เขาคือมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ส่วนเธอเป็นเพื่อนสมัยไฮสคูลของเขา แต่ด้วยความบังเอิญหรืออะไรดลใจ ให้พ่อของเธอต้องไปยืมเงินจากเขา แถมเขาดันยืนข้อเสนอให้เธอแต่งงานกับเขาเพื่อยกหนี้

Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้ - ตอนที่ 2 รอยยิ้มซาตาน โดย สาคูเรน่า @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-หญิง,ตะวันตก,ดราม่า,ดาร์ค,อิตาลี,มาเฟียโหด,มาเฟีย,ลูกหนี้จอมพยศ,เจ้าสาว,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-หญิง,ตะวันตก,ดราม่า,ดาร์ค

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อิตาลี,มาเฟียโหด,มาเฟีย,ลูกหนี้จอมพยศ,เจ้าสาว

รายละเอียด

Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้ โดย สาคูเรน่า @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เขาคือมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ส่วนเธอเป็นเพื่อนสมัยไฮสคูลของเขา แต่ด้วยความบังเอิญหรืออะไรดลใจ ให้พ่อของเธอต้องไปยืมเงินจากเขา แถมเขาดันยืนข้อเสนอให้เธอแต่งงานกับเขาเพื่อยกหนี้

ผู้แต่ง

สาคูเรน่า

เรื่องย่อ

สารบัญ

Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 1 ข้อแลกเปลี่ยนที่ปฏิเสธไม่ได้,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 2 รอยยิ้มซาตาน,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 3 จูบมัดจำ,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 4 คืนแรก NC,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 5 ของของฉัน,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 6 อีกห้าวัน,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 7 ห้ามแตะ,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 8 เคลียร์บัญชี,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 9 คืนเดียวไม่พอ NC,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 10 คู่ดูตัว,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 11 วันวิวาห์ NC,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 12 ฮันนีมูนเดือด,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 13 คนซับน้ำตา NC,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 14 คำขอโทษจากใจ,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 15 ชดใช้ด้วยชีวิต,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 16 คำว่ารัก,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 17 ห้ามใจไม่ไหว,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 18 ติดสินบนพยาน NC,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 19 เบาะแสใหม่ NC,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 20 ความลับที่หลุดปาก NC,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 21 จับเป็นส่งอิตาลี,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 22 คำตอบของเมเบิล NC,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 23 ชื่อของศัตรู,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 24 ข่าวดีที่มาพร้อมฝันร้าย,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 25 ของสำคัญที่หายไป,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 26 แข่งกับนรก,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนที่ 27 แลกด้วยชีวิต (End),Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนพิเศษ ไบร์ทตัน,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนพิเศษ จัสมิน,Pericoloso เจ้าสาวลูกหนี้-ตอนพิเศษ เมเบิล

เนื้อหา

ตอนที่ 2 รอยยิ้มซาตาน

 

ตอนที่ 2

รอยยิ้มซาตาน

 

- โซอี้ -

เรากำลังล้มละลาย” เสียงของพ่อบอกกับแม่ในห้องนอน ขณะที่ฉันลุกมาดื่มน้ำในตอนกลางคืน… มันเลยทำให้ฉันได้ยินทั้งหมด

“บริษัทเราขาดทุนย่อยยับ ผมไม่รู้จะทำยังไงที่รัก” เสียงของพ่อดูเครียดมาก ก็แน่สิ—ก็จะล้มละลายนี่นะ! ฉันพอรู้มาบ้างว่าบริษัทของพ่อกำลังเจอปัญหา ใช่ เพราะฉันก็เป็นหนึ่งในผู้บริหาร แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะเลยเถิดมาขนาดนี้

จากที่ฉันดูงบกำไรขาดทุน มันก็ไม่น่าทำให้พ่อล้มละลายได้สิ… เพราะอะไรกันล่ะ? ฉันกับพี่เซน—พี่ชายของฉัน—กำลังหาคำตอบจากสิ่งนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกับบริษัทของเรา

“เราเป็นต้องหาเงินไปจ่ายธนาคารสามสิบล้านเลยเหรอคุณ แล้วเราจะหาจากไหน?” แม่เอ่ยถามอย่างวิตกกังวล

อะไรนะ… สามสิบล้าน? บ้าน่า! พ่อเป็นหนี้ธนาคารขนาดนี้เลยเหรอ ฉันหน้าเสียเมื่อรู้จำนวนเงิน มันเยอะเกินไป… ทำไมพ่อไม่เคยบอกพวกเราเลยล่ะ?

