เมื่อสตั๊นท์แมนจอมห่ามต้องสลับตัวเป็นรัชทายาทเพื่อหนีตาย ความเหมือนกลับสะท้อนตัณหาเบื้องลึกที่ซ่อนไว้ ยิ่งใกล้ชิดยิ่งอันตราย ในเกมที่ไม่มีใครยอมเป็นเบี้ยล่างให้ใคร!
ชาย-ชาย,ไทย,แอคชั่น,ยุคปัจจุบัน,รัก,นิยายวาย,boylove,แมะชนแมะ,สลับตัว,สตั๊นท์แมน,รัชทายาท,แอคชั่น,คลั่งรัก,แมนๆคุยกัน,ตัวตายตัวแทน,หนีตาย,ความลับ,ดุดันไม่เกรงใจใคร,nc18++,แซ่บ,พระเอกสายดาร์ก,คนโปรด,ฟีลกู๊ด,ฺีburins,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
The Mirror Crown: สลับบทล่า เงาปรารถนาเมื่อสตั๊นท์แมนจอมห่ามต้องสลับตัวเป็นรัชทายาทเพื่อหนีตาย ความเหมือนกลับสะท้อนตัณหาเบื้องลึกที่ซ่อนไว้ ยิ่งใกล้ชิดยิ่งอันตราย ในเกมที่ไม่มีใครยอมเป็นเบี้ยล่างให้ใคร!
👑 The Mirror Crown: สลับบทล่า เงาปรารถนา 💥
เมื่อโชคชะตาเล่นตลก ให้คนสองคนที่ใช้ชีวิตต่างกันสุดขั้ว แต่ดันมีใบหน้าหล่อเหลาเหมือนกันราวกับส่องกระจก ต้องมาสลับตัวกันเพื่อเอาชีวิตรอด!
คนหนึ่งคือ รัชทายาท ผู้สูงศักดิ์ที่ตกเป็นเป้าลอบสังหาร อีกคนคือ สตั๊นท์แมน เดนตายที่พร้อมแลกทุกอย่างเพื่ออิสระ
ภารกิจสลับบทบาทสุดอันตรายเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางดงกระสุนและการไล่ล่า แต่สิ่งที่รับมือยากกว่าการหนีตาย คือแรงดึงดูดทางเพศที่อัดแน่นไปด้วยฮอร์โมนดิบเถื่อนของลูกผู้ชายสองคน ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งค้นพบความปรารถนาส่วนลึกที่ถูกซ่อนไว้
ไม่มีใครยอมเป็นเบี้ยล่าง ในเกมที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิต... และหัวใจ! 🔥
แนะนำตัวละครหลัก 👥
🗡️ คิน (Khin) สตั๊นท์แมนคิวบู๊ที่ใช้ชีวิตคลุกฝุ่นและโตมากับข้างถนน หน้าหล่อคมคายเกลี้ยงเกลาแบบไม่มีหนวดเครา ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการเสี่ยงตาย นิสัยกวนประสาท ปากแจ๋ว รักอิสระ ไม่เคยก้มหัวให้ความอยุติธรรม และเกลียดพวกผู้ดีในวังที่สุด "กติกาของมึงมันใช้กับกูไม่ได้หรอกไอ้ชายจำไว้"
👑 อเล็กซ์ (Alex) รัชทายาทอันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์ สมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว ถูกตีกรอบด้วยกฎมณเฑียรบาลตั้งแต่จำความได้ ภายนอกดูสูงส่ง เยือกเย็น แตะต้องไม่ได้ แต่ภายใต้หน้ากากเจ้าชายผู้เพียบพร้อม ลึกๆ แล้วซ่อนสัญชาตญาณนักล่าและขุมพลังความดิบเถื่อนที่รอวันปะทุ "ถ้าคิดว่าตัวเองแน่ ก็ลองดื้อกับฉันดูสิ คิน"
⚠️ คำเตือนจากนักเขียน (Trigger Warning) ⚠️ นิยายเรื่องนี้เป็นแนวชายรักชาย (แมะชนแมะ) มีเนื้อหาการใช้ความรุนแรง การใช้อาวุธ ฉากต่อสู้เลือดสาด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
📌 รี้ดที่รักทุกคน! ถ้าไม่อยากพลาดความเดือด ความคลั่งรัก และเคมีที่พุ่งชนกันจนไฟลุกของคู่นี้ อย่าลืมกดหัวใจ ❤️ และกดเพิ่มเข้าชั้น 📚 ไว้ด้วยนะครับ การแจ้งเตือนเด้งปุ๊บ จะได้รีบเข้ามากระชากคอเสื้อพี่คินกับเจ้าชายอเล็กซ์ไปด้วยกัน!
