เมื่อสตั๊นท์แมนจอมห่ามต้องสลับตัวเป็นรัชทายาทเพื่อหนีตาย ความเหมือนกลับสะท้อนตัณหาเบื้องลึกที่ซ่อนไว้ ยิ่งใกล้ชิดยิ่งอันตราย ในเกมที่ไม่มีใครยอมเป็นเบี้ยล่างให้ใคร!
ชาย-ชาย,ไทย,แอคชั่น,ยุคปัจจุบัน,รัก,นิยายวาย,boylove,แมะชนแมะ,สลับตัว,สตั๊นท์แมน,รัชทายาท,แอคชั่น,คลั่งรัก,แมนๆคุยกัน,ตัวตายตัวแทน,หนีตาย,ความลับ,ดุดันไม่เกรงใจใคร,nc18++,แซ่บ,พระเอกสายดาร์ก,คนโปรด,ฟีลกู๊ด,ฺีburins,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
The Mirror Crown: สลับบทล่า เงาปรารถนาเมื่อสตั๊นท์แมนจอมห่ามต้องสลับตัวเป็นรัชทายาทเพื่อหนีตาย ความเหมือนกลับสะท้อนตัณหาเบื้องลึกที่ซ่อนไว้ ยิ่งใกล้ชิดยิ่งอันตราย ในเกมที่ไม่มีใครยอมเป็นเบี้ยล่างให้ใคร!
👑 The Mirror Crown: สลับบทล่า เงาปรารถนา 💥
เมื่อโชคชะตาเล่นตลก ให้คนสองคนที่ใช้ชีวิตต่างกันสุดขั้ว แต่ดันมีใบหน้าหล่อเหลาเหมือนกันราวกับส่องกระจก ต้องมาสลับตัวกันเพื่อเอาชีวิตรอด!
คนหนึ่งคือ รัชทายาท ผู้สูงศักดิ์ที่ตกเป็นเป้าลอบสังหาร อีกคนคือ สตั๊นท์แมน เดนตายที่พร้อมแลกทุกอย่างเพื่ออิสระ
ภารกิจสลับบทบาทสุดอันตรายเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางดงกระสุนและการไล่ล่า แต่สิ่งที่รับมือยากกว่าการหนีตาย คือแรงดึงดูดทางเพศที่อัดแน่นไปด้วยฮอร์โมนดิบเถื่อนของลูกผู้ชายสองคน ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งค้นพบความปรารถนาส่วนลึกที่ถูกซ่อนไว้
ไม่มีใครยอมเป็นเบี้ยล่าง ในเกมที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิต... และหัวใจ! 🔥
แนะนำตัวละครหลัก 👥
🗡️ คิน (Khin) สตั๊นท์แมนคิวบู๊ที่ใช้ชีวิตคลุกฝุ่นและโตมากับข้างถนน หน้าหล่อคมคายเกลี้ยงเกลาแบบไม่มีหนวดเครา ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการเสี่ยงตาย นิสัยกวนประสาท ปากแจ๋ว รักอิสระ ไม่เคยก้มหัวให้ความอยุติธรรม และเกลียดพวกผู้ดีในวังที่สุด "กติกาของมึงมันใช้กับกูไม่ได้หรอกไอ้ชายจำไว้"
👑 อเล็กซ์ (Alex) รัชทายาทอันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์ สมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว ถูกตีกรอบด้วยกฎมณเฑียรบาลตั้งแต่จำความได้ ภายนอกดูสูงส่ง เยือกเย็น แตะต้องไม่ได้ แต่ภายใต้หน้ากากเจ้าชายผู้เพียบพร้อม ลึกๆ แล้วซ่อนสัญชาตญาณนักล่าและขุมพลังความดิบเถื่อนที่รอวันปะทุ "ถ้าคิดว่าตัวเองแน่ ก็ลองดื้อกับฉันดูสิ คิน"
⚠️ คำเตือนจากนักเขียน (Trigger Warning) ⚠️ นิยายเรื่องนี้เป็นแนวชายรักชาย (แมะชนแมะ) มีเนื้อหาการใช้ความรุนแรง การใช้อาวุธ ฉากต่อสู้เลือดสาด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
📌 รี้ดที่รักทุกคน! ถ้าไม่อยากพลาดความเดือด ความคลั่งรัก และเคมีที่พุ่งชนกันจนไฟลุกของคู่นี้ อย่าลืมกดหัวใจ ❤️ และกดเพิ่มเข้าชั้น 📚 ไว้ด้วยนะครับ การแจ้งเตือนเด้งปุ๊บ จะได้รีบเข้ามากระชากคอเสื้อพี่คินกับเจ้าชายอเล็กซ์ไปด้วยกัน!
