อ๊ะ! ทำไมนานวันเข้านายเอกที่เธอรู้จักถึงได้รุกเธอหนักขนาดนี้กันเล่าาาาา!
ชาย-หญิง,ไทย,รัก,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาววายกับนายเอกอ๊ะ! ทำไมนานวันเข้านายเอกที่เธอรู้จักถึงได้รุกเธอหนักขนาดนี้กันเล่าาาาา!
บทที่ 5
เมถุนเดินเข้ามาภายในสตูดิโออีกครั้งหลังจากที่เติมหน้าให้กิรัณญ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กิรัณญ์และเธียร์เตอร์กำลังถ่ายคลิปการสัมภาษณ์อยู่ โดยมีพิธีกรดำเนินรายการ เมถุนเดินเข้าไปหาพี่เอมที่กำลังยืนมองชายหนุ่มทั้งสองให้สัมภาษณ์อยู่
“มีคนจับให้ทั้งสองเป็นคู่จิ้นในตำนานคุณกิรัณญ์รู้สึกยังไงบ้างครับ”
“ก็ดีใจมากครับแสดงว่าทั้งผมและเธียร์เตอร์คงแสดงออกมาได้ดีและคงเป็นซีรีส์ติดอยู่ในความทรงจำของทุกคน ที่ผ่านมาแฟนคลับถึงยังคอยให้การสนับสนุนแบบนี้ ทำให้เป็นกำลังใจให้ผมและเธียร์เตอร์ทำงานต่อไปครับ ดีใจมากๆ ที่ทุกคนชื่นชอบครับ”
“ทั้งสองเคยแสดงด้วยกันมาแล้วครั้งนี้ได้กลับมาร่วมงานกันอีกรู้สึกยังไงบ้างครับ”
“ดีใจมากครับเหมือนได้พาร์ทเนอร์คนเก่ากลับมา” พูดพร้อมกับหันหน้าไปหาเธียร์เตอร์
“ต้องบอกว่าเราสองคนสนิทกันมากกว่าเดิมอีกครับ ได้กลับมาทำงานด้วยกันแบบนี้ยิ่งทำงานกันง่ายเลยล่ะครับ” เธียร์เตอร์พูดเสริมขึ้นมา
บรรยากาศในการสัมภาษณ์ผ่านไปอย่างรวดเร็วก่อนที่พิธีกรหันมาถามเรื่องส่วนตัวของกิรัณญ์
“จากทางครอบครัวของคุณกิรัณญ์ที่มีหน้าในสังคมเป็นถึงนักธุรกิจแนวหน้าของประเทศ ทางบ้านมีความเห็นยังไงบ้างครับที่คุณกิรัณญ์มาเล่นซีรีส์วายแบบนี้”
“ต้องขอบคุณคุณพ่อกับคุณแม่และครอบครัวผมนะครับที่เปิดกว้างสำหรับเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าท่านอาจจะอยู่คนละยุคสมัยกับเราก็ตามแต่ท่านก็เข้าใจและให้ผมได้ทำตามสิ่งที่ชอบท่านทั้งสองคอยสนับสนุนและอยู่เบื้องหลังของผมมาตลอดครับ”
“ถ้าอย่างนั้นท่านทั้งสองคงไม่คิดใช่มั๊ยครับที่คุณกิรัณญ์จะมีคนรักไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย” พิธีกรจี้ถามถึงเรื่องส่วนตัวต่อ เธียร์เตอร์จะตอบคำถามแทนแต่กิรัณญ์จับมือเธียร์เตอร์ไว้ก่อนจะตอบพิธีกรออกไปด้วยใบหน้ายิ้มๆ
“ท่านไม่มีปัญหากับคนรักของผมหรอกครับไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ผมว่าเรามาคุยเรื่องซีรีส์ของเราดีกว่ามั๊ยครับ ชีวิตส่วนตัวผมไม่น่าสนใจเท่าซีรีส์ที่กำลังจะเปิดกล้องเรื่องนี้หรอกครับ” ตอบหน้ายิ้มแต่น้ำเสียงกดดันพิธีกรไม่ให้ถามตนกับคำถามแบบนี้อีก
