จากหมากตัวหนึ่งบนกระดาน สู่ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว...และเมื่อหมากตัวนั้นสำคัญเหนือทุกสิ่ง เขาก็พร้อมจะทำลายทิ้งทั้งกระดาน!
แอคชั่น,อาชญากรรม,ชาย-ชาย,จิตวิทยา,ดาร์ค,Darkroman,นักฆ่า,อาชญากรรม,BL,คลั่งรัก,ไซโคพาธ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
MYSTERIOUS MAN กุหลาบลวงรักจากหมากตัวหนึ่งบนกระดาน สู่ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว...และเมื่อหมากตัวนั้นสำคัญเหนือทุกสิ่ง เขาก็พร้อมจะทำลายทิ้งทั้งกระดาน!
-แนว Enimies to Lovers-
SLOW BURN
-ไม่มีกล่องแพนโดร่าใด…สมควรถูกเปิดออก-
"หากเลือกที่จะแก้แค้นโดยใช้ฉันเป็นเครื่องมือ ก็ต้องกล้าเดิมพันด้วยชีวิต"
"..."
"ว่ายังไง?"
"ผมจะไม่ตาย คุณคอยดู"
เลียม เป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่ชีวิตของเขาควรจะจบลง ในวันที่บังเอิญเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น รู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้
แต่แทนที่จะฆ่าปิดปาก เจย์เดน อาร์มันโด้ ทายาทตระกูลนักฆ่าผู้เลือดเย็นกลับเลือกเก็บเขาไว้ข้างตัว
ชายผู้ไม่เคยเข้าใจความรัก และไม่เคยคิดว่าตัวเองจำเป็นต้องเข้าใจ
ทว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยเลือด การทรยศและความตาย
คนที่เคยเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดาน กลับค่อยๆ กลายเป็น 'ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว'
โดยที่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า...การตัดสินใจเก็บหมากตัวนี้ไว้ในวันนั้น จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล
Content Warning
เลือด / ความรุนแรง / การสะกดรอยตาม / การทำร้ายร่างกายและจิตใจ / การลักพาตัว /
การจับตัวประกัน / การข่มขู่และบงการ / การใช้คำหยาบ / การเสียชีวิตของตัวละคร
Trigger Warning
การทำร้ายเด็ก / การคุกคามทางเพศ / ความพยายามฆ่าตัวตาย / ความพยายามข่มขืน /
ความรุนแรงในครอบครัว / การทารุณสัตว์ / การฆาตกรรม / การสังหารหมู่ / การป่วยทางจิต
⚠️Disclaimer⚠️
นิยายเรื่องนี้เป็นผลงานจากจินตนาการของผู้แต่ง ตัวละคร องค์กร และเหตุการณ์ต่างๆ เป็นเรื่องสมมติ สถานที่บางแห่งถูกนำมาอ้างอิงเพื่อการเล่าเรื่องเท่านั้น มิได้มีเจตนาพาดพิงถึงเหตุการณ์หรือบุคคลจริง
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และเสพสื่อเพื่อความบันเทิง
♣ STATUS : COMPLEATED ♣
จบ 19.FEB.2026
หากชอบนิยายเรื่องนี้ ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์คนนี้ด้วยนะคะ🙏🏻🥹
🌹ภาพปก + ตัวละครทั้งหมดจากคุณนักวาด Teme🌹
01
He’s such a two-faced liar
(เขาตีสองหน้าชัดๆ)
ณ ร้านกาแฟแห่งหนึ่งใจกลางมหานครนิวยอร์ก
ด้านในมีเด็กหนุ่มวัยยี่สิบผิวบ่มแดด ผมทรงอันเดอร์คัตทูบล็อกสีดำประกายน้ำตาลที่ไม่ได้เซตเสยขึ้น แต่ปล่อยให้ปรกหน้าผากลงมาอย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งขับให้ใบหน้าคมคายนั้นดูน่าดึงดูด
‘เลียม มาตินเนส’ นั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน ปลายนิ้วเคาะขอบแก้วกาแฟเป็นจังหวะช้าๆ คล้ายกำลังฆ่าเวลาไปวันๆ สายตาเหม่อมองผู้คนที่เดินผ่านไปมา
เขาไม่ชอบการรอคอยนัก แต่ก็ไม่ชอบโทร.ตามใครซ้ำๆ เช่นกัน
กระทั่งเสียงสนทนาจากโต๊ะด้านหลังดังแว่วเข้ามา
“มันจะดีเหรอครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำ ฟังดูเหมือนสุภาพเกรงใจ และคุ้นหูอย่างประหลาด
เลียมขมวดคิ้วเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
“ไม่เป็นไรน่า พี่จะไม่เปิดเผยว่าใครเป็นคนให้ข่าว”
“แต่ว่า...”
