เขาคือมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ส่วนเธอเป็นเพื่อนสมัยไฮสคูลของเขา แต่ด้วยความบังเอิญหรืออะไรดลใจ ให้พ่อของเธอต้องไปยืมเงินจากเขา แถมเขาดันยืนข้อเสนอให้เธอแต่งงานกับเขาเพื่อยกหนี้
รัก,ชาย-หญิง,ตะวันตก,ดราม่า,ดาร์ค,อิตาลี,มาเฟียโหด,มาเฟีย,ลูกหนี้จอมพยศ,เจ้าสาว,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้เขาคือมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ส่วนเธอเป็นเพื่อนสมัยไฮสคูลของเขา แต่ด้วยความบังเอิญหรืออะไรดลใจ ให้พ่อของเธอต้องไปยืมเงินจากเขา แถมเขาดันยืนข้อเสนอให้เธอแต่งงานกับเขาเพื่อยกหนี้
ผมพาว่าที่ภรรยาของผมมาร้านตัดชุดที่ผมสั่งตัดมันไว้ตั้งแต่พ่อของเธอมายืมเงินผม คุณจะว่าผมรีบก็ได้—แต่เพราะผมต้องการเธอมากเกินไป ผมเลยต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย
เธอกำลังลองชุดอยู่ในห้องลอง ผมทำได้แค่นั่งรอเธอเสร็จ ผมเข้าใจนะ ว่าผู้หญิงต้องพิถีพิถันเรื่องชุดแต่งงานที่มีรายละเอียดเยอะแบบที่ผมก็ไม่เข้าใจเลยสักอย่าง—แต่มันนานไปไหมวะ ผมเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย เพียงแค่เล็กน้อยนะ
ช่างตัดชุดเดินออกมาจากห้องที่ว่าที่ภรรยาผมกำลังลองชุดที่เธอตัด “ดูเหมือนหน้าอกของคุณผู้หญิงจะใหญ่เกินกว่าชุดจะสวมได้ค่ะ ทำให้คับที่ช่วงหน้าอก ฉันจะแก้ไขตรงหน้าอกให้ขยายใหญ่ขึ้นค่ะ จะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุดค่ะ ท่าน” ช่างตัดชุดไม่ค่อยกล้าที่จะสบตาผมเท่าไหร่นัก—เธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตา
“รีบจัดการ” ผมใช้เสียงที่นิ่งที่สุด—ผมไม่อยากอารมณ์เสียกับเรื่องแค่ชุดแต่งงานของภรรยาผม ที่มันคับตรงหน้าอก เธอหน้าอกใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ เมื่อคืนผมก็ไม่ได้สังเกตมันเท่าไหร่นัก
โซอี้เดินออกมาจากห้องลองชุดด้วยชุดเดรสปกติของเธอ ผมมองไปที่หน้าอก เพื่อดูขนาดมันชัด ๆ —อึม ใหญ่จริง
เมื่อคืนผมไม่ได้สนใจมันเท่าที่ควร สงสัยวันนี้ผมต้องเล่นกับมันหน่อยแล้วมั่ง
“มองอะไรของนาย?” เธอจ้องหน้าผมด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย — จะเรียกว่าเล็กน้อยก็ไม่ถูก เยอะเลยล่ะ ก็นะผมมองหน้าอกเธอนิ “ออสติน ฉันถามว่านายมองอะไร?” เธอถามผมอีกครั้ง ผมควรบอกไหมว่าดูนมเมียตัวเอง?
“มองนมเมียไม่ได้รึไง?” ผมยกคิ้วอย่างทะเล้นใส่เธอ เวลาเธอหัวแข็งใส่ผม — มันน่ารักชะมัด ให้ตาย ผมรักเธอ หน้าที่สวยงามของเธอเวลาโกรธมันยิ่งสวยขึ้นไปอีก “ดูแล้วอยากกินอีกเลยล่ะ”
ผมเลียริมฝีปากล่างของตัวเองอย่างหิวโหย — ใช่ แค่มองผมก็อยากขย้ำมันกลางร้านชุดแล้ว แต่ผมต้องหักห้ามใจตัวเองเก๊กหน้าเข้มเมื่อมีคนอื่นอยู่ใกล้
“อย่าพูดจาน่าเกลียดตามที่สาธารณะนะ” เธอดุผม ซึ่งผมไม่ได้สำนึกมันเลยสักนิด
ผมดึงเธอมาโอบเอว แล้วหอมแก้มเธอไปหนึ่งที — แก้มนุ่มชะมัด แถมยังเนียนสวยมากด้วย นี่ขนาดเธอค่อยไม่แต่งหน้าจัดนะ ถ้าแต่งแบบจัดเต็มเมียผมจะสวยขนาดไหนกัน?
