"วิวาห์ไร้รักกับท่านอ๋องผู้เย็นชา คือชะตาที่นางต้องแบกรับ... แต่ 'ไป๋หลิน' จะใช้หัวใจและปัญญา หลอมละลายกำแพงน้ำแข็งในใจ 'เฉินอี้' ให้กลายเป็นความรักนิรันดร์"
ข้ามเวลา,ชาย-หญิง,รัก,อิงประวัติศาสตร์,ชายา,ท่านอ๋อง,ดราม่า,ข้ามภพ,ข้ามเวลา,นิยายโรแมนติก,นิยายจีนโบราณ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ชายาพลิก"วิวาห์ไร้รักกับท่านอ๋องผู้เย็นชา คือชะตาที่นางต้องแบกรับ... แต่ 'ไป๋หลิน' จะใช้หัวใจและปัญญา หลอมละลายกำแพงน้ำแข็งในใจ 'เฉินอี้' ให้กลายเป็นความรักนิรันดร์"
ในห้วงเวลาแห่งการรังสรรค์เรื่องราว ผู้แต่งมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำพาทุกท่านเข้าสู่โลกแห่ง "ชายาพลิกชะตา" นิยายที่ถักทอขึ้นจากความเข้มข้นของการเมืองในวังหลวง ความลึกลับของการสมคบคิด และความงดงามของความรักที่เบ่งบานในสถานการณ์อันผันผวน
เรื่องราวเริ่มต้นด้วยการแต่งงานที่ไม่เต็มใจของไป๋หลิน หญิงสาวผู้ต้องก้าวเข้าสู่จวนอ๋องอันเย็นชาของเฉินอี้ ท่ามกลางเงาแห่งความหวาดระแวงและแผนการลับลมคมในที่บิดาของเธอกำลังวางไว้ จากจุดเริ่มต้นที่ดูเหมือนจะมืดมิด ไป๋หลินกลับไม่ได้ยอมจำนนต่อโชคชะตา หากแต่เธอได้ใช้สติปัญญา ความเมตตา และความกล้าหาญของตนเอง ค่อยๆ เผยความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุและการลอบทำร้ายท่านอ๋อง
"ชายาพลิกชะตา" มิได้เป็นเพียงเรื่องราวความรักโรแมนติก หากแต่เป็นการเดินทางของการเติบโต การเรียนรู้ที่จะไว้วางใจ และการลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง แม้จะต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างไป๋หลินและเฉินอี้ จากความเย็นชาสู่ความเข้าใจ และท้ายที่สุดคือความผูกพันอันลึกซึ้ง จะเป็นหัวใจสำคัญที่นำพาเรื่องราวไปข้างหน้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านผู้อ่านจะร่วมเดินทางไปกับไป๋หลินและเฉินอี้ สัมผัสความตื่นเต้นของการสืบสวน ความเจ็บปวดของการถูกทรยศ และความอบอุ่นของความรักที่สามารถผลิบานได้แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุด ขอให้ทุกท่านได้รับความสุขและความเพลิดเพลินจากการอ่าน "ชายาพลิกชะตา"
5
เงื่อนงำในจวนและการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว
สวนดอกไม้ในจวนสกุลไป๋ ไป๋หลินกำลังนั่งอยู่บนม้านั่ง มองไปยังเด็กชายเสี่ยวเป่าที่กำลังเล่นอยู่ไม่ไกลนัก
หลังจากได้พูดคุยกับเสี่ยวเป่า ไป๋หลินก็รู้สึกสงสารเด็กชายจับใจ เธอสังเกตเห็นร่องรอยของการถูกทอดทิ้งและความหวาดกลัวในแววตาของเขา เธอตัดสินใจว่าจะต้องช่วยเหลือเสี่ยวเป่าให้พ้นจากสถานการณ์อันน่าเศร้านี้
ไป๋หลิน: (คิดในใจ) “เด็กคนนี้ไม่ควรถูกปฏิบัติเช่นนี้ เขาต้องการความรักและการดูแลเอาใจใส่”
ในขณะที่เธอครุ่นคิดอยู่นั้นเอง มู่เอ๋อร์เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้ากังวล
มู่เอ๋อร์: “ท่านหญิงเพคะ ท่านเสนาบดีเรียกพบท่านที่ห้องโถงใหญ่ มีแขกมาเยือนเพคะ”
ไป๋หลิน: (เลิกคิ้วด้วยความสงสัย) “แขกหรือ? ใครกัน?”