#นิยายวาย #Boylove #แมะชนแมะ #สลับตัว #สตั๊นท์แมน #รัชทายาท #แอคชั่น #คลั่งรัก #แมนๆ คุยกัน #ตัวตายตัวแทน #หนีตาย #ความลับ #ดุดันไม่เกรงใจใคร #NC18+ #แซ่บ #พระเอกสายดาร์ก #คนโปรด #ฟีลกู๊ด
ห้องประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาโบราณสับเดิน ผนังไม้โอ๊กแกะสลักรอบด้านบีบอัดความกดดันจนอากาศแทบไม่พอหายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายวัยกลางคนผสมกับกลิ่นกระดาษเอกสารและเครื่องหนังราคาแพงลอยคลุ้ง มันเป็นกลิ่นของอำนาจและการเมืองที่คินเกลียดเข้าไส้
เขาประทับนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะไม้มะฮอกกานียาวเหยียด เก้าอี้บุนวมกำมะหยี่สีแดงสดสลักตราแผ่นดินที่พนักพิงหลังดูอลังการเกินความจำเป็น สูทสั่งตัดสามชิ้นสีน้ำเงินเข้มรัดรึงทุกสัดส่วนจนคินรู้สึกเหมือนถูกจับยัดลงในกระป๋องเหล็ก เนกไทไหมอิตาลีรัดคอแน่นจนอยากจะกระชากทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด
รอบโต๊ะคือชายสูงวัยในชุดสูททางการสิบกว่าชีวิต ทุกคนล้วนเป็นรัฐมนตรีและขุนนางระดับสูงที่กุมบังเหียนประเทศนี้อยู่ สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขาราวกับหมาป่าจ้องตะครุบเหยื่อที่กำลังเพลี่ยงพล้ำ
"จากเหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อคืน ทางสภามีมติเห็นพ้องว่าควรปรับลดงบประมาณของหน่วยรักษาความปลอดภัยส่วนพระองค์ลงยี่สิบเปอร์เซ็นต์" ดยุคริชาร์ด ลุงแท้ๆ ของอเล็กซ์ที่นั่งอยู่ทางขวามือเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงแหบพร่าแตะแฝงความทรงอำนาจ "ในเมื่อทหารองครักษ์นับร้อยนายไม่สามารถป้องกันการโจมตีใจกลางเมืองหลวงได้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องจ่ายภาษีประชาชนเพื่อเลี้ยงดูคนไร้ประสิทธิภาพ"
คินเคาะนิ้วชี้ลงบนพนักวางแขนเป็นจังหวะช้าๆ ตามที่วิกเตอร์ติวเข้มมาเมื่อเช้า องครักษ์หน้าตายยืนคุมเชิงอยู่เยื้องไปทางด้านหลัง ลอบส่งสัญญาณให้เขาหยิบแฟ้มเอกสารปกดำบนโต๊ะขึ้นมาเปิดอ่านเพื่อแย้งด้วยข้อมูลตัวเลข
แต่คินไม่ได้แตะแฟ้มนั่นเลย
เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ ทอดสายตามองดยุคริชาร์ดตั้งแต่หัวจรดเท้า ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง กินเวลาเนิ่นนานจนรัฐมนตรีหลายคนเริ่มขยับตัวไปมาอย่างอึดอัด เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมตามไรผมของชายชราเมื่อต้องปะทะกับแววตาแข็งกร้าวที่อ่านไม่ออกของรัชทายาท
"ลดงบประมาณรักษาความปลอดภัย" คินทวนคำช้าๆ น้ำเสียงกดต่ำจนทุ้มพร่า "ตอนที่ผมโดนสาดกระสุนใส่เป็นร้อยนัด รถกันกระสุนพังยับเยิน... ท่านลุงคิดว่าวิธีแก้ปัญหาคือการลดจำนวนคนคุ้มกันงั้นหรือครับ"
"มันคือการกระตุ้นให้หน่วยงานตื่นตัวฝ่าบาท" รัฐมนตรีกลาโหมรีบแทรกขึ้นมา "เราจำเป็นต้องจัดสรรงบไปพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ด้านอื่น"
"ตอแหล"
คำสบถสั้นๆ ดิบเถื่อนหลุดออกจากปากคินอย่างชัดเจนถ้อยชัดคำ
ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความตกตะลึง ปากกาในมือของเลขานุการสภาร่วงหล่นกระทบพื้นเสียงดังแก๊ก รัฐมนตรีหลายคนอ้าปากค้าง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่เว้นแม้แต่วิกเตอร์ที่แทบจะก้าวพรวดเข้ามากระชากคอเสื้อเขาจากด้านหลัง รัชทายาทอเล็กซานเดอร์ผู้เคร่งครัดในกฎมณเฑียรบาลเพิ่งจะสบถคำด่าทอกลางที่ประชุมสภา!
"ฝ่าบาท! ทรงใช้คำพูดไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง!" ดยุคริชาร์ดตบโต๊ะเสียงดังปัง ใบหน้าเหี่ยวย่นแดงก่ำด้วยความโกรธจัด
คินไม่ได้สะทกสะท้าน เขายกขาขึ้นไขว่ห้าง ขยับตัวในท่าที่สบายที่สุดโดยไม่สนกฎเกณฑ์การนั่งหลังตรง อกผาย ไหล่ผึ่งอะไรทั้งนั้น มือหนายกขึ้นปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตออกหนึ่งเม็ดอย่างหงุดหงิด
"พวกท่านมานั่งเถียงกันเรื่องตัดงบบอดี้การ์ด ในขณะที่คนลงมือลอบฆ่าผมยังลอยนวลอยู่ข้างนอก" คินกวาดสายตาดุดันมองกราดไปทีละคน สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดจากข้างถนนสอนเขาว่า อย่าก้มหัวให้ใครเวลาถูกรุมทึ้ง "ไม่ต้องเอาศัพท์หรูหรามาพูดให้ฟังสวยหรอก หมามันยังรู้เลยว่าการลดเกราะป้องกันตัวเองตอนมีศัตรูจ้องจะกัดคอ มันหมายความว่ายังไง"
เขาโน้มตัวไปข้างหน้า วางข้อศอกลงบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีอย่างจงใจละเมิดมารยาทขั้นสุด นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่หน้าดยุคริชาร์ด
"ถ้าใครหน้าไหนกล้าแตะงบความปลอดภัยของผมแม้แต่แดงเดียว... ผมจะถือว่าไอ้แก่นั่นแหละคือคนส่งมือปืนมาเมื่อคืน"
"อเล็กซานเดอร์!" ดยุคริชาร์ดผุดลุกขึ้นยืน ชี้หน้าหลานชายตัวปลอมด้วยมือที่สั่นเทา "นี่แกกล้ากล่าวหาขุนนางระดับสูงโดยไม่มีหลักฐานงั้นเรอะ!"
คินยกยิ้มร้ายกาจ มือคว้าแฟ้มเอกสารปกดำที่วิกเตอร์เตรียมไว้ให้ขึ้นมา แต่แทนที่จะเปิดอ่านอย่างผู้ดี เขากลับโยนมันสไลด์ไปตามแนวยาวของโต๊ะ แฟ้มลอยกระแทกเข้ากับแก้วน้ำของรัฐมนตรีคลังจนน้ำหกกระจาย เอกสารร่วงหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้น
"หลักฐานการยักยอกงบประมาณสร้างเขื่อนเมื่อสามปีก่อน บัญชีรับส่วยจากบ่อนเถื่อนชายแดน แล้วก็... อะไรอีกนะ" คินแสร้งทำหน้านึกคิด ก่อนจะแค่นหัวเราะ "เอาเป็นว่า ถ้าพวกท่านอยากจะลดงบผม ก็เตรียมตัวไปนั่งอธิบายตัวเลขพวกนี้ในคุกแล้วกัน ปิดประชุม!"
คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไม่รอฟังคำคัดค้านหรือเสียงโวยวายใดๆ ทั้งสิ้น เขากระชากชายเสื้อสูทให้เข้าที่ หมุนตัวเดินล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คออกจากห้องไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งความโกลาหลและความเงียบสงัดที่สลับกันตีรวนไว้เบื้องหลัง
วิกเตอร์รีบก้าวยาวๆ ตามออกมาติดๆ เมื่อพ้นระยะสายตาผู้คน องครักษ์หนุ่มก็ดึงแขนคินให้เลี้ยวเข้ามุมทางเดินที่ปลอดคนทันที
"คุณทำบ้าอะไรลงไป!" วิกเตอร์กดเสียงต่ำข่มความโกรธ หน้าผากมีเส้นเลือดปูดโปน "การด่ากราดขุนนางกลางสภา การโยนแฟ้มใส่หน้าผู้ใหญ่ ฝ่าบาทไม่เคยทำกิริยาต่ำทรามแบบนี้! คุณกำลังจะสร้างศัตรูเพิ่มให้พระองค์นะ!"
"แล้วไงวะ!" คินสะบัดแขนออกอย่างแรง หงุดหงิดเต็มกำลัง "เจ้านายมึงเอาแต่พูดจาอ้อมโลก รักษาหน้าพวกตาแก่ตัณหากลับพวกนั้นไง มันถึงได้ใจส่งคนมาไล่ยิงถึงกลางเมือง ถ้าจะเล่นเกมการเมืองบ้าบอนี่ กูไม่ถนัดหรอก กูถนัดแต่เอาตีนถีบยอดหน้าคนที่มันกวนตีนกู!"
"นี่คือการเมืองระดับประเทศ ไม่ใช่การชกต่อยข้างถนน!"