#นิยายวาย #Boylove #แมะชนแมะ #สลับตัว #สตั๊นท์แมน #รัชทายาท #แอคชั่น #คลั่งรัก #แมนๆ คุยกัน #ตัวตายตัวแทน #หนีตาย #ความลับ #ดุดันไม่เกรงใจใคร #NC18+ #แซ่บ #พระเอกสายดาร์ก #คนโปรด #ฟีลกู๊ด
แสงแดดอุ่นๆ ยามสายสาดส่องผ่านผ้าม่านเนื้อหนาสีทึบเข้ามาแยงตา คนที่คุ้นชินกับการนอนบนฟูกแข็งๆ ในห้องเช่าแคบๆ พลิกตัวหนีแสงสว่างอย่างหงุดหงิด คินควานหาหมอนใบเก่าที่คุ้นเคยเพื่อเอามาอุดหู แต่สัมผัสที่ปลายนิ้วกลับกลายเป็นความนุ่มลื่นของผ้าไหมราคาแพงระยับ กลิ่นหอมสะอาดคลาสสิกของน้ำยาปรับผ้านุ่มระดับไฮเอนด์เตะจมูกจนสติที่ยังสะลึมสะลือตื่นตัวเต็มที่
คินเด้งตัวพรวดขึ้นมาจากเตียงขนาดคิงไซส์ กวาดสายตามองไปรอบห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นลักซ์ชัวรี โคมไฟระย้าคริสตัล พรมขนสัตว์หนานุ่ม และภาพวาดศิลปะราคาแพงบนผนัง ทุกอย่างในห้องนี้ตะโกนคำว่า 'เงิน' ออกมากระแทกหน้าเขา
ความทรงจำเมื่อคืนไหลบ่าเข้ามาในหัว ภาพการถูกไล่ล่าท่ามกลางสายฝน เสียงปืน และข้อเสนอบ้าบอของไอ้รัชทายาทหน้าเหมือนที่เอาหนี้สองล้านกับปืนมาจ่อหัวบังคับให้เขาเซ็นสัญญานรกนั่น
"แม่งเอ๊ย ไม่ได้ฝันไปสินะ" คินสบถลั่น ขยี้ผมที่ชี้ฟูไม่เป็นทรงของตัวเองจนยุ่งเหยิงกว่าเดิม เขาก้าวลงจากเตียงด้วยสภาพเสื้อยืดคอย้วยกับกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเก่งที่ใส่นอนประจำ แต่เท้ายังไม่ทันแตะพื้นพรม ประตูห้องก็ถูกเคาะเป็นจังหวะหนักแน่นสามครั้ง แล้วเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต
วิกเตอร์ในชุดสูทสีเทาเข้มเนี้ยบกริบเดินเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าของหัวหน้าองครักษ์ยังคงเรียบตึงเป็นแผ่นกระดานเหมือนคนไม่เคยรู้จักคำว่าอารมณ์ขัน ตามหลังมาด้วยชายชุดดำอีกสองคนที่เข็นราวแขวนเสื้อผ้าและกล่องอุปกรณ์อะไรสักอย่างเข้ามาด้วย
"อรุณสวัสดิ์ครับ คุณคิน" วิกเตอร์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ กวาดสายตามองสภาพของสตั๊นท์แมนหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างปิดไม่มิด
"อรุณสวัสดิ์บ้าอะไร นี่มันจะสิบโมงแล้ว" คินกระแทกเสียงตอบ ยืนกอดอกมองผู้มาเยือนด้วยสายตาเอาเรื่อง "แล้วนั่นขนอะไรมาเยอะแยะ กูบอกแล้วไงว่าไม่ต้องเรียกคุณ กูขนลุก"
"ผมต้องเรียกให้ชินปากครับ เพราะตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คุณไม่ใช่สตั๊นท์แมนชื่อคินอีกแล้ว" วิกเตอร์เดินเข้ามาใกล้ วางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะกระจก "ตามกำหนดการ ฝ่าบาทมีประชุมกับสภาความมั่นคงในบ่ายวันพรุ่งนี้ เรามีเวลาแค่ยี่สิบสี่ชั่วโมงในการลบภาพลักษณ์คนเถื่อนข้างถนนของคุณทิ้ง แล้วยัดมาดรัชทายาทอันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์ลงไปแทน เชิญเข้าห้องน้ำครับ ช่างตัดผมและสไตลิสต์รออยู่แล้ว"