พิธีกรทำหน้าอึกอักเพราะรู้ตัวแล้วว่าตนถามละลาบละล้วงมากเกินไป
ซึ่งวันนี้เป็นการสัมภาษณ์ซีรีส์ที่กำลังจะเปิดกล้องแต่ตนดันเผลอไปถามคำถามส่วนตัวที่ไม่มีในสคริปต์ จึงรีบกลับเข้าคำถามก่อนที่กิรัณญ์จะไม่พอใจไปมากกว่านี้
“งั้นเรามาถามคุณเธียร์เตอร์กันต่อดีกว่านะครับ”
เมถุนที่ยื่นดูสัมภาษณ์สายตาก็จับจ้องมือของกิรัณญ์ที่จับมือของเธียร์เตอร์ไว้ไม่ปล่อยได้แต่ยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่คนเดียวมองแบบนี้จะไม่ให้คิดได้ไงว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่พิเศษต่อกันใจแม่คนนี้ฟินดีเหลือเกิน
ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้มาเห็นโมเมนต์แบบนี้ ก่อนที่จะคิดไปไกลกว่านี้ก็รับรู้ได้ว่ามีใครมาสะกิดด้านหลัง
“เม เดี๋ยวเมกลับได้เลยนะเดี๋ยวพวกพี่อยู่จัดการกันต่อเองคงไม่มีอะไรมากแล้วล่ะ”
“เมอยู่ช่วยก่อนได้นะคะ”
“กลับไปพักเถอะ ให้เมแต่งหน้าให้คุณกิรัณญ์คนเดียวพี่ก็เกรงใจจะแย่”
“เมยินดีช่วยค่ะพี่เอม ไม่มีปัญหาอะไรเลย” เมถุนว่ายิ้มๆ เพราะเธอยินดีช่วยงานพี่สาวคนนี้จริงๆ ก็พี่เอมทำให้เธอได้เจอกิรัณญ์จะไม่ให้เธอยินดีได้ไงล่ะ
“ขอบคุณมากวันนี้กลับไปพักผ่อนเถอะ วันจันทร์ต้องเข้าสตูดิโอไปประชุมวางแผนงานซีรีส์อีก”
“พี่เอมไม่มีอะไรให้เมช่วยแล้วใช่มั้ยคะ”
“จ้ะ ไม่มีแล้วล่ะ เดี๋ยวก็สัมภาษณ์เสร็จแล้วก็ไม่มีอะไรต่อแล้ว”
“งั้นเมไปเก็บของแล้วขอตัวกลับเลยนะคะ”
“เจอกันวันจันทร์นะจ๊ะ”
เมถุนกล่าวลากับเอมอรเสร็จก็เดินกลับมาเก็บของที่ห้องเจอกับพี่พีทที่คงพึ่งกลับมาถึงหลังจากที่ออกไปธุระข้างนอกมา
ตอนแรกเมถุนก็แปลกใจที่ผู้จัดการส่วนตัวออกไปทำธุระโดยที่ไม่มีใครอยู่ช่วยดูแลกิรัณญ์เลย แต่พอนั่งแต่งหน้าให้กิรัณญ์ไปสักพักก็มีทีมงานคนอื่นเข้ามาทำหน้าที่ดูแลกิรัณญ์ต่อ
อย่างว่าระดับซูเปอร์สตาร์ดังของค่ายคงไม่ปล่อยให้กิรัณญ์อยู่โดยไม่มีคนดูแลหรอก
“พี่พีทพึ่งมาถึงหรอคะ”
“ใช่ๆ พี่พึ่งกลับมาเนี่ย”
“เป็นไงบ้างสัมภาษณ์ใกล้เสร็จแล้วใช่มั๊ย” พีรพัฒน์หันมาถามกับช่างแต่งหน้าสาวที่เคยเจอกันตามกองถ่ายยิ่งได้พูดคุยยิ่งถูกคอรู้สึกสะดวกใจที่จะคุยกับหญิงสาว
