ขอให้นางอ่านทุกท่านจงเข้าใจว่านิยายเรื่องนี้จะจบภายในหนึ่งตอนและตอนละเรื่องโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ ถ้าเกิดอยากจะให้ตอบคำถามเรื่องไหนก็คอมเม้นต์มาบอกได้นะขอบคุณค่ะ และขอฝากตัวละคร “ทิวา” ด้วยนะคะรับรองทุกคนต้องติดใจกับตัวละครนี้แน่นอนค่ะเหมือนแนนโน๊ะไง
ลึกลับ,ผู้ใหญ่,รั้วโรงเรียน,เลือดสาด,เรื่องสั้น,แฟนตาซี,สืบสวนสอบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ทิวา A man with identityขอให้นางอ่านทุกท่านจงเข้าใจว่านิยายเรื่องนี้จะจบภายในหนึ่งตอนและตอนละเรื่องโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ ถ้าเกิดอยากจะให้ตอบคำถามเรื่องไหนก็คอมเม้นต์มาบอกได้นะขอบคุณค่ะ และขอฝากตัวละคร “ทิวา” ด้วยนะคะรับรองทุกคนต้องติดใจกับตัวละครนี้แน่นอนค่ะเหมือนแนนโน๊ะไง
ตอนที่ 5 ศิลปะ
“บนโลกนี้มีสิ่งบางอย่างที่คนเรานั้นอาจจะคิดไม่ถึงซึ่งอยู่ไกลกับสิ่งที่นักเรียนเข้าใจว่าความปลอดภัย ของโรงเรียนควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย จ่ายคาดไม่ถึงว่าเรื่องส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมักจะเกิดภายในพื้นที่ของโรงเรียนแล้วอย่างนี้โรงเรียนปลอดภัยจริงหรือเปล่า”
โรงเรียนกำลังอยู่ในช่วงเวลาการซ้อมเพื่อการแข่งขันระดับประเภทหลายหลายกิจกรรมช่วงนี้ก็ถึงเวลาซ้อมเตรียมตัวเตรียมตัวไปแข่งในระดับประเทศเพื่อเป็นตัวแทนของโรงเรียนนักเรียนทุกคนจึงตั้งใจฝึกซ้อมเป็นอย่างมาก
ชมรมศิลปะ (ห้องศิลปะ)
มีนักเรียนกำลังฝึกซ้อมวาดภาพระบายสีและ แรงเงาได้เป็นนักเรียนที่ฝึกซ้อมอยู่ประมาณ 5 คน ในเวลาหลังเลิกเรียนจึงทำให้นักเรียนที่มีเวลาสอบแค่ตอนเย็นนั้นเหลือน้อยเป็นเป็นอย่างมาก
“ครูครับคือหนูมีอะไรจะถามหน่อยค่ะ รูปผมดียังคะ” พูดพร้อมกับเดินเอาผลงานในกระดาษให้กับคุณครูที่ดูแลวิชาศิลปะดู
“ครูว่ามันยังได้อีกนะ นพ”
เนื่องจากเป็นเวลาที่เลิกเรียนได้เวลานานแล้วเด็กนักเรียนหลายหลายคนจึงเลือกที่จะกลับบ้าน แต่เนื่องจากนพนั้นต้องอยู่เพื่อฝึกการวาดภาพมากกว่าเดิม เพราะว่าการแข่งขันระดับประเทศครั้งนี้นพต้องชนะ นพจึงเลือกที่จะอยู่ต่อเพื่อฝึกการวาดรูป
“ครูคะพวกหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ” ทุกคนก็ได้เก็บกระเป๋าและเตรียมตัวกลับบ้านกัน เลยทำให้เหลือแค่นพกับคุณครูวากร หลังจากที่คุณครูวรากรได้เห็นนักเรียนเรียนกันหมดแล้วตัวเองจึงได้เดินไปล็อกประตูห้องศิลปะและเดินไปหลบไหล่ของนพอย่างใกล้ชิดพร้อมกับค่อยค่อยเอาแขนของตัวเองนั้นลูบไปที่แขนของนพ แล้วก็หมุนเก้าอี้เพื่อที่จะขืนใจนกนภา