"เดี๋ยวๆ ช่างตัดผม? สไตลิสต์?" คินชี้หน้าตัวเอง "หน้ากูกับหน้าเจ้านายมึงมันก็เบ้าเดียวกันไม่ใช่หรือไง จะต้องมาแต่งอะไรอีกวะ แค่ใส่สูทก็น่าจะจบแล้วปะ"
"โครงหน้าเหมือนกันก็จริงครับ แต่รายละเอียดอื่นต่างกันลิบลับ" วิกเตอร์กดเปิดไฟในห้องน้ำที่สว่างจ้าจนคินตาหยี "ฝ่าบาททรงมีเรือนผมที่ได้รับการตัดแต่งอย่างประณีตทุกสองสัปดาห์ ไม่ใช่ปล่อยยาวชี้ฟูแบบคุณ ผิวพรรณของพระองค์ได้รับการบำรุงอย่างดี ไม่ได้แห้งกร้านจากการตากแดดตากลม และที่สำคัญ... พระองค์ไม่เคยมีกลิ่นควันบุหรี่ติดตัว"
คินจิ๊ปากอย่างขัดใจ อยากจะเถียงใจแทบขาดแต่ก็รู้ว่าเถียงไปก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อตกกระไดพลอยโจนรับข้อเสนอบ้าบอนี่มาแล้ว เขากระแทกส้นเท้าเดินปึงปังเข้าห้องน้ำไป ปล่อยให้ช่างประจำตัวของรัชทายาทจัดการจับเขาอาบน้ำ ขัดผิว และตัดแต่งทรงผม
ตลอดสองชั่วโมงในห้องน้ำคือความนรกแตกสำหรับคิน เขาโดนจับขัดขี้ไคลด้วยสครับกลิ่นหอมฉุน โดนช่างตัดผมเล็มปลายผมและจัดทรงใหม่ให้ดูเนียบขึ้น โดนบังคับให้โกนหนวดเคราที่เพิ่งขึ้นเป็นตอด้วยครีมโกนหนวดราคาแพงที่เย็นวาบไปทั้งหน้า
"รอยแผลเป็นพวกนี้..." สไตลิสต์สาวประเภทสองขมวดคิ้วขณะลูบไล้คอนซีลเลอร์ลงบนรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้วของคิน "คงต้องแต่งหน้ากลบให้เนียนที่สุด โชคดีที่รอยตามตัวปกปิดด้วยเสื้อผ้าได้ ฝ่าบาทพระวรกายไร้รอยขีดข่วน ถ้าใครเห็นแผลพวกนี้เข้า ความแตกแน่ค่ะ"
คินนั่งนิ่งหน้าตึง ปล่อยให้คนพวกนั้นปะแป้งแต่งหน้าเขาไป ความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกจับแต่งตัวเป็นตุ๊กตาบาร์บี้เวอร์ชันผู้ชายมันทำให้เขากำหมัดแน่นจนข้อขาว เขาเกลียดความสมบูรณ์แบบจอมปลอมพวกนี้ เกลียดการต้องมานั่งปกปิดร่องรอยการต่อสู้ที่เขาภาคภูมิใจ
เมื่อกระบวนการแปลงโฉมในห้องน้ำเสร็จสิ้น คินเดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว วิกเตอร์ที่ยืนรออยู่ถึงกับชะงักไปชั่วครู่
เงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ตรงหน้าคือร่างของชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ที่ติ เรือนผมสีดำสนิทถูกเซตปาดไปด้านหลังอย่างประณีตเผยให้เห็นหน้าผากกว้าง ผิวพรรณดูสะอาดสะอ้านขึ้นจนเห็นความต่าง รอยแผลเป็นที่หางคิ้วถูกกลบจนมิด หากไม่นับแววตาดุดันขวางโลกและท่าทางการยืนพักขาแบบนักเลงหัวไม้ ผู้ชายคนนี้ก็คือรัชทายาทอเล็กซานเดอร์ตัวเป็นๆ
"หน้าตาผ่านแล้วครับ" วิกเตอร์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะโยนชุดสูทสามชิ้นสีน้ำเงินเข้มที่แขวนอยู่บนราวไปให้ "ใส่ชุดนี้ครับ เราจะเริ่มบทเรียนแรกที่โต๊ะอาหาร"