แค่ผมคิด ผมก็เริ่มรู้สึกหึงหวงเธอแล้ว “เธอห้ามผมไม่ได้หรอก โซ ถ้าผมอยากที่นี่ก็ไม่มีใครห้ามผมได้” ผมแกล้งเธอ ใครจะบ้าร่วมรักเมียที่สาธารณะกัน ถ้าใครเห็นเมียผมเปลือยกายละก็
ตามันบอดแน่
เธอจ้องหน้าผมอย่างรุนแรง — น่ารักชะมัด “ล้อเล่น ผมจะดูเมียผมเปลือยกายคนเดียวน่า วางใจได้ครับ คุณภรรยา” ผมกระชับเอวเธอให้แน่นแล้วเดินออกจากร้านเมื่อช่างตัดอนุญาตให้เรากลับได้
“ให้ตายเถอะ—ฉันเกลียดนายชะมัด!” ปากเธอบอกว่าเกลียดผม แต่ผมรู้ว่าเธอชอบเวลาที่ผมแกล้งเธอ—เพราะเธอแอบยิ้มมุมปากทุกครั้งที่ผมแกล้ง ผมคิดว่าเธอคงคิดว่าผมมองไม่เห็น แต่ผมเห็นมันชัดเจนทุกครั้ง
“เราจะไปไหนกันต่อ?” เธอถามผมเมื่อพวกเราเดินไปลานจอดรถ
ผมไม่ได้ตอบอะไรตอนนั้น ผมเปิดประตูรถเบนท์ลีย์ให้เธอขึ้น ก่อนจะไปนั่งฝั่งคนขับ
“รัดเข็มขัดนิรภัย — ผมจะพาเธอไปชมอาณาจักรของผมวันนี้” ผมบอก
ผมจะพาเธอไปเดินชมสถานบันเทิงครบวงจรของผม — ถึงมันจะปกปิดสิ่งผิดกฎหมายบางอย่างไว้ แต่ก็ยิ่งใหญ่จนผมคิดว่าเธอต้องชอบแน่
“จะพาไปดูสถานที่จัดงานด้วย” ผมเสริม
ผมสตาร์ทรถหลังจากที่เรารัดเข็มขัดเสร็จ แล้วขับออกไปอย่างระมัดระวัง — ปกติผมขับรถเร็ว แต่เพราะเธออยู่ด้วย ผมเลยใจเย็นลงแบบนี้ได้!
“ออสติน ฉันสงสัย” หลังจากที่เธอเงียบอยู่นาน เธอก็เปิดปาก
เธอสงสัยอะไรกัน… เธออยากรู้อะไร?
“ผู้ชายที่มาจีบฉันสมัยเรียนมหาวิทยาลัย—นายเป็นคนขู่พวกเขาให้เลิกจีบฉันเหรอ?”
อ่า… อ่า เรื่องนี้… ใช่ ผมให้คนติดตามดูเธอ แล้วถ้ามีผู้ชายคนไหนกล้าจีบเธอ—ก็ให้ลูกน้องที่ตามเธออยู่ไปขู่พวกมัน ผมเหี้ย ผมรู้นะ
“ตอบสิ ออสติน!” เธอเห็นผมเงียบไป เธอเลยเค้นถามผมอีกรอบ
“ใช่ — เธอรู้ไหม ไม่มีใครเข้าใกล้ของของผมได้ แม้ตอนนั้นผมจะไปเรียนต่างประเทศก็ตาม” ผมยักไหล่ใส่เธอ ถ้าไม่ติดพ่อของผมส่งผมไปต่างประเทศล่ะก็ — เธอจะได้เห็นหน้าผมในรั้วมหาวิทยาลัยแน่นอน “และใครหน้าไหนที่กล้าเข้าใกล้ของของผม — มันจะเจอดี!”
“นายนี่มัน…” เธออยากจะด่าผม แต่คงคิดคำพูดไม่ออก “นายไม่ได้ฆ่าพวกเขาใช่ไหม?” โอ้—เธอคิดว่าผมฆ่าคนได้สินะ ซึ่ง… เธอคิดถูก — ผมสามารถฆ่าคนได้ถ้าพวกนั้นไม่ยอมเลิกยุ่งกับเธอ “ออสติน! ไม่ได้ฆ่าใครไปใช่ไหม?”
“ไม่—ยังไม่มีใครตายเพราะยุ่งกับเธอ” ผมกำพวงมาลัยรถแน่นจนนิ้วเป็นสีขาว — เกือบแหละ มีคนเกือบโดนฆ่าเพราะยุ่งกับเธอไม่เลิกอยู่ มันก็คือเอริค หมอนั่นเป็นเพื่อนของเธอ ผมรู้ว่ามันชอบโซอี้ — ชอบมากด้วย — แต่ผมก็ไม่ได้ทำร้ายร่างกายมันนะ แค่ว่าขู่ไปนิดหน่อย มันก็ยังไม่กลัวผมสักเท่าไหร่ หมอนั่นเป็นลูกนักการเมืองด้วยมั้ง เลยไม่กลัวผมแบบผู้ชายคนอื่น
“แต่มีไอ้บ้าที่ไม่ยอมหยุดยุ่งกับเธออยู่ ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นลูกนักการเมือง มันคงตายไปแล้ว”
“เอริคเหรอ… เอริคเป็นแค่เพื่อน”
เพื่อนเหรอ… หมอนั่นมันไม่ได้คิดกับเธอเป็นแค่เพื่อนด้วยซ้ำ ผมกัดฟันแน่น แล้วเหยียบคันเร่งจนความเร็วพุ่งเกือบสูงสุด
“ออสติน!” เธอตะโกนเรียกผมเมื่อผมขับรถเร็ว “ขับช้า ๆ หน่อย!” เสียงเธอสั่นเพราะความกลัว
“มันชอบเธอ… เธอไม่รู้เลยรึไง?” ผมพยายามไม่ดุดันใส่เธอนะ แต่เหมือนความโกรธของผมจะทำให้เสียงรุนแรงกว่าปกติ
“นายเป็นบ้าอะไร ออสติน! หยุดรถเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เธอสั่งให้ผมหยุดรถ แต่ผมก็ไม่หยุดมันหรอกนะ
“ถ้าไม่หยุด… ขับช้า ๆ หน่อยได้ไหม? ขอร้องละ” เธออ้อนวอน มันทำให้ผมเย็นลงมานิดหน่อย ผมค่อย ๆ คลายเท้าจากคันเร่งช้า ๆ แล้วความเร็วรถก็กลับมาปกติ
“ขอบคุณ” เธอถอนหายใจอย่างโล่งใจ “นายเป็นอะไรกันแน่ ออสติน?” เธอหันมามองผมที่กำลังจ้องถนนอยู่ ผมหันไปหาเธอเล็กน้อยแล้วถอนหายใจ
“มันชอบเธอ — เธอไม่เคยสังเกตเหรอ? ลูกน้องของผมยังสังเกตเห็นเลย” ผมพยายามพูดด้วยเสียงนิ่งที่สุดแล้วถามต่อ “เธอบอกมันหรือยังว่าเราจะแต่งงานกัน?”
ผมละสายตาจากถนนหันไปมองเธอ
“ยัง…ว่าจะบอกวันนี้ เอริคเนี่ยนะจะชอบฉัน? นายเข้าใจผิดไปเองรึเปล่า?” เธอยังไม่เชื่อสิ่งที่ผมพูด แน่ละ — เขาเป็นเพื่อนผู้ชายเพียงคนเดียวในกลุ่มที่ยังใกล้ชิดเธอได้
“ผมไม่มีวันเข้าใจผิด โซอี้ — ผู้ชายที่ไม่คิดอะไรกับผู้หญิงที่ไหนจะไปส่งเธอถึงหอทุกวันหลังเลิกเรียนได้?” ผมเห็นรูปที่ลูกน้องส่งมาให้ทุกวัน และผมก็หัวเสียกับมันซ้ำ ๆ จนอยากบินกลับมาต่อยหน้าไอ้เหี้ยเอริคนั่น!