"แต่ผลลัพธ์มันก็เหมือนกันไม่ใช่หรือไง" คินเลิกคิ้วท้าทาย จ้องหน้าองครักษ์ที่กำลังเดือดจัด "มึงดูหน้าไอ้ลุงนั่นสิ ซีดเป็นกระดาษเลย พวกมันไม่กล้าตัดงบเจ้านายมึงแล้ว แถมยังได้ขู่เรื่องทุจริตไปอีกดอก คุ้มจะตายห่า"
วิกเตอร์เถียงไม่ออก อาการช็อกของขุนนางในสภาเมื่อครู่นี้เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน การกระทำที่ดูเหมือนหมาบ้าไร้การศึกษาของคิน กลับเป็นการทะลวงจุดอ่อนของพวกนักการเมืองที่คุ้นชินกับการต่อสู้ด้วยคำพูดสวยหรู เมื่อเจอคนจริงที่พร้อมจะพุ่งชน พวกเขากลับตั้งรับไม่ทัน
"ถอดเนกไทนี่ออกได้ยัง กูหายใจไม่ออกแล้ว" คินไม่รอคำตอบ เขากระตุกปมเนกไทออกอย่างรวดเร็ว ดึงมันหลุดจากคอแล้วยัดใส่กระเป๋าเสื้อสูทลวกๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเพิ่มอีกเม็ดเผยให้เห็นแผงอกแกร่งและรอยแผลเป็นจางๆ ที่ไหปลาร้า
"กรุณาแต่งตัวให้เรียบร้อยด้วยครับ เราต้องไปรับประทานอาหารกลางวัน" วิกเตอร์ถอนใจเฮือกใหญ่ ปวดหัวจนไมเกรนแทบขึ้น
"เออ พูดถึงของกิน กูหิวจนไส้จะขาดแล้ว เมื่อเช้าให้กูกินอะไรก็ไม่รู้ ขนมปังแข็งๆ กับซุปใสๆ แค่เดินออกมาก็ย่อยหมดแล้วเนี่ย" คินบ่นกระปอดกระแปด ก้าวยาวๆ นำหน้าองครักษ์ไปทางห้องอาหารหลวง
ห้องอาหารหรูหราถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ พนักงานเสิร์ฟในชุดเครื่องแบบเต็มยศยืนโค้งคำนับรอรับเสด็จ บนโต๊ะมีจานกระเบื้องเคลือบครอบฝาเงินเงาวับวางรออยู่ คินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หัวโต๊ะ ไม่สนใจสายตาตำหนิของวิกเตอร์ เขากระชากฝาครอบครอบออกอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือ สลัดผักออร์แกนิกหน้าตาจืดชืด และเนื้อปลาสีขาวนึ่งชิ้นเล็กจิ๋วราดซอสอะไรสักอย่างที่ดูไม่อิ่มท้องเลยสักนิด
"นี่อาหารหมาหรือเปล่าวะ" คินขมวดคิ้วมุ่น ใช้ส้อมเขี่ยชิ้นปลาไปมา
"นี่คือปลาหิมะนึ่งซีอิ๊วขาวทรัฟเฟิลครับ เมนูโปรดของฝ่าบาทที่ควบคุมแคลอรีและโซเดียม" วิกเตอร์อธิบายเสียงเรียบ
คินวางส้อมลงกระแทกจานเสียงดังเคร้ง "กูต้องการข้าว ข้าวสวยร้อนๆ! เอาผัดกะเพราเนื้อสับ ไข่ดาวไม่สุก พริกน้ำปลาเยอะๆ ไปทำให้เดี๋ยวนี้!"
พนักงานเสิร์ฟมองหน้ากันเลิ่กลั่ก หันไปขอความช่วยเหลือจากวิกเตอร์
"ในวังไม่มีวัตถุดิบสำหรับทำอาหารริมทางแบบนั้นหรอกครับ คุณคิน กรุณาทานสิ่งที่เชฟเตรียมให้" วิกเตอร์พยายามประนีประนอม
"ไม่มีก็ไปหามา! หรือจะให้กูเดินไปทำเองในครัว!" คินลุกพรวดขึ้นจากโต๊ะ
"ไม่ได้นะครับ! รัชทายาทเข้าครัวหลวงไม่ได้ มันผิดกฎมณเฑียรบาลข้อที่..."