คินรับสูทมาถือไว้ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ สลัดชุดคลุมทิ้งแล้วจัดการสวมใส่เสื้อผ้าทีละชิ้น เสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อเนียนละเอียด กางเกงสแล็คที่ตัดเย็บพอดีกับช่วงขาเป๊ะๆ เสื้อกั๊กที่รัดรูปจนอึดอัด และเสื้อสูทตัวนอกที่เสริมไหล่ให้ดูผึ่งผาย ทุกอย่างมันพอดีตัวจนคินรู้สึกเหมือนถูกจับยัดลงในแม่พิมพ์เหล็ก
"อึดอัดชิบหาย แค่จะยกแขนยังลำบากเลย เสื้อผ้าบ้าอะไรวะเนี่ย" คินขยับคอเสื้อไปมาอย่างรำคาญ
"อย่าขยับคอเสื้อแบบนั้นครับ มันทำให้ดูเสียบุคลิก" วิกเตอร์ดุเสียงเข้ม เดินเข้ามาปัดมือคินออกแล้วจัดคอเสื้อให้เข้าที่ "ฝ่าบาททรงโปรดความเนี้ยบ ทุกระเบียดนิ้วต้องไร้ที่ติ กรุณายืดหลังตรง อกผาย ไหล่ผึ่ง เก็บพุงด้วยครับ"
"กูไม่มีพุงเว้ย! มีแต่ซิกซ์แพ็ก!" คินเถียงกลับ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วยืดหลังตรงตามคำสั่ง แต่ท่าทางมันก็ยังดูเกร็งๆ แข็งๆ เหมือนหุ่นยนต์กระป๋อง
บทเรียนเริ่มต้นขึ้นที่ห้องอาหารส่วนตัว โต๊ะอาหารไม้มะฮอกกานียาวเหยียดถูกจัดวางด้วยชุดจานชามกระเบื้องเคลือบขอบทองและช้อนส้อมเงินแท้นับสิบคู่เรียงรายอยู่ด้านข้าง คินมองดูอุปกรณ์พวกนั้นแล้วขมวดคิ้วมุ่น สำหรับเขา การกินข้าวคือการตักเข้าปากให้อิ่มเพื่อเอาแรงไปทำงาน ไม่ใช่การมานั่งแยกแยะว่าช้อนไหนใช้กินซุป ช้อนไหนใช้กินของหวาน
"เราจะเริ่มจากการรับประทานอาหารแบบทางการ" วิกเตอร์อธิบาย เลื่อนเก้าอี้ให้คินนั่งที่หัวโต๊ะ "หลังห้ามพิงพนักเก้าอี้ ข้อศอกห้ามวางบนโต๊ะ การจับช้อนและส้อมต้องจับที่ด้ามจับ ไม่ใช่กำเหมือนจับมีดแทงคนครับ"
คินกลอกตา คว้าส้อมมาถือไว้ในมือขวาและมีดในมือซ้าย "กูถนัดซ้าย"
"ฝ่าบาททรงถนัดขวาครับ เปลี่ยนมือเดี๋ยวนี้" วิกเตอร์สั่งเสียงเฉียบขาด
คินกระแทกลมหายใจ เปลี่ยนมีดและส้อมสลับมือกันอย่างทุลักทุเล พ่อครัวเสิร์ฟสเต็กเนื้อวากิวชิ้นโตลงตรงหน้า กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อชั้นดีทำเอาน้ำย่อยในกระเพาะคินร้องประท้วง เขาไม่รอช้า จิ้มส้อมลงไปบนเนื้อแล้วใช้มีดหั่นดังฉับ! แต่ด้วยความไม่ถนัดมือ มีดจึงไถลไปขูดกับจานกระเบื้องเสียงดังบาดแก้วหู
วิกเตอร์หลับตาลงนับหนึ่งถึงสิบในใจ "หั่นเนื้อให้พอดีคำ ไม่ใช่หั่นกระชากเหมือนกำลังฉีกเนื้อสดๆ และเวลาเคี้ยว ห้ามอ้าปาก ห้ามมีเสียงจั๊บๆ เด็ดขาด"
"เรื่องมากฉิบหาย กินๆ เข้าไปมันก็ไปรวมกันในท้องเหมือนกันนั่นแหละ!" คินบ่นอุบ แต่ก็ยอมหั่นเนื้อชิ้นเล็กลงแล้วยัดเข้าปาก รสชาติของเนื้อละลายในปากมันอร่อยจนเขาแทบน้ำตาไหล แต่ความเกร็งที่ต้องมานั่งรักษามารยาทมันทำให้อรรถรสลดลงไปเกินครึ่ง
ตลอดช่วงเช้า คินต้องทนรับการฝึกฝนสุดหฤโหดจากวิกเตอร์ ตั้งแต่การเดินให้ก้าวเท้าสม่ำเสมอ การนั่งให้ดูสง่างาม การดื่มชาโดยไม่ให้ช้อนกระทบแก้ว ไปจนถึงการยิ้ม... ซึ่งวิกเตอร์ลงความเห็นว่า รอยยิ้มของคินมันดู 'กวนส้นเท้า' มากกว่าจะดูสูงศักดิ์