ด้วยเมถุนเป็นคนที่ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร มีมารยาทต่อเพื่อนร่วมงานและยังทำงานเก่งทำให้พีรพงษ์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถูกชะตาและสนิทใจด้วย
แต่คงมีแต่พฤติกรรมแปลกๆ ของหญิงสาว เวลาที่เจอกิรัณญ์ที่จะชอบทำหน้าเหม่ออะไรสักอย่าง แล้วยิ่งเจอกิรัณญ์อยู่กับเธียเตอร์ด้วยแล้วหน้าตาเข้าขั้นเพ้อฝันกันเลยทีเดียว
“ตอนเมออกมาเหมือนใกล้จะเสร็จแล้วนะพี่”
“เดี๋ยวพี่รีบไปดูนายกิเขาก่อน แล้วนี่เมจะกลับแล้วหรอ”
“ใช่พี่ พอดีงานเมเสร็จหมดแล้วพี่เอมเขาเลยให้เมกลับก่อน”
“โชคดีๆ ไว้เจอกันวันเปิดกล้อง”
เมถุนร่ำลากับพีรพงษ์แล้วเดินออกจากสตูดิโอ ก่อนจะเปิดประตูขึ้นรถ อดหันหลังกลับไปมองภายในสตูดิโอไม่ได้
นึกทบทวนกับเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ถ้าไม่นับรวมพฤติกรรมแปลกๆ ที่กิรัณญ์ทำวันนี้ถือว่าวันนี้เธอได้ใช้โควตาสาววายได้คุ้มสุด
ยิ่งตอนที่กิรัณญ์จับมือกับเธียร์เตอร์ยังติดตราตรึงใจของเธออยู่มาจนถึงตอนนี้ แล้วตอนที่ทั้งสองมองสบตากันอีกถึงจะแม้แค่เสี้ยววิแต่ไม่หลุดรอดไปจากสายตาของชิปเปอร์แบบนี้หรอกมันอิ่มความสุขจริงๆ เลย
คิดเสร็จเมถุนก็เปิดประตูขึ้นรถแล้วขับกลับคอนโดอย่างสุขใจ
เช้าวันจันทร์เมถุนมาสตูดิโอตั้งแต่เช้าเพื่อมาประชุมและวางแผนงานซีรีส์ที่กำลังจะเปิดกล้อง
สตูดิโอของเมถุนเป็นสตูดิโอรับแต่งหน้าทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรับแต่งหน้าเจ้าสาว แต่งหน้ารับปริญญา หรือแต่งหน้าทำผมไปงานเลี้ยงต่างๆ
โดยภายในสตูดิโอจะแบ่งออกเป็น3โซนโดยโซนแรกจะเป็นโซนไว้ต้อนรับลูกค้าที่มาติดต่อเรื่องแต่งหน้ารับปริญญา เจ้าสาว หรืองานอื่นๆ ที่ต้องการให้ออกไปให้บริการนอกสถานที่
ส่วนโซนที่สองเป็นโซนวีไอพีเปิดรับลูกค้าที่จะเข้ามาแต่งหน้าของวันนั้นๆ โดยส่วนมากลูกค้าที่จะมาใช้บริการเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง นักแสดง ไอดอล และบุคคลที่มีฐานะทางสังคมหรือที่เราเรียกว่าไฮโซนั่นแหละ ที่เข้ามาใช้บริการ
และอีกฝั่งหนึ่งจะเป็นโซนสำหรับทำงานประชุมวางแผนเมื่อได้รับมอบหมายงานต่างๆ
วันนี้เมถุนต้องมาร่วมประชุมพูดคุยเกี่ยวกับบทละครและตัวละครเพื่อวิเคราะห์ลักษณะและบุคลิกของตัวละครเพื่อกำหนดรูปแบบในการแต่งหน้าให้เหมาะสมกับตัวละคร
เมถุนเข้ามานั่งรออยู่ที่ห้องประชุมระหว่างที่กำลังรอพี่ๆ มาเมถุนก็หยิบสมาร์ตโฟนยี่ห้อดังของเกาหลีขึ้นมาเปิดดูคลิปของกิรัณญ์พลางๆ ยิ่งดูยิ่งน่ารัก อดส่งยิ้มให้กับคนในคลิปไม่ได้อยากหยิกแก้มชะมัด
“เมมาถึงนานรึยัง” เมละสายตาออกจากโทรศัพท์มองบุคคลที่เดินเข้ามาในห้อง
“สวัสดีค่ะพี่เอม มาถึงได้สักพักแล้วพี่”
“แล้วนี่กินไรมารึยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วพี่ล่ะ”
“พี่ก็เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวรอคนอื่นแป๊บนะ” เอมอรเอ่ยเสร็จก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆ เมถุน
“นี่ พี่มีอะไรจะเม้าท์” พร้อมกับลากเก้าอี้เข้ามานั่งใกล้ๆ เมถุน ก่อนจะกระซิบเสียงเบาเหมือนกลัวคนอื่นได้ยิน ทั้งๆ ที่ในห้องก็มีแค่เธอและพี่เอมเท่านั้น
“มีอะไรหรอพี่เอม” เมถุนกระซิบกระซาบตอบเอมอรทำท่าทางอยากรู้อยากเห็นสุดๆ
“ก็งานตอนวันเสาร์ใช่มะ ที่กิรัณญ์โดนถามเรื่องส่วนตัวอ่ะ ตอนแรกพี่ก็คิดว่าจะจบการณ์สัมภาษณ์ไปได้ด้วยดี แต่รู้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น
“เกิดอะไรขึ้นหรอพี่เอม” เมถุนทำหน้าอยากรู้สุดๆ
“ก็พิธีกรคนนั้นนะสิ ได้ข่าวว่าโดนปลดแล้ว พี่ว่าโดนเรื่องคุณกิรัณญ์แน่ๆ”
“คงไม่ใช่เรื่องของคุณกิรัณญ์หรอกมั้งพี่เอม”
“เมเราอ่ะไม่รู้อะไร เห็นคุณกิรัณญ์หน้าตาดูใจดีแบบนั้น แต่พี่ได้ยินมาว่าเขาไม่ชอบคนที่ทำงานเกินกว่าขอบเขตนะ แล้วพิธีกรคนนั้นก็ถามคำถามนอกสคริปต์อีก โดนปลดแบบนี้น่าจะเรื่องของคุณกิรัณญ์แน่ๆ”
“แต่คุณกิรัณญ์เขาจะสามารถสั่งปลดใครก็ได้ขนาดนั้นเลยหรอพี่”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ แค่คุณกิรัณญ์เอ่ยปากว่าไม่สะดวกใจทำงานกับใคร ทางผู้ใหญ่เขาก็พร้อมจะเคลียร์คนคนนั้นให้หายไปจากสายตาของคุณกิรัณญ์ได้เลยหล่ะ”
เมถุนได้แต่รับฟังสิ่งที่เอมอรเล่าจะจริงหรือไม่จริงเมถุนก็ไม่อยากไปตัดสินได้แค่รับฟังและไม่ขอออกความเห็น
โชคดีที่ทีมงานคนอื่นเข้ามาในห้องประชุมพอดีบทสนทนาระหว่างเมถุนและเอมอรก็จบลงโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรต่อ
หลังจากที่ทีมงานเข้ามากันครบทุกคนก็เริ่มประชุมทันทีการประชุมยาวนานมาจนเกือบเย็นให้เวลาพักกินข้าวเพียงแค่ตอนเที่ยงแล้วประชุมต่อ
ในการประชุมครั้งนี้เริ่มจากการวางแผนและกำหนดตารางงานและจัดแจงคนที่ต้องรับผิดชอบงานต่างๆ ให้เป็นระเบียบแบบแผนเพื่อที่วันที่ต้องลงสถานที่จริงจะได้ไม่มีปัญหาตามมา