“เราพอมีวิธีอยู่ที่รัก ผมจะเข้าไปคุยกับเขาพรุ่งนี้… หวังว่าเขาจะให้เรายืม”

พ่อจะยืมเงินใครกัน? ใครมันจะให้ตั้งสามสิบล้าน… หวังว่าพ่อไม่ได้ไปยืมพวกมาเฟียนะ! มันน่ากลัวเกินไป

“เขาคือใคร? บอกฉันได้ไหม?” แม่เอ่ยด้วยความสงสัย ไม่ต่างกับฉันที่แอบฟังอยู่… มันอาจจะดูเป็นมารยาทที่แย่ที่แอบฟังพ่อกับแม่คุยกัน แต่เรื่องแบบนี้เขาไม่เคยเอามาเล่าให้ฉันและพี่เซน ทั้งที่เราสองคนก็ทำงานแล้ว ถ้าเป็นเซียที่กำลังเรียนอยู่ ฉันคงไม่สงสัยสักนิด

พ่อไม่ยอมตอบแม่ ราวกับเขารู้ว่าฉันอยู่ที่นี่… อยู่หลังประตูห้องเขา

“เขาคือ…” เมื่อพ่อจะเอ่ยปากบอกชื่อ ฉันก็ถูกพี่ชายของฉันลากออกจากตรงนั้นทันที… เขาลากตัวฉันลงมาชั้นล่างของบ้าน

“แอบฟังพ่อกับแม่ทำไม โซอี้?” เขาเอ็ดฉันด้วยใบหน้าที่จริงจัง… ฉันไม่ค่อยเห็นพี่ชายฉันมีใบหน้าแบบนี้เท่าไหร่นัก

“พี่รู้…” ฉันเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าคิ้วขมวด… “ทำไมพี่ไม่เคยบอกฉัน?”

พี่เซนถอนหายใจครั้งใหญ่

“ฉันไม่อยากให้เธอเครียด โซอี้… แค่เรื่องสืบบัญชีกำไรบริษัทที่หายไปก็ทำเธอเครียดจนไม่ได้นอนแล้ว ฉันไม่อยากให้เรื่องนี้มันรบกวนเธอ… โอเค?”

“พี่รู้ใช่ไหม? พ่อจะยืมเงินใคร?” ฉันเค้นถาม

“รู้ แต่บอกไม่ได้ เพราะเธอคงไม่ชอบใจนัก” ให้ตายสิ—ทำไมกับน้องต้องมีความลับกันนะ? บ้านอื่นเขาเป็นแบบนี้ไหม?

“พี่! บอกฉัน!” ฉันเริ่มขึ้นเสียงเล็กน้อย พี่ก็พี่เถอะ แต่ฉันไม่ใช่พวกยอมคนหรือยอมแพ้ด้วยสิ

“สักวันเธอก็จะรู้เอง โซอี้ วันนี้ไปนอนได้แล้ว” เขาไล่ฉันขึ้นนอน ฉันเดินกลับเข้าห้องตัวเอง ก่อนที่จะล้มลงบนเตียงที่นุ่ม… แล้วคิดถึงคนที่พ่อจะไปยืมเงิน

ฉันอยากรู้ว่าคนที่พ่อจะไปยืมเงินเป็นใครกัน แล้วทำไม? ถ้าฉันรู้…จะไม่ชอบด้วย พวกนั้นเป็นพวกนิสัยเสียที่ฉันเกลียดนักรึไง? คงไม่ใช่ ไอ้พวกบ้าจากตระกูลเปอริโคโลโซ… ไอ้หมาบ้าออสตินหรอกนะ

ฉันละเกลียดหมอนั้นที่สุด… ใช่ หมอนั้นมันชอบแกล้งฉันสมัยไฮสคูล ยิ่งพอมีผู้ชายคนไหนมาคุยกับฉัน… เจ้าบ้านั้นก็จะไปขู่ ไปแกล้งพวกเขา จนฉันโสดมาถึงทุกวันนี้