“น่า ช่วยพี่หน่อยเถอะนะเจย์”
เลียมชะงัก ชื่อที่หลุดออกมาทำให้เขาเผลอเอียงคอแสร้งทำเป็นหันมองไปทั่ว ทว่าระหว่างนั้นดวงตาก็รีบกวาดผ่านกระจกกั้นระหว่างโต๊ะ เห็นเพียงแผ่นหลังกว้างในเสื้อโค้ตเรียบหรู เรือนผมสีเงินที่โผล่ออกมาจากหมวกแก๊ปเล็กน้อยนั้นก็ยังดูโดดเด่นสะดุดตา
‘เจย์เดน วอล์คเกอร์’ ออแกไนซ์เซอร์ชื่อดัง พ่วงด้วยฉายาเจ้าพ่อแฟชั่นแห่งวงการบันเทิง
“ก็ได้ครับ” เสียงนั้นตอบกลับอย่างลังเลพอเป็นพิธี “แต่พี่ห้ามใส่บทความเกินจริงจนทำร้ายแซฟมากเกินไปนะครับ”
ประโยคนั้นฟังเผินๆ ก็เหมือนจะดูดี...ดีเกินไปด้วยซ้ำ
เลียมเลิกคิ้ว เขาเคยได้ยินชื่อแซฟ นายแบบที่มีข่าวคลุมเครือกับเจย์เดนอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ประสบการณ์ทำให้เขารู้ดีว่าโลกบันเทิงไม่เคยมีคำว่า ‘บังเอิญ’
ไม่กี่นาทีต่อมา นักข่าวคนนั้นก็ลุกออกจากร้าน ความเงียบจึงปกคลุมโต๊ะด้านหลังอยู่ชั่วครู่ พลันน้ำเสียงเยือกเย็นไร้โทนก็ดังขึ้น
“พวกโง่”
เสียงนั้นยังคงเป็นเสียงเจย์เดน ทว่ากลับให้ความรู้สึกแตกต่างจากก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง ทั้งราบเรียบ ทั้งไร้อารมณ์
มันไม่ใช่น้ำเสียงของคนที่เพิ่งทำเรื่องหนักใจ
แต่เป็นน้ำเสียงของคนที่ไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่ตนได้กระทำลงไปต่างหาก
เลียมขนลุก โดยปกติแล้วหากเราไม่ชอบใครสักคนและกำลังลงมือทำร้ายคนๆ นั้น ดีร้ายอย่างไรก็ต้องมีความรู้สึกสะใจยินดีออกมาให้เห็นบ้าง หรือหากเกิดใจอ่อนก็ต้องมีความรู้สึกผิดแสดงออกมาบ้าง
ทว่าน้ำเสียงของเจย์เดนกลับว่างเปล่า...
แม้จะไม่เข้าใจ แต่สิ่งหนึ่งที่เลียมได้รู้แน่ชัดในวันนี้ยังมีอยู่อีกอย่าง
นั่นคือภาพลักษณ์อ่อนโยนทั้งหมดของเจย์เดนเป็นเพียงเปลือกนอก และเลียมก็ไม่ได้รู้เลยว่า...