“ครูคะ ครูจะทำอะไรคะ” นพพูดด้วยความตื่นตระหนกและรีบลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ทันที “ผมจะกลับแล้วครับ“ นพเดินไปเปิดประตู แต่เห็นว่าประตูนั้นได้ล็อคอยู่
”ครูรู้นะว่าเธอก็ชอบครูเหมือนกัน อย่ามาเล่นตัว“
“ครูคิดว่าครูทำได้คนเดียวหรอครับ” นพเลยเดินเข้าไปใกล้ครูวรากร แล้วเอามือล่วงเข้าไปในกางเกงของครูวรากร พร้อมกับปลดซิบกางเกงครู ครูวรากร กับ นพนั้นก็ได้จูบกัน แล้วก็ต่างคนต่างก็ถอดเสื้อของแต่ละคน
“ครูใหผมเล่นตัวหน่อยไม่ได้หรอครับ” นพพูดด้วยเสียงที่มีแต่ลมส่วนให้ออกมาพร้อมกับเสียงครางเบาๆ
เหอ๊าะะ
หลังทั้งสองจบภารกิจก็ได้กลับมาแต่งตัวอย่างเรียบร้อยและครูวรากรก็ได้หอมแก้มนพไปทีนึงทั้งสองจึงเก็บของแยกย้าย กันกลับบ้าน
วันรุ่งขึ้น
ในห้องเรียนศิลปะถึงเวลาการสอนวาดภาพเพื่อที่จะไปแข่งระดับประเทศ ครูวรากรได้เดินเข้ามาพร้อมกับมีข่าวดีให้กับนักเรียนทุกคนมีเด็กใหม่เข้ามาเรียน
”เข้ามาแนะนำตัวสิ“ ตอนที่นักเรียนใหม่เดินเข้ามาสายตาทุกคนจ้องมองไปที่ประตูด้านหน้าพร้อมกับเห็นหน้าเด็กใหม่พร้อมกันใบหน้าดูมีความอ่อนโยน แต่สายตาที่มองมาหานักเรียนในห้องเรียนดูว่างเปล่า
”สวัสดีครับ ทิวานะครับ เป็นเด็กใหม่ ฝากตัวด้วยนะครับทุกคน”
“นพ ครูฝากสอนเพื่อนด้วยนะจะเป็นหนึ่งในตัวแทน ที่ครูจะเลือกไปแข่ง”
สายตาที่ นพ มองทิวานั้นกลับเต็มไปด้วยความไม่พึงพอใจที่ว่าเป็นเด็กใหม่แล้วมีสิทธิ์เข้ามาร่วมการ โหวตไปแข่งระดับประเทศ
ทิวาก็ได้เดินไปนั่งข้างๆ โดยที่ไม่สนใจสายตาที่นพมองมาทที่ทิวาเลย จนหมดคาบเรียน
เวลาพักกลางวันทิวาก็กำลังที่จะไปซื้อข้าว แต่ระหว่างที่ทิวากำลังจะเดินไปงั้นที่ว่าก็ได้เดินชนกับครูวรากรทำให้ทิวานั้นล้มแต่ครูวรากรนั้นก็รับทัน
“ขอโทษครับครู” สายตาที่ทิวานั้นมองไปหาคุณครูก่อนแววตาอ่อนอ้อน
“ไม่เป็นไรครับนักเรียน”
แต่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าสายตาที่กำลังจดจ้องทั้งสองอยู่แสดงออกถึงความอาฆาตและความไม่พึงพอใจ
ช่วงเวลาตกเย็นที่นักเรียนกำลังจะเดินไปซ้อมวิชาที่ตัวเองนั้นจะไปแข่งในระดับประเทศรวมถึงศิลปะที่กำลังเดินไปที่ห้องศิลปะเพื่อที่จะทำการฝึกซ้อม
“ทุกคนครูวรากรบอกว่าวันนี้งดซ้อมนะ” ทิวาพูดจบแล้วเผยรอยยิ้มหลังจากที่เพื่อนหันกลับกลับบ้านกันหมดที่ว่าจึงได้เดินไปที่ห้องศิลปะคนเดียวเจอกับครูวรากรที่กำลังนั่งรอนักเรียนมาสอนอยู่