ไม่ใช่ว่ามหาลัยไม่มีคนจีบนะ — มันมี แต่พวกเขาก็หายไปหลังจากเราคุยกันได้วันเดียว… เหมือนใครเข้ามาคุยกับฉัน มาจีบฉัน จะต้องโดนคนขู่อย่างนั้น

แล้วฉันได้ข่าวว่าบ้านหมอนั่นเป็นมาเฟียด้วย… แล้วยิ่งขนลุก! ไม่แปลกใจสักนิดที่หมอนั่นจะเลวได้ขนาดนี้… เลวยังไงอ่ะเหรอ — สมัยเรียนหมอนั่นเป็นอันธพาลคอยรีดไถตังค์คนอื่น ทั้งที่บ้านก็รวย แบบรวยมาก ไหนจะชอบมีเรื่องชกต่อยได้ทุกวัน แต่หมอนั่นเรียนเก่งนะ ขนาดไม่ค่อยเข้าเรียนก็ตาม

อ๋อ… หมอนั่นชอบแกล้งฉัน โดยการเอากิ้งก่ามาใส่กระเป๋าเรียนของฉันบ้าง แกล้งเอาจดหมายรักที่ผู้ชายส่งมาให้ฉันไปเผาทิ้ง จนฉันไม่ได้ไปตามนัดในจดหมายสักครั้ง หรือแม้กระทั่งทำลายโครงงานวิทยาศาสตร์ฉันที่ทำมาเป็นปี ๆ จนฉันต้องเปลี่ยนหัวเรื่องทำโครงงานใหม่… มันน่าโมโหแบบสุด ๆ!

นี่ฉันคิดเรื่องหมอนั่นมากไปใช่ไหม — ออกจากหัวสิ ออกจากหัว! ฉันไม่ได้เจอหมอนั่นตั้งแต่จบไฮสคูล แต่หมอนั่นยังคงตามหลอกหลอนเวลาฉันไปเดท เหมือนมีคนมาขัดขวางเสมอ… ออกจากหัวสิเว้ย! ฉันตีกับหัวตัวเองไปมา จนตัวเองหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

 

 

หนึ่งเดือนต่อมาหลังจากวันที่พ่อของฉันไปคุยกับบุคคลปริศนาเพื่อขอยืมเงินสามสิบล้าน — พ่อทำสำเร็จ และมันทำให้บริษัทของเราไม่ล้มละลาย แต่ฉันก็ยังไม่รู้ว่าใครคือบุคคลปริศนาอยู่ดี… เงินตั้งสามสิบล้าน — เขาให้มาได้ไง? แล้วพ่อเอาอะไรเป็นหลักประกัน?

“โซอี้… วันนี้ลูกไปคุยธุระแทนพ่อหน่อยสิ” อยู่ ๆ พ่อก็เอ่ยมาระหว่างมื้ออาหารเช้าที่แสนวิเศษของฉัน เพราะมันมีแพนเค้กสุดโปรดปราน

“ธุระอะไรคะ พ่อ?” ฉันเอ่ยระหว่างตัดแพนเค้กที่แสนจะนุ่มลิ้นด้วยปลายมีดสำหรับของหวาน

“เรื่องหนี้… ไปคุยกับเขาให้พ่อหน่อย” อา… เรื่องหนี้สามสิบล้านสินะ ฉันใช้ส้อมจิ้มแพนเค้กที่ตัดออกมาพอดีคำแล้วเอามันเข้าปาก

ฉันเคี้ยวแพนเค้ก และกลืนมันลงไปก่อนแล้วค่อยตอบพ่อ “ได้ค่ะ ที่ไหนคะ? แล้วต้องคุยกับใคร?” ฉันมองพ่อก่อนที่จะเอ่ย แล้วกลับมามองที่จานแพนเค้กสุดเลิฟของฉัน

พ่อจิบกาแฟแล้วมองหน้าฉันด้วยความรู้สึกผิด… ทำไมละ ทำไมต้องมองฉันแบบนั้น “สถานบันเทิงครบวงจร เปอริโคโลโซ… ไปคุยกับคุณออสติน เปอริโคโลโซทีนะ”

ฉันอ้าปากค้าง มีดและส้อมของฉันหล่นกระทบกับจานจนเสียงดังลั่น… นี่มันเรื่องบ้าไรกันวะเนี่ย? ทำไมต้องเป็นหมอนั่น?

