ขอให้นางอ่านทุกท่านจงเข้าใจว่านิยายเรื่องนี้จะจบภายในหนึ่งตอนและตอนละเรื่องโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ ถ้าเกิดอยากจะให้ตอบคำถามเรื่องไหนก็คอมเม้นต์มาบอกได้นะขอบคุณค่ะ และขอฝากตัวละคร “ทิวา” ด้วยนะคะรับรองทุกคนต้องติดใจกับตัวละครนี้แน่นอนค่ะเหมือนแนนโน๊ะไง
ลึกลับ,ผู้ใหญ่,รั้วโรงเรียน,เลือดสาด,เรื่องสั้น,แฟนตาซี,สืบสวนสอบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ทิวา A man with identityขอให้นางอ่านทุกท่านจงเข้าใจว่านิยายเรื่องนี้จะจบภายในหนึ่งตอนและตอนละเรื่องโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ ถ้าเกิดอยากจะให้ตอบคำถามเรื่องไหนก็คอมเม้นต์มาบอกได้นะขอบคุณค่ะ และขอฝากตัวละคร “ทิวา” ด้วยนะคะรับรองทุกคนต้องติดใจกับตัวละครนี้แน่นอนค่ะเหมือนแนนโน๊ะไง
ตอนที่ 1 เด็กหอ สถานสงเคราะห์
”โรงเรียนบางที่ก็อาจจะใช้ที่พักอยู่ร่วมกันสองโรงเรียนต่างไม่ชอบที่หน้ากันแต่คนที่คุมหอกลับอยู่ฝ่ายโรงเรียนฝั่งศัตรูจะทำให้เกิดเรื่องบางอย่างที่ทำให้นักเรียนต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่เท่าเทียม“
เวลา 22:00 น. ต้นกับเพื่อนกำลังเดินเล่นอยู่บริเวณสนามหน้าหอพักเมื่อคุณครูเดินเข้ามาถึงก็ใช้มือตบศีรษะจนล้มลงก่อนใช้เท้ากระทืบหลังจากนั้นคุณครูยังหยิบไม้กวาดทางมะพร้าวฟาดกระหน่ำที่ต้นกับเพื่อน
“โอ้ยย…เจ็บ“
ขณะเกิดเหตุมีครูที่ดูแลต้นกับเพื่อนอยู่พยายามห้ามปาล์มแต่ไม่เป็นผลหลังจากทำร้ายต้นกับเพื่อนจนแน่นิ่งครูก็กลับไป ครูผู้ดูแลจึงนำเพื่อนและต้นเข้าไปพักก่อนที่ช่วงเช้าจะนำเพื่อนและต้นมาปรึกษากับทางเจ้าของหอซึ่งแนะนำให้พวกต้นนั้นเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีต่อคุณครูเนื่องจากการกระทำอย่างรุนแรงและทารุณ
จนวันต่อมาก็ได้เป็นข่าวหน้าหนึ่งคำค้นหา
“แจ้งจับครูพละศึกษา รร. ย่านอ่างทองทำร้ย นร.”
และเนื่องจากคุณครูพี่กระทำร้ายต่อเด็กนักเรียนซึ่งเป็นคุณครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งจึงทำให้เรื่องราวนั้นก็ปิดตัวโดยที่ไม่มีใครพูดถึง
หลังจากเหตุการณ์นั้นเวลาก็ผ่านมาเป็นเวลา 2 เดือน ทำให้ ตอนนั้นก็ได้กลับมาเรียนและทางโรงเรียนรัฐบาลที่ตนนั้นกำลังศึกษาอยู่ได้สร้างหอพักขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อยต้นเลยได้ย้ายไปนอนทั้งหอพักของโรงเรียนของตัวเองพร้อมกับคนอื่นๆ