คินไม่รอให้วิกเตอร์ร่ายกฎข้อบังคับจบ เขาเดินดุ่มๆ ออกจากห้องอาหารตรงดิ่งไปตามโถงทางเดินที่เชื่อมต่อไปยังปีกตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องเครื่อง วิกเตอร์และเหล่าทหารองครักษ์ต้องวิ่งตามกันให้วุ่นวาย ความโกลาหลเล็กๆ เกิดขึ้นในพระราชวังที่เคยเงียบสงบ
บานประตูไม้สลักลายถูกผลักออกอย่างแรง คินก้าวเข้ามาในห้องครัวขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยเตาอบสแตนเลสและเชฟในชุดขาวนับสิบคน ทุกกิจกรรมในครัวหยุดชะงักทันที หัวหน้าเชฟชาวฝรั่งเศสทำตะหลิวร่วงจากมือเมื่อเห็นองค์รัชทายาทก้าวเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม
"ฝะ... ฝ่าบาท! เสด็จมาที่นี่มีอะไรให้กระหม่อมรับใช้หรือพ่ะย่ะค่ะ!" หัวหน้าเชฟรีบวิ่งมาคุกเข่าตรงหน้า
คินกวาดสายตามองวัตถุดิบพรีเมียมที่วางเรียงรายอยู่บนเคาน์เตอร์ เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกออกโยนส่งให้วิกเตอร์ที่วิ่งหน้าตั้งตามเข้ามา ก่อนจะพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดและรอยแผลเป็นจางๆ
"มีเนื้อวัวสับไหม กระเทียม พริกขี้หนู ใบกะเพรา เอามาให้หมด!" คินออกคำสั่งเสียงห้วน
"ตะ... แต่ฝ่าบาท กระหม่อมเตรียมสเต็กเนื้อวากิวเอไฟว์ไว้สำหรับมื้อค่ำ..."
"กูถามว่ามีไหม!" คินตวาดลั่นจนเชฟสะดุ้งสุดตัว
ไม่ถึงสองนาที วัตถุดิบทั้งหมดก็ถูกนำมาวางกองตรงหน้า คินไม่รอให้ใครลงมือ เขาคว้ามีดปังตอขึ้นมาสับกระเทียมและพริกขี้หนูด้วยความเร็วระดับมืออาชีพ เสียงมีดกระทบเขียงไม้ดังปั่กๆ อย่างดุดัน จังหวะการใช้มีดของสตั๊นท์แมนหนุ่มมันคล่องแคล่วและเถื่อนจนเชฟฝรั่งเศสแทบจะร้องไห้
คินตั้งกระทะเหล็กบนเตาไฟแรงสุด เทน้ำมันลงไป รอจนควันขึ้นแล้วสาดพริกกระเทียมที่สับไว้ลงไปผัด กลิ่นฉุนของพริกขี้หนูที่โดนความร้อนพวยพุ่งขึ้นไปในอากาศ เหล่าเชฟและพนักงานในครัวพากันจามฮัดชิ้วน้ำหูน้ำตาไหล ไม่เว้นแม้วิกเตอร์ที่ต้องยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูก
เนื้อวากิวราคาหลักหมื่นถูกสับและโยนลงไปผัดในกระทะอย่างไม่ปรานี ตามด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊ว และน้ำตาลทรายนิดหน่อย ปิดท้ายด้วยใบกะเพรากำใหญ่ คินตวัดกระทะด้วยข้อมือแกร่ง ไฟลุกท่วมกระทะสว่างวาบสะท้อนกับใบหน้าหล่อคมคายที่เปื้อนคราบเหงื่อ
เขาทำทุกอย่างด้วยความเคยชิน มันเป็นอาหารจานด่วนที่เขาทำกินเองทุกวันในห้องเช่าแคบๆ แต่ตอนนี้เขากำลังยืนผัดกะเพราอยู่ในครัวหลวงของราชวงศ์ด้วยเนื้อเกรดพรีเมียมที่สุดในโลก