"ฝ่าบาทไม่ค่อยยิ้มครับ ถ้ายิ้มก็จะเป็นการยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยเท่านั้น" วิกเตอร์ยืนกอดอกมองคินที่กำลังฉีกยิ้มกว้างอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ "รอยยิ้มแบบที่คุณทำอยู่ตอนนี้ ถ้าขุนนางในสภาเห็น พวกเขาคงคิดว่ารัชทายาทกำลังวางแผนฆ่าล้างโคตรพวกเขาอยู่แน่ๆ"
"ก็กูยิ้มของกูแบบนี้มาตั้งแต่เกิด จะให้ทำหน้าอมทุกข์ตลอดเวลาหรือไงวะ" คินหุบยิ้มทันที กระแทกตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างแรงจนสปริงยวบ "กูเหนื่อยแล้ว ไม่เอาแล้ว! เดินก็ต้องเกร็ง กินก็ต้องเกร็ง นี่กูมาเป็นรัชทายาทหรือมาเป็นนักโทษกันแน่วะ!"
"คุณรับเงินไปแล้ว และเซ็นสัญญาด้วยเลือดไปแล้ว กรุณามีความเป็นมืออาชีพด้วยครับ" วิกเตอร์ไม่สะทกสะท้าน ยื่นแท็บเล็ตส่งให้ "บทเรียนต่อไป การจดจำบุคคลสำคัญในสภาและเครือญาติราชวงศ์"
คินรับแท็บเล็ตมาปัดดูหน้าจอด้วยความเซ็ง รูปภาพชายแก่หัวล้าน ขุนนางหน้าตาเจ้าเล่ห์ และพวกญาติพี่น้องที่แต่งตัวหรูหราเต็มไปหมด ข้อมูลประวัติความสัมพันธ์โยงใยกันยุ่งเหยิงยิ่งกว่าใยแมงมุม
"นี่ลุงของฝ่าบาท ดยุคริชาร์ด เป็นหัวหอกของฝ่ายค้านในสภา เขาคือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหาร" วิกเตอร์ชี้ไปที่รูปชายวัยกลางคนหน้าตาดุดัน "ส่วนนี่คือท่านหญิงเลดี้เอลินอร์ ลูกพี่ลูกน้องของฝ่าบาท เธอพยายามจะจับคู่ตัวเองกับฝ่าบาทเพื่ออำนาจทางการเมือง พรุ่งนี้ในงานเลี้ยงหลังการประชุม คุณต้องรับมือกับพวกเขาทั้งหมด"
"รับมือยังไงวะ กูต้องพูดอะไรบ้าง ราชาศัพท์กูก็ไม่กระดิกสักคำ" คินโยนแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ นวดขมับตัวเองอย่างปวดหัว
"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น" เสียงทุ้มต่ำและคุ้นหูดังขึ้นจากทางหน้าประตู
คินและวิกเตอร์หันขวับไปมอง ร่างสูงของอเล็กซ์เดินก้าวเข้ามาในห้อง รัชทายาทตัวจริงยังคงสวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังตัวเดิมของคิน แต่ร่องรอยความเหนื่อยล้าและคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนตามแขนเสื้อบ่งบอกว่าเขาเพิ่งผ่านการปะทะมาอย่างหนัก
"ฝ่าบาท! ทรงปลอดภัยดีไหมครับ" วิกเตอร์รีบเดินเข้าไปหา กวาดสายตาสำรวจร่างกายของผู้เป็นนาย
"แค่พวกสวะไม่กี่ตัว จัดการเรียบร้อยแล้ว" อเล็กซ์ตอบปัดๆ สายตาคมกริบทอดมองมาที่คินซึ่งนั่งอยู่บนโซฟา เผลอทิ้งจังหวะสายตาไปชั่วอึดใจเมื่อเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในเวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติกำลังนั่งหน้ามุ่ยอยู่
"หน้าตาก็ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง" อเล็กซ์เหยียดยิ้มมุมปาก เดินเข้ามาใกล้ "จำเอาไว้ คิน หน้าที่ของนายคือการเป็นหุ่นโชว์ที่มีชีวิต ฝ่าบาทอเล็กซานเดอร์ไม่ชอบการเสวนาไร้สาระ ถ้านายเจอกับสถานการณ์ที่กดดัน หรือเจอคำถามที่ตอบไม่ได้..."