หลังจากที่ต้นนั้นได้กลับมาเรียนใบหน้าของต้นก็ไม่มีสีสันและหวาดระแวงตลอดเวลาจนกระทั่งเข้าห้องเรียน ตอนนั่งคนเดียวโดยที่ไม่พูดคุยสุงสิงกับใครจนกระทั่งคุณครูประจำชั้นเข้ามา และได้แนะนำเด็กใหม่ให้กับทุกคนที่อยู่ในห้อง
“เข้ามาแนะนำตัวสินักเรียน” ต้นก็ได้มองไปทางประตูด้านหน้าและเห็นฝีเท้าที่กำลังเดินเข้ามาอย่างเงียบเงียบ
“สวัสดีครับทุกคน ทิวา เป็นเด็กใหม่ครับ”
เสียงที่พูดของทิวาเป็นเสียงหวานละมุนและแอบแฝงไปด้วย ความโรคจิต
“งั้นทิวาไปนั่งโต๊ะข้างริมหน้าต่าง”
“ครับ” ที่ว่าเดินไปนั่งพร้อมกับจ้องหน้าของตนแบบสงสัย “นายชื่ออะไรหรอ”
“เรา…เรา.. เราชื่อต้นน่ะ” ต้นพูดด้วยน้ำเสียงสั่นแผ่วเบาเหมือนกลัวใครบางคนจะได้ยิน
“ต้นเป็นอะไรหรือเปล่าปรึกษาเราได้นะ..เราไม่บอกใครหรอก” ทิวาก็ได้หันไปมองหน้าด้านซ้ายของต้น และเห็นว่ามีรอยแผลอยู่จึงถามไปตรงตรง
“หน้าต้นไปโดนอะไรมาหรอ.. ทำไมน่ากลัวจัง”
ต้นก็ได้ลุกขึ้นและเดินไปเข้าห้องน้ำโดยที่ไม่ขออนุญาตคุณครูประจำชั้นที่กำลังจะสอนในคราบแรก
จนโต๊ะเพื่อนข้างๆ เลยได้หันมาหาทิวาและพูดคุยเรื่องที่ต้นนั้นโดนครูภาระจากโรงเรียนเอกชนตรงข้ามทุบตีมา “อ้าวแล้วต้นไม่เอาเรื่องหรอ”
“ ต้นจะไปเอาเรื่องได้ไงล่ะ..ต้นน่ะเป็นเด็กหอเป็นเด็กสถานสงเคราะห์น่ะ” ทิวาได้สงสัยและหันกลับไปถามกับเพื่อนข้างๆ
“แล้วแบบนี้ทางโรงเรียนไม่ช่วยต้นหรอ”
” คือเราก็ได้ข่าวมานะว่าต้นน่ะแจ้งความแล้วแต่พอหายไปเดือน 2เดือนมันก็เงียบไปเลย“ ทได้แต่พยักหน้าแล้วก็หันไปมองทางประตูที่ต้นนั้นเพิ่งเดินออกไป
ตกเย็น
ระหว่างที่ต้นกำลังเดินทางกลับไปที่หอพักของตัวเองคุณครูพละจากโรงเรียนเอกชน ก็ได้เดินเข้ามาไกลต้นจึงคิดที่จะวิ่งหนี จู่ๆ ทิวาก็ได้เดินเข้ามาจับไหล่ของต้นไว้ ”ต้นจะไปไหนน่ะ“ ต้นหันไปและเห็นว่าเป็นทิวาตนจึงค่อยหายใจ
”นี่วันหลังก็ให้มีเสียงหน่อยทำคนตกใจหมดเลย“
”เราขอโทษนะที่ทำให้ตกใจ.. เดี๋ยวเราเดินกลับเป็นเพื่อนนะ”
ทิวากับต้นได้เดินด้วยกันจนว่านั้นได้เห็นว่าต้นมักจะมีท่าทีลุกหลนระหว่างผ่านหน้าโรงเรียนเอกชน โรงเรียนนั้น ทิวาจึงหันกลับไปถามเลย “ทำไมต้นดูกลัวโรงเรียนนั้นจังเลยอ่ะ” ที่ว่าพูดพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆอย่างไวจนทำให้ต้นนั้นตกใจและล้มลงที่ว่าจะยื่นมือไปประคองต้นให้ลุกขึ้น
“มันไม่มีอะไรหรอก” การที่จะพูดทิวาก็ได้เดินมาส่งต้นถึงหน้าหอพัก ตอนเลยเดินเข้าไปในหอพักและ บอกมือลากับทิวา
วันรุ่งขึ้นเพื่อนที่นั่งข้างๆ ของทิวาก็ได้เอาข่าวที่ต้นนั้นโดนครูพละจากโรงเรียนเอกชนตรงข้ามมาให้ดู ว่าทำไมต้นถึงมีบุคลิกเป็นอย่างนี้แต่ระหว่างที่จะได้เห็นหน้าของครูพละ นั้นต้นก็ได้เดินเข้ามาด้วยสีหน้าสุดโทรม ต้นได้เดินมานั่งโต๊ะของตัวเอง
“ ทิวารู้แล้วนะว่าใครเป็นคนทำ” ทิวาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มแต่ไร้จิตวิญญาณข้างๆหูของต้น จึงทำให้ต้นนั้นขนลุกสู้ขึ้นทั้งตัว
“ไม่มี..ไม่มี ” สายตาของต้นนั้นมองซ้ายมองขวาเหมือนไม่อยากให้มีใครรู้เรื่องนี้อีก
”แต่ทิวารู้นะว่าต้นต้องแก้แค้นยังไง… ถ้าต้นอยากให้ทิวาแก้แค้นให้ต้นก็ต้องทำตามแผนของทิวานะ“
สายตาที่ต้นมองทิวาเปลี่ยนไป อย่างเห็นได้ชัดก่อนหน้าและหลัง
ต้นพยักหน้าเบาๆ
“ ต้นรู้ไหมว่าในโรงเรียนของเขาเนี่ยมีคนที่ไม่ชอบเค้าเยอะเลยล่ะ… ถ้าต้นสามารถทำให้เด็กในโรงเรียนเขาไม่ชอบเขา ได้นี่แหละผลการแก้แค้นเค้าจะรู้เองว่าเป็นยังไง“
ในโรงอาหารสถานสงเคราะห์ต้นก็ได้เดินเข้าไปในขณะที่กำลังจัดงานต้นก็ได้เปิดวิดีโอที่ครูพละคนนั้นกำลังเขินใจเด็กนักเรียนมีทั้งผู้ชายและผู้หญิงคนนั้นกำลังยืมให้รางวัลกับนักเรียน จนนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์และนักเรียนที่กำลังรับรางวัลอยู่ก็ได้ถืออาวุธของตัวเองถาด วิ่งเข้าเวทีพร้อมกับโยนช้อนไปให้ครูพละคนจนครูภาระคนไหนก็ได้โดยถาดของนักเรียนคนรุมฟาดหัวอย่างรุนแรงจนกระทั่งครูพละคนนั้นสลบไป และเสียงพี่คุณครูพละ ได้ยินก่อนที่จะสลบไป
ไอ้เหี้ย… สัตว์เดรัจฉาน
หลังจากที่ครูพละ ฝืนได้เห็นว่าตัวเองนั้นถูกนักเรียนมาอยู่ตรงข้ามสนาม โรงเรียนพร้อมกับเด็กนักเรียนที่ถูกกระทำทั้งชายและหญิงล้อมรอบเป็นวงกลม
ทิวาก็ได้เดินเข้ามาและยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆกลับครูพละ ”กูเป็นครูนะเว้ย.. มึงจะทำอย่างนี้ไม่ได้“
”จรรยาบรรณครูมึงยังไม่มีเลย.. เด็กจะมีจรรยาบรรณหรอก็ในเมื่อครูเคารพเอง…ก็ไม่ต้องมีใครเคารพครูตอนเนี่ย“ พร้อมกับเสียงคำ ที่สะใจของทิวาพร้อมกับปล่อยให้ ต้นนั้นเดินเข้ามาและชายไม้กวาดทางมะพร้าวฟาดหน้าไปทีนึง หลังจากนั้นเด็กเด็กที่โดนกระทำก็ได้ถืออาวุธของตัวเอง ไม่กวาด ท่อนไม้ ไม้ตีระนาด เข้ามาทุบตีคุณครูอย่างรุนแรง
เนื่องจากทิวานันได้ลากทุกคนเข้ามาในโลกที่ไม่มีคุณครูนอกจากคุณครูพละคนเดียว
หลังจากแก้แค้นแล้วก็คุณครูภาระคนก็ได้ติดคุกเรียบร้อยตอนและเพื่อนเพื่อนทุกคนก็ได้เดินมาขอบคุณทิวา
“ทิวาเรามีไรจะคุยด้วยอ่ะ”
“ได้สิต้นมีไรจะคุยกับทิวาหรอ” เอียงหัวพร้อมกับสเเยะยิ้ม
“ทิวาเป็นใครอะ”
“ทิวาก็คือเพื่อนใหม่ไง” ทิวาพูดพร้อมกับเอียงหัวแล้วก็ ยิ้มพร้อมกับโบกมือลากับต้น “ บ๊ายบายนะเราต้องไปแล้วล่ะ… เราเจอกันใหม่นะ.. หรืออาจจะยัง”