"วิวาห์ไร้รักกับท่านอ๋องผู้เย็นชา คือชะตาที่นางต้องแบกรับ... แต่ 'ไป๋หลิน' จะใช้หัวใจและปัญญา หลอมละลายกำแพงน้ำแข็งในใจ 'เฉินอี้' ให้กลายเป็นความรักนิรันดร์"
ข้ามเวลา,ชาย-หญิง,รัก,อิงประวัติศาสตร์,ชายา,ท่านอ๋อง,ดราม่า,ข้ามภพ,ข้ามเวลา,นิยายโรแมนติก,นิยายจีนโบราณ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ชายาพลิก"วิวาห์ไร้รักกับท่านอ๋องผู้เย็นชา คือชะตาที่นางต้องแบกรับ... แต่ 'ไป๋หลิน' จะใช้หัวใจและปัญญา หลอมละลายกำแพงน้ำแข็งในใจ 'เฉินอี้' ให้กลายเป็นความรักนิรันดร์"
ในห้วงเวลาแห่งการรังสรรค์เรื่องราว ผู้แต่งมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำพาทุกท่านเข้าสู่โลกแห่ง "ชายาพลิกชะตา" นิยายที่ถักทอขึ้นจากความเข้มข้นของการเมืองในวังหลวง ความลึกลับของการสมคบคิด และความงดงามของความรักที่เบ่งบานในสถานการณ์อันผันผวน
เรื่องราวเริ่มต้นด้วยการแต่งงานที่ไม่เต็มใจของไป๋หลิน หญิงสาวผู้ต้องก้าวเข้าสู่จวนอ๋องอันเย็นชาของเฉินอี้ ท่ามกลางเงาแห่งความหวาดระแวงและแผนการลับลมคมในที่บิดาของเธอกำลังวางไว้ จากจุดเริ่มต้นที่ดูเหมือนจะมืดมิด ไป๋หลินกลับไม่ได้ยอมจำนนต่อโชคชะตา หากแต่เธอได้ใช้สติปัญญา ความเมตตา และความกล้าหาญของตนเอง ค่อยๆ เผยความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุและการลอบทำร้ายท่านอ๋อง
"ชายาพลิกชะตา" มิได้เป็นเพียงเรื่องราวความรักโรแมนติก หากแต่เป็นการเดินทางของการเติบโต การเรียนรู้ที่จะไว้วางใจ และการลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง แม้จะต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างไป๋หลินและเฉินอี้ จากความเย็นชาสู่ความเข้าใจ และท้ายที่สุดคือความผูกพันอันลึกซึ้ง จะเป็นหัวใจสำคัญที่นำพาเรื่องราวไปข้างหน้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านผู้อ่านจะร่วมเดินทางไปกับไป๋หลินและเฉินอี้ สัมผัสความตื่นเต้นของการสืบสวน ความเจ็บปวดของการถูกทรยศ และความอบอุ่นของความรักที่สามารถผลิบานได้แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุด ขอให้ทุกท่านได้รับความสุขและความเพลิดเพลินจากการอ่าน "ชายาพลิกชะตา"
3
การเรียนรู้โลกใหม่และความผิดปกติที่ซ่อนเร้น
ห้องหนังสือในจวนสกุลไป๋ บรรยากาศเงียบสงบ แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่าง หมอพิม (ในร่างไป๋หลิน) กำลังพยายามแกะตัวอักษรบนแผ่นไม้
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา หมอพิมทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการเรียนรู้โลกใบใหม่ โชคดีที่บ่าวรับใช้ในจวน แม้จะยังคงมองเธอด้วยความสงสัย แต่ก็เต็มใจสอนภาษาและขนบธรรมเนียมพื้นฐานให้เธอ มู่เอ๋อร์ บ่าวหญิงคนสนิทของไป๋หลินเดิม กลายเป็นครูคนแรกของเธอ
มู่เอ๋อร์: (ชี้ไปที่ตัวอักษรบนแผ่นไม้) “นี่คือคำว่า ‘ฟ้า’ ท่านหญิง ลองออกเสียงดูสิเพคะ”
ไป๋หลิน: (พยายามออกเสียงตาม) “…ฟา…?”