มู่เอ๋อร์: “ข้าก็ไม่ทราบเพคะ แต่ดูเหมือนจะเป็นบุคคลสำคัญทีเดียว”
ไป๋หลินลุกขึ้นเดินตามมู่เอ๋อร์ไปยังห้องโถงใหญ่ เมื่อไปถึง เธอเห็นชายวัยกลางคนในชุดขุนนางสง่างามยืนอยู่ข้างบิดาของเธอ ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมและมีอำนาจ
เสนาบดีไป๋: (เมื่อเห็นไป๋หลินก็ยิ้มเล็กน้อย) “หลินเอ๋อร์ มานี่สิ นี่คือท่านหลี่ เสนาบดีกรมพิธีการ”
ท่านหลี่: (หันมามองไป๋หลินด้วยสายตาพิจารณา) “คารวะท่านหญิงสาม”
ไป๋หลิน: (คารวะตอบอย่างสุภาพ) “คารวะท่านเสนาบดีหลี่เจ้าค่ะ”
เสนาบดีไป๋: “ท่านหลี่มาเพื่อแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการอภิเษกสมรสของเจ้ากับท่านอ๋องเฉินอี้”
คำพูดของบิดาทำให้ไป๋หลินรู้สึกถึงความจริงที่ว่า เธอจะต้องแต่งงานกับชายที่เธอไม่เคยรู้จัก และยังเป็นบุคคลที่เต็มไปด้วยปริศนา
ท่านหลี่: “พิธีอภิเษกจะจัดขึ้นในอีกสิบวันข้างหน้า ทางวังหลวงได้เตรียมการทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ท่านหญิงเพียงแค่เตรียมตัวให้พร้อม”
ไป๋หลิน: (พยายามควบคุมสีหน้า) “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
หลังจากท่านหลี่กลับไป เสนาบดีไป๋มองไป๋หลินด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
เสนาบดีไป๋: “หลินเอ๋อร์ เจ้าดู… เปลี่ยนไปมาก”
ไป๋หลิน: (ตอบอย่างระมัดระวัง) “ลูกเพียงแค่… พยายามทำความเข้าใจกับทุกสิ่งทุกอย่างเจ้าค่ะ”
เสนาบดีไป๋: “พ่อหวังว่าเจ้าจะเข้าใจถึงความสำคัญของการแต่งงานครั้งนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของเจ้าคนเดียว แต่เป็นเรื่องของตระกูลไป๋ทั้งหมด”
คำพูดของบิดาตอกย้ำถึงแรงกดดันและความคาดหวังที่เธอต้องแบกรับ การแต่งงานครั้งนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาอำนาจและสถานะของตระกูล
หลังจากนั้น ไป๋หลินกลับมาที่ห้องของตนเองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอรู้ว่าเธอไม่สามารถเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในจวนได้อีกต่อไป ทั้งเรื่องของเสี่ยวเป่าและความลับเบื้องหลังท่านอ๋องเฉินอี้
ไป๋หลิน: (คิดในใจ) “ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง ฉันจะไม่ปล่อยให้เด็กคนนั้นต้องทนทุกข์ และฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมบิดาถึงส่งฉันไปแต่งงานกับท่านอ๋อง”
ในคืนนั้นเอง ไป๋หลินตัดสินใจที่จะลงมือทำ เธอแอบออกจากห้องพักและไปยังเรือนที่เสี่ยวเป่าถูกกักขังไว้ เธอต้องหาทางพูดคุยกับเด็กชายอีกครั้ง และอาจจะหาเบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับความลับในจวนแห่งนี้
เมื่อไปถึงหน้าประตูห้องของเสี่ยวเป่า ไป๋หลินพบว่าประตูไม่ได้ล็อค เธอค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปข้างใน แสงจันทร์สาดส่องเข้ามา ทำให้เธอเห็นร่างเล็กๆ ของเสี่ยวเป่านอนหลับอยู่บนพื้นห้องอย่างน่าสงสาร
ไป๋หลิน: (เดินเข้าไปใกล้) “เสี่ยวเป่า…”
เด็กชายสะดุ้งตื่น มองไป๋หลินด้วยความตกใจ
เสี่ยวเป่า: “ท่าน… ท่านหญิงสาม…”
ไป๋หลิน: (นั่งลงข้างๆ เด็กชาย) “ไม่ต้องกลัว ข้ามาเพื่อช่วยเจ้า”
เสี่ยวเป่า: (ดวงตาเป็นประกาย) “ช่วยข้า… จริงหรือขอรับ?”
ไป๋หลิน: “จริงสิ บอกข้ามา เจ้าอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? และทำไมท่านพ่อบ้านถึงทำกับเจ้าเช่นนั้น?”
เสี่ยวเป่าเล่าเรื่องราวของตนเองให้ไป๋หลินฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขาเป็นหลานชายของภรรยาคนก่อนของเสนาบดีไป๋ หลังจากที่แม่ของเขาเสียชีวิต เขาก็ถูกนำมาเลี้ยงดูในจวน แต่กลับถูกทอดทิ้งและถูกปฏิบัติอย่างเลวร้ายจากพ่อบ้าน
เรื่องราวของเสี่ยวเป่าทำให้ไป๋หลินรู้สึกโกรธเคืองต่อความอยุติธรรม เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไม่ยอมให้เด็กชายต้องทนทุกข์ต่อไป เธอจะต้องหาทางช่วยเหลือเขา และเปิดโปงความลับดำมืดในจวนสกุลไป๋แห่งนี้
_______________________________________