ไม่เพียงแค่ทีมเมคอัพเพียงเท่านั้นที่ร่วมประชุมแต่ยังรวมถึงพี่ๆ สไตลิสต์ที่ร่วมเข้าประชุมด้วยเพื่อให้การแต่งหน้าและการแต่งตัวให้เหมาะสมและไปในทิศทางเดียวกัน
“งานนี้เป็นงานยาว อาจจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน เดี๋ยวเราต้องรอคิวงานจากทางผู้จัดอีกที แล้วเดี๋ยวเรามาประชุมกันอีกที”
“เปิดกล้องวันไหนครับพี่” พี่จากทีมสไตลิสต์คนหนึ่งถามขึ้น
“อีกสามเดือน เรามีเวลาเตรียมตัวอีกเยอะ” พี่เอมเอ่ยแซวพี่สไตลิสต์เพราะรู้ว่าคงกลัวว่าเตรียมเสื้อผ้าไม่ทัน
“งั้นพวกเราคงต้องเร่งมือแล้วล่ะค่ะ สามเดือนคือผ่านไปไวมาก”
เมถุนพยักหน้าเห็นด้วยกับพี่สไตลิสต์อีกคนที่เอ่ยขึ้น
“อ้อใช่พี่ลืมบอกไป ว่ามีไปถ่ายทำที่ต่างจังหวัดด้วยนะ”
“จังหวัดไหนหรอพี่”
“แม่ฮ่องสอน ขึ้นเหนือสุดกันไปเลยพวกเรา”
เสียงโอดครวญดังออกมากันเบาๆ ลำพังแค่ถ่ายทำแถวๆ กรุงเทพยังกินพลังงานชีวิตกันไปเท่าไหร่
แต่คงมีแค่เมถุนเท่านั้นที่ดีใจ เพราะแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่เธออยากไปมากๆ
“โอเค พี่ว่าเราคุยกันครอบคลุมแล้ว เลิกประชุมได้”
กว่าจะประชุมเสร็จเล่นเอาร่างกายแทบล้า หลังจากได้ยินคำว่าเลิกประชุมได้จากพี่เอม เมถุนแทบอยากจะเอาร่างสไลด์ไปกับพื้นแล้วหายตัวไปให้ถึงห้องเลยทีเดียว
เมถุนกลับมาถึงห้องประมาณสองทุ่มร่างกายเหนื่อยล้าแทบจะทนไม่ไหวแต่ร่างกายก็ยังเดินไปเปิดคอมพ์ก่อนจะนั่งพักสายตาสักครู่ขณะที่คอมพ์กำลังเปิดเครื่องอยู่
ขอเติมกิรัณญ์หน่อยแล้วกันกำลังใจในการทำงานของเมถุน ถึงวันนี้จะเหนื่อยล้าแค่ไหนแต่แค่เข้าไปเสพผลงานของกิรัณญ์แค่นิดเดียวก็มีแรงใจขึ้นมาแล้ว
เมถุนเข้าไปอัปเดตข่าวสารของกิรัณญ์ผ่านบ้านกลุ่มแฟนคลับที่เป็นบ้านเบส ดูตารางงานของกิรัณญ์ว่ามีงานที่ไหนบ้างถ้าตรงกับวันที่เธอไม่มีงานเธอไม่พลาดที่จะตามไปคอยเชียร์และให้กำลังใจแน่ๆ
แต่ช่วงนี้งานของเธอยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาไปตามกิรัณญ์เลย เมถุนคิดขึ้นมา โชคดีจริงๆ ที่งานของเธอข้องเกี่ยวกับกิรัณญ์บ้าง ไม่อย่างนั้นคงหัวใจห่อเหี่ยวแน่ๆ
เดือนหน้าก็งานมีตติ้งแล้ว เมถุนรู้สึกตื่นเต้นมากๆ งานมีตติ้งก่อนเปิดกล้องละคร สงสัยคงกลัวแฟนคลับคิดถึงแน่ๆ เพราะต้องไปถ่ายละครอีกตั้งหลายเดือน ดูสิใส่ใจแฟนคลับแบบนี้จะไม่ให้รักได้ยังไง