"เอาข้าวมา!" คินสั่งขณะตักกะเพราเนื้อสาดลงบนจานข้าวสวยร้อนๆ ก่อนจะหันไปทอดไข่ดาวในกระทะอีกใบ ทอดจนขอบกรอบแต่ไข่แดงยังเยิ้มๆ โปะทับลงไปด้านบน
เขายกจานข้าวพูนๆ เดินแหวกวงล้อมของเชฟและองครักษ์กลับไปที่ห้องอาหารส่วนตัว ทิ้งความพินาศและกลิ่นฉุนกึกไว้ในครัวหลวง
คินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม วางจานข้าวลงตรงหน้า ใช้ช้อนส้อมเจาะไข่แดงให้ไหลเยิ้มคลุกเคล้ากับข้าวและเนื้อรสจัดจ้าน เขาตักเข้าปากคำโต เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างไม่สนใจมารยาทผู้ดีใดๆ ทั้งสิ้น รสชาติเผ็ดร้อนที่คุ้นเคยไหลลงคอ มันช่วยดับความหงุดหงิดจากการประชุมสภาลงไปได้เยอะ
วิกเตอร์ยืนกุมขมับอยู่ข้างโต๊ะ มองดูรัชทายาทตัวปลอมที่กำลังกินข้าวหน้าตามูมมาม ขาข้างหนึ่งยกขึ้นมาวางพาดบนเก้าอี้ ถกแขนเสื้อขึ้นสูง ปล่อยให้เนกไทหลุดลุ่ย ภาพลักษณ์สง่างามที่เขาสร้างมาตลอดเช้าถูกทำลายป่นปี้ไม่มีชิ้นดีภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง
"อร่อยโคตร มึงจะเอาสักจานไหมวิกเตอร์" คินเคี้ยวข้าวแก้มตุ่ย ชี้ส้อมไปทางองครักษ์หนุ่ม
"ไม่รับประทานครับ ขอบคุณ" วิกเตอร์กัดฟันตอบ "กรุณารีบทานให้เสร็จ ฝ่าบาททรงต้องการวิดีโอคอลผ่านสายรัดเกล้าลับเพื่อเช็กสถานการณ์"
คินชะงักช้อน กะเพราในปากแทบจะหมดความอร่อยทันทีเมื่อได้ยินชื่อของเจ้าของใบหน้านี้ "ไอ้เจ้าชายนั่นน่ะนะ จะโทรมาเช็กงานกูหรือไง"
"เป็นการรายงานผลการประชุมครับ" วิกเตอร์หยิบแท็บเล็ตเครื่องพิเศษที่เข้ารหัสความปลอดภัยขั้นสูงขึ้นมาวางบนโต๊ะ กดเชื่อมต่อสัญญาณ
หน้าจอภาพสว่างขึ้น ปรากฏใบหน้าหล่อเหลาที่เหมือนคินทุกกระเบียดนิ้ว แต่แววตาและบรรยากาศรอบตัวกลับต่างกันสิ้นเชิง อเล็กซ์อยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำคอย้วยตัวเดิมของคิน ฉากหลังเป็นกำแพงห้องเช่าที่มีรอยด่างดำ
"สภาพมึงดูไม่ได้เลยว่ะ" คินทักทายด้วยประโยคกวนประสาททันทีที่เห็นหน้าอีกฝ่าย "นอนปวดหลังไหมล่ะฟูกนั่นน่ะ"
อเล็กซ์ปรายตามองคินผ่านหน้าจอ กวาดสายตาสำรวจสภาพเสื้อเชิ้ตปลดดุม ถกแขนเสื้อ และขาที่พาดอยู่บนเก้าอี้ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่จานข้าวผัดกะเพรา
"วิกเตอร์ นายปล่อยให้เขากินของพรรค์นั้นในวังได้ยังไง" อเล็กซ์ถามเสียงเรียบ ไม่ได้สนใจคำทักทายของคิน
