีเหนื่อยๆ หลายวันที่ผ่านมาเขาแทบไม่มีกะจิตกะใจจะออกไปทำงานพาร์ทไทม์ หลังเลิกเรียนก็ตรงกลับบ้านทันที ความรู้สึกหวาดระแวงยังเกาะกินหัวใจอยู่ตลอดเวลา

นึกแล้วยังขนลุกไม่หาย หากตอนนั้นเจย์เดนคิดจะลงมือจริงๆ เขาคงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้ 

ใจจริงไม่อยากจะรับงานที่เอซยังไม่ทันเสนอเลยด้วยซ้ำ เดิมทีเขาอยากเก็บตัวไปอีกสักพัก ทว่าตั้งแต่สอยเจ้าบิ๊กไบค์ลูกรักมา ช่วงนี้เงินก็ขาดมือจนน่าหงุดหงิด การที่เอซมีงานมาเสนอแบบนี้มันก็ประจวบเหมาะเหลือเกิน

“งานเดินแบบเสื้อผ้าแบรนด์ Lucky SMITH”

“เดินแบบ?” เลียมทวนถาม คิ้วขมวดเล็กน้อย

หากให้พูดตรงๆ เขาชอบรับงานถ่ายแบบมากกว่า เพราะงานเดินแบบหมายถึงการต้องยืนโชว์ตัวอยู่ท่ามกลางสายตาของคนหมู่มาก ซึ่งเป็นอะไรที่เขาไม่ค่อยสบายใจนัก แต่ก็เคยฝืนรับอยู่บ้างในช่วงร้อนเงิน

“เออ งานแค่สองชั่วโมง ได้ตั้งสามหมื่น”

“สามหมื่น!? พูดเป็นเล่น” เลียมหลุดเสียงสูงโดยไม่รู้ตัว

นายแบบโนเนมอย่างเขาจะได้ค่าตัวขนาดนั้นมันก็ฟังดูเกินจริงไปหน่อย

“กูพูดจริง งานนี้มีเซนร่วมด้วย” เอซพูดต่ออย่างออกรสออกชาติ

“นายแบบเอเชียหน้าใหม่มาแรงน่ะ เด็กปั้นของเจย์เดน มึงต้องเคยเห็นบ้างแหละ”

ชื่อที่ไม่อยากได้ยินดังออกมาจากเพื่อนรัก ชวนให้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที

ส่วนนายแบบที่ชื่อเซน เขาพอคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้างจากปกนิตยสารหรือโฆษณาตามทีวี ชายเอเชียหน้าคมผิวสีแทน หุ่นดีสะดุดตา ถ้าจะมาแรงแซงทางโค้งก็ไม่แปลกใจเลยสักนิด

“แล้วก็...” หนุ่มแว่นอึกอักเล็กน้อย “งานนี้เป็นงานการกุศลน่ะ เอ่อ...มีรายละเอียดอีกข้อที่กูยังไม่ได้บอก”

“คือ?”

“เขาจะเปิดให้ผู้หญิงประมูลนายแบบไปเดต”

“ก็ไม่เห็นเป็นไร”

เลียมตอบตกลงทันทีที่ความคิดดีๆ แล่นเข้ามาในหัว

“จริงนะ?” เอซทำหน้าเหลอหลาเมื่อทุกอย่างผิดคาด “กูนึกว่ามึงจะปฏิเสธ เห็นปกติไม่ชอบอยู่กับคนแปลกหน้า แล้วไหงตกลงง่ายจังวะ”

“พอดีกำลังร้อนเงิน...” เลียมโกหกหน้าตาย

เพราะความจริงแล้วสิ่งที่เขาอยากได้ไม่ใช่เงิน

แต่คือโอกาสที่จะได้เจอกับผู้ชายที่ชื่อ ‘เซน’ คนนั้นต่างหาก!

 

TBC.