ประตูห้องศิลปะถูกล็อกลงอย่างเงียบเชียบ ทิวายืนพิงบานประตูพร้อมรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก แววตาที่เคยดูว่างเปล่าบัดนี้กลับประกายความสนุกสนานราวกับแมวที่กำลังต้อนหนูจนมุม
“ทำไมเธอมาคนเดียวล่ะทิวา แล้วเพื่อนคนอื่นไปไหนหมด?” ครูวรากรเอ่ยถาม น้ำเสียงพยายามซ่อนความประหม่า แต่เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ที่ผุดตามไรผมกลับทรยศความรู้สึก
“เพื่อน ๆ กลับบ้านกันหมดแล้วครับ... เพราะผมบอกพวกเขาเองว่าวันนี้ครูงดซ้อม” ทิวาก้าวเท้าเข้ามาในห้องช้า ๆ เสียงรองเท้ากระทบพื้นไม้ดังข่มขวัญ “เราจะได้คุยกัน ‘สะดวก’ หน่อยไงครับ”
“คุย? มีอะไรต้องคุย”
“ก็เรื่อง... ความลับในห้องนี้ระหว่างครูกับนพไงครับ”
คำพูดนั้นทำให้ครูวรากรชะงักกึก ใบหน้าถอดสีทันที “เธอรู้... รู้ได้ยังไง?”
“ครูถามผิดแล้วครับ ครูควรจะถามว่า ‘ผมต้องการอะไร’ มากกว่า”
ทิวาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าครูวรากร ระยะห่างที่ใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของอีกฝ่าย “ถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงหูเมียครู หรือหลุดไปถึงฝ่ายปกครอง... ครูคงรู้ใช่ไหมครับว่าต้องทำยังไง?”
ทิวาเชยคางครูขึ้น แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความรักหรือความปรารถนาเลยแม้แต่นิดเดียว มันมีเพียงความเย็นชาและการใช้อำนาจเหนือกว่า
จึงทำให้ครูวรากรไม่มีสิ่งที่จะคิดจะเสียอะไรแล้วจึงได้ลงมือทำ ครูวรากรได้เข้าไปจูดโจทิวา อย่างที่ทิวานั้นต้องการ “ครูครับอย่าทำแรงนะครับ ผมเจ็บ” ทิวา กับครูวรากรที่กำลังเข้าได้เข้าเข็ม
โดยที่ไม่รู้ว่านพนั้นได้เดินตามมาตัวแต่แรกเเล้วนพ นพจึงได้ล้วงกระเป๋าเพื่อเอากุญแจที่ครูวรากรเคยให้เอาไว้มาไขประตูและได้เห็นว่าทิวา กับ คุณครูวรากรกำลังเอากันอยู่ นพ จึงได้ถ่ายคลิปเก็บเอาไว้
“ครูครับ ไม่แปลกที่นพนั้นถึงรักครูขนาดนี้…ฮือๆๆๆ“
”เธออย่าไปบอกใครละกัน“
”ครูเองก็มีครอบครัวแล้ว ครูไม่กลัวครอบครัวครูเสียใจหรอครับที่ทำแบบนี้“
แต่หลังจากที่ครูวรากรกับทิวานั้น เสร็จภารกิจเสร็จสิ้นจึงได้เก็บกระเป๋าและแต่งตัวไม่เรียบร้อยเดินออกไป แต่ระหว่างที่ทิวานั้นกำลังเดินออกไปประตูอีกฝั่งนึงนพ ก็ได้ชะเง้อหน้ามามองจากทางออกอีกฝั่งนึง ตอนนั้นเองทิวา ก็ได้หันหน้าไปอย่างไวจนนพ หลบแทบไม่ทัน