นี่คือวันที่เขาได้พบกับปีศาจเป็นครั้งแรก
“แฮก! รอนานมากไหมวะ” เลียมสะดุ้งเล็กน้อย เสียงเรียกคุ้นหูดึงเขาออกจากห้วงความคิด กลับมาอยู่กับความเป็นจริงอีกครั้ง
หนุ่มแว่นผมหยักศกวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางกระหืดกระหอบ ซึ่งคนคนนี้ก็คือเพื่อนรักเพียงคนเดียวของเลียม
เลียมมองตามเจย์เดนที่กำลังกระชับหมวกแก๊ปก่อนลุกออกจากร้านไป แล้วหันกลับมาสนใจคนตรงหน้า
“นาน เลี้ยงกาแฟกูเลย”
เขาจัดการมัดมืดชก ‘เอซ คลาร์ก’ คนที่เป็นทั้งเพื่อนบ้านและเพื่อนสนิทที่คบหากันมาตั้งแต่วัยเยาว์ อันที่จริงอีกฝ่ายมีอายุมากกว่าเขาถึงสองปี ทว่าตอนเด็กไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรก็เล่นหัวเล่นหางกันมา พอรู้อีกทีก็เรียกพี่เรียกน้องกันไม่ลงเสียแล้ว
“ก็เอาดิ เต็มที่ไปเลย”
ตอนนี้เอซเรียนจบแล้ว เขาเองก็ทำงานในวงการบันเทิงเช่นกัน เห็นภาพลักษณ์เป็นหนุ่มแว่นหนาเตอะอย่างนี้ แต่มีดีกรีเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายคอสตูมของบริษัทโฆษณาชื่อดังแห่งหนึ่ง และก็เป็นเขาอีกเช่นกันที่คอยหางานถ่ายแบบมาป้อนให้เลียมอยู่เสมอ
“รอบนี้มีถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสาร xx จุดประสงค์คือโฆษณากางเกง ค่าตัวหลักหมื่น สนใจไหม?”
เขายื่นรายละเอียดสัญญาการว่าจ้างให้เลียมอ่าน ส่วนตนก็หันไปจัดการกับเค้กและบรรดาขนมที่เพิ่งสั่งมา เอซงานยุ่งทั้งวันจึงไม่มีเวลาทานข้าว ตอนนี้หิวไส้กิ่วจนต้องรีบยัดขนมเข้าปากจนแก้มตุ่ย
เลียมเองก็ไม่มากความ ขอเพียงบริษัทที่ว่าจ้างไม่มีปัญหากับบรรดารอยสักบนตัวเขา เขาเองก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน หลังจากตกลงกับเอซและนัดหมายวันเวลากันเสร็จสรรพก็แยกย้ายกันไป
ก่อนกลับบ้านเลียมแวะไปดูรถบิ๊กไบค์คาวาซากิ รุ่นวัลแคนเอสที่เขาหลงใหลอยากได้อยากมีมานาน
อีกเหตุผลสำคัญที่เขาตบเท้าก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงก็เพื่อสิ่งนี้ เลียมชอบบิ๊กไบค์มาตั้งแต่เด็ก ถึงขั้นเลือกเรียนวิศวกรรมเครื่องยนต์ก็เพราะมัน
และตอนนี้เขาก็เก็บเงินได้เกือบครบแล้ว หากงานที่เพิ่งได้รับข้อเสนอมาผ่านไปด้วยดี เลียมก็จะได้เจ้าคาวาซากิ วัลแคนเอส คันนี้มาครอบครอง
หารู้ไม่ ว่านั่นคือก้าวแรกที่จะทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล...
LM STUDIO
ในที่สุดก็ถึงวันถ่ายแบบ เลียมเดินเข้ามาในสตูดิโอท่ามกลางความวุ่นวายของเหล่าสตาฟ สีหน้าเคร่งเครียดของทุกคนพอจะทำให้รู้ได้ว่ากำลังมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น
“มีเรื่องอะไรกันวะ” เลียมถามเอซทันทีที่เจอ
“เมื่อเช้ามึงไม่เห็นข่าว?”