เมื่อฉันตั้งสติได้ ภายในประมาณสองสามวิ “พ่อว่าไงนะคะ?” ฉันแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน หรือแกล้งได้ยินไปแบบผิด ๆ แน่นอน… มันไม่เนียน พี่ชายฉัน เซน ถึงกับหัวเราะกับสีหน้าของฉัน เขารู้… เขารู้ว่าเป็นหมอนั่นมาตลอด แล้วยังไม่ช่วยน้องสาวอย่างฉันสักนิด

“ใช่… อดีตเพื่อนร่วมชั้นสมัยไฮสคูลของแก โซอี้… ออสติน เปอริโคโลโซ… แกได้ยินไม่ผิด” พ่อเอ่ยเตือนชื่อของหมอนั่นอีกครั้ง เพื่อย้ำเตือนว่าฉันได้ยินชัดเจนทั้งสองรูหู… โอ้พระเจ้า! ฉันต้องเจอกับหมอนั่นทั้งที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี… โชคชะตาเล่นตลกฉันอีกแล้วเหรอ

พี่เซนยังคงหัวเราะฉันไม่หยุด จนพี่สะใภ้ของฉันต้องสะกิดให้เขาหยุด ฉันหันไปจ้องเขม็งพี่ชายตัวเองอย่างเคียดแค้น — เขารู้ทั้งรู้ว่าฉันกับหมอนั่นไม่ถูกโฉลกกันมาแต่ชาติปางก่อน — เออ ชาตินี้แหละ แต่พูดให้เว่อร์ไปก่อน

“โซอี้ อย่ามองพี่แบบนั้นสิ — โอเค ฉันขอโทษที่ไม่บอกเธอล่วงหน้า” พี่ชายฉันยกมือขึ้นเหมือนโดนจับกุม แต่สีหน้าเขาไม่มีความสำนึกผิดสักนิด ฉันอยากรู้จริง ๆ — พี่สะใภ้ฉันยอมแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน — น่าเตะก้นสักสอง—สามทีต่อวันขนาดนี้

“พี่ก็รู้ — ว่าฉันเกลียดเขา” ฉันไม่ได้คุยกับพ่อนะ คุยกับพี่ แต่ถ้าพูดตามตรง พ่อผู้ไม่รู้ของฉันยังทำหน้ารู้สึกผิดกว่าพี่อีก

“โอ้ แต่หมอนั่นดูเลิฟเธอตั้งแต่สมัยเรียนแล้วนิ — รุ่นน้องฉันเล่าให้ฟังว่า หมอนั่นขโมยจูบเธอวันเรียนจบ” บ้าเอ๊ย พี่มาพูดถึงหมอนั่นขโมยจูบฉันตอนปาร์ตี้เรียนจบทำไม — ฉันไม่อยากนึกถึงมัน และขอไม่นับมันว่าเป็นจูบแรกของฉันก็แล้วกัน

“ไม่นับ — เขาเรียกว่าแต่ปากแตะกัน ไม่นับว่าจูบ” ฉันพยายามระงับสติไม่ให้กรี๊ดแตกบนโต๊ะอาหาร ฉันอยากย้ายไปอยู่หอแบบเซียก็วันนี้แหละ ฉันกลับมาสนใจแพนเค้กตรงหน้าแทน แต่ยังคงมีความหงุดหงิดอยู่

พี่ชายฉันยังคงเพิ่มความหงุดหงิดให้ไม่เลิก “แต่ฉันคิดว่าหมอนั่นนับ และหมอนั่นดีใจที่ได้จูบเธอ — ไม่งั้นป่านนี้คงมีสาวเป็นตัวเป็นตนแล้ว” พี่ชายฉันยักไหล่ แล้วก้มน่ากินแพนเค้กต่อ หลังจากเขาทิ้งระเบิดความหงุดหงิดของฉันมาอีกลูก