นพ ก็ได้กลับไปมองทางออกอีกฝั่งอีกครั้งหนึ่งแต่ตอนที่ นกนั้นได้หันกลับไปมองอีกทีนึงก็ไม่เห็นทิวาอีกแล้วนพ เลยได้เดินหันกลับไปและเห็นว่าทิวานั้นมาอยู่ด้านหลังแล้ว
”ลงเลยสิ…เราเชื่อนะว่านพน่ะคงจะไม่กล้าสินะ หรือว่าต้องให้เราโพสต์แทนล่ะ ได้เงินเท่าไหร่ก็แบ่งให้ด้วยแล้วกันนะ ทิวาขอตัวก่อนนะ“
ทิวา กำลังเดินออกจากโรงเรียนโดยผ่านทางสนามบาสเก่าที่ไม่มีคนเดินนพเลยได้บอกเพื่อนตัวเองออกมาทำร้ายร่างกายของทิวาโดยการนำถุงดำมาปิดหัว แล้วถีบทิวาล้ม แล้วก็เอาเก้าอี้ไม้มาตี และมีอุปกรณ์อีกหลายหลายอย่างเช่นไม้กวาดทางมะพร้าว ที่ตักขยะและ ไม้ตีเบสบอล หลังจากนพกับเพื่อนได้ทำร้ายทิวาแล้วก็วิ่งหนีกันกลับบ้านโดยทิ้งทิวาให้อยู่คนเดียวที่สนามบาสคนเดียว
คืนนั้นเองนพก็ได้โพสต์คลิปที่ทิวากับครูวรากรนั้นมีอะไรกันในห้องสอนศิลปะ นพได้โพสต์ด้วยความแค้นและความที่อยากจะเอาคืน ตอนแรกนพก็มีความคิดที่จะไม่คิดที่จะโพสต์คลิปแต่กลับมาทบทวนคำพูดของทิวาจึงทำให้นพนั้นเสียสติและโพสต์คลิปทันที
”มึงเจอกูแน่อีทิวา มึงกล้าท้ากูหรอ“
วันรุ่งขึ้นนพ เดินไปตามโถงทางเดินของโรงเรียนเพื่อนเพื่อนและนักเรียนในโรงเรียนทุกสายตาได้จับจ้องมาที่นพ ผู้ที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนเพื่อนสนิทของนพ ได้เอาคลิปที่มี Account หนึ่งไม่ระบุตัวตนโพสต์คลิปที่กรมีอะไรกับนพ อ่านแล้วพอนพ ได้ดู Account ที่ไม่ระบุตัวตนแบบนพ จึงได้รู้ว่าเป็นตัวเองที่เป็นคนลงคลิป นพที่ กำลังตื่นตระหนกเสียงประกาศตามสายของโรงเรียนซึ่งประกาศ ขอพบนพ กับคุณครูวรากร
”ขอบพบนักเรียนนพรัตน์ กับคุณครูวรากร มาพบผู้ใหญ่ที่ห้องวิชาการ ด่วน!“
แต่ระหว่างที่นพเดินทางไปที่ ห้องวิชาการก็ได้เจอกับทิวา ทิวายิ้มให้กับนพ ด้วยแววตาและสีหน้าที่ไร้ความรู้สึกถึงแม้จะเป็นการยิ้ม แต่เป็นการยิ้มที่แสดงถึงชัยชนะ นพได้เดินเข้าไปหาทิวา จับคอเสื้อของทิวา
”มึงทำเหี้ยอะไรกู“
”ทิวา ทิวาไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ก็นพนั้นแหละะที่เป็นลงคลิปเองไม่ใช่หรอ จะมาโทษทิวาก็ไม่ได้ป่ะ!“
”กูลงคลิปที่มึงกับครูเย็ด กันแต่ทำไมคนที่อยู่ในคลิปถึงเป็นกู“
”ทิวา ก็ไม่รู้สินะว่าทำไม ก็นพเองไม่ใช่หรอที่ลงคลิปโดยที่ไม่ตรวจสอบอะไรเลย ทิวาไม่เกี่ยวนะ รีบไปเถอะห้องวิชาการน่ะเค้าคงจะรอนพอยู่คนเดียวแล้วสิ“
เสียงประกาศตามสายดังอีกรอบหนึ่งได้เรียกชื่อของนพรัตน์ นพ ต้องรีบไปที่ห้องวิชาการจึงได้ปล่อยคอของทิวา
“บ๊ายบายนะ ขอให้กลับมาโชคดีล่ะ”