“มึงก็รู้ กูไม่นิยมเสพสื่อไร้สาระ” เลียมขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าเพื่อนรักดูท่าจะหัวเสียมากอยู่พอตัว
“แซฟโดนถอดกลางอากาศ ยืนเศร้าอยู่นั่นน่ะ แต่ที่ยุ่งกว่าก็คือพวกกูไม่รู้จะหานายแบบจากไหนมาได้ทัน เดดไลน์ปกคือพรุ่งนี้เที่ยง เอาง่ายๆ คือยังไงวันนี้ก็ต้องได้ถ่าย”
เลียมหันไปตามทิศทางที่เอซพยักเพยิด แซฟยืนก้มหน้าตาแดงก่ำ ข้างๆ กันนั้นก็มีชายคนหนึ่งคอยลูบหลังขึ้นลงเหมือนกำลังช่วยปลอบโยน
หืม? เจย์เดน?
ความทรงจำในร้านกาแฟผุดขึ้นมาในหัวของเลียมทันที สีหน้าเห็นอกเห็นใจนั่นมันอะไร
คือเจย์เดนแม่งตอแหลจัด!
เขารีบเสิร์จหาชื่อแซฟในโซเชียล ก่อนจะต้องอึ้งจนอ้าปากค้างเมื่อรู้ว่าเจย์เดนเล่นแรงขนาดไหน
ถึงขนาดปล่อยคลิปหลุดสิบแปดบวกว่อนเน็ต!
คงต้องเตือนเอซหน่อยแล้ว ทำงานอยู่แวดวงเดียวกัน มีโอกาสได้ร่วมงานกันบ่อยครั้ง หากเอซไปทำอะไรขัดใจอีกฝ่ายเข้า ไม่รู้เลยว่าจะโดนเล่นงานอย่างไรบ้าง
เลียมมองเจย์เดนที่กำลังแสร้งทำเป็นปลอบแซฟด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ ท่าทางจอมปลอมเหล่านั้นทำให้เขาแทบอ้วก ได้แต่แค่นยิ้มหยันอย่างนึกรังเกียจ ก่อนจะต้องชะงักเมื่ออีกฝ่ายหันมาสบตาเข้าพอดี
เด็กหนุ่มเบือนหน้าหนีไปอีกทางอย่างไม่อยากจะมองให้เสียสายตา เขาเดินกลับไปหาเอซเพื่อรอการแก้ปัญหาจากทีมงาน ดีไม่ดีงานวันนี้อาจถูกยกเลิก และเลียมก็จะชวดเงินก้อนสุดท้ายที่สามารถเติมเต็มความฝันเขาได้ไปทันที
ขณะกำลังคิดทอดถอนใจ ไม่คาดว่าจะได้ยินเจย์เดนพูดเสนอตัว
“เดี๋ยวผมเป็นนายแบบแทนแซฟให้เอง ดีไหมครับ”
ชายหนุ่มส่งยิ้มน้อยๆ ให้กับเหล่าสตาฟที่กำลังสิ้นหวัง พวกเขาต่างมองเจย์เดนด้วยสายตาเปล่งประกาย ราวกับมองพระผู้เป็นเจ้าที่ลงมาโปรดสัตว์โลก ปากพูดขอบคุณเจย์เดนกันไม่หยุด เพราะรู้ว่าเดิมทีเจย์เดนไม่เคยรับงานถ่ายแบบเลยสักครั้ง ทว่าตอนนี้กลับยินดีและเต็มใจที่จะถ่ายแบบเพื่อช่วยเหลือพวกเขา
คิ้วเลียมกระตุกยิกๆ ด้วยความเดือดดาล
ทำไมถึงมีแค่เขาที่รู้เช่นเห็นชาติไอ้เวรนี่กันนะ!?
ขณะกำลังลอบด่าเจย์เดนอย่างเสียๆ หายๆ อยู่ในใจ ไม่คิดว่าฝ่ายนั้นจะหันกลับมามองเขา นัยน์ตาสีฟ้าเข้มทรงพลังคู่นั้นจงใจพุ่งเป้ามองมาที่เลียม แวบหนึ่งที่เลียมรู้สึกขนลุก แต่ก็เพียงแค่ครู่เดียว อีกฝ่ายขยิบตาดูซุกซนขี้เล่นพร้อมส่งยิ้มหวานมาให้
เดี๋ยวนะ...คือไร!?