ฉันรีบกินแพนเค้กตรงหน้าให้หมด ก่อนดื่มน้ำส้มคั้นตามไปแบบเร่งด่วน “เวลาไหนก็ได้ใช่ไหมคะพ่อ? — งั้นวันนี้หนูเข้าบริษัทสายนะคะ” ฉันกะจะเคลียร์ให้มันจบเร็ว ๆ ก่อนไปทำงาน เพราะถ้าฉันไปทำงานก่อน ฉันไม่มีหัวไว้คิดเรื่องงานแน่ ๆ ในหัวฉันมีแต่หมอนั่น — และหมอนั่น

พ่อพยักหน้าหลังจากที่ฉันบอก ฉันเลยลุกขึ้นจากโต๊ะรับประทานอาหารแล้วออกไปพบเขา — เขาที่ฉันเกลียด เกลียดที่สุดในสามโลก

 

 

ฉันนั่งรอหมอนั่นที่โต๊ะรับรองแขกในห้องทำงานของเขา — เขาเป็นพวกชอบปล่อยให้แขกรอสินะ… มารยาทแย่ชะมัด

“ช้าชะมัด — เกินชั่วโมงแล้วนะที่นั่งรอ!” ฉันอารมณ์เสียแล้วพึมพำกับตัวเอง “มาเมื่อไหร่จะด่าให้หนักเลย คอยดู!”

“เธอจะด่าผมว่าอะไร — โซอี้?” เขาเดินเข้าห้องมาตอนไหนก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ตอนนี้ — เขากระซิบข้างหูฉัน เสียงเซ็กซี่ชะมัด… ไม่ โซ — ไม่เซ็กซงเซ็กซี่อะไรทั้งนั้น!

ฉันหันขวับไปทางต้นเสียง ใบหน้าเขาอยู่ใกล้ฉันแบบสุด ๆ ฉันขยับหน้าหนีเขาไม่ให้ปากฉันไปแตะที่แก้มอันเนียนและมีตอหนวดอยู่ตามกรอบกราม

“เปล่า ไม่มีอะไร มาแล้วก็ดี — จะได้คุยกัน” จะบอกว่าฉันปอดแหกก็ได้… ยอมรับ

ใบหน้าเทพบุตรในคราบซาตานนั่งบนโซฟาตรงหน้าฉัน — เขายังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ความหล่อระดับเทพบุตร และยังคงขี้เก๊กเหมือนเคย เขานั่งไขว่ห้างแล้วเอนหลังลงบนโซฟา ก่อนจะยกแขนขึ้นพาดยาวไปตามหลังโซฟา อึม… หล่อ — พ่อคุณหล่อสุด ๆ แต่มันใช่เวลามาชมเขาไหม โซ? ไม่! หยุดชมเขาว่าหล่อที ไอ้หัวสมองเฮงซวย!

“เข้าเรื่องเลยนะ — พ่อให้ฉันมาคุยเรื่องหนี้” ฉันพยายามระงับสติ และทำให้เสียงนิ่งและเป็นทางการมากที่สุด “เงินต้นสามสิบล้าน — ดอกเบี้ยเท่าไหร่?” ฉันเอ่ยถามแล้วมองเขาเพื่อรอคำตอบ

“โอ้ โซอี้ — เธอจ่ายดอกไม่ไหวหรอกน่า” เขามองฉันด้วยสายตาดูถูก ใช่ — เขาดูถูกฉัน แบบนี้ตั้งแต่ไฮสคูลแล้ว

“อย่ามาดูถูกกันนะ ออสติน — ไม่สิ มิสเตอร์เปอริโคโลโซ!” ฉันตวาดเขาเสียงแข็ง แต่เขาดูชอบใจและไม่มีความกลัวหรือตกใจสักนิด แถมยังหัวเราะชอบใจอีก — มันน่าโมโหชะมัด!

“โอ้ ผมไม่ได้ดูถูกเธอนะ ที่รัก — แต่เธอจ่ายไม่ไหวจริง ๆ ตลอดชีวิตนี้เธอจ่ายผมไม่หมดหรอก โซอี้” เขายิ้มเยาะใส่ฉัน — ฉันเกลียดรอยยิ้มแบบนั้นชะมัด!