หลังจากนพเดินไปได้ ไม่กี่ก้าว ครอบครัวของวรากรก็ได้มาถึงโรงเรียนอย่างรวดเร็วและขึ้นไปบนห้องวิชาการตามหลังนพรัตน์ไปแค่นิดเดียว
ภายในห้องวิชาการภรรยาของครูวรากรได้เดินไปตบหน้านพรัตน์และคุณครูห้องวิชาการจึงได้รีบวิ่งเข้าไปห้าม ครูวรากรได้มองไปทางประตูได้เห็นว่าทิวานั้นยืนยิ้มให้กำลังใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวิชาการด้วยรอยยิ้มของทิวาทำให้ครูวรากรนั้นขนลุกไปทั้งตัวเป็นรอยยิ้มที่ไม่ใช่คนธรรมดาที่จะยิ้มให้กับเหตุการณ์แบบนี้
เหตุการณ์ในห้องวิชาการยังไม่ตึงเครียดมาก เสียงรถตำรวจดังขึ้นมาเนื่องจากครอบครัวของนพรัตน์นั้นได้แจ้งความคุณครูวรากร ให้มาจับคุณครูวรากรที่โรงเรียน ตำรวจก็รีบขึ้นไปบนห้องวิชาการเพื่อที่จะจับกุมครูวรากร และภรรยาของครูวรากรจึงได้ขอบอกเลิก “เราหย่ากันเถอะ” ครูวรากรโดนตำรวจลากลงไปไปนั่งในรถฉันล่าง ครูวรากรได้เห็นทิวา ที่ยืนยิ้มอยู่หน้ารถท่ามกลางนักข่าวมากมาย
“ไอ้เหี้ย อีกเด็กปีศาจ อีทิวา”
และในเมื่อนักข่าววิ่งผ่านตัวของทิวา ทิวาก็ได้หายไปอย่างไรร่องรอย
“มนุษย์การที่เราจะเป็นคนที่เขายอมรับอย่าง คุณครูและด้วยความที่ยังมีครอบครัวเหตุการณ์หรือการกระทำแบบนี้มนุษย์ก็ไม่ยับยั้งชั่งใจให้ตัวเองนั้นทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ”
นพรัตน์โดนไล่ออกจากโรงเรียน และหลังจากที่นพรัตน์ได้กลับบ้านก็โดนพ่อ ใช้แซ่ตีไปที่ตัวของนพรัตน์หลายรอบจนทำให้เลือดนั้นซึมออกมาจากผิวหนังและพ่อของนพรัตน์เองก็ได้จับนพรัตน์ขังไว้ในห้องมืด “พ่อปล่อยผมไปเถอะครับ…ผมขอโทษ“
มุมเงามืดที่แสงส่งไม่ถึงนพรัตน์ก็ได้หันไปเจอทิวาที่ยืนก่อนปกสวมชุดนักเรียนยิ้มและมองมาที่นพรัตน์อย่างเย็นชา ”สนุกไหมล่ะกับการที่ได้ถ่ายคลิปคนอื่นเนีย สนุกไหมล่ะ อ้าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า“
“กูขอโทษ กูขอโทษจริง ทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมนะทิวา“
“ทำไมนพถึงคิดว่าทิวาจะทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ล่ะ… แต่ถ้าอยากให้ทิวาทำ ทิวาก็ทำได้นะ”
ต๊อกต๊อกต๊อก
ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม
”นักเรียนวันนี้เรามีเด็กใหม่เข้ามา เข้ามาแนะนำตัวสิ“
”สวัสดีครับ ทิวานะครับ เป็นเด็กใหม่ ฝากตัวด้วยนะครับทุกคน”
นพเห็นทิวาเข้ามาเป็นเด็กใหม่ แววตาและสีหน้ายังเหมือนเดิมกับที่นพนั้นเคยเห็นนพจึงวิ่งหนีออกจากห้องโดยที่ไม่บอกกล่าว…