อเล็กซ์โน้มตัวลงมา ก้าวเท้าเข้ามาประชิดจนเข่าชนกับเข่าของคินที่นั่งอยู่ มือหนายันพนักพิงโซฟาไว้กักตัวสตั๊นท์แมนหนุ่มไม่ให้หนี สายตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด
"แค่จ้องหน้าพวกมันกลับไป... ด้วยสายตาแบบนี้"
ดวงตาสีเข้มของอเล็กซ์แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบ ว่างเปล่า และกดดันขั้นสุด มันไม่ใช่สายตาของคนโกรธ แต่เป็นสายตาของนักล่าที่มองเห็นศัตรูเป็นเพียงมดปลวกไร้ค่า เป็นสายตาที่สามารถทำให้คนถูกมองรู้สึกตัวหดเล็กลงและหวาดกลัวจนก้าวขาไม่ออก
คินเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สัญชาตญาณในกายเตือนภัยดังก้อง เขาไม่ใช่คนขี้ขลาด แต่รังสีความอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้มันของจริง มันคือความเด็ดขาดของคนที่กุมอำนาจชี้เป็นชี้ตายผู้คนมาทั้งชีวิต
"เข้าใจไหม" อเล็กซ์ถามย้ำ เสียงกระซิบพร่าทุ้มชิดใบหู
คินผลักอกกว้างออกอย่างแรง เด้งตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อลดความเสียเปรียบ "เออ เข้าใจแล้ว! แค่ทำหน้าหยิ่งๆ เหมือนหมาบ้าที่พร้อมจะกัดคอคนตลอดเวลาใช่ไหมวะ สบายมาก ถนัดนักแหละเรื่องกวนตีนคนเนี่ย"
อเล็กซ์ไม่ได้ถือสากับคำหยาบคาย เขากลับรู้สึกสนุกที่ได้เห็นท่าทีพยศของม้าป่าตัวนี้ "ดี งั้นมาทดสอบกันหน่อย"
อเล็กซ์หันไปพยักหน้าให้วิกเตอร์ หัวหน้าองครักษ์เดินออกไปจากห้องครู่หนึ่งก่อนจะกลับเข้ามาพร้อมกับปืนพกสีดำมะเมื่อมในมือ วิกเตอร์ดึงสไลด์ปืนเสียงดังแกร๊ก ปลดเซฟตี้ แล้วหันปลายกระบอกปืนเล็งตรงมาที่กลางหน้าผากของคิน
"เฮ้ย! ทำบ้าอะไรวะ!" คินสะดุ้งสุดตัว มือคว้าสัญชาตญาณเตรียมจะล้วงหามีดพกที่ต้นขา แต่ลืมไปว่าตอนนี้เขาสวมกางเกงสแล็ค และไม่มีอาวุธใดๆ ติดตัวเลย
"นิ่ง!" อเล็กซ์ตวาดลั่น เสียงทรงพลังจนคินชะงัก "นี่คือบททดสอบ พรุ่งนี้นายต้องเดินเข้าไปในสภาที่เต็มไปด้วยศัตรูที่พร้อมจะแทงข้างหลังนายตลอดเวลา ถ้านายแสดงความตื่นตระหนกออกมาแม้แต่นิดเดียว พวกมันจะรู้ทันทีว่านายคือตัวปลอม"
"แต่นี่มันปืนจริงนะโว้ย!"