มู่เอ๋อร์: “ไม่ใช่เพคะ ต้องออกเสียงให้สูงขึ้นอีกนิด ‘ฟ้า’ ”
ไป๋หลิน: “ฟ้า…” (ออกเสียงได้ชัดเจนขึ้น) “นี่คือ ‘ดิน’ ใช่หรือไม่?” (ชี้ไปที่อีกตัวอักษร)
มู่เอ๋อร์: “ถูกต้องแล้วเพคะ ท่านหญิงเรียนรู้ได้เร็วจริงๆ” (มองไป๋หลินด้วยความประหลาดใจ) “เมื่อก่อนท่านหญิงไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลย…”
ไป๋หลิน: (ยิ้มเล็กน้อย) “ข้า… รู้สึกว่าตนเองลืมเลือนอะไรไปมาก จึงต้องเริ่มต้นใหม่” เธอเลี่ยงที่จะตอบคำถามโดยตรง
นอกจากการเรียนรู้ภาษา ไป๋หลินยังสังเกตความเป็นไปในจวนสกุลไป๋ เธอพบว่าบรรยากาศในบ้านค่อนข้างตึงเครียด ผู้คนต่างซุบซิบนินทากันลับๆ โดยเฉพาะเรื่องของเธอและการแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นกับท่านอ๋องเฉินอี้
สาวใช้ 1: (กระซิบกระซาบขณะเดินผ่านหน้าห้องหนังสือ) “ท่านหญิงสามช่างน่าสงสารนัก ต้องไปแต่งกับอ๋องพิการผู้นั้น”
สาวใช้ 2: “ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ใครๆ ก็รู้ว่าท่านหญิง… เป็นเช่นไร” (หัวเราะคิกคัก)
ไป๋หลินได้ยินบทสนทนานั้น แต่เลือกที่จะไม่สนใจ เธอเข้าใจว่าในสายตาของคนในจวน ไป๋หลินคนเดิมคือหญิงสาวที่มีสติไม่สมประกอบ การที่เธอแสดงท่าทีฉลาดและใฝ่รู้ในตอนนี้ ย่อมเป็นเรื่องที่น่าสงสัย
ไป๋หลิน: (คิดในใจ) “ฉันต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น การแสดงออกมากเกินไปอาจทำให้พวกเขาจับได้ว่าฉันไม่ใช่ไป๋หลินคนเดิม”
ในขณะที่เรียนรู้อยู่นั้นเอง ไป๋หลินสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างในจวน เธอเห็นบ่าวบางคนแอบซุบซิบนินทากันด้วยสีหน้ากังวล บางครั้งก็ได้ยินเสียงทะเลาะเบาะแว้งเบาๆ ในยามค่ำคืน
วันหนึ่ง ขณะที่เดินอยู่ในสวน ไป๋หลินบังเอิญได้ยินบทสนทนาระหว่างคนสนิทของเสนาบดีไป๋สองคน
คนสนิท 1: “ท่านว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงเมื่อเร็วๆ นี้ จะส่งผลกระทบต่อจวนเราหรือไม่?”
คนสนิท 2: “ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่ค่อยสู้ดีนัก การแย่งชิงอำนาจในวังหลวงรุนแรงขึ้นทุกวัน”
คนสนิท 1: “แล้วเรื่องที่ท่านเสนาบดีให้คุณหนูสามแต่งงานกับท่านอ๋อง… ท่านคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่?”
คนสนิท 2: (ถอนหายใจ) “ข้าไม่กล้าออกความเห็น แต่ท่านอ๋องเฉินอี้… แม้จะพิการ แต่ก็มีอำนาจอยู่ในมือไม่น้อย การแต่งงานครั้งนี้อาจเป็นการผูกมิตร หรือไม่ก็…” (เงียบไป)
บทสนทนานั้นทำให้ไป๋หลินรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล การแต่งงานของเธอกับท่านอ๋องที่พิการและไม่มีใครต้องการ อาจไม่ได้เป็นเพียงแค่การช่วยเหลือหญิงสาวที่ถูกทอดทิ้ง แต่เบื้องหลังอาจมีเหตุผลอื่นซ่อนอยู่
ไป๋หลิน: (คิดในใจ) “ท่านอ๋องเฉินอี้… เขาเป็นคนอย่างไรกันแน่? ทำไมบิดาถึงตัดสินใจส่งฉันไปแต่งงานกับเขา?”
ความสงสัยใคร่รู้เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของไป๋หลิน เธอตัดสินใจว่าเธอจะต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับท่านอ๋องเฉินอี้ให้มากขึ้น เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่ และเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ห้องสมุดเก่าแก่ในจวนสกุลไป๋ ไป๋หลินแอบเข้ามาในห้องนี้ในยามวิกาล แสงเทียนสลัวส่องสว่าง
ด้วยความช่วยเหลือของมู่เอ๋อร์ ไป๋หลินรู้ว่าบิดามีห้องสมุดส่วนตัวที่มีหนังสือมากมายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และบุคคลสำคัญของแคว้น เธอแอบเข้ามาในห้องนี้ในยามค่ำคืน หวังจะค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับท่านอ๋องเฉินอี้
ไป๋หลิน: (ไล่นิ้วไปตามสันหนังสือ) “ประวัติศาสตร์แคว้น… บุคคลสำคัญ…”
เธอหยิบหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อของราชวงศ์และขุนนางสำคัญ เธอพลิกหน้ากระดาษอย่างระมัดระวัง ดวงตาจับจ้องไปที่ตัวอักษรที่เริ่มคุ้นเคย
ไป๋หลิน: (อ่านในใจ) “…เฉินอี้… พระโอรสองค์ที่เจ็ด… ในวัยเยาว์เฉลียวฉลาดและได้รับการโปรดปราน… ประสบอุบัติเหตุเมื่อสี่ปีก่อน ทำให้ช่วงล่างพิการ… หลังจากนั้นก็เก็บตัว ไม่สุงสิงกับผู้ใด…”
ข้อมูลในหนังสือมีเพียงเล็กน้อย แต่ก็พอทำให้ไป๋หลินเห็นภาพรางๆ ท่านอ๋องเฉินอี้ไม่ใช่บุคคลธรรมดา เขาเคยเป็นถึงพระโอรสที่ได้รับการโปรดปราน แต่ชีวิตกลับพลิกผันด้วยอุบัติเหตุ และกลายเป็นบุคคลที่ถูกหลีกเลี่ยง
ไป๋หลิน: (คิดในใจ) “อุบัติเหตุ…? หรือว่ามีอะไรเบื้องหลังเรื่องนั้น?”
ความสงสัยในใจของไป๋หลินเพิ่มมากขึ้น เธอรู้สึกว่ามีเงาดำมืดปกคลุมเรื่องราวของท่านอ๋องเฉินอี้ และการแต่งงานของเธอกับเขาอาจไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด