ในโลกที่ผู้ล่ากับเหยื่อไม่ควรอยู่ร่วมกัน ลูกเสือที่หิวโหยกลับได้รับชีวิตจากน้ำนมของแม่วัว ก่อให้เกิดคำสัญญาเล็ก ๆ และกลายเป็นสายใยที่ไม่มีวันตัดขาด
ชาย-ชาย,ไทย,เรื่องสั้น,แฟนตาซี,ย้อนยุค,วาย,นิยายสั้น,พีเรียดไทย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พี่หลวิชัยและน้องคาวีในโลกที่ผู้ล่ากับเหยื่อไม่ควรอยู่ร่วมกัน ลูกเสือที่หิวโหยกลับได้รับชีวิตจากน้ำนมของแม่วัว ก่อให้เกิดคำสัญญาเล็ก ๆ และกลายเป็นสายใยที่ไม่มีวันตัดขาด
#พี่หลวิชัยของน้องคาวี
ในโลกที่ผู้ล่ากับเหยื่อไม่ควรอยู่ร่วมกัน
ลูกเสือที่หิวโหย กลับได้รับชีวิตจากน้ำนมของแม่วัว
“พี่ชาย สีหน้าไม่สู้ดีเลย เป็นอันใดหรือ?”
“ข้า ข้าหิว แม่ข้าออกจากถ้ำไป ข้ามิได้กินสิ่งใดมา 2 วันแล้ว”
“เช่นนั้นพี่ชายมาดื่มน้ำนมแม่วัวของข้าหรือไม่? น้ำนมนั้นหวานอร่อยนัก”
เรื่องราวในตอนนั้น กลายเป็นสายใยที่ไม่มีวันตัดขาด
“ข้าให้ทำมั่น จะป้องป้องแม่วัวและน้องวัวเอง”
แต่คำสัญญาของนักล่า จะเชื่อถือได้จริงหรือ?
…
สวัสดีค่ะ ไรท์Jring. นะคะ
เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้น อ่านง่ายๆ ฟิลกู๊ดแน่นอน เพราะเป็นเรื่องสั้นพล็อตอาจไม่หนัก รายระเอียดบรรยายไม่เข้ม พอดีเราเขียนสั้นๆ ข้ามเวลาเท่านั้นค่ะ
แต่ยังไงก็หวังว่าจะชอบและอ่านเพลินกันนะคะ
เรื่องนี้ไม่มีอีบุ๊ค ลงวันละตอนเวลา 08:00 หลังจบเรื่องจะเปิดอ่านฟรี 3 วัน และจะติดเหรียญ
ฝากติดตามด้วยนะคะ
“กรรรรร”
พี่เสือร้องคำรามด้วยความโกรธและความเสียใจที่ตนไม่สามารถปกป้องน้องวัวได้ดั่งคำที่พูด แม้จะฆ่ามนุษย์พวกนั้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาหายแค้น ดวงตาสีทองแดงก่ำมองไปยังกองไฟที่กำลังลุกไหม้ ก่อนจะกระโดดเข้าไปในนั้นทันที
แม้จะเจ็บปวดและทรมานเพียงใด เขาก็ยินดีจะตายไปพร้อมกับน้องวัว
“ช่างเป็นความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดยิ่ง” เสียงของชายชราดังขึ้น เขาเป็นฤๅษีที่อยู่แถวนี้มานาน และเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างของวัวกับเสือที่อยู่ร่วมกันและรักกัน ผิดแปลกจากสัตว์ตัวอื่นๆ
“ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าได้กลับมาใช้ชีวิต”
สิ้นเสียง ก้อนแสงสองก้อนก็สว่างขึ้น ไม่นานก็ปรากฏร่างมนุษย์สองร่าง ร่างแรกเป็นเด็กชายอายุราว 12 ปี ใบหน้าน่ารัก ผิวขาวสะอาด
อีกคนอายุประมาณ 13 ปี ผิวแทน ใบหน้าดุดันแม้จะยังเป็นเด็ก
ทั้งสองลืมตาขึ้นอย่างมึนงง เพราะคิดว่าตนได้ตายไปแล้ว
“พี่เสือ พี่เสืออยู่ไหน” เสียงเล็กๆ ร้องขึ้น น้ำตาไหลออกจากดวงตากลมใส เขาทั้งกลัวและเจ็บมากในตอนที่ถูกทำร้าย
“ข้าอยู่นี่” พี่เสือหันไปมองคนข้างกาย แม้รูปลักษณ์จะเปลี่ยนไป แต่เขาก็ยังจำอีกฝ่ายได้ จึงดึงเข้ามาในอ้อมกอด แขนแกร่งโอบกอดแน่น “พี่ขอโทษที่ปกป้องเจ้าได้ไม่ดี”
น้องวัวส่ายหน้าเบาๆ เขาไม่ได้โกรธหรือโทษว่าเป็นความผิดของอีกฝ่ายเลย
ทั้งสองกอดกันอยู่นาน ก่อนจะเริ่มสำรวจตัวเอง ร่างกายนี้แปลกใหม่ คล้ายกับมนุษย์ที่เคยพบ
“ข้าเป็นฤๅษี ต่อจากนี้ข้าจะดูแลพวกเจ้า”
น้องวัวและพี่เสือหันไปมองผู้พูด ก็เห็นชายชราหนวดเครายาว ท่าทางดูไม่น่าไว้ใจนัก
“ท่านเป็นคนช่วยพวกเราหรือขอรับ”
“ใช่ ข้าช่วย เพราะอยากถ่ายทอดวิชาให้พวกเจ้า พวกเจ้าจะรับข้าเป็นอาจารย์หรือไม่”
“…มันจะทำให้ข้าแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องน้องวัวได้ใช่หรือไม่”พี่เสือเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะเขาหวาดกลัวต่อความอ่อนแอของตัวเองเหลือเกิน
“ใช่”ชายชราพยักหน้า
“เช่นนั้นข้าจะเรียนขอรับ” พี่เสือมีสีหน้ามุ่งมั่น เขาไม่อยากสูญเสียน้องวัวไปอีกแล้ว
“ข้าก็จะเรียนเช่นกัน” น้องวัวเห็นพี่เสือเรียน ก็อยากเรียนด้วย
“เช่นนั้นข้าจะตั้งนามให้ เจ้าชื่อหลวิชัย” ฤๅษีเอ่ยกับเด็กผิวแทน ก่อนจะมองไปที่เด็กที่ถูกกอดอยู่ “ส่วนนามของเจ้าคือคาวี”
“ขอบพระคุณขอรับ” ทั้งสองเอ่ยพร้อมกัน
5 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลวิชัยและคาวีได้เรียนรู้วิชาและความรู้ต่างๆ จากอาจารย์ฤๅษี พวกเขาทั้งสองเรียนและใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างสงบ
“น้องคาวี เจ้าขึ้นไปทำอันใดบนนั้น” หลวิชัยเงยหน้ามองเด็กดื้อที่กำลังปีนต้นไม้ แม้จะไม่สูงมาก แต่ก็อันตราย หากตกลงมา
“ข้าอยากเก็บผลไม้พวกนี้” คาวีเอ่ยตอบ เขาเอื้อมมือเด็ดผลไม้ แต่คำนวณแรงพลาดจนหงายหลังตกลงมา ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ
หลวิชัยคาดไว้แล้ว จึงรับร่างเล็กๆ ได้อย่างทันท่วงที ใบหน้าหล่อเหลามองคนในอ้อมแขนอย่างดุๆ“พี่บอกเจ้าแล้วว่ามันอันตราย หากพี่ไม่อยู่แล้วเจ้าเกิดตกลงมา จะทำเช่นไร”
คาวีทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เมื่อโดนดุ ก่อนจะชูผลไม้สีสวยในมือ“พี่กินไหม”
“เฮ้อ เจ้ากินเถอะ” หลวิชัยถอนหายใจ ก่อนจะปล่อยน้องลง “ท่านอาจารย์ให้พี่มาตาม ไปกันเถอะ”
คาวีพยักหน้างึกๆ อย่างเชื่อฟัง ก่อนจะเดินตามพี่ชาย ระหว่างทางก็กัดผลไม้ที่ตัวเองเก็บมากินคำใหญ่
เมื่อมาถึงที่ที่อาจารย์นั่งอยู่ ทั้งสองก็นั่งลงบนพื้นอย่างเรียบร้อย
“ข้าสอนวิชาที่รู้ให้พวกเจ้าทั้งหมดแล้ว ถึงเวลาที่พวกเจ้าทั้งสองต้องไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอกได้แล้ว” ฤๅษีกล่าว ตลอดเวลาที่เลี้ยงดู เขาทั้งปวดหัวและมีความสุข ราวกับกำลังเลี้ยงบุตรหลานอยู่เลย
“ท่องเที่ยวหรือ?” คาวีตาเป็นประกาย เขาใฝ่ฝันอยากออกไปนอกป่ามานานแล้ว
“ใช่”ชายชรายืนยัน
“แล้วท่านอาจารย์ล่ะ” คาวียิ้มอย่างมีความสุข ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้
“ข้าก็จะอยู่บำเพ็ญเพียรที่นี่เช่นเดิม”
“ท่านจะไม่เหงาหรือขอรับ” คาวีเอียงคอ
“เจ้าเด็กบ้า ข้าหรือจะเหงา ข้าดูแลพวกเจ้าไม่ได้ตลอดไป ถึงเวลาที่พวกเจ้าต้องออกไปเผชิญโลกกว้าง ใช้วิชาที่ข้าสั่งสอนเอาตัวรอด และช่วยเหลือผู้อื่น”
คาวีได้ยินเช่นนั้นก็เงียบลง
หลวิชัยไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ขอเพียงน้องคาวีอยากไปที่ใด เขาก็พร้อมจะตามไปปกป้อง
“เช่นนั้นท่านอาจารย์รักษาตัวด้วยขอรับ”คาวีเอ่ย
#พี่หลวิชัยของน้องคาวี