"แล้วไง? รัชทายาทอเล็กซานเดอร์เคยถูกลอบยิงมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ปืนแค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้" อเล็กซ์เดินเข้ามาซ้อนด้านหลังคิน วางมือหนักๆ ลงบนลาดไหล่ทั้งสองข้าง ออกแรงกดบังคับให้คินยืดหลังตรง "มองไปที่ปลายกระบอกปืน... อย่าหลบสายตา อย่ากะพริบตา และอย่าแสดงความกลัว"
คินขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน ความโกรธและความกดดันตีรวนอยู่ในอก เขาจ้องเขม็งไปที่รูกระบอกปืนของวิกเตอร์ หัวใจเต้นระรัวประท้วงการถูกข่มขู่ แต่ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายที่คลุกคลีกับความตายมาตลอดชีวิตทำให้เขาไม่ยอมก้มหัวให้ใคร
ถ้าไอ้เจ้าชายหน้าตายนี่ทำได้ เขาก็ต้องทำได้!
คินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้ช้าลง ดวงตาที่เคยวูบไหวด้วยความตกใจค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าว ดุดัน และท้าทาย เขาไม่ได้ทำตาแข็งๆ ว่างเปล่าแบบอเล็กซ์ แต่มันเป็นความเย็นชาแบบฉบับของ 'คิน' สายตาของคนที่พร้อมจะแลกชีวิตแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน
วิกเตอร์ที่ถือปืนจ่ออยู่นานถึงกับชะงักไปเล็กน้อย สายตาของสตั๊นท์แมนตรงหน้ามันไม่ได้ดูสูงศักดิ์เหมือนเจ้านายของเขา แต่มันกลับมีความ 'อันตราย' แบบดิบเถื่อนที่ทำให้เขารู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาจริงๆ
"พอแล้ว" อเล็กซ์เอ่ยขึ้นเบาๆ วิกเตอร์ลดปืนลงทันที
รัชทายาทหนุ่มเดินอ้อมกลับมายืนตรงหน้าคิน รอยยิ้มพึงพอใจจุดขึ้นที่มุมปาก "ไม่เลว... ถึงจะดูเป็นหมาบ้าไปหน่อย แต่ก็พอจะขู่พวกตาแก่ในสภาให้หดหัวได้"
"กูผ่านแล้วใช่ไหม งั้นก็เลิกเอาปืนมาจ่อหัวกูสักที" คินสะบัดไหล่อย่างแรง หงุดหงิดที่ต้องมาเล่นเกมบ้าๆ ของพวกคนรวย
"พรุ่งนี้เช้า ขบวนรถจะมารับนายเข้าวัง" อเล็กซ์ปรับสีหน้ากลับมาจริงจัง "จำไว้ให้ดี ตั้งแต่ก้าวเท้าลงจากรถ นายไม่ใช่คิน สตั๊นท์แมนข้างถนนอีกต่อไป นายคือฉัน... รัชทายาทอเล็กซานเดอร์ ชีวิตของนาย และความมั่นคงของบัลลังก์ อยู่ที่การแสดงของนายในวันพรุ่งนี้"
คินมองสบตากับอเล็กซ์ ความเงียบโรยตัวลงมาครู่หนึ่ง ก่อนที่สตั๊นท์แมนหนุ่มจะแค่นหัวเราะในลำคอ เอื้อมมือไปจัดคอเสื้อสูทของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทางกวนๆ
"ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ไอ้เจ้าชาย... กูจะแสดงให้เนียนจนแม้แต่มึงเองก็ยังต้องแยกไม่ออกเลยคอยดู"
การประกาศสงครามประสาทขนาดย่อมเริ่มต้นขึ้นแล้ว คินรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ามันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ วังหลวงที่หรูหราสวยงาม มันก็คือสนามรบที่อาบไปด้วยเลือดและยาพิษดีๆ นี่เอง แต่ในเมื่อก้าวข้ามเส้นมาแล้ว เขาก็พร้อมจะพุ่งชนทุกอย่าง
พรุ่งนี้... เขาจะสวมมงกุฎที่มองไม่เห็นนี้ แล้วก้าวเข้าไปเหยียบจมูกพวกราชวงศ์ให้ดู!
ตอนที่ 3 มาแล้ว! กว่าพี่คินจะสวมมาดเจ้าชายได้ เล่นเอาวิกเตอร์แทบกุมขมับ ฮ่าๆ ใครรอฉากเข้าวังเตรียมตัวเลย ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ เจอกันตอนหน้า! ✌️