“ก็เพื่อนกันไง” เธอยังคงไม่ยอมรับว่ามันชอบเธอ เอาเหอะ ยังไงมันก็ไม่มีสิทธิ์ครอบครองของของผมแล้ว ผมคนเดียวที่จะได้ครอบครองสิ่งนี้
“เพื่อนจริง ๆ ออสติน และฉันก็เป็นของนายแล้ว” อย่างน้อยเธอก็รู้ว่าเธอเป็นของผม
“เธอเป็นของผมคนเดียว โซอี้ — และจะเป็นตลอดไป” ผมจอดรถเมื่อพวกเราถึงสถานบันเทิงครบวงจรของผม ผมลงไปเปิดประตูรถให้เธอ ผมดูเป็นสุภาพบุรุษใช่ไหม? แต่แค่กับเธอคนเดียวที่ผมจะทำแบบนี้
“เรามาดูโซนโรงแรมกันดีกว่า มันจะเป็นสถานที่จัดงานของเรา — ผมคิดว่าจะจัดตรงโซนสวน” ผมพาเธอมาตรวจสวนดอกไม้ที่มีลานกว้าง สามารถจัดงานแต่งงานได้ หวังว่าเธอจะชอบ
“มันสวยนะ” เธอชอบดอกไม้ ผมรู้ เธอชอบธรรมชาติ ผมเลยเลือกพื้นที่โล่งนอกอาคารแทนในห้องจัดเลี้ยง
“นายรู้ได้ไงฉันอยากจัดงานแต่งพื้นที่เปิด?”
ผมหัวเราะในลำคอแล้วยิ้ม ก่อนโอบเธอจากข้างหลัง คางผมอยู่ตรงไหล่ของเธอ ผมกระซิบที่คอของเธอเบา ๆ
“มีอะไรบ้างที่ผมจะไม่รู้เกี่ยวกับเธอ — โซอี้ ผมรู้ความต้องการภรรยาของผมเสมอ และผมจะทำให้เธอพอใจ”
ผมจูบที่คอของเธอเบา ๆ และสูดดมน้ำหอมที่ผมเลือกไว้ให้เธอ
“กลิ่นนี้เหมาะกับเธอนะ — หวานหอม น่าอร่อย…”
เชี่ย กลิ่นนี้มันทำให้ผมมีอารมณ์ แต่อย่าพึ่งลูกพ่อ พ่อต้องพาแม่รู้จักอาณาจักรของเราก่อน ผมพยายามอดกลั้นมันไว้
“นายมันคนทะลึ่ง ออกไปเลย กลางแจ้งยังไม่เว้น!” เธอหันมาดุผม ซึ่งมันน่ารักชะมัดตอนเธอทำหน้าไม่พอใจ
“ผมไม่กินเธอตอนนี้หรอก โซอี้ — เก็บไว้กินคืนนี้ดีกว่าเยอะ” ผมยักคิ้ว แล้วพาเธอเข้าไปเยี่ยมชมโรงแรม
ระหว่างที่ผมพาเธอเข้าโรงแรมอยู่นั้น ผมพบกับเอริคกำลังเดินออกมาตรงโซนภัตตาคารของโรงแรม เชี่ย ผมอยากจะต่อยหน้ามันชะมัด ผมกระชับเอวของโซอี้ให้แน่นเมื่อมันมองมาทางเธอ แกบังอาจมองเมียฉันด้วยสายตาที่หวานหยดย้อยได้ยังไงกัน มืออีกข้างของผมกำหมัดแน่น ถ้าผมพลาดพลั้งต่อยมันตอนนี้ ผมจะผิดไหม?
“โซอี้ เธอมาทำอะไรที่นี่?” เอริคมันมองแต่เมียผมรึไง “แล้วเธอมากับ… ออสติน เปอริโคโลโซ?” ในที่สุดไอ้หมอนี่ก็เห็นผมโอบโซอี้
“เออ เขาเป็น… ว่าที่สามีของฉัน” เธอมองหน้าผมเล็กน้อยก่อนหันไปพูดกับมัน “เรากำลังจะแต่งงานกันอาทิตย์หน้า”
สีหน้าของมันดูตกใจแบบสุดขั้ว ผมเห็นสีหน้าคนแพ้อย่างมันแล้วซะใจฉิบหาย
“แต่งงาน! เธอจะแต่งงานเหรอโซอี้ กับเขา?” มันมองหน้าผมอย่างไม่สบอารมณ์ เดี๋ยวก็ซัดแม่ง ไอ้เหี้ยนี่
“แต่งงานกับผมแล้วมันทำไมครับ คุณริคโค?” ผมจ้องหน้ามัน มันก็จ้องหน้าผม ผมรู้ว่ามันอยากซัดหน้าผมแบบเดียวกับที่ผมอยากซัดหน้ามัน แต่โซอี้ขัดพวกเราซะก่อน
“ใช่ กับออสติน” เธอเอ่ยออกมาแล้วสะกิดผมให้ห้ามใจต่อยเพื่อนชายที่แสนดีของเธอ “ออสตินเป็นคนดีนะ” ผมรู้ว่าเธอไม่ได้คิดว่าผมเป็นคนดีหรอก แต่เธอแค่ปลอบใจมันให้หมดห่วงเฉย ๆ ซึ่งมันรู้ว่าผมนั้นโคตรเลว
“คนดีเหรอ เราว่าไม่ใช่นะโซอี้ เธอจะไม่ปลอดภัยถ้าอยู่กับเขา” ใช่ ผมไม่ใช่คนดีแบบที่มันพูด แต่ไม่มีใครกล้าทำของของผมได้หรอก ใครกล้ามันตาย
“โซอี้จะไม่เป็นอะไรถ้าอยู่กับผม — ผมรับประกันด้วยชีวิต” ผมมองมันด้วยความดุดันที่ผมมีเช่นเคย เสียงของผมดังก้องไปทั่วห้องโถงของโรงแรม
มันหัวเราะในลำคอแล้วเอามือไขว้กันที่หน้าอก “ผมไม่ไว้ใจคุณหรอกนะ คุณเปอริโคโลโซ” มันโน้มตัวเข้ามาหาผมแล้วกระซิบ “คุณเคยขู่ผม ผมจำไม่เคยลืม” หลังจากที่มันกระซิบผมเสร็จ มันก็หันหน้าไปทางโซอี้ด้วยรอยยิ้ม ผมอยากจะซัดหน้ามันสักทีสองที ถ้าไม่ติดว่าโซอี้พยายามดึงผมไม่ให้ก้าวไปชกมันละก็ มันคงหน้าหักไปแล้ว
“ถ้าเธอตกลงปลงใจไปกับเขา ผมก็คงห้ามเธอไม่ได้ โซอี้ แต่แฟนของเธอไม่ใช่คนดี — เธอก็รู้ใช่ไหม?” มันพูดกับโซอี้ก่อนเดินออกจากโรงแรม ผมอยากอุทานคำหยาบคายสักสี่ห้าคำ
“ออสติน” เธอรู้ว่าผมกำลังเดือดจัด ผมกัดฟันแน่นแล้วมองเธอด้วยสายตาที่ดุร้าย เธอกลัวผม ผมรู้ดี แต่เธอกลับมาปลอบประโลมผม “ใจเย็น เขาก็เป็นแบบนี้แหละ”
ผมดึงเธอมากอดแล้วสูดดมกลิ่นเธอ “ผมเป็นคนไม่ดี แต่ผมจะดูแลเธอให้ดีที่สุด” ต่อให้ไอ้เหี้ยเอริคนั้น จะไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานของเราก็ตาม แต่ใครสนกันล่ะ เธอเป็นของผม เป็นของผมที่จะปกป้อง เป็นของผมที่จะดูแล เป็นของผมตลอดไป “เราไปดูโซนอื่นกันก่อนไหม หรือเธอหิวข้าวแล้ว?” ผมหอมแก้มเธอ แม้ว่าเธอจะดันผมออกเล็กน้อยเพราะอายพนักงานโรงแรมก็ตาม
“กินข้าวก่อนก็ได้ ได้โปรดอย่าทำแบบนี้ในที่สาธารณะได้ไหม ออสติน!?” เธอตีมือผมเมื่อผมบีบก้นเธอเบา ๆ เธอน่ารักชะมัด
“ก็อยากสัมผัสเมียนิ ไม่ได้เหรอ?” เธอกระทืบเท้าใส่เท้าผมอย่างรุนแรง จนผมต้องร้องเสียงหลงออกมา ตัวเธอนั้นก็รีบย่ำเท้าเข้าภัตตาคารทันที
“ดื้อฉิบ… แต่แบบนี้ก็สมกับเป็นเมียของผมดี” ผมพยายามเดินให้ตรงและกลั้นความเจ็บปวดที่เท้าจากการกระทืบอย่างรุนแรงของโซอี้ ผมต้องรักษาฟอร์มหน่อย เดี๋ยวลูกน้องของผมจะหัวเราะเยาะเอาได้