สรุปแล้วความวุ่นวายในวันนี้ก็จบลงด้วยดีเพราะเจย์เดนเสนอตัวเป็นนายแบบให้ การถ่ายทำจึงดำเนินต่อได้ตามแผน ระหว่างการถ่ายก็ราบรื่น
แม้เลียมจะต้องทนอึดอัดกับสายตาและรอยยิ้มที่เจย์เดนคอยส่งให้เขาเป็นระยะๆ ก็ตามที
ให้ตายเถอะ...ไอ้บ้านั่นมันต้องการอะไรกันแน่
วันนี้เลียมต้องคอยกันท่าให้เอซออกห่างจากเจย์เดนอยู่ตลอด โดยไม่ได้รู้เลยว่าการกระทำเหล่านั้นล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้เจย์เดนยิ่งอยากจับตามองเขามากขึ้นไปอีก
ตอนนี้ทั้งตัวเลียมเหลือเพียงบ็อกเซอร์บรีฟตัวบางติดกายขณะกำลังก้มหน้าก้มตารื้อเสื้อผ้าจากกระเป๋าเป้อยู่ในห้องแต่งตัว เมื่อเงยหน้ามาอีกทีก็เกือบผงะด้วยความตกใจ
กระจกเงาสะท้อนภาพของใครบางคนที่อยู่ด้านหลังเขา...
เจย์เดนยืนกอดอกพิงผนังอย่างสบายอารมณ์ ท่อนบนเปลือยไม่ต่างจากเขา ร่างกายหนั่นแน่นเต็มไปด้วยมวลกล้ามเนื้อแข็งแกร่งทำให้เลียมต้องเบือนสายตาหนี
เจย์เดนตัวใหญ่กว่าเขามากเลยทีเดียว หากต้องมีเรื่องกันก็เดาไม่ยากว่าใครจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ดวงตาสีฟ้าเข้มจึงได้ทีกวาดมองแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยสักอย่างไม่ปิดบัง
“คุณเลียมจะกลับแล้วเหรอครับ” เจย์เดนถามด้วยน้ำเสียงสุภาพเป็นมิตร
เลียมหัวเราะในลำเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปสบตา
“เวลาอยู่กับผม คุณเป็นตัวของตัวเองก็ได้” พูดพลางกระตุกยิ้มมุมปาก “เลิกตอแหลเหอะคุณ”
เจย์เดนยังคงฉีกยิ้มกว้าง ไร้ซึ่งความโกรธ ทั้งยังไม่ตกใจ และไม่เอ่ยปฏิเสธ
ดวงตาคู่นั้นส่องประกายวาววับวูบหนึ่ง คล้ายเด็กที่เพิ่งเจอของเล่นชิ้นใหม่
“น่าสนใจนะครับ” เขาเอ่ยเบาๆ “คนอื่นไม่เคยพูดกับผมแบบนี้”
เลียมเม้มปากอย่างอดทน เขาตัดสินใจไม่ตอบโต้ให้มากความ แต่หันกลับไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย สัญชาตญาณบางอย่างกำลังร้องบอกว่าเขาไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชายคนนี้...
โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าถูกสายตาคู่นั้นลามเลียร่างกายเขาอย่างร้อนแรงและจาบจ้วงเพียงใด หลังคอชื้นเหงื่อที่เขาสามารถกำรอบได้โดยใช้เพียงฝ่ามือเดียวตรึงสายตาเจย์เดนไว้อยู่หมัด
ชายหนุ่มเอียงคอมองเด็กหนุ่มตรงหน้าเงียบๆ ขณะกำลังคาดคำนวณบางอย่างอยู่ในหัว
...มนุษย์ธรรมดาที่มีศีลธรรมชัดเจนและกล้าที่จะเกลียดเขาอย่างเปิดเผย
ริมฝีปากบางยกยิ้มอีกครั้ง
ต้องแบบนี้สิ...ถึงจะสนุก
TBC.