“แล้วมันเท่าไหร่ — มิสเตอร์เปอริโคโลโซ?” ฉันถามอีกครั้ง

“ดอกเบี้ยทั้งหมด — สามพันล้าน — เท่ากับรวมต้น รวมดอกแล้วนั้น สามพันสามสิบล้าน เธอจ่ายไม่ไหวใช่ไหมล่ะ? แล้วนี่แค่ดอกเบี้ยปัจจุบันนะ ถ้านานกว่านี้ ก็เพิ่มอีก” เขาหัวเราะ — ดอกเหี้ยไรวะเนี่ย ฉันต้องตายอีกกี่รอบเพื่อจ่ายมันหมด?

“ผ่อนจ่ายเดือนเท่าไหร่?” เอาว่ะ ถ้าผ่อนจ่ายต่อเดือน ยังพอไหว — ต่อให้มันหมดอีกสิบชาติก็ตาม

“ไม่ผ่อน ที่รัก ผมไม่รับเงินผ่อน รับแค่เงินสดเป็นก้อนเท่านั้น” เขาส่ายหน้าให้ฉัน แล้วกระดิกนิ้วชี้ไปมา

ไม่ผ่อน! แล้วฉันจะเอาเงินจากไหนมาจ่ายเขา? ฉันอ้าปากค้างก่อนตั้งสติได้ “คุณบ้าเหรอ — เงินขนาดนั้นฉันจะเอาที่ไหนมาให้ทีเดียว?”

เขาหัวเราะกับท่าทีของฉันที่ตกใจเหมือนกระต่ายตื่นตูมไม่มีผิด “ผมเลยบอกไงว่าเธอสู้ไม่ไหว โซอี้ — เธอไม่มีปัญญาใช้หนี้ผมหรอก”

“แล้วฉันต้องทำไง — ให้นายขายอวัยวะฉันเหรอ? หรือจับฉันไปขายบริการให้พวกเศรษฐีแก่ ๆ ตัณหากลับละ?” ฉันเครียด จริงนะ ฉันกำลังเครียด ฉันไม่รู้ว่าเขาจะจับฉันไปทำอะไรต่อมิอะไรบ้าง มันน่ากลัวนะ ที่เจ้าหนี้ของพ่อเป็นมาเฟียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอิตาลี

เขาทำหน้าครุ่นคิด แล้วยิ้มภายในเวลาไม่กี่วินาที — ราวกับนึกออกว่าจะให้ฉันใช้หนี้ยังไง “โอ้ ไม่ได้น่ากลัวหรือโหดร้ายขนาดนั้นหรอกที่รัก ผมมีที่ให้เธออยู่ มันเป็นงานง่าย ๆ สบาย ๆ และหรูหรา — เธอต้องชอบมันสุด ๆ ผมบอกได้เลย” เขากุมมือตัวเองแล้วยิ้มมาทางฉัน

“ทำไมฟังแล้วมันน่ากลัว” ฉันดันเผลอพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปจนได้

เขาหัวเราะ “มันไม่น่ากลัวจริง ๆ โซอี้ เชื่อผมสิ — มันงานที่ง่ายที่สุดแล้ว เธอทำได้ โซอี้ แค่เป็นภรรยาผม แต่งงานกับผมแล้วหนี้พ่อเธอจะหมด — ไม่ต้องคืน ทั้งต้นทั้งดอก”

ฉิบหาย — ไม่คิดว่าข้อเสนอบ้า ๆ นี่จะหลุดมาจากปากคนแบบเขา ฉันหูฝาดรึเปล่า หรือได้ยินอะไรผิดไป “นายพูดอะไรนะ?” ฉันพยายามตั้งสติกับสิ่งที่เขาพูด

“แต่งงานกับผม โซอี้ แล้วหนี้พ่อของเธอจะหายไป” เขายิ้มให้ฉัน — เป็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจที่สุดที่ฉันเคยเห็นจากเขา

“ตก…ลง” ฉันพูดบ้าอะไรเนี่ย — ฉันตกลงเหรอ แค่เห็นรอยยิ้มนั่นมันทำให้แกตกลงทันทีเลยเหรอโซ ฉันทะเลาะกับหัวตัวเองไปมา เขายังคงยิ้มหวานจับใจฉันไม่หยุด

“ดี — งั้นเรามาคุยเรื่องงานแต่งกัน”