"ผมพยายามห้ามแล้วครับ แต่คุณคินบุกเข้าไปในครัวหลวงและประกอบอาหารด้วยตัวเอง" วิกเตอร์รายงานด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าขั้นสุด "นอกจากนี้ ในที่ประชุมสภาความมั่นคง... คุณคินได้ละเมิดกฎการเจรจา สบถคำหยาบ และโยนแฟ้มเอกสารใส่ท่านดยุคริชาร์ดครับ"
คินยกแก้วน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวหมด แสยะยิ้มมุมปากอย่างท้าทายใส่หน้าจอ "ทำไม จะหักเงินกูหรือไง กูทำไอ้แก่ลุงมึงหน้าซีดเป็นไก่ต้มได้ก็แล้วกัน พวกมันไม่กล้าหือเรื่องตัดงบมึงแล้วด้วย"
อเล็กซ์เงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังประเมินสัตว์ร้ายที่เขาจับมาขังไว้ในกรงทอง รัชทายาทหนุ่มไม่ได้โกรธเกรี้ยวอย่างที่คินคิด ตรงกันข้าม เขากลับแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ
"หมาบ้าอย่างนายมันควบคุมไม่ได้จริงๆ สินะ" น้ำเสียงของอเล็กซ์ทุ้มต่ำและแฝงความขบขันไว้อย่างประหลาด "หวังว่านายจะไม่ได้ฆ่าใครตายก่อนที่ฉันจะกลับไปเคลียร์ปัญหานะ คิน"
"ถ้าพวกมันไม่กวนตีนกูก่อน กูก็ไม่ทำอะไรหรอก" คินตอบกลับเสียงห้วน วางจานข้าวที่กินเกลี้ยงลงบนโต๊ะ "มึงรีบๆ จัดการเรื่องของมึงให้จบๆ กูจะได้กลับไปใช้ชีวิตของกูสักที อยู่ที่นี่มีแต่พวกจอมปลอม น่ารำคาญ"
"ทนไปก่อนเถอะ การแสดงของนายมันเพิ่งเริ่มต้น" อเล็กซ์ขยับตัวเข้าใกล้หน้าจอจนเห็นใบหน้าหล่อคมชัดเจน "คืนนี้มีงานเลี้ยงฉลองความปลอดภัยของฉัน นายต้องควงเลดี้เอลินอร์เต้นรำเปิดฟลอร์... ให้วิกเตอร์ยัดสเต็ปวอลซ์เข้าหัวนายเดี๋ยวนี้เลย ถ้าคืนนี้นายเหยียบเท้าหล่อนจนนิ้วหัก ฉันจะหักเงินนายสิบล้าน" "เฮ้ย! กูบอกไปแล้วไงว่ากูไม่เต้น! ยัยนั่นนมแทบจะทิ่มหน้ากูอยู่แล้ว!" คินโวยวายลั่น โน้มตัวเข้าใกล้หน้าจอจนจมูกแทบชนเลนส์กล้อง
"กฎมีไว้แหกสำหรับนาย... แต่คำสั่งของฉัน มีไว้ให้ทำตาม" อเล็กซ์กระตุกยิ้มร้ายกาจ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คินรู้สึกร้อนวูบวาบแปลกๆ ที่สันหลัง "เตรียมตัวให้พร้อม รัชทายาทตัวปลอม"
หน้าจอตัดดับไปทันที ทิ้งให้คินนั่งสบถด่าทออยู่หน้าจอดำมืด ความขัดแย้งของฮอร์โมนผู้ชายสองคนที่อยู่ต่างสถานที่แต่วนเวียนมาปะทะกันผ่านหน้าจอมันเริ่มจะรุนแรงขึ้นทุกที คินเกลียดการถูกออกคำสั่ง แต่แววตาท้าทายของอเล็กซ์เมื่อครู่นี้... มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณความอยากเอาชนะในตัวเขาให้พลุ่งพล่านอย่างหยุดไม่อยู่
คืนนี้ งานเลี้ยงคงลุกเป็นไฟแน่นอน!
ตอน 5 เดือดจัด! พี่คินองค์ลงกลางสภา ฉีกทุกกฎจนวิกเตอร์จะบ้าตาย ฮ่าๆ แถมพังครัวหลวงไปอีก ชอบฝากกดใจด้วยนะ รี้ดพร้อมไปลุยงานเลี้ยงคืนนี้ป่าว ลุย! ✌️